น่านเป็นหนึ่งในหลายๆจังหวัดที่ สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน หรือพอช. ได้สนับสนุนการปฏิรูประบบข้อมูล ซึ่งดำเนินการขบวนชุมชนในระดับตำบลและจังหวัด ร่วมกับหน่วยงานและภาคีการพัฒนาที่เกี่ยวข้อง โดยมีเป้าหมายเข้มข้นใน ๒๕ ตำบล จากพื้นที่ทั้งหมด ๙๙ ตำบล
ในจังหวัดน่านมีงานพัฒนาที่ดำเนินการโดยขบวนชุมชนซึ่งพอช.สนับสนุนใน ๙๗ ตำบล ประเด็นงานพัฒนาที่สำคัญ ได้แก่การจัดการภัยพิบัติ การจัดทำแผนแม่บทชุมชน การแก้ปัญหาที่อยู่อาศัยภายใต้โครงการบ้านมั่นคง การแก้ปัญหาที่ดินและบ้านมั่นคงชนบท การจัดการทรัพยากรที่ครอบคลุมเรื่อง ดิน น้ำ ป่า การพัฒนาระบบเกษตรเพื่อสร้างพื้นที่ความมั่นคงทางอาหาร การพัฒนาองค์กรการเงินชุมชน การส่งเสริมสวัสดิการชุมชนระดับตำบล ฯลฯ
การจัดการทรัพยากร ดิน น้ำ ป่าและความมั่นคงเรื่องอาหาร
คือประเด็นร่วมในการจัดการข้อมูลเพื่อการพัฒนา
การจัดการข้อมูลของชุมชนระดับจังหวัด มีข้อตกลงในประเด็นร่วม ๓ เรื่องสำคัญคือ ๑.การ
จัดการทรัพยากรที่ครอบคลุมเรื่อง ดิน น้ำ ป่า ๒.การพัฒนาระบบเกษตรเพื่อสร้างความมั่นคงทางอาหาร ๓.การพัฒนาองค์กรการเงินและระบบสวัสดิการชุมชน เนื่องจากประชาชนส่วนใหญ่อาศัยในพื้นที่ๆไม่มีกรรมสิทธิ์ในที่ดินทำกินทั้งในพื้นที่ป่าสงวน พื้นที่อุทยาน ซึ่งจะเกี่ยวข้องกับการจัดการทรัพยากรดิน น้ำ ป่า และการพัฒนาระบบเกษตร ทั้งนี้การปฏิรูประบบข้อมูลจะส่งผลต่อการรายงานการพัฒนาของขบวนชุมชนจังหวัด ที่แสดงให้เห็นสถานการณ์ความก้าวหน้าของงานพัฒนาในทุกประเด็นงาน พร้อมอุปสรรคของการทำงาน และทิศทางของการพัฒนาในระดับตำบล/จังหวัด โดยเป้าหมายการปฎิรูปข้อมูล มีอยู่ ๒ ระดับคือ คือระดับตำบลต้องการให้เกิด ๑ ตำบล ๑ แผนพัฒนา และในระดับจังหวัดคือน่านจัดการตนเอง
ต้นทุนการพัฒนาสู่ตำบลจัดการตนเอง
พื้นที่จ.น่าน มีการขับเคลื่อนงานพัฒนาที่เป็นต้นทุนไปสู่การยกระดับเป็นแผนพัฒนาระดับตำบลหลายด้าน เช่นมีพื้นที่ได้มีการจัดทำข้อมูลภายใต้งานแผนแม่บทชุมชนจำนวน ๖๙ ตำบล หนึ่งในจำนวนดังกล่าวได้ยกระดับเป็นแผนพัฒนาสังคม เศรษฐกิจ ทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมของชุมชนตำบลบัวใหญ่เมื่อปี ๒๕๕๔ และตั้งแต่ปี ๒๕๕๑ มีพื้นที่ๆจดแจ้งจัดตั้งเป็นสภาองค์กรชุมชนตำบล ๔๗ แห่ง เพื่อเป็นเวทีกลางในการเชื่อมโยงและแก้ปัญหาสาธารณะของชุมชนท้องถิ่น ในปี ๒๕๕๕ มีพื้นที่ๆเข้าสู่กระบวนการจัดทำผังชุมชน เพื่อนำไปสู่การแก้ปัญหาที่ดินทำกินของชุมชนและแผนพัฒนาระดับตำบลเพื่อแก้ปัญหาของชุมชนในทุกด้านจำนวน ๑๗ ตำบล จากพื้นที่ๆทำงานด้านที่ดิน ๒๗ ตำบล
ตัวอย่างแผนพัฒนาตำบลและการจัดการตนเองของขบวนชุมชนในระดับตำบล
แผนพัฒนาสังคม เศรษฐกิจ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของตำบลบัวใหญ่
นางฑิฆัมพร กองสอน ประธานสภาองค์กรชุมชนตำบลบัวใหญ่
เปิดเผยว่า แผนสังคม เศรษฐกิจ ทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมตำบลบัวใหญ่ เป็นพัฒนาการและยกระดับจากแผนชุมชนตำบลบัวใหญ่ ที่ได้เริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ปี ๒๕๔๒ มีเป้าหมายเพื่อสร้างสังคมอยู่เย็น อยู่ดีมีสุข ที่เกิดจากกระบวนการมีส่วนร่วมของกลุ่มเครือข่ายองค์กรชุมชนในตำบลจำนวน ๑๐๕ องค์กร พร้อมกำนัน และผู้ใหญ่บ้านในทุกหมู่บ้าน การทำแผนแม่บทชุมชนในช่วงที่ผ่านมา ทำให้รู้ข้อมูลทุกเรื่องของชุมชน รวมทั้งข้อมูลที่เป็นต้นทุนหรือศักยภาพของตำบล ส่งผลให้มีการดำเนินงานพัฒนาเพื่อแก้ปัญหาของชาวบ้านในด้านต่างๆ เช่นโครงการบ้านมั่นคงชนบท ที่ช่วยแก้ปัญหาบ้านให้ครัวเรือนที่ยากจนกว่า ๑๕๐ ครัวเรือน โครงการแก้ปัญหาที่ดินทำกินในรูปแบบหนังสือรับรองการครอบครองที่ดินจากท้องถิ่น ท้องที่ให้ประชาชนได้ทำกิน ๓๗๔ ราย จำนวน ๑๕๓๖ แปลง การกันพื้นที่ร่วมกับอุทยานแห่งชาติขุนสถานเพื่อดูแลรักษาป่าชุมชนจำนวน ๓,๐๐๐ ไร่ การส่งเสริมจัดตั้งสถาบันการเงินของชุมชน ซึ่งปัจจุบันมีเงินทุนกว่า ๑๑ ล้านบาท และการส่งเสริมระบบสวัสดิการชุมชนเป็นต้น
การยกระดับแผนชุมชนเป็นแผนสังคม เศรษฐกิจ สังคมและทรัพยากรธรรมชาติและสิ่ง
แวดล้อม เพื่อเป็นทิศทางการพัฒนาชุมชนท้องถิ่นระดับตำบล กรณีตำบลบัวใหญ่ อ.นาน้อย จ.น่านจึงเป็นตำบลแรกๆ ที่มีการจัดทำแผนสังคม เศรษฐกิจฯ ดังกล่าว โดยแผนงานด้านเศรษฐกิจมีเป้าหมายเพื่อสร้างความมั่นคงทางด้านอาหารให้กับ ๑,๑๓๔ ครัวเรือนในตำบล ซึ่งปัจจุบันชุมชนต้องใช้เงินในการซื้ออาหารที่สำคัญเช่นข้าวสารปีละ ๒๘.๕ ล้านบาท การปลดหนี้ทั้งในและนอกระบบของคนในชุมชน ซึ่งปัจจุบันคนชุมชนมีหนี้ กว่า ๒๐๐ ล้านบาท แผนงานด้านสังคมและสิ่งแวดล้อมมีเป้าหมายเพื่อสร้างสังคมมีสุข แผนงานด้านทรัพยากรมีเป้าหมายเพื่อนำน้ำจากแหล่งน้ำในชุมชนมาใช้เพื่อการเกษตรอย่างเพียงพอ ซึ่งในชุมชนมีลำห้วยกว่า ๒๐๐ ห้วย โดยมีโครงการพัฒนากว่า ๑๐๐ โครงการ ภายใต้สามแผนหลักดังกล่าว ซึ่งบางโครงการได้บรรจุอยู่ในแผนงานของท้องถิ่นอยู่แล้ว เป็นต้น
แผนดังกล่าวได้การลงนามสนับสนุนแผนฯของตำบลของหน่วยงานต่างๆ ซึ่งมีทั้งหน่วยงานในพื้นที่และส่วนกลางได้แก่อบต. บัวใหญ่ อบจ.น่าน นายอำเภอนาน้อย ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบัวใหญ่ เครือข่ายแผนชีวิตชุมชน สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน กรมการปกครอง กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กรมการพัฒนาชุมชน สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ มูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ และสำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ เป็นต้น
การจัดการตนเองเพื่อแก้ปัญหาสาธารณะของประชาชนในตำบลงอบ
นายเจริญ พานิช ประธานสภาองค์กรชุมชนตำบลงอบ ระบุว่าตำบลงอบ อ.ทุ่งช้าง จ.น่าน เป็นหนึ่งในพื้นที่ ๑๗ ตำบลของจ.น่าน ที่ได้ร่วมกระบวนการจัดทำผังชุมชน เพื่อแก้ปัญหาที่ดินทำกินและวางแผนพัฒนาระดับตำบล ซึ่งมีประชากร ๕,๖๗๒ คน ใน ๑๑ หมู่บ้าน ประชาชนมีปัญหาในเรื่องที่ดินทำกินเนื่องจากส่วนใหญ่อยู่ในพื้นที่ๆไม่มีเอกสารสิทธิ์ ปัญหาเรื่องรายได้และไม่มีตลาดรองรับผลผลิตทางด้านการเกษตร ปัญหาการปลูกพืชเชิงเดียว และภัยพิบัติ เป็นต้น
นายเจริญ ให้ข้อมูลว่า แผนพัฒนาที่จะนำไปสู่การแก้ปัญหาของชุมชนในตำบลงอบ ที่สอดคล้องกับปัญหาของชาวบ้านต้องดำเนินการในสามเรื่องคือ การแก้ปัญหาที่ดินทำกิน การพัฒนาแผนที่ทางน้ำเพื่อทำการเกษตรและแก้ปัญหาการปลูกพืชเชิงเดี่ยว และแผนการพัฒนาที่อยู่อาศัย ที่ผ่านมาตนเห็นว่าการแผนงานและข้อเสนอกดดันระดับนโยบายจะไม่ส่งผลอะไรมากมาย หากคนในพื้นที่ ไม่ช่วยกันทำตัวอย่างของพื้นที่รูปธรรม ทำให้เห็นผลความสำเร็จในระดับหนึ่งเมื่อขอความร่วมมือจากหน่วยงานจะง่ายขึ้น
การพัฒนาระบบน้ำ ในพื้นที่หมู่ ๙ ก่อนปี ๒๕๕๓ เป็นพื้นที่ปลูกพืชเชิงเดี่ยวคือปลูกข้าวโพดอย่างเดียว ใช้ปุ๋ยเคมีเต็มพื้นที่ เมื่อเรามีแผนฟื้นฟูที่ดินทำกินและทำเกษตรแบบผสมผสาน ต้องแก้ปัญหาที่ระบบน้ำเพื่อรองรับการทำเกษตรแบบผสมผสาน จึงชวนชาวบ้านที่ทำกินในพื้นที่ป่าสงวน ๒,๘๙๒ ไร่ สำรวจแหล่งน้ำในป่าต้นน้ำ เราได้แหล่งน้ำจากห้วยแสตง ซึ่งเป็นลำห้วยใหญ่ เสนอสส.นก. ฝ่ายทหารเพื่อการพัฒนา พัฒนาระบบน้ำ ทำผังพักน้ำ ส่งผลให้เกษตรกรในพื้นที่กว่า ๖๕ ราย ได้ปรับเปลี่ยนวิถีชีวิต จากที่เคยปลูกข้าวโพดอย่างเดียว มาปลูกข้าว ส้ม เงาะ ยางพารา การเลี้ยงปลาในพื้นที่ การแก้ปัญหาระบบน้ำในตำบลมีแผนขยายในอีก ๓ หมุ่บ้านคือ หมู่ ๒ , ๓ ,๘ เมื่อรวมหมู่ ๙ จะครอบคลุมพื้นที่กว่า ๑,๓๐๐๐ ไร่ ซึ่งในตำบลงอบมีป้าต้นน้ำเยอะ เมื่อแก้ระบบน้ำได้ ความมั่นคงทางอาหารก็จะตามมา
เขตผ่อนปรนเพื่อแก้ปัญหาที่ดินทำกิน ในด้านการแก้ปัญหาที่ดินทำกินในช่วงที่ผ่านมานายเจริญ เล่าว่าเมื่อปี ๒๕๔๙ ได้มีความพยายามในการขอใช้พื้นที่เพื่อการทำกินของประชาชนซึ่งเป็นที่ดินของอุทยานแห่งชาติ เรียกว่าขอเป็นเขตผ่อนปรนในพื้นที่หมู่ ๑๑ เพราะหากไม่มีพื้นที่ผ่อนปรน พี่น้องชนเผ่าก็จะจับจองและขยายพื้นที่ทำกินไปเรื่อย เมื่อเขาบุกพื้นที่เพิ่ม ทางราชการก็จะจับกุม เกิดปัญหาไม่สิ้นสุด ทางชุมชนได้เสนออุทยานแห่งชาติดอยภูคา จัดทำโครงการจัดการพื้นที่คุ้มครองอย่างมีส่วนร่วม อุทยานแห่งชาติดอยภูคา ซึ่งดำเนินการสำเร็จในปี ๒๕๕๔ พื้นที่ดังกล่าวคือชุมชนมณีพฤกษ์ ในปัจจุบัน ครอบคลุมพื้นที ๑,๙๔๖ ไร่ เป็นที่อาศัยและทำกินของชนเผ่าม้งและลั๊ว ได้มีการทำกฎระเบียบในการอยู่อาศัยและที่ดินทำกิน โดยในหมู่บ้านมีคณะกรรมการจอมป่า หน่วยงานที่สนับสนุนคืออุทยานแห่งชาติดอยภูคา สำนักทรัพยากรธรรมชาติลุ่มน้ำโขง ทหารในพื้นที่ กรมการพัฒนาพื้นที่ราบสูงลุ่มน้ำน่านตามแนวพระราชดำริ และมูลนิธิรักษ์ไทย
การแก้ปัญหาภัยพิบัติแผ่นดินแยก
เมื่อเดือนกันยายน ๒๕๕๔ ได้พบรอยแยกผ่านหมู่บ้านจำนวน ๓ รอย และจากข้อมูลการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่กรมทรัพยากรธรณีพบรอยแยกยาวประมาณ ๑๐๐-๓๐๐ เมตร ผ่าน
ใต้ถุน บริเวณบ้านและรอบๆ หมู่ ๑๑ จากภาวะดินแยกและดินสไลด์รอบๆ พื้นที่บ้านมณีพฤกษ์ ส่งผลให้สภาพความเป็นอยู่ของชุมชนเปลี่ยนแปลงไป ชาวบ้านขาดความมั่นคงทางด้านจิตใจ และไม่มั่นคงในบ้านเรือนที่อยู่อาศัย และชุมชนอยู่ในภาวะเสี่ยงต่อการเกิดแผ่นดินแยก ทรุดตัวและแผ่นดินถล่มในช่วงฤดูฝน จึงได้มีการสำรวจครัวเรือนที่มีความเสี่ยงในการอยู่อาศัย ในขั้นต้องรื้อย้ายมีจำนวน ๗๖ ครัวเรือน โดยเป็นพื้นที่บ้านมณีพฤกษ์ ๑ จำนวน ๔๐ ครัวเรือน และบ้านมณีพฤกษ์ ๒ จำนวน ๓๖ ครัวเรือน อุทยานแห่งชาติดอยภูคำ ได้ผ่อนปรนให้ชาวบ้านได้ใช้ที่ดินเพื่อสร้างบ้าน ซึ่งในวันนี้บ้านมณีพฤกษ์ ๒ หมู่ ๑๑ ได้ลงมือสร้างบ้านใหม่แล้วกว่า ๓๐ หลัง
การแก้ปัญหาของชุมชน ต่อภัยพิบัติแผ่นดินแยก เป็นความร่วมมือของทั้งท้องถิ่นท้องที่และใช้เวทีสภาองค์กรชุมชนในการแก้ไขปัญหาของชุมชน สำหรับในพื้นที่ตำบลงอบ เน้นเรื่องการจัดการภัยพิบัติ เพราะเป็นพื้นที่บนดอย ที่ผ่านมาสภาองค์กรชุมชนได้เชิญเจ้าหน้าที่มาพูดคุยเรื่องภัยพิบัติร่วมกับชาวบ้าน เพื่อตั้งคณะทำงานและกองทุนภัยพิบัติระดับตำบล มีกระบวนการทำผังชุมชน ทำแผนชีวิต วางแผนให้ชาวบ้านร่วมดูแลพื้นที่ป่า ให้รู้จักปกป้องทรัพยากร เพื่อความมั่นคงปลอดภัยในชีวิตของเขาเอง
ผังตำบลสู่การแก้ปัญหาที่ดินและแผนพัฒนาระดับตำบล
ในด้านการใช้ผังตำบลเป็นเครื่องมือสู่การแก้ปัญหาที่ดินของชุมชน จากสภาพปัญหาที่ชาวบ้านในกว่า ๒๐๐ หมุ่บ้านทั้ง ๑๓ อำเภอมีปัญหาในเรื่องไม่มีเอกสารสิทธิ์ในที่ดินทำกิน เนื่องจากพื้นที่ส่วนใหญ่ในจ.น่านเป็นพื้นที่ป่าสงวนและเขตอุทยาน เครือข่ายชุมชนแก้ปัญหาที่ดินทำกินในชนบท ๑๗ ตำบล จึงได้ใช้กระบวนการจัดทำผังชุมชนเพื่อแก้ปัญหาที่ดินทำกินและจัดทำแผนพัฒนาระดับตำบล โดยในปัจจุบัน มีการแก้ปัญหาที่ดินทำกินรูปแบบของการรับรองการใช้สิทธิในที่ดินร่วมกันของประชาชนที่เดือดร้อน หรือเป็นพื้นที่ในเขตผ่อนปรน ใน ๔ ตำบล คือ ตำบลบัวใหญ่ ตำบลงอบ ตำบลเมืองลี ตำบลศรีษะเกษ สามารถแก้ปัญหาให้ประชาชนในเรื่องที่ดินทำกินกว่า ๔,๐๐๐ ครัวเรือน
หลากหลายต้นทุนการพัฒนาสู่ตำบลจัดการตนเอง
ในปัจจุบันขบวนชุมชนในจ.น่าน ได้ใช้เครื่องมือหลายๆด้าน ตามสภาพความพร้อมและต้นทุนการพัฒนาในพื้นที่ เพื่อขับเคลื่อนให้เกิดแผนพัฒนาระดับตำบล และไปให้ให้ถึงการจัดการตนเองของชุมชนท้องถิ่นระดับตำบล ด้วยการเริ่มจากเรื่องใดเรื่องหนึ่งที่เป็นปัญหาร่วมหรือประเด็นสาธารณะของประชาชนในตำบลนั้นๆ
และเมื่อนักพัฒนาสังคมมีความหวังและมีแผนไปสุ่จังหวัดจัดการตนเอง ตำบลจัดการตนเองจึงเป็นงานสำคัญของการรองรับจังหวัดจัดการตนเองที่แข็งแรงที่สุด


