พิมพ์
สำนักจัดการความรู้และประเมินผล พอช.
หมวดหลัก: ข่าวความเคลื่อนไหวงานพัฒนา
ฮิต: 1913

WF1-201155สัมมนาคณะทำงานสนับสนุนสวัสดิการชุมชน ระหว่างวันที่ 9-10 พฤศจิกายน 2555 ที่สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (พอช.) เพื่อทบทวนการทำงานและวางทิศทางการขับเคลื่อนสวัสดิการชุมชนในสามปีข้างหน้า มีผู้เข้าร่วมจำนวน 60 คน ประกอบด้วยคณะทำงานสนับสนุนสวัสดิการชุมชน ผู้แทนหน่วยงาน นักวิชาการ  ผู้บริหารและเจ้าหน้าที่พอช.

ผู้ทรงคุณวุฒิ และนักวิชาการ ที่เข้าร่วมสัมมนา คือ นายสมพร ใช้บางยาง ที่ปรึกษาคณะWF2-201155ทำงานสนับสนุนสวัสดิการชุมชน รศ.ดร.จิตติ มงคลชัยอรัญญา อาจารย์ประจำคณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และหัวหน้าทีมโครงการศึกษาผลการดำเนินงาน และทิศทางการขับเคลื่อนโครงการสนับสนุนการจัดสวัสดิการชุมชน และ นายชินชัย ชี้เจริญ ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านมาตรฐานการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ปฏิบัติหน้าที่รองผู้อำนวยการสำนักงาน คณะกรรมการส่งเสริมการจัดสวัสดิการสังคมแห่งชาติ สำนักงานปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ รวมทั้งผู้บริหารพอช. ที่เข้าร่วมคือ นางทิพย์รัตน์ นพลดารมย์ ผู้อำนวยการ และผู้ช่วยผู้อำนวยการ ได้แก่ นายสิน สื่อสวน นางสาวพรรณทิพย์ เพชรมาก นายสมชาติ ภาระสุวรรณ และนายอัมพร แก้วหนู

WF9-201155ทั้งนี้ตั้งแต่มกราคม 2553 ถึงปัจจุบัน รัฐบาลได้สมทบกองทุนสวัสดิการชุมชนผ่าน พอช.จำนวน 4,246 กองทุน มีผู้ได้รับประโยชน์กว่า 2.2 ล้านคน เกิดการขับเคลื่อนสวัสดิการชุมชนจนเกิดผลกว่า 5,000  ตำบลที่มีระบบการจัดสวัสดิการชุมชนและจำนวนสมาชิกเข้าร่วมกว่า 3 ล้านคน ส่งผลให้เกิดการจัดสวัสดิการชุมชนทีมากกว่าเรื่องเกิด แก่ เจ็บ ตาย กว่า 13 ประเภท  ได้แก่เรื่องการศึกษา การจัดการทรัพยากร การพัฒนาอาชีพ  การแก้ปัญหาภัยพิบัติ การแก้ไขปัญหาที่ดินทำกิน เป็นต้น

ทบทวนการขับเคลื่อนงานสวัสดิการชุมชน คณะทำงานสนับสนุนสวัสดิการชุมชนและผู้เข้าร่วมสัมมนา

WF8-201155 ร่วมแลกเปลี่ยนการขับเคลื่อนสวัสดิการชุมชนที่ผ่านมา และสรุปร่วมกันว่าสามารถเปลี่ยนแปลงชีวิตความเป็นอยู่ของคนและเปลี่ยนแปลงประเทศใน 5 เรื่อง คือ (1) หลักคิดหลักการของสวัสดิการชุมชน (2) การสร้างความสามารถในการบริหารจัดการสวัสดิการชุมชนให้ผสมผสานกับภูมิปัญญาชาวบ้าน กับหลักวิชาการสมัยใหม่ที่สอดคล้องกัน (3) มีการขับเคลื่อนระบบสวัสดิการอย่างเป็นขบวนการ (4) มีการจัดความสัมพันธ์ใหม่ระหว่างองค์กรชุมชนกับภาครัฐ ภาคเอกชนในท้องถิ่น (5) มีการพัฒนานโยบายและกฎหมาย

สังเคราะห์ภาพรวมการขับเคลื่อนสวัสดิการชุมชน 3-5  ปีข้างหน้า

คณะทำงานสนับสนุนสวัสดิการชุมชนและผู้เข้าร่วมสัมมนา ร่วมกันกำหนดเป้าหมายการเปลี่ยนแปลง ของขบวนสวัสดิการชุมชนใน 3-5 ปี พร้อมวิธีการทำงานสู่เป้าหมายที่วางไว้ สรุปสาระสำคัญได้ดังนี้

การเปลี่ยนแปลงที่อยากเห็นในปี 2560 และผลลัพธ์เชิงปริมาณ

  1. มีสมาชิกกองทุนสวัสดิการชุมชนทั่วประเทศเพิ่มขึ้นจาก 3 ล้านคน เป็น 10-15 ล้านคนภายในปี 2560
  2. เกิดการขยายฐานสมาชิกกองทุนสวัสดิการชุมชนระดับตำบลให้ครอบคลุมเกินกว่าร้อยละ 50 ของจำนวนประชากรในตำบล
  3. กองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลขยายครอบคลุมร้อยละ 95 ของจำนวน อปท.ทั้งหมด หรือครอบคลุมทั้งประเทศ
  4. มีแกนนำระดับจังหวัดที่มีความเข้าใจ สามารถเป็นพี่เลี้ยงเรื่องระบบสวัสดิการชุมชนได้อย่างน้อยจังหวัดละ 25 คน (1,926 คน)
  5. มีแกนนำระดับตำบลที่สนับสนุนการขับเคลื่อนระดับพื้นที่อย่างน้อยตำบลละ 5 คน
  6. มีแกนนำรุ่นใหม่ที่เข้าใจแนวคิด อุดมการณ์สวัสดิการอย่างลึกซึ้ง ประมาณ 50,000 คน 

การเปลี่ยนแปลงที่อยากเห็นในปี 2560 และผลลัพธ์เชิงคุณภาพ

  1. เกิดระบบสวัสดิการของภาคประชาชนที่ครอบคลุม ทุกกลุ่มเป้าหมายทุกชนชั้น คนชายขอบอย่างทั่วถึงและเพียงพอต่อการดำรงชีวิต
  2. สามารถขยายแนวคิดให้ทุกคนเห็นคุณค่าระบบสวัสดิการชุมชน
  3. ระบบสวัสดิการชุมชน ต้องนำไปสู่การสร้างความร่วมมือร่วมใจของทุกคนในชุมชน เป็นศูนย์รวมของทุกคน ทุกกลุ่ม ไม่จำกัดเฉพาะสมาชิก/บางกลุ่ม
  4. ระบบสวัสดิการชุมชนสามารถพึ่งตนเองได้ มีความยั่งยืน
  5. ระบบสวัสดิการชุมชนสามารถเชื่อมโยงกลุ่มองค์กรชุมชนที่หลากหลาย เป็นเครือข่ายเพื่อช่วยเหลือเกื้อกูลกันที่ครอบคลุมทุกพื้นที่/เป็นพื้นที่กลาง (สวัสดิการชุมชนเป็นเครื่องมือ สภาองค์กรชุมชนขับเคลื่อน)
  6. ระบบสวัสดิการชุมชนเป็น “สวัสดิการหลัก” หรือยกระดับจาก “สวัสดิการทางเลือก” เป็น “สวัสดิการหลัก”
  7. องค์กรสวัสดิการชุมชนสามารถจัดการตนเองในด้านต่างๆ ช่วยแก้ปัญหาของคนในชุมชน จัดระบบสวัสดิการได้หลากหลาย และจัดสวัสดิการร่วมกับหน่วยงานได้
  8. ระบบสวัสดิการชุมชนเป็นฐานข้อมูลรวมของสมาชิกจากระดับพื้นที่ มีระบบฐานข้อมูลที่ชัดเจนในระดับจังหวัด และฐานข้อมูลกลาง สามารถใช้ในการเชื่อมโยงงานพัฒนาระหว่างชุมชน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
  9. เกิดการยกระดับกองทุนสวัสดิการชุมชนเป็นกองทุน/สถาบันฯ/ธนาคารประชาชน บูรณาการกับองค์การการเงิน เพื่อการพัฒนาและแก้ไขปัญหา เชื่อมโยงสู่ชุมชนท้องถิ่นจัดการตนเอง
  10. ระบบสวัสดิการชุมชนมีความเข้มแข็งและมีระบบการบริหารจัดการที่ดี มีคุณภาพ โปร่งใส ตรวจสอบได้ มีการรายงานผลอย่างต่อเนื่อง
  11. มีการนำแนวคิด อุดมการณ์ของระบบสวัสดิการชุมชนไปปฏิบัติการได้จริง เกิดการแก้ไขปัญหาอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อการเรียนรู้ เผยแพร่ประชาสัมพันธ์
  12. ระบบสวัสดิการชุมชนสามารถรองรับปัญหาของคนในพื้นที่ได้มากกว่าสวัสดิการพื้นฐาน (เกิด แก่ เจ็บ ตาย) เช่น เรื่องปากท้อง ปัจจัยการผลิต (ที่ดิน) ฯลฯ รวมถึงรับมือกับการเปลี่ยนแปลงจากภายนอกได้ เช่น ภัยธรรมชาติ ประชาคมอาเซียน เป็นต้น
  13. ระบบสวัสดิการชุมชนเป็นพื้นฐานสำคัญในการสร้างการเปลี่ยนแปลงประกอบด้วย
    (13.1) เปลี่ยนแปลงสังคมโดยชุมชนท้องถิ่นสู่การอยู่ดีมีสุข
    (13.2) เปลี่ยนแปลงโครงสร้างการพัฒนาสังคมและประเทศ
    (13.3) เปลี่ยนระบบงบประมาณโดยชุมชนท้องถิ่นเป็นผู้กำหนด
    (13.4) เปลี่ยนแปลงตัวชี้วัดรายได้สังคมมาเป็นตัวชี้วัดความสุขของสังคม
  14. ระบบสวัสดิการชุมชนเป็นฐานในการสร้างผู้นำ/พลเมืองที่รับใช้สังคมอย่างแท้จริง
  15. ชุมชนเป็นเจ้าของกองทุนสวัสดิการชุมชน หน่วยงานและท้องถิ่นทำหน้าที่หนุนเสริม
  16. เกิดการทำงานบูรณาการร่วมกันทุกเรื่องที่อยู่ในชุมชนท้องถิ่นนำไปสู่เป้าหมายการจัดสวัสดิการถ้วนหน้า ทุกคนเข้าถึงระบบสวัสดิการ
  17. ระบบสวัสดิการชุมชน สามารถเชื่อมโยงกับหน่วยงาน ทำให้หน่วยงานเข้าใจ เห็นความสำคัญและยอมรับการทำงานของภาคประชาชน/องค์กรชุมชน
  18. ระบบสวัสดิการชุมชนเป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์จังหวัดทุกจังหวัด/อยู่ในแผนและงบประมาณของจังหวัด
  19. สามารถผลักดันทางนโยบายเพื่อหนุนเสริมระบบสวัสดิการชุมชน เช่น การประกาศวาระสวัสดิการชุมชนจังหวัด พ.ร.บ.สวัสดิการชุมชน ฯลฯ

แผนปฏิบัติการร่วมของขบวนสวัสดิการชุมชน ดังนี้

  1. ขยายฐานสมาชิกให้ครอบคลุม/กว้างขวาง ด้วยการสร้างความเข้าใจ/ปรับเปลี่ยนวิธีคิดเรื่องการดูแล ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน การพึ่งตนเอง ตั้งเป้าหมายการขยายฐานจำนวนสมาชิกเพื่อให้ครอบคลุม จัดให้มีแกนนำระดับพื้นที่ตำบลทำหน้าที่สร้างความเข้าใจและดูแลสมาชิก การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างพื้นที่
  2. สร้างความตระหนักรับรู้ ความเป็นเจ้าของร่วมในกองทุนสวัสดิการชุมชน
  3. สร้างการเชื่อมโยงขบวน/เครือข่ายสวัสดิการชุมชนในแนวราบในทุกระดับ เชื่อมโยงกับสภาองค์กรชุมชน/เป็นส่วนหนึ่งของสภาองค์กรชุมชน เพื่อทำงานร่วมและหนุนเสริมซึ่งกันและกัน
  4. พัฒนาคุณภาพคณะกรรมการ/แกนนำ/คนทำงาน/สมาชิกกองทุนสวัสดิการชุมชน ให้มีวิธีคิด อุดมการณ์ เข้าใจในหลักคิดเดิมของระบบสวัสดิการชุมชนที่มากกว่าการสมทบงบประมาณเพียงอย่างเดียว ต้องดูแลคนทุกคน/คนด้อยโอกาสในชุมชน  ต้องต่อยอดกับระบบสวัสดิการชุมชนที่มีอยู่เดิมในชุมชน ไม่ใช่แยกส่วน
  5. ใช้นวัตกรรมจากการจัดสวัสดิการชุมชนมิติต่างๆ เป็นฐานในการเชื่อมโยงสู่ชุมชนท้องถิ่นจัดการตนเอง ในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ขยายผล เผยแพร่ประชาสัมพันธ์
  6. พัฒนาคุณภาพกองทุนสวัสดิการชุมชน/การบริหารจัดการที่ดี ด้วยการติดตามสถานะกองทุน การวิเคราะห์สถานะกองทุน จัดระบบฐานข้อมูลให้เป็นปัจจุบัน ฯลฯ

จากเนื้อหาการแลกเปลี่ยนกลุ่มย่อย ได้นำมาสู่การกำหนดทิศทางการขับเคลื่อนงานสวัสดิการชุมชนวิธีการสำคัญ รวมถึงตัวชี้วัด/เป้าหมาย ดังรายละเอียดตามตาราง

ทิศทาง วิธีการสำคัญ ตัวชี้วัด/เป้าหมาย

1. อุดมการณ์ “ให้อย่างมีคุณค่า รับอย่างมีศักดิ์ศรี”

  • ปลุกจิตสำนึก/เปลี่ยนวิธีคิดให้คนเข้าใจและมีอุดมการณ์
  • สื่อสารสร้างความเข้าใจอย่างต่อเนื่อง (สื่อทุกมิติ,ศูนย์เรียนรู้สวัสดิการชุมชน)
  • พัฒนาหลักสูตรการเรียนรู้ตามเจตนารมณ์กองทุนสวัสดิการชุมชน
  • •จัดทำเนียบแกนนำที่มีอุดมการณ์ /ปราชญ์ชุมชน
  • มีแกนนำที่เข้าใจอุดมการณ์
  • มีศูนย์เรียนรู้

 

  • มีแกนนำที่เข้าใจอุดมการณ์
  • มีศูนย์เรียนรู้

2. สวัสดิการชุมชนเป็นกองทุน/กองบุญของชุมชนท้องถิ่น

  • สร้างความตระหนักในความเป็นเจ้าของกองทุนอย่างแท้จริง
  • จัดเวทีพูดคุยระหว่างกองทุน
  • เชื่อมโยงกับกลุ่มองค์กรชุมชนอื่นและสภาองค์กรชุมชนตำบล
  • เชื่อมโยงภาคีที่เกี่ยวข้องให้เห็นคุณค่า
  • เชื่อมโยงและสร้างช่องทางให้คนในชุมชนเข้าถึงข้อมูลต่างๆ
  • สัดส่วนทุนภายใน/ภายนอก
  • การมีส่วนร่วมของกลุ่มองค์กรชุมชนในตำบล
  • การเข้าถึงและการได้รับประโยชน์ของสมาชิก/บุคคลทั่วไป
  • การบริหารโดยชุมชนเป็นแกนหลัก
  • ความร่วมมือและการสนับสนุนจากอปท.
  • สัดส่วนทุนภายใน/ภายนอก
  • การมีส่วนร่วมของกลุ่มองค์กรชุมชนในตำบล
  • การเข้าถึงและการได้รับประโยชน์ของสมาชิก/บุคคลทั่วไป
  • การบริหารโดยชุมชนเป็นแกนหลัก
  • ความร่วมมือและการสนับสนุนจากอปท.

3. สามารถพึ่งตนเองได้

  • ทบทวนกติกา ข้อบังคับให้เหมาะสมและสมดุลระหว่างรายรับรายจ่าย
  • เช็คสถานะกองทุนต่างๆที่มีในตำบล เชื่อมโยงและแบ่งบทบาทการทำงานของกลุ่มต่างๆที่มีภารกิจที่เกี่ยวข้อง
  • วิเคราะห์ความเสี่ยงของกองทุนโดยมีทีมวิเคราะห์ติดตามภายในและใช้ข้อมูลอย่างรอบด้าน
  • ใช้ข้อมูลทางสถิติเพื่อการวิเคราะห์และวางแผนการบริหารจัดการกองทุน
  • •จัดทำแผนและช่องทางในการระดมทุนภายใน
  • แผนพัฒนาของตำบล 3-5ปี
  • แนวทางปฏิบัติที่จะทำให้กองทุนพึ่งตนเองได้
  • กองทุนสามารถบริหารจัดการตนเองได้
  • การเติบโตของกองทุน

 

  • กองทุนสามารถบริหารจัดการตนเองได้
  • การเติบโตของกองทุน

4. มีการบริหารจัดการที่ดีและมีส่วนร่วม

 

  • ส่งเสริมให้กองทุนเห็นความสำคัญของการจัดทำข้อมูลสมาชิก ข้อมูลกองทุนสวัสดิการ ฯลฯ
  • รายงานผลการดำเนินงานกองทุนในเวทีสาธารณะหรือการประชุมสภาองค์กรชุมชนตำบลอย่างต่อเนื่อง
  • มีระเบียบการใช้จ่ายงบประมาณที่ชัดเจน
  • พัฒนาศักยภาพคณะกรรมการกองทุน
  • จัดทำรายงานการเงินเพื่อเห็นสถานะของกองทุน
  • มีระบบข้อมูลครบถ้วน ถูกต้อง ทันสมัย
  • องค์ประกอบของคณะกรรมการที่หลากหลาย

 

  • มีระบบข้อมูลครบถ้วน ถูกต้อง ทันสมัย
  • องค์ประกอบของคณะกรรมการที่หลากหลาย

 

5. คนส่วนใหญ่เข้าถึงและมีส่วนร่วม

  • ขบวนสวัสดิการชุมชนจังหวัดสนับสนุนให้ตำบล ตั้งเป้าหมายและจัดทำแผนการขยายจำนวนสมาชิก โดยให้จังหวัดเป็นผู้รวบรวมแผนของตำบล
  • ติดตามผลการขยายจำนวนสมาชิกทุก 3 เดือน
  • จัดทำแผนรณรงค์ในทุกระดับ
  • ใช้เวทีสมัชชาจังหวัดหรือเข้าร่วมในเวทีสาธารณะทางสังคม
  • ขยายประเภทสวัสดิการให้หลากหลาย
  • เปิดช่องทางการสื่อสาร/เว็ปไซด์กลางสวัสดิการชุมชน
  • ผลักดันแผนการสนับสนุนกองทุนสวัสดิการชุมชนในแผนพัฒนาจังหวัด
  • จำนวนสมาชิกสวัสดิการชุมชนอย่างน้อย 10 ล้านคน
  • การช่วยเหลือสมาชิก
  • รายงานการรับประโยชน์จากสวัสดิการ
  • กองทุนสวัสดิการชุมชนที่ได้รับการบรรจุ/สนับสนุนจากแผนพัฒนาจังหวัด

 

  • จำนวนสมาชิกสวัสดิการชุมชนอย่างน้อย 10 ล้านคน
  • การช่วยเหลือสมาชิก
  • รายงานการรับประโยชน์จากสวัสดิการ
  • กองทุนสวัสดิการชุมชนที่ได้รับการบรรจุ/สนับสนุนจากแผนพัฒนาจังหวัด

6. เป็นกองทุน/กองบุญ เพื่อการพัฒนาทำให้คนอยู่เย็นเป็นสุขมากขึ้น

  • ส่งเสริมให้ทุกกองทุนชุมชนมีการจัดทำเป้าหมายตัวชี้วัดความสุข
  • ส่งเสริมให้คนในชุมชนมีการจัดการความรู้
  • ความหลากหลายในการช่วยเหลือและการให้พื้นที่/การฟื้นฟู
  • แก้ไขปัญหาร่วมกันของชุมชนท้องถิ่น
  • มีรายงานเรื่องราว/กรณีศึกษาของชุมชน

7. เป็นระบบสวัสดิการที่สำคัญของสวัสดิการสังคม ภายใต้วิถีวัฒนธรรมของชุมชนท้องถิ่น

  • นโยบาย ผลักดันข้อบัญญัติท้องถิ่น  แผนจังหวัด
  • มาตรการทางกฎหมาย ผลักดันกฎหมายลูกในพ.ร.บ.สวัสดิการสังคมหรือพ.ร.บ.สวัสดิการชุมชน
  • ศึกษาความเป็นไปได้ในการผลักดันมาตรการทางภาษี
  • การรายงานประจำปีของกองทุนสวัสดิการตำบล/จัดการความรู้
  • ระบบการสื่อสาร
  • บูรณาการกองทุนต่างๆที่ลงสู่ชุมชนให้เป็นกองทุนเชิงพื้นที่โดยเชื่อมโยงกับกองทุนสวัสดิการชุมชน
  • เวทีสมัชชาจังหวัดและชาติ
  • รายงานประจำปีสวัสดิการชุมชนตำบล
  • เว็ปไซด์สวัสดิการชุมชน
  • การเชื่อมโยงภาคี
  • กองทุนสวัสดิการชุมชนอย่างน้อย 10% สามารถบูรณาการกองทุนต่างๆ

 

  • รายงานประจำปีสวัสดิการชุมชนตำบล
  • เว็ปไซด์สวัสดิการชุมชน
  • การเชื่อมโยงภาคี
  • กองทุนสวัสดิการชุมชนอย่างน้อย 10% สามารถบูรณาการกองทุนต่างๆ

 สามารถดาวน์โหลดสรุปผลสัมมนาคณะทำงานสวัสดิการชุมชนฉบับเต็มตามลิงค์ด้านล่าง

 

แบ่งปัน
Submit to FacebookSubmit to Google PlusSubmit to Twitter