ที่โรงแรมเซ็นทรา ห้องวายุภักษ์ ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ เมื่อวันที่ ๒๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๖ สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (พอช.) ร่วมกับสหพันธ์พัฒนาองค์กรชุมชนคนจนเมืองแห่งชาติ (สอช.) เครือข่ายที่ดินแนวใหม่ (คทช.) ได้ร่วมจัดงาน ตลาดนัดความรู้ “ ๑๐ ปีบ้านมั่นคง ผนึกพลังคนจนและชนบท สู่การจัดการตนเองของชุมชนท้องถิ่น “ โดยมีดร.อินทร์ริตา นนทวัชรศิริโชติ ผช.รัฐมนตรีประจำกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เป็นประธานเปิดงาน พร้อมที่ปรึกษารมต.กระทรวงพม.ประธานคณะกรรมการพอช. ผู้อำนวยการพอช. รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี และผู้นำชุมชนทุกภาคร่วมงานกว่า ๑,๐๐๐ คน
นางทิพย์รัตน์ นพลดารมย์ ผู้อำนวยการพอช.ได้กล่าวรายงานต่อผู้ช่วยรัฐมนตรีกระทรวงพม.ว่า การจัดงานในครั้งนี้เป็นการสรุปบทเรียนการทำงานของขบวนชุมชนที่ทำงานแก้ปัญหาที่อยู่อาศัยและที่ดินทำกิน ซึ่งนำไปสู่การพัฒนาและแก้ปัญหาด้านอื่นๆของชุมชน โดยมีกิจกรรมสำคัญคือ การมอบโล่รางวัลเมืองจัดการตนเอง 12 เมือง สำหรับเมืองที่มีการจัดตนเองตนเองอย่างเข้มแข็งทั้งเรื่องที่ดิน/ที่อยู่อาศัยและงานพัฒนาอื่นๆในหลายมิติระดับเมือง การมอบรางวัลแห่งความดีสำหรับองค์กรชุมชน 212 องค์กร ที่มีระบบการบริหารจัดการที่ดี และตลาดนัดความรู้ของเครือข่ายองค์กรชุมชนทั้งเมืองและชนบท เพื่อการแลกเปลี่ยนการแก้ปัญหาที่อยู่อาศัยทั้งเมืองสู่การพัฒนาคุณภาพชีวิตด้านอื่นๆ ที่มุ่งหวังให้เกิดแผนพัฒนาตนเอง
ด้านดร.อินทร์ริตา นนทะวัชรศิริโชติ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการพัฒนาสังคมฯ ได้แสดงความชื่นชมการทำงานของขบวนองค์กรชุมชน ที่ทำงานพัฒนาทั้งเรื่องเมือง/ที่อยู่อาศัยและที่ดิน จนสามารถสร้างความเข้มแข็งและจัดการตนเองได้ ซึ่งกระทรวงฯการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ก็มีวิสัยทัศน์ “ มุ่งสู่สังคมคุณภาพ บนพื้นฐานความรับผิดชอบร่วมกัน” ภายใต้ 4 ยุทธศาสตร์ คือยุทธศาสตร์สังคมสวัสดิการ ยุทธศาสตร์การเสริมสร้างพลังทางสังคม ยุทธศาสตร์การพัฒนาสังคมเข้มแข็งเพื่อรับมือการเปลี่ยนแปลง และยุทธศาสตร์การยกระดับขีดความสามารถการบริหารจัดการด้านการพัฒนา ซึ่งแต่ละยุทธศาสตร์จะสอดคล้องกับการทำงานของสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน ซึ่งเป็นองค์กรสนับสนุนการพัฒนาความเข้มแข็งของชุมชนในด้านต่างๆ ที่มากไปกว่าการสนับสนุนเรื่องงบประมาณ เช่นการประสานเชื่อมโยงชุมชนกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และความรู้ในการบริหารจัดการของขบวนองค์กรชุมชน
ในงานดังกล่าวประธานในพิธีได้มอบโล่รางวัลเมืองเมืองจัดการตนเองให้ผู้แทนชุมชนและท้องถิ่น 12 เมือง นอกจากนี้มีการมอบรางวัลกองทุนแห่งความดีให้กับผู้แทนชุมชนทุกภาคสำหรับ 212 องค์กร ที่มีการบริหารจัดการที่ดี โดย ดร.เพชรวรรต วัฒนพงศศิริกุล ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมฯ นายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง พลเอกสุรินทร์ พิกุลทอง ประธานคณะกรรมการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน และนางทิพย์รัตน์ นพลดารมย์ ผู้อำนวยการพอช.
ในด้านความคืบหน้าของงานแก้ปัญหาที่อยู่อาศัยภายใต้โครงการบ้านมั่นคงและการแก้ปัญหาที่ดินของชุมชนในชนบท นางอร่ามศรี จันทร์สุขศรี ผู้แทนสหพันธ์พัฒนาองค์กรชุมชนคนจนเมืองแห่งชาติ หรือสอช.กล่าวว่า มีการแก้ปัญหาที่อยู่อาศัยของชุมชนในโครงการบ้านมั่นแล้วใน 70 จังหวัด 286 เมือง 1,722 ชุมชน สร้างความมั่นคงในการอยู่อาศัยของชุมชน 94,421 ครัวเรือน โดยสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนได้สนับสนุนงบประมาณเพื่อการปรับปรุงและพัฒนาสาธารณูปโภค 3,092.17 ล้านบาท สินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย 5,459 .47 ล้านบาท
สำหรับการแก้ปัญหาที่อยู่อาศัยและที่ดินทำกินของชุมชนในชนบท ได้ดำเนินการใน 72 จังหวัด 273 อำเภอ 2,434 หมู่บ้าน ครอบคลุมผู้เกี่ยวข้อง 64,000 ครัวเรือน ซึ่งมีการทำงานเข้มข้นใน 69 พื้นที่
ในด้านความคืบหน้าของงานพัฒนาในมิติอื่นๆในพื้นที่ๆมีการทำงานด้านที่อยู่อาศัยของชุมชนเมือง ในปัจจุบันมีกองทุนของชุมชนระดับเมือง จำนวน 65 กองทุน สมาชิกกองทุน 17,513 ครัวเรือน มีกองทุนรักษาบ้านรักษาดินจำนวน 94 กองทุน สมาชิก 12,864 ครัวเรือน มีเงินกองทุนรวม 2.65 ล้านบาท มีการช่วยเหลือสมาชิกที่เสียชีวิตแล้ว 14 ครัวเรือน เป็นเงิน 1.17 ล้านบาท ช่วยผู้ประสบภัยพิบัติ 681 ครัวเรือน เป็นเงิน 1.08 ล้านบาท เป็นต้น
นอกนี้ในขบวนชุมชนเมืองที่ทำเรื่องบ้านมั่นคง เมื่อมีบ้านและที่ดินที่มั่นคงแล้ว ได้มีการพัฒนาชุมชนในด้านอื่นๆทั้งเรื่องสวัสดิการชุมชน การพัฒนาอาชีพ และวิสาหกิจชุมชน ที่ครอบคลุมงานพัฒนาในหลายมิติหรือที่เรียกว่าเมืองจัดการตนเองดำเนินการอยู่ใน 69 เมือง มีการจัดตนเองอย่างเป็นรูปธรรม 12 เมือง ได้แก่เมืองชุมแพ จ.ขอนแก่น เมืองเชียงราย จ.เชียงราย เมือง ในด้านชุมชนชนบท ได้มีการประสานการทำงานภายใต้เครือข่ายที่ดินแนวใหม่ หรือ คทช. ได้ใช้ผังตำบลเป็นเครื่องมือในการวางแผนการพัฒนาชุมชนทั้งเรื่องที่ดินทำกิน/ที่อยู่อาศัยและเรื่องอื่นๆ รวมทั้งส่งเสริมการจัดตั้งกองทุนที่ดินและที่อยู่อาศัย เพื่อการทำงานดังกล่าว
ข้อมูลเมืองจัดการตนเอง 12 เมืองที่มีการพัฒนาเป็นรูปธรรม
|
เมือง |
ประเด็นการพัฒนาเมือง |
|
เครือข่ายบ้านมั่นคงเมืองเชียงราย |
เมืองที่มีการจัดตั้งกองทุนพัฒนาที่อยู่อาศัย กองทุนคุ้มครองรักษาบ้านและดิน กองทุนสวัสดิการชุมชนระดับเมือง และกองทุนฟื้นฟูภัยพิบัติ |
|
เครือข่ายบ้านมั่นคงเมืองน่าน |
เมืองที่มีการจัดตั้งกองทุนสวัสดิการระดับเมือง กองทุนพัฒนาที่อยู่อาศัยเมืองน่าน, การพัฒนาที่อยู่อาศัยในเมืองเก่า (เมืองอนุรักษ์), การฟื้นฟูสิ่งแวดล้อมเพิ่มพื้นที่สีเขียว เช่น ส่งเสริมการปลูกต้นไม้ พืชผักสวนครัวรั้วกินได้, มีระบบการจัดการขยะ, การอนุรักษ์ฟื้นฟูวัฒนธรรม, กิจกรรมการพัฒนาเยาวชน |
|
เครือข่ายบ้านมั่นคงนครอุดรธานี
|
เมืองที่มีการจัดตั้งกองทุนรักษาบ้านรักษาดิน, กองทุนสวัสดิการระดับเมือง, การเชื่อมโยงแกนนำ “ทีมอาสา”และกองทุนทีมอาสา, การบริหารองค์กรและการพัฒนาคน การจัดการสิ่งแวดล้อม (การรักษาความสะอาดในแหล่งน้ำ การจัดการขยะในชุมชน), สุขภาพ, ปลูกผักสวนครัว, เลี้ยงสัตว์ (ปลาดุก) เป็นต้น |
|
เครือข่ายบ้านมั่นคงเมืองชุมแพ
|
แก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยทั้งเมือง มีการจัดตั้งกองทุนแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยระดับเมือง ที่พัฒนาระบบจนได้รับการสมทบกองทุนจากมูลนิธิ ACHR, กองทุนสวัสดิการผู้ใหญ่, สวัสดิการเด็ก/ผู้สูงอายุ/ผู้ด้อยโอกาส, กองทุนลงขันทำนารวมเมืองชุมแพ, การทำนารวม, กองทุนเยาวชน, กองทุนปลอดหนี้ NPL บ้านมั่นคงเมืองชุมแพ, ศูนย์เรียนรู้บ้านมั่นคง 8 ศูนย์ สร้างระบบฐานข้อมูลให้มีรูปแบบเดียวกันมีฐานข้อมูลของงานพัฒนาเพื่อเปิดพื้นที่ให้ทุกคนสามารถเข้าถึงข้อมูลได้ (เวปไซต์), พัฒนาอาชีพ (เช่น เย็บผ้า) โครงการประตูสู่อาเซียน การดูแลผู้สูงอายุเป็นเมืองที่มีระบบการทำงานของขบวนองค์กรชุมชนร่วมกับท้องถิ่นที่ดี |
|
เครือข่ายบ้านมั่นคงนครอุบลราชธานี
|
การจัดการที่อยู่อาศัยให้กับคนไทยและคนต่างด้าว, กองทุนสวัสดิการชุมชนที่ดูแลทั้งคนไทยและคนต่างด้าว, กองทุนธนาคารคนจน, สภาองค์กรชุมชน, การจัดการสิ่งแวดล้อม, การจัดการภัยพิบัติโดยขบวนองค์กรชุมชนเมือง |
|
เครือข่ายพัฒนาชุมชนเมืองนครสวรรค์
|
เชื่อมโยงการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยได้ทั้งเมือง และนำประสบการณ์พัฒนาไปสู่การจัดตั้งกองทุนเมืองที่ ครอบคลุมการจัดสวัสดิการชุมชน การพัฒนาอาชีพ การจัดตั้งกองทุนภัยพิบัติ, สภาองค์กรชุมชน, จนนำมาสู่การสมทบกองทุนจากมูลนิธิ ACHR |
|
เครือข่ายบ้านมั่นคงเมืองหน้าพระลาน
|
เมืองที่มีการจัดตั้งกองทุนสวัสดิการชุมชนระดับเมือง กองทุน ACHR กองทุนภัยพิบัติ,สภาองค์กรชุมชน, การพัฒนาอาชีพ |
|
เครือข่ายบ้านมั่นคงเมืองหัวหิน
|
เป็นเมืองที่ใช้ประเด็นการแก้ไขปัญหาในที่ดินรถไฟ เชื่อมโยงชุมชนในเมือง และนำมาสู่การจัดตั้งสวัสดิการชุมชนระดับเมือง , สภาองค์กรชุมชนเทศบาลเมืองหัวหิน, รวมถึงเป็นเมืองที่มีระบบการทำงานของขบวนองค์กรชุมชนร่วมกับท้องถิ่นที่ดี |
|
กองทุนเมืองเกาะขวาง
|
กองทุนหมุนเวียนเมืองเกาะขวางเพื่อการแก้ไขปัญหาด้านอาชีพเป็นศูนย์เรียนรู้ของตำบลเกาะขวาง จัดตั้งกองทุนสวัสดิการตำบลเกาะขวางเพื่อช่วยเหลือสมาชิกในยามเจ็บป่วยเกิดกลุ่มอาชีพเพื่อสร้างรายได้ให้กับครอบครัว และพัฒนาเป็นวิสาหกิจชุมชน คือ มีโรงผลิตน้ำดื่ม, ผลิตวัสดุก่อสร้าง เช่น อิฐบล็อก ท่อระบายน้ำ ท่อบำบัดน้ำเสีย, เลี้ยงไก่ไข่, เพาะเห็ด, เลี้ยงกบ, เลี้ยงปลา ปลูกผักสวนครัว, โครงการปลูกพืชริมถนนคนกินได้เป็นเมืองที่มีระบบการทำงานของขบวนองค์กรชุมชนร่วมกับท้องถิ่นที่ดี |
|
เครือข่ายองค์กรชุมชนเมืองภาษีเจริญ |
มีระบบการดูแลกันภายใต้กองทุนสวัสดิการชุมชน ระดับเมือง, สิ่งแวดล้อม, การจัดการภัยพิบัติ, อาชีพ, องค์กรการเงิน, ยาเสพติด, เยาวชน, วัฒนธรรม
|
|
กองทุนเมืองเทศบาลนครรังสิต |
เชื่อมโยงการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยได้ทั้งเมือง การจัดศูนย์ภัยพิบัติช่วงภัยพิบัติ พัฒนาการปลูกข้าวลอยน้ำ การจัดระบบการช่วยเหลือผู้เดือดร้อน การจัดทำสื่อเพื่อเผยแพร่กับเคเบิ้ลทีวีท้องถิ่น
|
|
เครือข่ายบ้านมั่นคงเมืองสงขลา
|
เป็นเมืองที่ใช้ประเด็นการแก้ไขปัญหาในที่ดินรถไฟ เชื่อมโยงชุมชนในเมือง และนำมาสู่การจัดตั้งสวัสดิการชุมชนระดับเมือง กองทุนหมุนเวียนระดับเมือง |
ทั้งนี้ ทั้ง ๑๒ เมือง มีระบบการทำงานด้านการบริหารจัดการในระดับเมืองที่ดี เช่น มีระบบการติดตาม ระบบสอบทานภายในเมือง มีระบบบัญชีการเงินที่โปร่งใสและเป็นปัจจุบัน รวมถึงมีระบบการทำงานที่มีส่วนร่วมกับภาคีท้องถิ่นเป็นอย่างดี ดังนั้น จะเห็นได้ว่าการดำเนินงานโครงการบ้านมั่นคง ในนิยาม “บ้านที่ให้มากกว่าคำว่าบ้าน” เป็นรูปธรรมที่เกิดขึ้นจริงจากพลังการมีส่วนร่วมของขบวนองค์กรชุมชนและท้องถิ่น


