สัมมนาคณะทำงานสนับสนุนสวัสดิการชุมชน ระหว่างวันที่ 9-10 พฤศจิกายน 2555 ที่สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (พอช.) เพื่อทบทวนการทำงานและวางทิศทางการขับเคลื่อนสวัสดิการชุมชนในสามปีข้างหน้า มีผู้เข้าร่วมจำนวน 60 คน ประกอบด้วยคณะทำงานสนับสนุนสวัสดิการชุมชน ผู้แทนหน่วยงาน นักวิชาการ ผู้บริหารและเจ้าหน้าที่พอช.
ผู้ทรงคุณวุฒิ และนักวิชาการ ที่เข้าร่วมสัมมนา คือ นายสมพร ใช้บางยาง ที่ปรึกษาคณะ
ทำงานสนับสนุนสวัสดิการชุมชน รศ.ดร.จิตติ มงคลชัยอรัญญา อาจารย์ประจำคณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และหัวหน้าทีมโครงการศึกษาผลการดำเนินงาน และทิศทางการขับเคลื่อนโครงการสนับสนุนการจัดสวัสดิการชุมชน และ นายชินชัย ชี้เจริญ ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านมาตรฐานการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ปฏิบัติหน้าที่รองผู้อำนวยการสำนักงาน คณะกรรมการส่งเสริมการจัดสวัสดิการสังคมแห่งชาติ สำนักงานปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ รวมทั้งผู้บริหารพอช. ที่เข้าร่วมคือ นางทิพย์รัตน์ นพลดารมย์ ผู้อำนวยการ และผู้ช่วยผู้อำนวยการ ได้แก่ นายสิน สื่อสวน นางสาวพรรณทิพย์ เพชรมาก นายสมชาติ ภาระสุวรรณ และนายอัมพร แก้วหนู
ทั้งนี้ตั้งแต่มกราคม 2553 ถึงปัจจุบัน รัฐบาลได้สมทบกองทุนสวัสดิการชุมชนผ่าน พอช.จำนวน 4,246 กองทุน มีผู้ได้รับประโยชน์กว่า 2.2 ล้านคน เกิดการขับเคลื่อนสวัสดิการชุมชนจนเกิดผลกว่า 5,000 ตำบลที่มีระบบการจัดสวัสดิการชุมชนและจำนวนสมาชิกเข้าร่วมกว่า 3 ล้านคน ส่งผลให้เกิดการจัดสวัสดิการชุมชนทีมากกว่าเรื่องเกิด แก่ เจ็บ ตาย กว่า 13 ประเภท ได้แก่เรื่องการศึกษา การจัดการทรัพยากร การพัฒนาอาชีพ การแก้ปัญหาภัยพิบัติ การแก้ไขปัญหาที่ดินทำกิน เป็นต้น
ทบทวนการขับเคลื่อนงานสวัสดิการชุมชน คณะทำงานสนับสนุนสวัสดิการชุมชนและผู้เข้าร่วมสัมมนา
ร่วมแลกเปลี่ยนการขับเคลื่อนสวัสดิการชุมชนที่ผ่านมา และสรุปร่วมกันว่าสามารถเปลี่ยนแปลงชีวิตความเป็นอยู่ของคนและเปลี่ยนแปลงประเทศใน 5 เรื่อง คือ (1) หลักคิดหลักการของสวัสดิการชุมชน (2) การสร้างความสามารถในการบริหารจัดการสวัสดิการชุมชนให้ผสมผสานกับภูมิปัญญาชาวบ้าน กับหลักวิชาการสมัยใหม่ที่สอดคล้องกัน (3) มีการขับเคลื่อนระบบสวัสดิการอย่างเป็นขบวนการ (4) มีการจัดความสัมพันธ์ใหม่ระหว่างองค์กรชุมชนกับภาครัฐ ภาคเอกชนในท้องถิ่น (5) มีการพัฒนานโยบายและกฎหมาย
สังเคราะห์ภาพรวมการขับเคลื่อนสวัสดิการชุมชน 3-5 ปีข้างหน้า
คณะทำงานสนับสนุนสวัสดิการชุมชนและผู้เข้าร่วมสัมมนา ร่วมกันกำหนดเป้าหมายการเปลี่ยนแปลง ของขบวนสวัสดิการชุมชนใน 3-5 ปี พร้อมวิธีการทำงานสู่เป้าหมายที่วางไว้ สรุปสาระสำคัญได้ดังนี้
การเปลี่ยนแปลงที่อยากเห็นในปี 2560 และผลลัพธ์เชิงปริมาณ
- มีสมาชิกกองทุนสวัสดิการชุมชนทั่วประเทศเพิ่มขึ้นจาก 3 ล้านคน เป็น 10-15 ล้านคนภายในปี 2560
- เกิดการขยายฐานสมาชิกกองทุนสวัสดิการชุมชนระดับตำบลให้ครอบคลุมเกินกว่าร้อยละ 50 ของจำนวนประชากรในตำบล
- กองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลขยายครอบคลุมร้อยละ 95 ของจำนวน อปท.ทั้งหมด หรือครอบคลุมทั้งประเทศ
- มีแกนนำระดับจังหวัดที่มีความเข้าใจ สามารถเป็นพี่เลี้ยงเรื่องระบบสวัสดิการชุมชนได้อย่างน้อยจังหวัดละ 25 คน (1,926 คน)
- มีแกนนำระดับตำบลที่สนับสนุนการขับเคลื่อนระดับพื้นที่อย่างน้อยตำบลละ 5 คน
- มีแกนนำรุ่นใหม่ที่เข้าใจแนวคิด อุดมการณ์สวัสดิการอย่างลึกซึ้ง ประมาณ 50,000 คน
การเปลี่ยนแปลงที่อยากเห็นในปี 2560 และผลลัพธ์เชิงคุณภาพ
- เกิดระบบสวัสดิการของภาคประชาชนที่ครอบคลุม ทุกกลุ่มเป้าหมายทุกชนชั้น คนชายขอบอย่างทั่วถึงและเพียงพอต่อการดำรงชีวิต
- สามารถขยายแนวคิดให้ทุกคนเห็นคุณค่าระบบสวัสดิการชุมชน
- ระบบสวัสดิการชุมชน ต้องนำไปสู่การสร้างความร่วมมือร่วมใจของทุกคนในชุมชน เป็นศูนย์รวมของทุกคน ทุกกลุ่ม ไม่จำกัดเฉพาะสมาชิก/บางกลุ่ม
- ระบบสวัสดิการชุมชนสามารถพึ่งตนเองได้ มีความยั่งยืน
- ระบบสวัสดิการชุมชนสามารถเชื่อมโยงกลุ่มองค์กรชุมชนที่หลากหลาย เป็นเครือข่ายเพื่อช่วยเหลือเกื้อกูลกันที่ครอบคลุมทุกพื้นที่/เป็นพื้นที่กลาง (สวัสดิการชุมชนเป็นเครื่องมือ สภาองค์กรชุมชนขับเคลื่อน)
- ระบบสวัสดิการชุมชนเป็น “สวัสดิการหลัก” หรือยกระดับจาก “สวัสดิการทางเลือก” เป็น “สวัสดิการหลัก”
- องค์กรสวัสดิการชุมชนสามารถจัดการตนเองในด้านต่างๆ ช่วยแก้ปัญหาของคนในชุมชน จัดระบบสวัสดิการได้หลากหลาย และจัดสวัสดิการร่วมกับหน่วยงานได้
- ระบบสวัสดิการชุมชนเป็นฐานข้อมูลรวมของสมาชิกจากระดับพื้นที่ มีระบบฐานข้อมูลที่ชัดเจนในระดับจังหวัด และฐานข้อมูลกลาง สามารถใช้ในการเชื่อมโยงงานพัฒนาระหว่างชุมชน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
- เกิดการยกระดับกองทุนสวัสดิการชุมชนเป็นกองทุน/สถาบันฯ/ธนาคารประชาชน บูรณาการกับองค์การการเงิน เพื่อการพัฒนาและแก้ไขปัญหา เชื่อมโยงสู่ชุมชนท้องถิ่นจัดการตนเอง
- ระบบสวัสดิการชุมชนมีความเข้มแข็งและมีระบบการบริหารจัดการที่ดี มีคุณภาพ โปร่งใส ตรวจสอบได้ มีการรายงานผลอย่างต่อเนื่อง
- มีการนำแนวคิด อุดมการณ์ของระบบสวัสดิการชุมชนไปปฏิบัติการได้จริง เกิดการแก้ไขปัญหาอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อการเรียนรู้ เผยแพร่ประชาสัมพันธ์
- ระบบสวัสดิการชุมชนสามารถรองรับปัญหาของคนในพื้นที่ได้มากกว่าสวัสดิการพื้นฐาน (เกิด แก่ เจ็บ ตาย) เช่น เรื่องปากท้อง ปัจจัยการผลิต (ที่ดิน) ฯลฯ รวมถึงรับมือกับการเปลี่ยนแปลงจากภายนอกได้ เช่น ภัยธรรมชาติ ประชาคมอาเซียน เป็นต้น
- ระบบสวัสดิการชุมชนเป็นพื้นฐานสำคัญในการสร้างการเปลี่ยนแปลงประกอบด้วย
(13.1) เปลี่ยนแปลงสังคมโดยชุมชนท้องถิ่นสู่การอยู่ดีมีสุข
(13.2) เปลี่ยนแปลงโครงสร้างการพัฒนาสังคมและประเทศ
(13.3) เปลี่ยนระบบงบประมาณโดยชุมชนท้องถิ่นเป็นผู้กำหนด
(13.4) เปลี่ยนแปลงตัวชี้วัดรายได้สังคมมาเป็นตัวชี้วัดความสุขของสังคม - ระบบสวัสดิการชุมชนเป็นฐานในการสร้างผู้นำ/พลเมืองที่รับใช้สังคมอย่างแท้จริง
- ชุมชนเป็นเจ้าของกองทุนสวัสดิการชุมชน หน่วยงานและท้องถิ่นทำหน้าที่หนุนเสริม
- เกิดการทำงานบูรณาการร่วมกันทุกเรื่องที่อยู่ในชุมชนท้องถิ่นนำไปสู่เป้าหมายการจัดสวัสดิการถ้วนหน้า ทุกคนเข้าถึงระบบสวัสดิการ
- ระบบสวัสดิการชุมชน สามารถเชื่อมโยงกับหน่วยงาน ทำให้หน่วยงานเข้าใจ เห็นความสำคัญและยอมรับการทำงานของภาคประชาชน/องค์กรชุมชน
- ระบบสวัสดิการชุมชนเป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์จังหวัดทุกจังหวัด/อยู่ในแผนและงบประมาณของจังหวัด
- สามารถผลักดันทางนโยบายเพื่อหนุนเสริมระบบสวัสดิการชุมชน เช่น การประกาศวาระสวัสดิการชุมชนจังหวัด พ.ร.บ.สวัสดิการชุมชน ฯลฯ
แผนปฏิบัติการร่วมของขบวนสวัสดิการชุมชน ดังนี้
- ขยายฐานสมาชิกให้ครอบคลุม/กว้างขวาง ด้วยการสร้างความเข้าใจ/ปรับเปลี่ยนวิธีคิดเรื่องการดูแล ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน การพึ่งตนเอง ตั้งเป้าหมายการขยายฐานจำนวนสมาชิกเพื่อให้ครอบคลุม จัดให้มีแกนนำระดับพื้นที่ตำบลทำหน้าที่สร้างความเข้าใจและดูแลสมาชิก การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างพื้นที่
- สร้างความตระหนักรับรู้ ความเป็นเจ้าของร่วมในกองทุนสวัสดิการชุมชน
- สร้างการเชื่อมโยงขบวน/เครือข่ายสวัสดิการชุมชนในแนวราบในทุกระดับ เชื่อมโยงกับสภาองค์กรชุมชน/เป็นส่วนหนึ่งของสภาองค์กรชุมชน เพื่อทำงานร่วมและหนุนเสริมซึ่งกันและกัน
- พัฒนาคุณภาพคณะกรรมการ/แกนนำ/คนทำงาน/สมาชิกกองทุนสวัสดิการชุมชน ให้มีวิธีคิด อุดมการณ์ เข้าใจในหลักคิดเดิมของระบบสวัสดิการชุมชนที่มากกว่าการสมทบงบประมาณเพียงอย่างเดียว ต้องดูแลคนทุกคน/คนด้อยโอกาสในชุมชน ต้องต่อยอดกับระบบสวัสดิการชุมชนที่มีอยู่เดิมในชุมชน ไม่ใช่แยกส่วน
- ใช้นวัตกรรมจากการจัดสวัสดิการชุมชนมิติต่างๆ เป็นฐานในการเชื่อมโยงสู่ชุมชนท้องถิ่นจัดการตนเอง ในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ขยายผล เผยแพร่ประชาสัมพันธ์
- พัฒนาคุณภาพกองทุนสวัสดิการชุมชน/การบริหารจัดการที่ดี ด้วยการติดตามสถานะกองทุน การวิเคราะห์สถานะกองทุน จัดระบบฐานข้อมูลให้เป็นปัจจุบัน ฯลฯ
จากเนื้อหาการแลกเปลี่ยนกลุ่มย่อย ได้นำมาสู่การกำหนดทิศทางการขับเคลื่อนงานสวัสดิการชุมชนวิธีการสำคัญ รวมถึงตัวชี้วัด/เป้าหมาย ดังรายละเอียดตามตาราง
| ทิศทาง | วิธีการสำคัญ | ตัวชี้วัด/เป้าหมาย |
|
1. อุดมการณ์ “ให้อย่างมีคุณค่า รับอย่างมีศักดิ์ศรี” |
|
|
|
2. สวัสดิการชุมชนเป็นกองทุน/กองบุญของชุมชนท้องถิ่น |
|
|
|
3. สามารถพึ่งตนเองได้ |
|
|
|
4. มีการบริหารจัดการที่ดีและมีส่วนร่วม
|
|
|
|
5. คนส่วนใหญ่เข้าถึงและมีส่วนร่วม |
|
|
|
6. เป็นกองทุน/กองบุญ เพื่อการพัฒนาทำให้คนอยู่เย็นเป็นสุขมากขึ้น |
|
|
|
7. เป็นระบบสวัสดิการที่สำคัญของสวัสดิการสังคม ภายใต้วิถีวัฒนธรรมของชุมชนท้องถิ่น |
|
|
สามารถดาวน์โหลดสรุปผลสัมมนาคณะทำงานสวัสดิการชุมชนฉบับเต็มตามลิงค์ด้านล่าง


