พิมพ์
ผู้ดูแลระบบ
หมวดหลัก: ข่าวความเคลื่อนไหวงานพัฒนา
ฮิต: 1478

21-1

สุราษฎร์ธานี/ขบวนที่ดินภาคใต้บนลงนามบันทึกความร่วมมือกับพอช.ทำงานจัดการที่ดินแนวใหม่ใน ๕๑ พื้นที่ งบประมาณ ๑๖.๙ ล้านบาท

                ระหว่างวันที่ ๒๐-๒๑ มีนาคมที่ผ่านมา สำนักงานปฏิบัติการชุมชนภาคใต้ตอนบน ร่วมกับเครือข่ายที่ดินภาคใต้ตอนบน ๗ จังหวัดร่วมกันจัดงานสัมมนาและลงนามบันทึกความร่วมมือโครงการที่พอช.สนับสนุนที่โรงแรมเวียงใต้ อ.เมือง จ.สุราษฎร์ธานี มีผู้นำชุมชนในเครือข่ายเข้าร่วมกว่า ๑๕๐ คน

                วันแรกของการสัมมนามีการอภิปรายจากผู้ทรงคุณวุฒิเกี่ยวกับการจัดการที่ดินโดยชุมชน นายประยงค์ ดอกลำไย ผู้ประสานงานเครือข่ายที่ดินภาคเหนือ ระบุว่าปัจจุบันมีชาวบ้านที่อยู่ในที่ของรัฐและป่าไม่น้อยกว่า ๑๐ ล้านคน ถ้ารวมผู้บุกรุกทุกประเภทอาจมีจำนวนมากถึง ๒๐ ล้านคน ในจำนวนที่ดินของประเทศไทยที่มีการออกเอกสารสิทธิ์แล้ว ๑๖๐ ล้านไร่นั้น มีผู้ถือครองเพียง ๖ ล้านคนเท่านั้น ถือว่ามีการประจุกตัวเป็นอย่างมาก ประเด็นที่มีการขับเคลื่อนในระดับนโยบายในปัจจุบันคือ การกระจายที่ดิน การออกกฎหมายรับรองชุมชนจัดการที่ดิน การออกกฎหมายที่ดินให้เก็บภาษีอัตราก้าวหน้าและการออกพรบ.จัดตั้งธนาคารที่ดิน โดยเสนอให้รัฐใช้ภาษีที่ดินร้อยละ๒.๕มาสนับสนุนธนาคารที่ดินและอีกร้อยละ ๒.๕จัดสรรให้ท้องถิ่นเพื่อดำเนินการเรื่องนี้

                นายธรรมฤทธิ์ เขาบาท นายกองค์การบริการบริหารส่วนตำบลบ่อหิน อ.สิเกา จ.ตรัง เล่าประสบการณ์ว่าอบต.ทำงานร่วมกับสภาองค์กรชุมชนจัดสรรที่สาธารณะ ๗,๐๐๐ กว่าไร่ให้ชาวบ้านกว่า ๖,๐๐๐ ครัวเรือน โดยมีข้อตกลงสำคัญคือห้ามซื้อขายเปลี่ยนมือ เพื่อให้ชาวบ้านใช้ประโยชน์ได้อย่างยั่งยืน

                นานจิตพงษ์ อภิรักษ์พงไพร เล่าประสบการณ์ของต.กรูด อ.พุนพิน จ.สุราษฎร์ธานี ว่าปัจจัยแห่งความสำเร็จในการทำงานเรื่องนี้คือ การจัดทำข้อมูลที่ครบถ้วนถูกต้อง การประชุมอย่างต่อเนื่อง การจัดสรรที่ดินอย่างเท่าเทียมกันและการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

                แนวทางการขับเคลื่อนสำคัญที่ประชุมระบุว่าต้องรวมตัวกันเป็นเครือข่าย ใช้ข้อมูลในการต่อสู้ สร้างกระบวนการเคลื่อนไหวในระดับต่างๆและทุกคนต้อง “ก้าวพ้นความกลัว”จึงจะจัดการได้สำเร็จ

                สำหรับประสบการณ์การเคลื่อนงานของแต่ละจังหวัดซึ่งนำเสนอในวันที่ ๒๑ มีนาคม จังหวัดชุมพรมีการจัดงบประมาณของทุกตำบลไว้ประมาณ ร้อยละ๒๐ ของตำบลที่ไดรับงบประมาณเพื่อช่วยเหลือ/สนับสนุนตำบลอื่นๆที่ได้รับงบประมาณ ในตำบลที่สามารถแก้ปัญหาได้แล้วอย่างต.นาโพธิ์ อ.สวี มีการจัดทำธนาคารต้นไม้เพื่อเชื่อมโยงองค์กรชุมชนต่อเนื่องต่อไป จ.กระบี่ มีการเชื่อมโยงกับสภาองค์กรชุมชนมาทำงานเรื่องที่ดินและประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและมีการเชื่อมโยงกับประเด็นงานอื่นๆในตำบล เช่นสวัสดิการชุมชน การจัดการภัยพิบัติ กลุ่มเกษตรอินทรีย์ เป็นต้น

                 จ.สุราษฎร์ธานี มีขบวนการเคลื่อนไหวเรื่องป่าและเขื่อนมาตั้งแต่ปี ๒๕๒๕ ปัจจัยแห่งความสำเร็จของการเคลื่อนงานในตำบลที่ประสบผลสำเร็จคือ การทำงานร่วมกับภาคี การมีกองทุน การใช้พลังมวลชนขับเคลื่อน นโยบายและการทำงานด้วยความโปร่งใส จ.นครศรีธรรมราช ก็เน้นการพัฒนากองทุนที่ดินเช่นกัน

                ที่ประชุมและคณะทำงานภาคได้กำหนดข้อตกลงในการขับเคลื่อนร่วมที่สำคัญคือ ให้มีคณะกรรมการที่มีผู้เดือดร้อนเป็นส่วนประกอบสำคัญ ในตำบลที่มีสภาให้ใช้สภาองค์กรชุมชนในการขับเคลื่อน มีการติดตามผลการทำงาน การบริหารโครงการอย่างต่อเนื่อง มีการเชื่อมโยงกันในจังหวัดและภาค

                นายอัมพร  แก้วหนู ผู้ช่วยผู้อำนวยการสถาบัน ระบุว่าตัวชี้วัดความสำเร็จของการจัดการที่ดินโดยชุมชนนี้ ๗ เรื่องคือ เกิดขบวนองค์กรชุมชนจัดการที่ดิน ประชาชนเจ้าของปัญหาลุกขึ้นมาแก้ปัญหาเอง มีกองทุนที่ดิน มีการทำงานร่วมกับหน่วยงานอย่างเท่าเทียมกัน มีการเปลี่ยนแปลงนโยบายทุกระดับ การจัดการที่ดินเป็นสะพานเชื่อมไปสู่การจัดการเรื่องอื่นๆของชุมชนและสามารถแก้ปัญหาที่ดิน ที่อยู่อาศัยให้กับชุมชนได้

                สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนอนุมัติงบประมาณสนับสนุนโครงการจัดการที่ดินในพื้นที่ ๗ จังหวัดใต้บน ๕๑ พื้นที่ งบประมาณรวมประมาณ ๑๖.๖๙ ล้านบาท เป็นพื้นที่รูปธรรม ๑๖ พื้นที่และพื้นที่ขยาย ๓๕ พื้นที่

แบ่งปัน
Submit to FacebookSubmit to Google PlusSubmit to Twitter