ฅนอำนาจเจริญนับพันร่วมประกาศเจตนารมณ์ จากธรรมนูญประชาชนฅนอำนาจเจริญสู่เมืองธรรมเกษตร มุ่งกำหนดอนาคตตนเอง เดินหน้าเปลี่ยนฅนอำนาจให้มีอำนาจไม่ฝากความหวังไว้กับฝากผู้แทน พร้อมลงนามบันทึกความร่วมมือ ระหว่าง เครือข่ายภาคประชาชนจังหวัดอำนาจเจริญกับ หน่วยงาน ภาคี ท้องถิ่น ท้องที่ ทุกภาคส่วน
อำนาจเจริญ/ เมื่อวันที่18 มีนาคม 2556เครือข่ายภาคประชาชนจังหวัดอำนาจเจริญ ร่วมกับหน่วยงาน ท้องถิ่น ท้องที่ และภาคีการพัฒนาร่วมจัดงาน "ตุ้มโฮม ฮ่วมแฮง ผลักดันอำนาจเจริญ สู่เมืองธรรมเกษตร" ณ บริเวณพุทธอุทยาน (บริเวณถนนหน้าลานพระมงคลมิ่งเมือง) อ.เมือง จ.อำนาจเจริญเพื่อสร้างความตระหนักให้ประชาชน และภาคีที่เกี่ยวข้องลุกขึ้นมาเป็นเจ้าของงานพัฒนา ตลอดจนกำหนดการพัฒนาระบบที่เหมาะสม รวมถึงสร้างกระแสเชิงสาธารณะ เกี่ยวกับการปฏิรูประบบคิด ระบบการทำงานที่ชุมชนท้องถิ่นลุกขึ้นมากำหนดอนาคตตนเอง โดยร่วมประกาศเจตนารมณ์ จากธรรมนูญประชาชนฅนอำนาจเจริญสู่เมืองธรรมเกษตร และลงนามบันทึกความร่วมมือ ระหว่าง เครือข่ายภาคประชาชนจังหวัดอำนาจเจริญกับ หน่วยงาน ภาคี ท้องถิ่น ท้องที่ รวม 12 องค์กร โดยมีผู้เข้าร่วมประมาณ 1,000 คน จากแกนนำสภาองค์กรชุมชนตำบล และภาคีชุมชนท้องถิ่น 63 ตำบล ภาคีราชการ และภาคประชาสังคม
20 ปีข้างหน้า จังหวัดอำนาจเจริญจะมุ่งเป็นเมืองธรรมเกษตร
นายชาติวัฒน์ ร่วมสุข คณะทำงานขับเคลื่อนธรรมนูญฯ ให้ข้อมูลว่า ตามที่ขบวนองค์กรชุมชนจังหวัดอำนาจเจริญ และภาคีที่เกี่ยวข้องได้ร่วมกันจัดทำ "ธรรมนูญประชาชนฅนอำนาจเจริญ" ฉบับที่ 1 เมื่อปี พ.ศ. 2555 และร่วมประกาศใช้เมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2555 ณ สนามหญ้าหน้าศาลากลางจังหวัด จากสถานการณ์ปัจจุบันในระดับหมู่บ้านและตำบลได้จัดเวทีวิเคราะห์แนวทาง และวิธีการนำธรรมนูญฯ ไปสู่ภาคปฏิบัติ โดยผ่านสภาหมู่บ้าน และสภาองค์กรชุมชน
ซึ่งในปี พ.ศ.2556 นี้ แต่ละพื้นที่จะนำธรรมนูญฯ ไปปฏิบัติ บางพื้นที่ได้จัดสภากลางระดับตำบล เช่นตำบลนาจิก ตำบลนาผือ และเทศบาลตำบลเสนางคนิคม ส่วนการประสานแผนกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นใน 63 พื้นที่ พบว่ามีระดับการทำงานร่วมกันอยู่ 3 ระดับ คือ ระดับดี หมายถึงระดับที่มีการประสานแผนงาน มีแล้ว 9 ตำบล ระดับที่ 2 คือ ระดับปานกลางหมายถึง มีการประสานงาน มีกลไกประสานคือสภากลาง แต่การสนับสนุนงบประมาณ มีเพียงบางส่วน ระดับที่ 3 คือ ระดับที่ต้องพัฒนา หมายถึง มีการประสานงาน ประสานแผน แต่ยังไม่สนับสนุนงบประมาณ ระดับนี้มีจำนวน 9 ตำบล ส่วนภาคประชาคมอื่น เช่น ชมรมกำนันผู้ใหญ่บ้าน เครือข่ายพระสงฆ์ เครือข่ายสตรี เครือข่ายเยาวชน สมาคมผู้สื่อข่าว ได้จัดเวทีสัมมนาและประกาศตัวเสริมหนุนการขับเคลื่อนอย่างเต็มที่
นายชาติวัฒน์ กล่าวต่อว่า ถึงแม้กระแสการจัดการทำธรรมนูญโดยประชาชน เพื่อปลุกจิตสำนึกให้ประชาชน ลุกขึ้นมาเป็นเจ้าของพื้นที่และจัดการกับปัญหาตนเอง หรือปกครองตนเองในที่สุด จะเป็นกระแสหลักในปัจจุบัน แต่ทีสำคัญกว่ากระแส คือการนำธรรมนูญฯ ไปสู่การภาคปฏิบัติอย่างจริงจัง และต่อเนื่อง ผลที่เกิดขึ้นตามที่ตั้งไว้จึงจะเป็นจริง คือรูปธรรมพื้นที่การจัดการตนเอง ซึ่งจะนำไปสู่การปรับเปลี่ยนโครงสร้างที่เหมาะสมต่อไป ประกอบกับปีนี้ครบรอบ 20 ปี ของการก่อตั้งจังหวัดอำนาจเจริญ แกนนำขบวนองค์กรชุมชน และองค์การบริหารส่วนจังหวัดอำนาจเจริญ ได้จัดกระบวนการให้ประชาชน และภาคีที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วน ร่วมกันกำหนดทิศทางการพัฒนาจังหวัดอำนาจเจริญในอีก 20 ปีข้างหน้า แล้วจำนวน 3 เวที จึงได้สร้างความมุ่งมั่นร่วมกันว่า ในอีก 20 ปีข้างหน้า จังหวัดอำนาจเจริญจะมุ่งเป็นเมืองธรรมเกษตร
"เปลี่ยนคนอำนาจให้มีอำนาจ"
ด้าน ศ.นพ.ประเวศ วะสี กล่าวปาฐกถาพิเศษหัวข้อ "เปลี่ยนคนอำนาจให้มีอำนาจ" กำหนดอนาคตตนเองสู่เมืองธรรมเกษตร โดยกล่าวว่า วันนี้คนอำนาจเจริญกำลังเคลื่อนธรรมจักรเพื่อความสงบร่มเย็นที่ยั่งยืน เพราะแต่เดิมนั้นบ้านเมืองเราปกครองโดยวิธีการรวมศูนย์อำนาจ ประเทศถูกคุกคามจากการล่าอาณานิคมเมืองขึ้น เราจึงรวมศูนย์อำนาจตามความจำเป็นของเหตุปัจจัย เมื่อ 100 กว่าปีที่แล้ว แต่การรวมศูนย์อำนาจนั้นทำให้ชุมชนท้องถิ่นอ่อนแอ จะเข้มแข็งก็ต่อเมื่อชุมชนลงมือทำด้วยตนเอง ทุกวันนี้รวมศูนย์ปัญหาจึงวิ่งเข้าไปกระจุกสู่ส่วนกลาง
ทำให้เกิดความขัดแย้งอำนาจรวมศูนย์กับวัฒนธรรมท้องถิ่น ที่ไม่ใช่เพียงศิลปวัฒนธรรม หรือวัตถุเพียงเท่านั้น แต่หมายถึงวิถีของกลุ่มชน วัฒนธรรมคนอำนาจซึ่งแตกต่างจากที่เชียงใหม่ ปัตตานี หรือที่อื่นๆ หมายถึงคุณค่า ความเชื่อร่วมกัน ระบบการดูแลสุขภาพ การจัดการทรัพยากรธรรมชาติ การดูแลความขัดแย้ง ความยุติธรรม อาหารการกิน หมายถึงวิถีชีวิตทั้งหมด ซึ่งเป็นความสุขความภาคภูมิใจมีศักดิ์ศรี แต่การรวมศูนย์ที่ส่วนกลางจะทำให้ศักดิ์ศรีของคนลดลงและอาจพาบ้านเมืองสู่ความวิบัติ หรือทำให้เกิดการรัฐประหารได้ง่าย ทำให้บ้านเมืองติดขัดตกอยู่ในหลุมกับดักแห่งอำนาจ
ศ.นพ.ประเวศ กล่าวต่อว่า อำนาจเจริญ หมายถึงอำนาจที่ทำให้เจริญ ซึ่งอำนาจที่ทำให้เสื่อมก็มี แต่อำนาจที่ทำให้เกิดความเจริญนั้นอยู่ที่คนอำนาจเจริญ หรือธรรมะจัดสรรมาให้และมีพื้นฐานที่ดีมาก่อน ได้คิดเรื่องคนจนความเป็นธรรมที่ต่อสู้มาก่อนจึงคิดไปไกลในวันนี้ แล้วอำนาจอะไรที่จะทำให้เจริญ คือความดีงาม ระหว่างคนกับคน คนกับธรรมชาติ คนอำนาจมาคิดกันที่จะดูแลจัดการตนเองนี่คือสิ่งที่จะทำให้เมืองนี้เจริญ
และ "อำนาจ" คืออะไร? คืออำนาจที่จะปกครองตนเองพึ่งตนเอง ตามพุทธสุภาษิต อัตตาหิ อัตตโนนาโถ การพึ่งตนเอง การจัดการตนเองได้เป็นอำนาจที่จะทำให้เจริญ คำว่าจัดการตนเองเป็นการคิดไกลคิดลึกไกลกว่าการปฏิวัติประชาชน แนวคิดนี้มีความสำคัญ ถ้าประชาชนจัดการได้ทั้งแผ่นดิน ท้องถิ่นจัดการตนเอง จังหวัดจัดการตนเอง จัดการการพัฒนาอย่างบูรณาการ จัดการสังคม เศรษฐกิจ การศึกษา วัฒนธรรม ทรัพยากร ความยุติธรรม ซึ่งการจัดการเป็นสมถนะในการสร้างเศรษฐกิจที่ทุกคนมีสัมมาชีพ ไม่ทอดทิ้งกัน ทุกคนได้รับการดูแลหมดทุกคน
การพัฒนาอย่างบูรณาการอย่างที่คนอำนาจเจริญประกาศ เป็นการพัฒนาอย่างพร้อมมูล ก็จะยั่งยืน ไม่แยกส่วน คำนึงถึงในทุกๆมิติก็จะไม่เกิดความล่มสลาย ไม่เหมือนสังคมตะวันตกที่เราอย่าไปเอาอย่างเพราะช่องว่างระหว่างคนรวยคนจนห่างมาก และมีความเหลื่อมล้ำทางสังคมอย่างมาก
การจัดการ 3 ระดับสู่การเปลี่ยนอำนาจ
ศ.นพ.ประเวศ เสนอว่า เมืองธรรมเกษตรของคนอำนาจเจริญคือการสร้างแผ่นดินธรรม ที่วันนี้องค์กรต่างๆ มาจับมือร่วมกันในการจัดการตนเอง นั่นคือการจัดการ 3 ระดับ 1) จัดการในแต่ละคน จัดการพัฒนาจิตสำนึกของตัวเอง เป็นพลังสูงสุดในตัวแต่ละคนดั่งพลังนิวเคลียร์ เมื่อเรามีสำนึกในคุณค่าความเป็นมนุษย์ ลดพึ่งพิงคนอื่น สลัดมายาคติเป็นอิสระ เมื่อทุกคนมีอิสระก็สามารถประกาศอิสระภาพในตัวเอง มีศักยภาพในตัวเองสามารถพึ่งตนเองได้ และจิตสำนึกพลเมืองเป็นพลังเคลื่อนประเทศ ถ้าเราไม่อิสระสยบยอมต่ออำนาจมีร้อยมีล้านคนก็เหมือนไม่มี แต่ถ้าแต่ละคนมีพลังในตัวเองพลังจะมหาศาลมาก จะมีความสุขอย่างลึกซึ้ง ความรู้ในตัวเองมีค่ามาก คนทุกคนมีความรู้ในตัว มาจากประสบการณ์ชีวิต ล้วนมีคุณค่าทั้งสิ้น เพราะฉะนั้นอย่าไปเชื่อมายาคติ เคารพความรู้ในตน
2) การจัดการระดับองค์กร ทุกชุมชนมีกลุ่มผู้นำชุมชน รวมตัวเป็นสภาผู้นำชุมชนรวมตัวมีองค์กรมีการจัดการเกิดขึ้น ซึ่งต้องมีการพัฒนาต่างๆ ทั้งองค์กรการเงินของชุมชน ฯลฯ ปัจจุบันมีการขยายตัวขององค์กรชุมชนอย่างขนานใหญ่ และ 3) การจัดการระดับนโยบาย เช่นเรื่องที่ดิน หรือเรื่องต่างๆที่ทำให้ชีวิตเราดีขึ้นเป็นประเด็นนโยบาย หรือการจัดการทรัพยากรอย่างยั่งยืนเป็นธรรม อย่างเรื่องความไม่เป็นธรรมในนโยบายพลังงาน เพื่อประโยชน์คนบางส่วนซึ่งไม่ถูกต้อง เมื่อชุมชนแข็งแรงเราต้องขับเคลื่อนเรื่องนโยบาย เป็นการเมืองภาคพลเมือง ที่สามารถขับเคลื่อนนโยบายที่ถูกต้องได้ เป็นประโยชน์ทั้งแผ่นดิน
พละ 5 หนทางสร้างพลังการเปลี่ยนแปลง
นอกจากยุทธการแสงเลเซอร์ คือการจูนคลื่น ทำให้มีพลัง มีเป้าหมายเดียวกันก่อเกิดพลัง เรียกว่าเป็นพละ 5 อินทรีย์ 5 พลัง 5 ประการ เป็นพลังมหาศาล คือ 1) พลังทางสังคมร่วมคิดร่วมทำ ไม่มีอะไรทานได้ พลังพลเมือง พลังสามัคคีธรรมที่มาจากการรวมตัวร่วมคิดทำ 2) พลังปัญญา ใช้ข้อมูล ความรู้ ปัญญา การรวมตัวเรียกร้องอย่างสมัชชาคนจนยกทัพไปล้อมพระนครหลายหนแต่ก็ยังไม่สามารถเปลี่ยนได้ 3) พลังของการจัดการ เป็นพลังสูงมาก การจัดการทำให้สิ่งที่เป็นไปไม่ได้เป็นไปได้ เป็นอิทธิปัญญา เชื่อมโยงองค์ประกอบไปสู่ความสำเร็จ เมื่อจัดการไม่เป็นเรือก็สามารถล่มได้ ชุมชนท้องถิ่นต้องจัดการตนเอง 4) พลังของความถูกต้อง เพราะพลังไม่ถูกต้องขี้โกง คอรัปชั่น ฯลฯ คนก็จะปลีกตัวหนี ที่คนอำนาจประกาศเป็นพลังของความถูกต้อง พลังมากขึ้นเมื่อเคลื่อนไปคนจะเข้ามาร่วมมากขึ้นๆ 5) พลังสันติวิธี คิดที่จะเรียนรู้ร่วมกัน คือเครื่องมือสำคัญคือการเรียนรู้จากการปฏิบัติร่วมกัน เราจะแก้ความยากจนอย่างไร ทุกฝ่ายต้องมาร่วมกันคิดแก้ ราชการ ผู้ว่าฯ นายก อบจ. อบต. พระคุณเจ้า มหาวิทยาลัย ฯลฯ ทุกคนสำคัญหมด เรียนรู้ร่วมกัน เป็นสันติวิธีรวมคนเข้ามา ในขณะที่การเมืองแบ่งแยก แบ่งสี เราเป็นเพื่อนมนุษย์ เคารพความหลากหลาย อย่างที่อำนาจทำจะช่วยให้บ่านเมืองสงบสุข จะสร้างสันติภาพในบ้านเมือง
หน่วยงาน และภาคีขานรับพร้อมหนุนเต็มที่
สอดรับกับมุมมองของ นายวีระวัฒน์ ชื่นวารินทร์ ผู้ว่าราชการจังหวัดอำนาจเจริญ ที่โฟนอินร่วมสานเสวนา "ตุ้มโฮมฮ่วมแฮง ผลักดันอำนาจเจริญ สู่เมืองธรรมเกษตร" โดยกล่าวว่า เมืองธรรมเกษตร คือเป้าหมายทางสังคมที่เราจะมุ่งเป็นเมืองเกษตรแบบมีธรรมะ เราต้องหาวิธีการที่จะร่วมกันไปให้ถึงตรงนั้นอย่างไร เราต้องดูว่าอะไรที่ก่อให้เกิดประโยชน์กับพี่น้องประชาชนสูงสุด การที่พี่น้องประชาชนลุกขึ้นมาโดยไม่รอการทำงานของภาครัฐ เป็นย่างก้าวที่ถูกต้อง การบริหารจัดการตนเองเป็นสิ่งที่เรามาช่วยกันเสริม ผลักดันการย่างก้าวไปในทิศทางที่ถูกตามความต้องการของพี่น้องประชาชน ผมคิดว่าเราต้องเอาความคิดไปต่อยอดในกลุ่มอื่นเพื่อความหลากหลาย และครอบคลุม ก่อนที่จะเคลื่อนอย่างพร้อมเพรียง
นายศักดิ์ชัย ตั้งตระกูลวงค์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดอำนาจเจริญ กล่าวว่าสิ่งที่พี่น้องประกาศ อบจ.จะนำไปเป็นแผนยุทธศาสตร์ของ อบจ. เราจะพัฒนาให้เป็นรูปธรรมให้ได้ หวังว่าองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต้องร่วมมือกันเพราะสิ่งนี้ประชาชนต้องการโดยเฉพาะเรื่องน้ำ ที่เป็นความต้องการของชาวบ้าน ที่อยากอยู่เย็นเป็นสุข ต้องยอมรับว่าต้องค่อยเป็นค่อยไป เพราะถ้าจะขับเคลื่อนงบประมาณก็เป็นเรื่องสำคัญ ซึ่งทาง อบจ.ยินดีที่จะนำแผนมาเป็นยุทธศาสตร์ และร่วมกำหนดแผนที่เป็นจริงโดยจะเริ่มในปีงบประมาณ 2557 เราพร้อมจะสนับสนุนทุกพื้นที่ทุกอย่าง ทั้งเรื่องสิ่งแวดล้อม เกษตรอินทรีย์ น้ำ ฯลฯ เรายินดี เราจะให้พี่น้องพูดคุยว่าต้องการแบบไหน อย่างไร
ด้าน พระครูมงคลวรวัฒน์ ประธานองค์การพระผู้นำแผ่นดินธรรมแผ่นดินทองแนะนำว่า เมืองธรรมเกษตรคือแดนธรรมทุ่งธรรม มีคุณธรรมอยู่ในจิตใจ การที่อำนาจเจริญจะพัฒนาในอีก 20 ปี ข้างหน้าเราควรยึดวิธีการ แดนแห่งธรรมเกษตร 5 คือ1) สร้างศรัทธา ความเชื่อในแนวทางวิถีทางการพัฒนาจ.อำนาจเจริญให้กับคน 3 แสนกว่าคนมีศรัทธาร่วม 2) รู้หน้าที่ของแต่ละคน หน้าที่โดยธรรมชาติ และหน้าที่ได้รับมอบหมายแต่งตั้ง อย่างเต็มความรู้ความสามารถ จะเป็นหนทางที่ไปสู่ความสำเร็จ พูดอย่างเดียวไม่ลงมือทำก็ไมม่สำเร็จ 3) มีความสามัคคีเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน ไม่แตกแยก อำนาจเจริญประสบความสำเร็จแน่ 4) คนต้องมีกรุณาธรรม มีน้ำใจ แม้ยากจนแต่ไม่จนน้ำใจ มีคุณธรรมเป็นที่มาของความสงบ และ 5) ใช้สติปัญญาพิจารณาแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น ตลอดถึงรวบรวมภูมิปัญญา ซึ่งควรทำข้อมูลปราชญชาวบ้านว่าอยู่ที่ไหนอย่างไรบ้าง ซึ่งตอนนี้เรายังไม่ดึงเข้ามาสู่เรียนรู้เท่าที่ควร
ทั้งนี้ได้มีการลงนามบันทึกความร่วมมือ ที่จัดทำขึ้นเพื่อบันทึกความร่วมมือระหว่างเครือข่ายภาคประชาชนจังหวัดอำนาจเจริญกับหน่วยงาน ภาคี ท้องถิ่น ท้องที่ ทุกภาคส่วน เพื่อสนับสนุนการขับเคลื่อนธรรมนูญประชาชนฅนอำนาจเจริญ สู่ "เมืองธรรมเกษตร" ซึ่งเครือข่ายภาคประชาชนจังหวัดอำนาจเจริญหน่วยงาน ภาคี ท้องถิ่น ท้องที่ ทุกภาคส่วนในจังหวัด ร่วมกับภาคียุทธศาสตร์ ได้แก่ สภาพัฒนาการเมือง, สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน, สำนักงานปฏิรูป, มูลนิธินโยบายสุขภาวะ, สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เขต 10, สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ, มหาวิทยาลัยมหิดลวิทยาเขตจังหวัดอำนาจเจริญ, คณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย, และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ ได้ตกลงที่จะร่วมมือกันในการสนับสนุนการดำเนินงาน
|
เป้าหมายการพัฒนาธรรมนูญประชาชนฅนอำนาจเจริญ สู่ เมืองธรรมเกษตร เจตนารมณ์สำคัญ คนอำนาจเจริญได้ประกาศใช้ธรรมนูญประชาชนฅนอำนาจเจริญ พ.ศ. 2555 ฉบับที่ 1 เพื่อเป็นกรอบและทิศทางการพัฒนาที่สะท้อนถึงความต้องการของประชาชนอำนาจเจริญ และดำเนินการขับเคลื่อนธรรมนูญสู่การปฏิบัติ โดยจัดทำแผนการนำธรรมนูญสู่ภาคปฏิบัติระดับพื้นที่ มีชาวอำนาจเจริญเข้าร่วมการประกาศเจตนารมณ์ประมาณ 15,000 คน ถือว่าเป็นการประกาศ "กติกาหรือข้อตกลงเพื่อจัดการตนเองระดับพื้นที่จังหวัดของภาคประชาชน" เป็นครั้งแรกของประเทศไทย เป้าหมายการพัฒนาธรรมนูญประชาชนฅนอำนาจเจริญ สู่ เมืองธรรมเกษตร จัดทำขึ้นเพื่อ (1) เป็นกติกา หรือข้อตกลงของฅน และชุมชนใช้ร่วมกัน ในพื้นที่จังหวัดอำนาจเจริญ (2) เพื่อนำไปสู่สังคมอยู่เย็นมีสุขของฅนอำนาจเจริญ ที่เกี่ยวข้องกับปัจจัยขั้นพื้นฐานของมนุษย์ มีการจัดสรรทรัพยากรอย่างเป็นธรรม มีความสมดุลระหว่างการพัฒนาทางเศรษฐกิจ สังคม การเมือง บนฐานหลักศาสนา วิถีภูมิปัญญา ขนบธรรมเนียมประเพณีวัฒนธรรมของฅนอำนาจเจริญ และมีการพึ่งตนเองสอดคล้องกับแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียง (3) เพื่อการสร้างจิตสำนึก สร้างความตระหนักถึงสิทธิชุมชนร่วมกัน หลอมรวมดวงใจของผู้ที่เกี่ยวข้อง ให้ทุกคนมีคุณธรรมจริยธรรมร่วมถึงการเสียสละเพื่อส่วนรวมในการร่วมกันจัดการชุมชนท้องถิ่นตนเอง (4) เพื่อการพัฒนาระบบการเมืองภาคพลเมืองของชุมชนไปสู่การจัดการตนเอง บทบาทความร่วมมือเพื่อสนับสนุนการพัฒนา 1. จัดระบบสังคม ในอีก 20 ปี ข้างหน้า 1.1 ด้านการศึกษา "เพื่อนำชีวิต" นำภูมิปัญญาท้องถิ่นมาประยุกต์ใช้กับระบบการศึกษาสร้างหลักสูตรวิถีเกษตร สร้างหลักสูตรวิถีธรรมโดยชุมชนมีส่วนร่วมจัดหลักสูตรและประเมินการเรียนการสอน เพื่อจัดการศึกษาที่ชุมชน สนับสนุนให้เกิดการจัดการเรียนรู้นอกโรงเรียน เช่น จากศูนย์การเรียนรู้ของชุมชน หรือปราชญ์ชาวบ้าน 1.2 กรพัฒนากลุ่มเด็กและเยาวชนรักษ์ถิ่นฐานบ้านเกิดมีจิตสำนึกเรื่องจิตอาสา สร้างพื้นที่และส่งเสริมให้เยาวชนคนรุ่นใหม่เข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาอำนาจเจริญ 1.3 ด้านครอบครัว สถาบันครอบครัวมีความอบอุ่นเข้มแข็ง สมาชิกในครอบครัวเข้าร่วมกิจกรรมทางศาสนาเป็นประจำสม่ำเสมอ สมาชิกในครอบครัวอยู่รวมกันอย่างอบอุ่น 1.4 ด้านความมั่นคงในชีวิตปราศจากอบายมุข เช่น ปลอดเหล้า ปลอดยาเสพติด ฯลฯ มีการจัดเวทีแลกเปลี่ยนปัญหา เพื่อนำข้อมูลมาวิเคราะห์และหาแนวทางแก้ไขมีความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินขยายระบบสวัสดิการเต็มพื้นที่ เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันทางสังคมของคนอำนาจเจริญ 2.ด้านศาสนาและวัฒนธรรม อำนาจเจริญมีศาสนาและวัฒนธรรมที่เข้มแข็ง ฟื้นฟูวิถีชีวิตเมืองธรรมเกษตร ฮีต 12 คอง 14 พัฒนาคนอำนาจเจริญให้อยู่ใต้ร่มโพธิ์ เติบโตแบบอำนาจฯ ฉลาดแบบสากล กำหนดให้งานปฏิบัติธรรมบุญเดือน 3 เป็นงานประเพณีประจำปีของจังหวัด 3. การจัดการทรัพยากร ในอีก 20 ปี มีความมั่นคงในที่ดินทำกินและทรัพยากรอุดมสมบูรณ์ เช่น มีป่าชุมชนและป่าครอบครัวเพื่อเป็นการสร้างความมั่นคงทางอาหาร และปัจจัย 4 ของชุมชนท้องถิ่น 4. การจัดการระบบสุขภาพในอีก 20 ปี ข้างหน้าเพิ่มอัตราบุคลากรด้านสุขภาพ เช่น แพทย์ พยาบาล ด้านบริการสาธารณสุขเน้นการสร้างเสริมสุขภาพ ด้วยภูมิปัญญาท้องถิ่นอย่างทั่วถึง องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น แต่ละแห่งสนับสนุนทุนการศึกษาด้านการแพทย์และพยาบาลอย่างน้อย "1 ทุน 1 องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น" 5. ระบบเศรษฐกิจ ในอีก 20 ปีข้างหน้า ดำรงวิถีแห่งธรรมเกษตรมีแหล่งน้ำเพื่อการเกษตรที่เพียงพอ พัฒนาและมีพันธุ์ข้าวพื้นเมืองที่หลากหลาย "ตักบาตรอาหารปลอดภัย" ในงานบุญเดือน ๓ วันมาฆบูชา ร่วมกันแก้ไขปัญหาความยากจนของคนอำนาจเจริญอย่างบูรณาการสร้างคนให้เป็นงาน สร้างงานให้เป็นเงิน แปงเงินให้เป็นบุญ สร้างตลาดแบ่งปันในชุมชนภายใต้ตลาดนัดสีเขียว 1 แห่ง 1 องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 6. ระบบการเมือง ในอีก 20 ปี ข้างหน้า ในปี พ.ศ. 2575ประชาชนจังหวัดอำนาจเจริญมีจิตสำนึกภาคพลเมืองนำจังหวัดอำนาจเจริญเป็นจังหวัดจัดการตนเองโดยมีสภากลางทุกระดับ นำไปสู่การขับเคลื่อนจังหวัดจัดการตนเองและการพัฒนาท้องถิ่นอย่างยั่งยืน 7. การพัฒนาในด้านอื่นๆ นำผังชีวิตเป็นเครื่องมือในการกำหนดทิศทางในการพัฒนาภายใต้การขับเคลื่อนธรรมนูญประชาชนคนอำนาจเจริญ ประกอบกับระบบข้อมูลพื้นฐานโดยบูรณาการหน่วยงานและภาคีเครือข่าย และการสื่อสารสาธารณะอย่างทั่วถึง |


