อำนาจเจริญ/ เมื่อวันที่ 20 ธันวาคม 2555 ที่ผ่านมา เครือข่ายสวัสดิการชุมชนจังหวัดอำนาจเจริญ ร่วมกับ องค์การบริหารส่วนจังหวัดอำนาจเจริญ พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดอำนาจเจริญ เทศบาลตำบลเปือย และสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (พอช.) จัดงาน “10 ปี สวัสดิการชุมชน โฮมบุญ โฮมคนอำนาจเจริญ สู่จังหวัดอยู่ดีมีสุข” สวัสดิการชุมชน เพื่อร่วมสร้างสังคมสวัสดิการ ณ วัดโพธิ์ศิลา ต.เปือย อ.ลืออำนาจ จ.อำนาจเจริญ โดยมีตัวแทนกองบุญสวัสดิการจาก 63 ตำบล ตัวแทนขบวนองค์กรชุมชน 6 จังหวัดอีสานใต้ และหน่วยงานภาคีเข้าร่วมงานกว่า 500 คน โดยได้ผู้ว่าราชการจังหวัดอำนาจเจริญ ร่วมเป็นประธานในพิธี
นายวิรัตน์ ชื่นวาริน ผู้ว่าราชการจังหวัดอำนาจเจริญ กล่าวนำประกาศโองการสวัสดิการสู่สังคมอยู่ดีมีสุขคนอำนาจเจริญ โดยกล่าวว่า 10 ปีที่ผ่านมา ภาคประชาชนมุ่งสร้างสังคมสวัสดิการ ซึ่งเห็นความก้าวหน้า ความตั้งใจพร้อมเพียง ถ้าจะไม่มารับรู้รับทราบคงไม่ได้ การดำเนินงานต่อไปทางจังหวัดจะเข้ามาสนับสนุนการดำเนินงานร่วมกันต่อไปให้เกิดความชัดเจน
ทั้งนี้เนื่องในโอกาสครบรอบ 1 ทศวรรษของการขับเคลื่อนงานสวัสดิการชุมชนคนอำนาจเจริญ นับเป็นกระบวนการฟื้นฟูระบบชุมชน เพื่อสร้างหลักประกันให้เกิดความมั่นคงกับชีวิตตั้งแต่เกิดจนตาย
ที่ผ่านมาขบวนองค์กรชุมชนอำนาจเจริญได้ก่อรูปขบวนจากองค์ความรู้การวิจัยในเรื่ององค์กรการเงินสู่การจัดสวัสดิการภาคประชาชน โดยเริ่มปฏิบัติการจาก 3 พื้นที่ตำบลในปี 46 คือ ตำบลนาผือ ตำบลเปือย และตำบลเสนานิคม โดยได้รับบารมีจากพระเดชพระคุณท่าน 4 รูป คือ พระครูอุดม โพธิกิต, พระครูโสติธรรม มโกศล, พระครูสุธิเศษวรกิจ และพระครูมงคล วรรัตน์ เป็นประธานในการขับเคลื่อนแต่ละพื้นที่
และได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงานภาคีที่เกี่ยวข้องในการขับเคลื่อน ที่ประกอบด้วย พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดอำนาจเจริญ องค์การบริหารส่วนจังหวัดอำนาจเจริญ และสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) และหน่วยงานอื่นๆ ในจังหวัด รวมถึงองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ที่ให้การสนับสนุนและขยายการจัดตั้งกองทุนสวัสดิการชุมชนครบทุกพื้นที่ 63 ตำบล/เทศบาล ในจังหวัดอำนาจเจริญซึ่งมีสมาชิกกองทุนสวัสดิการชุมชนรวมกันมากถึง 57,714 คน และมีเงินกองทุนรวม 83,660,658 ล้านบาท เงินกองทุนดังกล่าวเกิดจากการออมของสมาชิกกองทุน 65,052,640 ล้านบาท และได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลผ่าน พอช. 26,930,365 ล้านบาท และได้รับการสมทบจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 682,000 บาท
ซึ่งเป็นเรื่องที่น่ายินดียิ่ง ถือเป็นกระบวนการพัฒนาแนวใหม่ที่ขบวนองค์กรชุมชนทั้ง 63 ตำบล/เทศบาลในจังหวัดอำนาจเจริญ ได้ร่วมมือกับหน่วยงานและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในจังหวัดอำนาจเจริญ จึงประสบความสำเร็จในการดำเนินงานได้มากขนาดนี้
ผู้ว่าฯ กล่าวต่อว่า นับเป็นความสำเร็จที่ประชาชนร่วมกันเสียสละออมบุญวันละ 1 บาท สมทบกองทุนสวัสดิการชุมชน เพื่อสร้างหลักประกันที่มั่นคงให้กับชีวิตตนเองและเพื่อนในสังคม เรียนรู้การให้อย่างมีคุณค่าจึงได้รับสวัสดิการตอบแทนอย่างมีศักดิ์ศรี ดังคำกล่าวที่ว่า “สุโข ปุญญัสสะ อุจจะโย การสั่งสมบุญ นำความสุขมาให้”
ในโอกาสที่พวกเราทั้งหลายได้มารวมกันในวันนี้ก็เพื่อแสดงความชื่นชมยินดีกับความสำเร็จในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา และจะเป็นหลักประกันที่สำคัญที่เราจะประกาศร่วมกันว่าจะพัฒนาสวัสดิการชุมชนเพื่อร่วมสร้างสังคมสวัสดิการให้เกิดขึ้น โดยความร่วมมือของขบวนองค์กรชุมชนและหน่วยงานต่างๆ ในระดับจังหวัด รวมถึงองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่เป็นกลไกสำคัญในระดับพื้นที่
ตามธรรมนูญประชาชนฅนอำนาจเจริญ ฉบับที่ 1 พ.ศ. 2555 หมวด 4 ด้านสังคม มีหลักการสำคัญเพื่อให้สังคมอยู่เย็นเป็นสุขร่วมกันโดยมรเป้าหมายในการสร้างชุมชนเข้มแข็ง ผู้คนฮักแพง แบ่งปัน สานต่อวัฒนธรรมประเพณี สังคมอยู่ดีมีสุข ห่างไกลยาเสพติด ไร้สารพิษ และปลอดอบายมุข
โดยใช้สภากลางของตำบลร่วมกันจัดสวัสดิการชุมชนให้กับประชาชนและคนด้อยโอกาส ให้ครอบคลุมในทุกด้านอย่างทั่วถึง ซึ่งมีปรัชญาสำคัญ คือ “ให้อย่างมีคุณค่า รับอย่างมีศักดิ์ศรี เพื่อความอยู่เย็นเป็นสุขของชาวอำนาจเจริญสืบไป ผู้ว่าฯ กล่าว
ด้านนายวิรัตน์ สุขกุล ผู้ประสานงานเครือข่ายสวัสดิการชุมชน จ.อำนาจเจริญ กล่าวว่า นับจากปี 2546 ถึงปัจจุบันคือ 1 ทศวรรษแห่งการขับเคลื่อนสวัสดิการชุมชน ได้ก่อให้เกิดกองบุญสวัสดิการเต็มพื้นที่ 63 ตำบล มีเงินกองทุนรวม 83,660,658 ล้านบาท โดยได้จัดสวัสดิการครอบคลุม 12 ประเภท ตั้งแต่เกิดจนตาย และนับเป็นจังหวัดแรกของประเทศไทยที่สามารถจัดตั้งกองทุนได้ครอบคลุมพื้นที่ทั้งจังหวัด
ซึ่งเงินกองบุญสวัสดิการ ที่มีรวมสมาชิก 57,714 คน คิดเป็นร้อยละ 15.39 ของประชากรทั้งจังหวัด เป็นเงินที่พี่น้องออมวันละบาท 56,052,640 ล้านบาท คิดเป็น 67% รัฐสมทบผ่าน พอช.จำนวน 26,930,356 ล้านบาท คิดเป็น 32.19% และมาจากการสมทบของท้องถิ่น 682,000 บาท คิดเป็นร้อยละ 0.18%
นอกจากกองทุนสวัสดิการจะสามารถจัดสวัสดิการพื้นฐานครอบคลุมการ เกิด แก่ เจ็บ ตาย และอื่นๆรวม 12 ประเภท แล้ว ยังก่อให้เกิดการฟื้นฟูระบบคุณค่า ทุนทางสังคมที่มีอยู่เดิมในชุมชนมาประยุกต์ใช้อย่างสอดคล้องกับวิถีปัจจุบัน ก่อให้เกิดการเชื่อมโยงคน และงานพัฒนาด้านต่างๆ การช่วยเหลือดูแลกันยามเกิดปัญหาภัยพิบัติ เกิดการริเริ่มสวัสดิการใหม่ๆที่หลากหลายขึ้น เช่นการปลูกต้นไม้เพื่อรักษาสิ่งแวดล้อมเป็นต้น และยังก่อให้เกิดการทำงานร่วมกันระหว่างองค์กรชุมชนกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น อีกทั้งก่อให้เกิดการทำงานกับหน่วยงานภาครัฐ และภาคอกชนต่างๆ เป็นอย่างดียิ่ง
พระครูมงคลวรวัตร ประธานองค์การพระผู้นำแผ่นดินธรรมแผ่นดินทอง กล่าวในวงเสวนา “แนวทางการขับเคลื่อนสวัสดิการชุมชนสู่สังคมสวัสดิการ” ว่า เมื่อลองย้อนมองเหลียวหลังที่ผ่านมาของการจัดตั้ง และมองอนาคตภายหน้า 20 ปี เราต้องการอะไรเพื่อหาแนวทางไปสู่เป้าหมายปลายทางสูงสุดที่เราคาดหวังไว้ นั่นก็คือสังคมอยู่ดีมีสุขที่ต้องมีองค์ประกอบ 4 ประการ คือ 1) คนไม่มีหนี้ 2) พอกินพอใช้ อยู่อย่างพอเพียง 3) คนอำนาจจะไม่เศร้าโศกเสียใจไร้โรคภัยไข้เจ็บ และ 4) คนอำนาจเจริญมีจิตใจเยือกเย็นเป็นสุข นี่คือเป้าหมายของการพัฒนา คนอำนาจต้องมาช่วยกันวางแผน หาแนวทางให้ไปถึงจุดหมายปลายทาง ต้องทำสิ่งที่เราต้องการให้เป็นจริง
ที่ผ่านมา เรารวมตัวคนได้ 5 หมื่นกว่าคน แสดงว่าคนอำนาจเจริญมีส่วนร่วมไม่ถึงร้อยเปอร์เซ็นต์ เราต้องการให้คนได้รับสวัสดิการอย่างทั่วถึง ขยายกิจกรรมให้ทั่วถึง ลงสู่คนยากคนจนให้มีส่วนร่วมในการเป็นสมาชิก ส่วนหนึ่งทางศาสนาองค์กรสงฆ์เราได้มีส่วนในการขยาย เพราะกำลังทางฝ่ายสงฆ์มีมากพอควร โดยให้พระสงฆ์ช่วยกระตุ้น รวมพลัง ทำกิจกรรมร่วมกัน คิดว่าจะมีสมาชิกเข้าร่วมมากขึ้น
หากมองถึงปัญหาอุปสรรค 10 ปี มีอะไรบ้างที่ต้องแก้ไขเปลี่ยนแปลง อุปสรรคที่สำคัญนั่นคือ คน แม้จะมีเงิน หากไม่มีคนที่มีคุณภาพก็ยากในการขับเคลื่อนกิจกรรมต่างๆให้บรรลุเป้าหมาย สำคัญคือสมาชิกต้องมีคุณธรรม ศีลธรรมที่ต้องปลูกฝังให้กับกรรมการและสมาชิก ตราบที่เรายังไม่สามารถปลูกฝัง จะทำให้องค์กรล้มลงได้เพราะความโลภ ความอยาก หากสมาชิกหวังประโยชน์เพียงอย่างเดียว สมาชิกเข้ามาเพื่อเอาอย่างเดียวไม่รู้จักให้ก็ไม่มีความยั่งยืน แท้จริงแล้วสวัสดิการชุมชนที่เราคาดหวังใช่ 4 อย่างหรือไม่ คนไม่มีหนี้ พออยู่พอกิน ไม่มีโรคภัยไข้เจ็บ และมีจิตใจเยือกเย็น ซึ่งจะทำให้อำนาจเจริญอยู่เย็นเป็นสุขได้ต่อไป พระครูมงคลวรวัตร กล่าว
ทั้งนี้ กองบุญสวัสดิการ คือ การที่คนในชุมชนนั้นๆได้ร่วมกันจัดตั้งกองทุนของตนเอง ด้วยความรัก ความสามัคคี มีการให้ การเสียสละสิ่งของ เงินทอง เพื่ออำนวยความสะดวกในการดูแล ช่วยเหลือเกื้อกูลซึ่งกันและกัน มีความสขุเมื่อได้ให้ มีความอิ่มใจเมื่อได้รับ ที่สำคัญกองทุนของเราเองดูแลโดยเราเอง เพื่อเป็นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนสังคมให้คนอำนาจเจริญอยู่ดีมีสุขต่อไป


