
ที่โรงเรียนอนุบาลสตูล เมื่อวันที่ 22-23 เมษายน 2556 เครือข่ายคนรักสตูล ซึ่งประกอบด้วยเครือข่ายภาคประชาชนและหน่วยงานกว่า 20 องค์กร ได้จัดงานสมัชชาคนสตูลครั้งที่ 2 เพื่อร่วมกำหนดทิศทางการพัฒนาจังหวัดสตูล ภายใต้ต้นทุนทางสังคมและทรัพยากรในจังหวัด โดยมีนายเหนือชาย จิระอภิรักษ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล มารับข้อเสนอของภาคประชาชน มีผู้แทนจากส่วนราชการ ผู้บริหารสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (พอช.) ผู้แทนหน่วยงาน ผู้แทนเครือข่ายชุมชนและภาคประชาสังคมร่วมงานกว่า 1,000 คน
นายกิตติโชติ ชนะหลวง ผู้แทนเครือข่ายคนรักสตูลได้รายงานข้อมูลการพัฒนา ในวันเปิดงานวันแรกว่า ในจ.สตูล เครือข่ายองค์กรชุมชนและภาคประชาสังคม ได้ทำงานพัฒนาชุมชนท้องถิ่นในด้านต่างๆกว่า 10 ประเด็นงาน อาทิกองทุนสวัสดิการชุมชน การจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง การจัดการท่องเที่ยวโดยชุมชน การจัดการความรู้ด้วยกระบวนการงานวิจัย การสร้างวัฒนธรรมและความปลอดภัยทางถนน การจัดการภัยพิบัติโดยชุมชน การจัดการเรื่องสุขภาพและคุ้มครองผู้บริโภค การจัดการเรื่องที่อยู่อาศัยโดยชุมชน การจัดการเรืองเด็ก เยาวชนและสตรี และชุมชนท้องถิ่นจัดการตนเอง มีความคืบหน้าของการจัดตนเองในเรื่องต่างๆในทุกเรื่อง เช่นการจัดตั้งกองทุนสวัสดิการชุมชนตำบล 32 กองทุน จำนวนสมาชิก 20,800 คน จำนวนเงินกองทุน 23.57 ล้านบาท การแก้ปัญหาที่อยู่อาศัยของชุมชนในชนบทโดยชุมชนกว่า 5,000 ครัวเรือน การจัดตนเองที่ตำบลนาทอน บนพื้นฐานของความร่วมมือของท้องที่ ท้องถิ่น สถาบันศาสนา และประชาชนเพื่อขับเคลื่อนวาระของตำบล ในภาพรวมของจังหวัดมีเครือข่ายภาคประชาชน 14 เครือข่าย และหน่วยสนุนทั้งส่วนราชการภาคประชาสังคมและองค์กรพัฒนาเอกชนกว่า 14 หน่วยงาน
นพ.นิรันดร์ พิทักษ์วัชระ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ซึ่งได้เดินทางมาบรรยาย “สิทธิการพัฒนา บนพื้นฐานการจัดการตนเองของคนสตูล” กล่าวว่า ชุมชนมีสิทธิในการจัดการตนเองตามรัฐธรรมนูญมาตรา 66 ,67 เป็นสิทธิในการใช้ประโยชน์และบริหารจัดการตนเองของชุมชนท้องถิ่นบนพื้นฐานวัฒนธรรม วิถีชีวิตแบบคนในสังคมไทย และมาตรา 87 เป็นสิทธิในการมีส่วนร่วมของประชาชนในแนวนโยบายพื้นฐานของรัฐหรือการตัดสินใจเชิงนโยบาย ซึ่งปัจจุบันประเทศเรามีการพัฒนาที่ไม่สมดุล นำไปสู่ความเหลื่อมล้าอย่างรุนแรง ภาวะความเหลื่อมล้ำอยู่ในอันดับสามของโลก ตัวอย่างการพัฒนาที่ไม่สมดุลเช่นมีการลงทุนในภาคอุตสาหกรรม 80 % ลงทุนภาคเกษตรเพียง 20 % และในคน 100 คน คนรวย 20 คน มีทรัพย์สินถึง 80% ในขณะที่คนจน 80 คนมีทรัพย์สินไม่ถึง 20 % การพัฒนาที่ยั่งยืนหรือเป็นธรรมจึงต้องเป็นการพัฒนาที่ลดความเหลื่อมล้ำ การที่ประชาชนในจังหวัดหรือท้องถิ่นลุกขึ้นมาจัดการตนเอง ทำข้อเสนอต่อผู้ว่าราชการจังหวัด หรือการออกข้อบัญญัติท้องถิ่นเพื่อแก้ปัญหาในชุมชนท้องถิ่น จะเป็นหนทางหนึ่งของการแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำ และเมื่อกล่าวถึงการจัดการตนเองของคนสตูลก็ต้องจัดการบนฐานทรัพยากร ดิน น้ำ ป่า และทุนทางสังคมที่มีอยู่ในสตูล พร้อมเสนอว่าการจัดการของประชาชนควรคำนึงถึงเรื่องสำคัญ 10 เรื่อง ได้แก่ เกษตรชุมชน วิสาหกิจชุมชน วัฒนธรรมชุมชน การศึกษาชุมชน สุขภาพชุมชน ยุติธรรมชุมชน สื่อชุมชน พลังงานชุมชน สวัสดิการชุมชน เป็นต้น และการจัดการตนเองจะประสบความสำเร็จได้ ต้องใช้กระบวนการมีส่วนร่วมของชุมชนหรือประชาธิปไตยทางตรง ตามด้วยการสนับสนุนการกระจายอำนาจอย่างเป็นจริงด้วยการจัดทำข้อบัญญัติท้องถิ่นเพื่อแก้ปัญหาของชุมชนในด้านต่างๆ ตามสภาพของท้องถิ่น และสร้างกระบวนการทำงานด้วยพลังของพลเมืองจึงจะเป็นประชาธิปไตยที่แข็งแรง เพื่อสร้างการพัฒนาที่เป็นธรรมและจะช่วยแก้ปัญหาของชุมชนได้อย่างแท้จริง
ด้านนายสัมฤทธิ์ เลียงประสิทธ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสตูล ระบุว่าองค์การบริหารส่วนจังหวัดให้ความสำคัญกับเรื่องการท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์ เนื่องจากจังหวัดมีต้นทุนในเรื่องแหล่งเที่ยวและทรัพยากรธรรมชาติที่สวยงาม และการส่งเสริมการพัฒนาที่หวังเพิ่มรายได้ของภาคเกษตรกร
ในขณะที่นายสมยศ ฤทธิ์ธรรมนาถ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านทอน ได้กล่าวถึงการจัดการตนเองของชุมชนที่ตำบลบ้านทอน หรือที่รู้จักในนามบ้านทอนแกหราตนเอง รวมทั้งการส่งเสริมสวัสดิการชุมชนว่า ใช้กระบวนการสร้างความร่วมมือของสี่ฝ่าย คือท้องถิ่น ท้องที่ ศาสนา และประชาชน โดยผู้นำศาสนามีส่วนช่วยในการจัดการตนเอง เพราะศาสนามีเป้าหมายเพื่อให้ทุกคนอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข ที่มองศาสนามากกว่าสัญลักษณ์ในตำบลมีทั้งวัดและมัสยิดที่เป็นวิถีชีวิตของชุมชนที่เอาทั้งผู้นำและผู้รู้มาทำงานร่วมกัน ในขณะที่ท้องถิ่นก็มีเป้าหมายเพื่อสร้างสุขให้กับประชาชนในมิติต่างๆที่มากกกว่าถนนหนทาง ในขณะที่ฝ่ายท้องที่มีเป้าหมายในการดูแลเรื่องความมั่นคง แก้ปัญหาความเดือดร้อนของคนในชุมชน และภาคประชาชนได้ใช้จิตอาสาในการทำงานเพื่อส่วนรวม การจัดการตนเองที่ตำบลบ้านทอน จึงเป็นการทำงานบนความร่วมมือของสี่ฝ่ายหรือสี่ขา ภายใต้วิสัยทัศน์ คนมีความรู้ อยู่อย่างพอเพียง ร้อยเรียงวิถีชุมชน สร้างสังคมสวัสดิการ
ด้าน นายอัมพร แก้วหนู ผู้ช่วยผู้อำนวยการพอช. กล่าวว่าประชาชนสามารถจัดการตนเองได้ทุกเรื่อง และสิ่งที่ชาวบ้านทำนั้นได้ไปไกลกว่าแนวทางการพัฒนาแบบมีส่วนร่วมคือการไปสู่การพัฒนาในแนวทางชุมชนเป็นแกนหลัก คือเจ้าของปัญหาเป็นเจ้าของเรื่อง ในจ.สตูลประชาชนได้จัดการตนเองแล้วหลายเรื่อง เช่นการซ่อมสร้างที่อยู่อาศัยด้วยตนเองกว่า 5,300 ครัวเรือน การมีกองทุนสวัสดิการชุมชนใน 32 ตำบล ส่วนในระดับประเทศประชาชนได้ทำสวัสดิการชุมชนเพื่อเปลี่ยนประเทศไทย ปัจจุบันมีกองทุนสวัสดิการชุมชนกว่า 5,000 กองทุนทั่วประเทศ มีสมาชิกกว่า 3.4 ล้านคน เงินกองทุนกว่า 3,800 ล้านบาท การจัดสวัสดิการชุมชนจึงมีเป้าหมายเพื่อการดูแลคนในชุมชนด้วยตนเอง ไม่ได้ต้องการให้คนในชุมชนไปออกทีวีเพื่อเรียกร้องขอความช่วยเหลือ การจัดการตนเองจึงหมายถึงการจัดการทุกเรื่องและทำร่วมกับทุกฝ่าย ข้อเสนอต่อการจัดการตนเองจึงหมายถึงการเสนอให้ตนเองทำในเรื่องที่ทำได้เอง ส่วนในเรื่องที่ทำตามลำพังไม่ได้ก็มีข้อเสนอให้กับหน่วยงานที่มีภารกิจโดยตรงหรือทำร่วมกับหน่วยงาน
พร้อมกันนี้ผู้เข้าร่วมสัมมนาได้มีการประชุมกลุ่มย่อย จัดทำข้อเสนอในทิศทางการพัฒนาจังหวัดสตูลใน 11 ประเด็นงาน คือ กองทุนสวัสดิการชุมชน การจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง การจัดการท่องเที่ยวโดยชุมชน การจัดการความรู้ด้วยกระบวนการงานวิจัย การสร้างวัฒนธรรมและความปลอดภัยทางถนน การจัดการภัยพิบัติโดยชุมชน การจัดการเรื่องสุขภาพและคุ้มครองผู้บริโภค การจัดการเรื่องที่อยู่อาศัยโดยชุมชน การจัดการเรืองเด็ก เยาวชนและสตรี และชุมชนท้องถิ่นจัดการตนเอง (ข้อเสนอรายละเอียดตามเอกสารแนบท้าย)
โดยผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล ได้เดินทางมารับข้อเสนอของเครือข่ายฯในเช้าวันที่ 23 เมษายน นายเหนือชาย ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูลกล่าวว่าที่ผ่านมาได้เปิดประตูรับฟังเสียงประชาชนมาโดยตลอด สำหรับข้อเสนอของประชาชนจะรับไว้ทุกข้อ แต่บางเรื่องก็มีข้อจำกัด เพราะแผนงานงบประมาณของจังหวัดในปี 2557 ก็ทำเสร็จแล้ว บางเรื่องที่ชุมชนเสนอก็มีอยู่ในแผนจังหวัดแล้ว เช่นการท่องเที่ยวชุมชน การยกระดับท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์สู่สากล การดูแลคนพิการหรือคนด้อยโอกาส การพัฒนากลุ่มอาชีพของสตรี หรือการสนับสนุนกิจกรรมของเยาวชน ตนจะพยายามอย่างเต็มที่ในการสนับสนุนหรือต่อยอดในสิ่งที่ชุมชนได้ทำมาแล้วแม้จะเหลือเวลาราชการเพียง 500 กว่าวัน และเสนอว่าประชาชนควรจะทำในสิ่งที่สามารถนับได้วัดได้
และในช่วงสุดท้ายของการจัดงาน เครือข่ายคนรักสตูล ได้ร่วมประกาศเจตนารมณ์ ดังคำสัญญาที่จะช่วยกันดูแลและพัฒนาจ.สตูลตามทิศทางการพัฒนาที่ได้กำหนดร่วมกัน ร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัด ผู้แทนหน่วยงานทุกทั้งภาครัฐ เอกชนและประชาสังคม (คำประกาศดังเอกสารแนบท้าย)
คำประกาศ
สมัชชาคนสตูล ครั้งที่ 2
เพื่อการสร้างสรรค์สังคมสตูลสู่ความ สงบ สะอาด ธรรมชาติบริสุทธิ์
เครือข่ายภาคประชาชนจังหวัดสตูล มีพัฒนาการอย่างต่อเนื่องนานนับหลายปี และมีมิติการดำเนินงานที่หลากหลายมากขึ้น หากเทียบกับยุคแรก ที่เริ่มต้นจากชุมชนชนบทเล็กๆ จากประเด็นเกษตรกรรม การทำกิน ที่ดินป่าไม้ ประมงพื้นบ้านขนาดเล็ก จนถึงยุครอยต่อที่มีการเปิดพื้นที่กับชนชั้นกลาง หรือภาคประชาสังคม มีการขยายประเด็นสู่คนเมือง ในมิติด้านสุขภาพ การคุ้มครองผู้บริโภค ชุมชนแออัด ที่อยู่อาศัย คนพิการ ผู้สูงอายุ เยาวชน และการศึกษาวิจัยชุมชน มาสู่ยุคที่มีการให้ความสำคัญกับกระบวนการมีส่วนร่วมของภาคประชาชนอย่างน่าสนใจยิ่ง จนเป็นที่ยอมรับของสังคมในวงกว้าง รวมรัฐบาลเองก็แสดงการตอบรับด้วยการตราพระราชบัญญัติเพื่อให้แนวคิดเหล่านี้มีกฎหมายออกมารองรับอย่างเป็นรูปธรรม อย่างกรณีของสภาองค์กรชุมชน และสภาพัฒนาการเมือง ซึ่งเป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้การขยายบทบาทขององค์กรชุมชน ภาคประชาชน หรือภาคีเครือข่ายทางสังคมที่อื่นๆ เกิดขึ้นอย่างชัดเจน และมีการเคลื่อนไหวอย่างคึกคักในขณะนี้
ต้นทุนของกลุ่มภาคี เครือข่ายจังหวัดสตูลจนถึงขณะนี้มีมากพอสมควร ในระยะสองสามปีมานี้มีการปฏิสัมพันธ์ผ่านเวทีพูดคุย เสวนา และมีการถกเถียงถึงความคิดนำไปสู่การเกาะกลุ่มรวมตัวจนเป็นที่มาของ“สมัชชาคนสตูล” และได้มีการจัดเวทีระดับจังหวัดครั้งแรกเมื่อ ปี พ.ศ. 2555 และครั้งนี้ ถือเป็นครั้งที่ 2 ภายใต้ความคิดว่า “ รวมคน ร่วมคิด ร่วมกำหนดทิศทาง คนสตูล ” ซึ่งเชื่อว่าจากนี้ไปตัวตนของคนสตูลจะมีสถานภาพที่เด่นชัดขึ้น พร้อมกับจะมีประเด็นการขับเคลื่อนทางสังคมในมิติต่างๆที่แหลมคมมากขึ้นด้วยเช่นกัน
ในนามของสมัชชาคนสตูล ที่ได้ร่วมกันจัดงานสมัชชาฯครั้งที่ 2 ขอประกาศเจตนารมณ์ร่วมกันว่า
- 1.เราจะยกระดับการรวมตัวของภาคี เครือข่ายคนสตูลให้มีความเข้มแข็งยิ่งขึ้น และจะพัฒนาศักยภาพขององค์กรเครือข่ายให้มีความพร้อมในการขับเคลื่อนกิจกรรมทางสังคมโดยรวมของจังหวัดสตูลอย่างมีคุณภาพ
- 2.สมัชชาคนสตูล ขอยืนยันว่าทุกข้อเสนอที่เกิดขึ้นจากเวทีสมัชชาฯในครั้งนี้ เราจะเริ่มต้นลงมือปฏิบัติอย่างจริงจัง เพื่อให้สิ่งที่พี่น้องสมาชิกสมัชชาฯที่มาร่วมคิดในครั้งนี้เกิดขึ้นจริง ภายใต้ทิศทางการพัฒนาที่เหมาะสมกับศักยภาพที่เป็นจริง
- 3.สมัชชาคนสตูล มีความยินดี และมีความพร้อมที่จะร่วมมือกับทุกภาคส่วน เพื่อให้ข้อเสนอ ซึ่งเป็นความคิดฝันของคนสตูลนำไปสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม
- 4.จากนี้ไปสมัชชาคนสตูลจะพัฒนากลไกการติดตามผล หลังจากที่ได้มีการยื่นข้อเสนอดังกล่าวผ่านผู้ว่าราชการจังหวัดแล้ว เพื่อติดตามความคืบหน้า หรือปัญหาอุปสรรคในการนำข้อเสนอดังกล่าวไปสู่การปฏิบัติ และขอเข้าหารือกับผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นระยะ หรือเข้าร่วมรับฟังการดำเนินของสำนักงานจังหวัด และส่วนราชการอื่นๆที่เกี่ยวข้อง
เราจึงขอประกาศ เพื่อยืนยันในเจตนารมณ์ของสมัชชาคนสตูล ว่า เราจะส่งเสริม สนับสนุน และขับเคลื่อนให้ทิศทางการพัฒนาจังหวัดสตูลเป็นไปในทิศทางที่เหมาะสมบนฐานศักยภาพที่เป็นจริง โดยเฉพาะในเรื่องด้านปกป้องรักษาทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม ด้านการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ด้านการประมงที่สมดุล ตลอดถึงการรักษาไว้ซึ่งสังคมที่มีวิถีวัฒนธรรมที่ดีงามของคนสตูล เพื่อดำรงไว้ซึ่งความฝันร่วมของคนสตูล ภายใต้คำขวัญที่ว่า “สตูล สงบ สะอาด ธรรมชาติบริสุทธิ์”
ด้วยความเชื่อมั่น และศรัทธา
สมัชชาคนสตูล
23 เมษายน 2556
ข้อเสนอทิศทางการพัฒนาจังหวัดสตูลของเครือข่ายคนรักสตูลที่ได้มอบให้ผู้ว่าราชการจังหวัด จำนวน 11 ด้านมีดังนี้
1.ข้อเสนอกองทุนสวัสดิการชุมชน
เป้าหมายร่วม
1.การพัฒนาระบบกองทุนให้มีความเข้มแข็ง ในระบบการบริหารจัดการกองทุน
2.การขยายฐานสมาชิกกองทุนให้ครอบคลุมทั้งตำบล
3.พัฒนาระบบกองทุนที่ไม่ได้มาจากการสมทบเพียงอย่างเดียว
4.การสร้างความร่วมมือกับท้องที่ในตำบล ใช้ความเป็นกลาง ไม่สนับสนุนการเมืองฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง พร้อมทำงานร่วมกันกับทุกฝ่าย
ระดับตำบล (กองทุนสวัสดิการชุมชนระดับตำบล)
1.พัฒนากองทุนให้เกิดความเข้มแข็งเพื่อการจัดสวัสดิการให้กับคนให้กับคนในชุมชน/ตำบล ให้ครอบคลุมทุกกลุ่มคนและครอบคลุมจำนวนประชากรทั้งตำบล
2.การจัดทำแผนงานการพัฒนาและสนับสนุนกองทุนสู่แผนของท้องถิ่น และกำหนดเป็นข้อบัญญัติในการสมทบงบประมาณของท้องถิ่น
3. การจัดเวทีประชุม/ทำความเข้าใจขยายฐานสมาชิกให้ครอบคลุมประชากรทั้งตำบล
4.การจัดกิจกรรมในระดับตำบลเพื่อก่อให้เกิดรายได้เพื่อสมทบเข้ากองทุนสวัสดิการ รวมไปถึงการนำเงินของกองทุนสวัสดิการชุมชนให้เกิดกำไร เพื่อนำมาสมทบสวัสดิการ
ระดับจังหวัด
1.เสนอให้ท้องที่/ท้องถิ่น ให้ความร่วมมือ/หนุนเสริม การดำเนินงานของสวัสดิการชุมชนในระดับตำบลและระดับจังหวัด
2.เสนอให้หน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องกับงานสวัสดิการชุมชน มีการสร้างความเข้าใจและสนับสนุนการดำเนินงานสวัสดิการชุมชนทั้งระดับตำบลและระดับจังหวัด
3. เสนอให้หน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง ร่วมกันประชาสัมพันธ์เรื่องสวัสดิการชุมชนทั้งในระดับตำบลและระดับจังหวัด
4.ขอความร่วมมือจากผู้ว่าราชการจังหวัดให้มีนโยบายให้ทุกภาคส่วน สร้างความเข้าใจและสนับสนุนการขับเคลื่อนงานสวัสดิการชุมชนระดับตำบล (ทุกตำบล)
5.คณะกรรมการสนับสนุนการขับเคลื่อนสวัสดิการชุมชนระดับจังหวัด ต้องร่วมกันกำหนดทิศทาง/วิธีการ ให้คณะกรรมการกองทุนสวัสดิการชุมชนทุกตำบล มีความรู้ความเข้าใจเรื่องสวัสดิการชุมชนเท่าเทียมกัน
2.ข้อเสนอการจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง
เพื่อให้การบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งจังหวัดสตูลเป็นไปอย่างมีศักยภาพ ควรดำเนินการดังนี้
1.ต้องมีมาตรการบังคับใช้ใช้กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งรวมถึงการปรับปรุงระบบกฎหมายเพื่อให้มีความเหมาะสมกับการทำประมงตามสภาพพื้นที่ เพื่อลดความขัดแย้งระหว่างชาวประมงด้วยกัน ตลอดถึงต้องมีการประสานความร่วมมือระหว่างหน่วยงานเพื่อพัฒนาระบบเฝ้าระวังที่เกิดจากการมีส่วนร่วมของเครือข่ายองค์กรชุมชนที่มีอยู่แล้ว
2. มีมาตรการบริหารจัดการ หรือควบคุม ดูแล การปล่อยน้ำเสียที่เกิดจากภาคอุตสาหกรรม การเพาะเลี้ยงชายฝั่ง การเกษตรกรรม และน้ำทิ้งจากชุมชน
3. ต้องควบคุมสิ่งปลูกสร้างต่างๆ ที่รุกล้ำพื้นที่ทางทะเลและชายฝั่ง ที่เกิดจากการขยายตัวของแหล่งท่องเที่ยว รีสอร์ท โฮมสเตย์ รวมถึงการขยายตัวของชุมชน ที่คาดว่าจะเสี่ยงต่อการทำลายทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ระบบนิเวศ ตลอดถึงวิถีชีวิตและวัฒนธรรม จารีตประเพณีของคนในพื้นที่
4. ต้องทบทวนโครงการขนาดใหญ่ที่กำลังจะเกิดขึ้นที่จะหวัดสตูล อย่างกรณีโครงการท่าเรือน้ำลึกปากบารา เนื่องจากเป็นโครงการที่คาดว่าจะส่งผลกระทบอย่างรุนแรงกับชุมชน และการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมโดยรวมของอ่าวปากบารา และทะเลสตูล
5. จัดให้มีการสำรวจ และศึกษาพื้นที่คุ้มครองเฉพาะ เพื่อประกาศให้เป็นเขตอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งในระดับภูมินิเวศ โดยเฉพาะพื้นที่ปลาวางไข่ พื้นที่สัตว์น้ำหายาก แหล่งปะการัง แหล่งหญ้าทะเล พื้นที่ที่มีความหลากหลายของทรัพยากร ซึ่งถือเป็นแหล่งผลิตอาหารทางทะเลที่สำคัญของจังหวัดสตูล อย่างเช่น พื้นที่ เกาะสาหร่าย, อ่าวตันหยงโป ,อ่าวแหลมสน,อ่าวปากบารา, อ่าวขอนคลาน
6. ส่งเสริมให้มีการการจัดตั้งเครือข่ายองค์กรชุมชนประมงพื้นบ้าน ในทุกระดับ และสนับสนุนกลุ่มเหล่านั้นให้มีการการดูแล รักษา และฟื้นฟูทรัพยากรทางทะเล และชายฝั่งทุกพื้นที่ในจังหวัดสตูล อย่างเช่นการทำธนาคารปูไข่ ธนาคารกั้ง แหล่งเพาะพันธุ์สัตว์น้ำ บ้านปลา
7. ส่งเสริมอาชีพที่เหมาะสม เพื่อเสริมสร้างรายได้ให้กับกลุ่มองค์กรชาวประมงพื้นบ้านที่มีการรวมตัวกันในระดับชุมชน ซึ่งจะเป็นเครื่องมือให้มีการร้อยรัดการรวมกลุ่มได้อีกทางหนึ่ง อย่างเช่นการเพาะเลี้ยงชายฝั่ง แพปลาชุมชน การแปรรูปสัตว์น้ำ วิสาหกิจชุมชน ฯลฯ
8. ต้องสร้างกลไกการบริหารการจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง และการประมง ในลักษณะคณะกรรมการที่มาจากทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ทั้งจากภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน เพื่อนำไปสู่การกำหนดทิศทาง และการแก้ไขปัญหาในการบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งของจังหวัดสตูลในระยะยาวร่วมกัน
3.การท่องเที่ยวโดยชุมชน
1. ด้านการส่งเสริมศักยภาพการท่องเที่ยวโดยชุมชน
1.1 บุคลากรด้านการท่องเที่ยวระดับจังหวัด
จังหวัดต้องส่งเสริมให้เจ้าหน้าที่ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เรียนรู้รูปแบบการท่องเที่ยวโดยชุมชน (ผ่านกระบวนการลงพื้นที่จริง ร่วมกิจกรรม) และนำรูปแบบการท่องเที่ยวโดยชุมชน มาเป็นเครื่องมือในการพัฒนาชุมชน พัฒนารูปแบบการท่องเที่ยวภายใต้ศักยภาพเชิงธรรมชาติ (พื้นที่)ที่มีอยู่
1.2 หน่วยงานด้านการท่องเที่ยว
จังหวัดต้องสร้างกลไก (หน่วยงานการท่องเที่ยวโดยชุมชน) ในการพัฒนาศักยภาพชุมชนสู่การจัดการท่องเที่ยวโดยชุมชนอย่างต่อเนื่อง จริงจัง (มิใช่ชุมชนเป็นเพียงแหล่งถูกท่องเที่ยวเช่นในปัจจุบัน)
1.3 การตลาดและการประชาสัมพันธ์
จังหวัดต้องช่วยประชาสัมพันธ์และส่งเสริมเรื่องการตลาดเกี่ยวกับการท่องเที่ยวโดยชุมชนแก่นักท่องเที่ยวและสื่อสารมวลชน
2. ด้านการพัฒนาระดับพื้นที่
ชุมชนที่จัดการท่องเที่ยวโดยชุมชน ต้องจัดการเรียนรู้กับโรงเรียนควบคู่กับการสร้างการเรียนรู้กับนักท่องเที่ยว
4.การจัดการเรียนรู้ด้วยกระบวนการวิจัย
1.ด้านรูปแบบการจัดการเรียนรู้
1.1 คนสตูลต้องการรูปแบบการจัดการเรียนรู้ด้วยกระบวนการวิจัยในทุกโรงเรียน
1.2 โรงเรียนต้องปรับเปลี่ยนวิธีการจัดการเรียนรู้ จากการสอนหนังสือมาเป็นการสอนคน โดยเน้นการเรียนรู้ด้วยตนเอง (นักเรียนเป็นศูนย์กลางอย่างแท้จริง)
1.3 จังหวัดต้องส่งเสริมการจัดการเรียนรู้ที่สอดคล้องกับบริบทสังคม และสิ่งแวดล้อมของผู้เรียนโดยการมีส่วนร่วมในการจัดการเรียนรู้ของชุมชน
2. ด้านการหนุนเสริมศักยภาพโรงเรียน
2.1 จังหวัดต้องส่งเสริมการเรียนรู้ระหว่างโรงเรียนภายในจังหวัดสตูล เพื่อเรียนรู้อัตลักษณ์ บริบท ศาสนา วัฒนธรรม ภายใต้แนวคิด“โรงเรียนรากัน (เกลอ) สโตย”
2.2 จังหวัดต้องส่งเสริมระบบโรงเรียนคู่แฝดระหว่างประเทศ เพื่อสร้างการเรียนรู้แก่นักเรียน
2.3 จังหวัดต้องส่งเสริมการเรียนรู้เพื่อรองรับพิบัติภัยแก่โรงเรียนในพื้นที่เสี่ยง
3. ด้านการพัฒนาระดับพื้นที่
โรงเรียนที่จัดการเรียนรู้ด้วยกระบวนการวิจัย ต้องนำกระบวนการมาสร้างการเรียนรู้แก่คนในชุมชน
5.การสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัยทางถนน
1.ส่งเสริม สนับให้ชุมชนมาเป็นเจ้าภาพ สร้างความตระหนักด้านความปลอดภัยทางถนน โดยหน่วยงานทำหน้าที่ส่งเสริมสนับสนุนการทำงาน
2.สร้างการมีส่วนร่วมของชุมชนที่อยู่ใกล้ถนนมาออกแบบ ในการออกแบบสร้างถนนที่สอดคล้องกับบริบทของชุมชน
3.สร้างถนนหน่วยงานควรสอบถามและรับฟังความคิดเห็นและปัญหาที่เกิดขึ้นของคนในพื้นที่
4.บังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง
5.ให้จังหวัดสตูลมีวาระเฝ้าระวังการใช้รถใช้ถนนของเด็กและเยาวชน ตั้งแต่ระดับชุมชนและหน่วยงาน
6.การจัดการภัยพิบัติโดยชุมชน
1.สร้างฐานข้อมูลภัยพิบัติ ชุมชนต้องเตรียมความพร้อมในพื้นที่เสี่ยง
2.เสริมศักยภาพอาสาสมัครในการป้องกันภัยพิบัติชุมชน
3.ปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานที่อาจก่อให้เกิดปัญหาภัยพิบัติ เช่น ทางระบายน้ำ ท่อ คู คลอง สะพาน
4.สนับสนุนการจัดตั้งศูนย์ประสานงานจัดการภัยพิบัติชุมชน เพื่อจัดทำแผนเตรียมความพร้อมโดยการมีส่วนร่วมของชุมชน
5.สนับสนุนระบบสื่อสารระดับชุมชนในการเฝ้าระวังและเตือนภัยในพื้นที่
6.ส่งเสริมระบบการจัดการทรัพยากรธรรมชาติในพื้นที่เสี่ยวต่อการเกิดภัยพิบัติ
7.สนับสนุนให้มีการจัดทำหลักสูตรการจัดการภัยพิบัติและจัดการเรียนการสอนในโรงเรียน
8.สนับสนุนชุมชนที่มีศักยภาพในการจัดการภัยพิบัติเป็นพื้นที่ต้นแบบในการศึกษาของพื้นที่อื่น
9.จัดตั้งกองทุนภัยพิบัติชุมชนโดยให้ชาวบ้านมีบทบาทในการออกแบบการจัดการ
10.ไม่สร้างแหล่งเก็บน้ำขนาดใหญ่ในพื้นที่จังหวัดสตูล เช่น เขื่อน หรือ อ่างขนาดใหญ่
7.สุขภาพและการคุ้มครองผู้บริโภค
1. ให้สำนักงานจังหวัดร่วมกับสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดและสำนักงานคณะกรรมการอิสลามจังหวัด หน่วยงานที่เกี่ยวข้องและภาคีภาคประชาชนเป็นเจ้าภาพหลักนำเสนอข้อมูลจากเวทีสมัชชาคนสตูล เสนอต่อผู้ว่าราชการจังหวัดเพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบมอบหมายให้หน่วยงานทุกระดับดำเนินการและเกิดการปฏิบัติจริง โดยยึดหลักการมีส่วนร่วมทุกภาคส่วน โดยมีประเด็นที่ดำเนินการ ดังนี้
1.1 ให้มีองค์กรหรือคณะทำงานภาคประชาชนเข้ามาดูแลงานคุ้มครองผู้บริโภคด้านฮาลาลเพื่อรองรับประชาคมอาเซียน
1.2 ให้สำนักงานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดสตูลร่วมกับองค์กรคุ้มครองผู้บริโภคด้านฮาลาลและเครือข่ายประชาชนในพื้นที่ทำงานร่วมกัน เพื่อดูแลปัญหาเกี่ยวกับเรื่องฮาลาล
1.3 ให้สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสตูลทำงานร่วมกับองค์กรคุ้มครองผู้บริโภคด้านสุขภาพ เช่น พ.ร.บ.ยา, พ.ร.บ.เครื่องสำอาง ฯลฯ
2. ให้สำนักงานจังหวัดกำหนดให้มีการจัดเวทีสภาผู้บริโภคจังหวัดสตูล ประจำทุกปี ปีละครั้ง โดยบูรณการระหว่างสำนักงานคุ้มครองผู้บริโภคจังหวัดสตูล สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสตูลและภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน เพื่อหาแนวทางการแก้ไขปัญหาผู้บริโภค
3. ให้สำนักงานคุ้มครองผู้บริโภคจังหวัดร่วมกับเครือข่ายมีการรายงานผลมติประเด็นการขับเคลื่อนงานคุ้มครองผู้บริโภค (เครือข่าย 9 ด้าน) ต่อสาธารณะผ่านช่องทางสื่อต่างๆ ทุกภาคส่วนและรายงานผลผ่านเวทีสมัชชาคนสตูลทุกปี โดยมีประเด็นที่ต้องรายงาน ดังนี้
3.1 ด้านคุ้มครองผู้บริโภคตามพระราชบัญญัติ
3.2 ด้านสุขภาพตามกฎหมายกระทรวงสาธารณสุข
3.3 ด้านฮาลาล ตามพระราชบัญญัติการจัดตั้งองค์กรศาสนาอิสลาม
4. ให้สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดและสำนักงานคุ้มครองผู้บริโภคและสำนักงานคณะกรรมการอิสลามจังหวัด เป็นเจ้าภาพหลักกำหนดประเด็นการขับเคลื่อนงานคุ้มครองผู้บริโภคนำเสนอในเวทีสมัชชาคมสตูล เพื่อกำหนดให้เป็นเป้าหมายร่วมของคนสตูล ด้านการคุ้มครองผู้บริโภคที่สามารถปฏิบัติได้จริงตามยุทธศาสตร์คุ้มครองผู้บริโภคจังหวัดสตูล
8.การจัดการที่อยู่อาศัยโดยชุมชน
ระดับตำบล
1.) พัฒนาระบบการบริหารจัดการกองทุนที่อยู่อาศัยระดับตำบลให้มีความเข้มแข็งสามารถช่วยเหลือผู้เดือดร้อนได้อย่างยั่งยืนและเชื่อมโยงไปสู่งานพัฒนาด้านอื่นๆ
2.) พัฒนาศักยภาพในด้านต่างๆ แก่คณะกรรมการฯ ของชุมชน เนื่องจากคณะกรรมการฯ ส่วนใหญ่เป็นชาวบ้านยังขาดทักษะในการทำงาน
3.) ประชาสัมพันธ์ สร้างความเข้าใจและความร่วมมือกับหน่วยงานและสังคมภายนอกได้รู้จัก/รับรู้การขับเคลื่อนงานด้านที่อยู่อาศัยอย่างต่อเนื่อง
ระดับจังหวัด
1.) กำหนดนโยบายร่วมกับหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง ท้องที่ ท้องถิ่น ในการหนุนเสริมการพัฒนากองทุนที่อยู่อาศัยระดับตำบล
2.) สำรวจข้อมูลครัวเรือนผู้เดือดร้อนเรื่องที่ดินและที่อยู่อาศัยทุกหมู่บ้าน/ชุมชนทั้งจังหวัดสตูล ร่วมกับส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ทั้งองค์การปกครองส่วนท้องถิ่นและสภาองค์กรชุมชนตำบล
3) การสนับสนุนการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในโครงการจากภาครัฐ เช่น ไฟฟ้า ประปา ถนน ในชุมชนที่ดำเนินการแก้ปัญหาที่อยู่อาศัย
4) กำหนดกลไกร่วมระหว่างองค์กรชุมชน องค์กรท้องถิ่นและส่วนราชการ ในการวางแผนการแก้ปัญหา วางแผนพัฒนา และการติดตามงานก่อสร้าง
ระดับนโยบาย
1.) ให้ภาครัฐหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสนับสนุนงบประมาณในการแก้ไขปัญหาด้านที่อยู่อาศัยอย่างต่อเนื่อง
9.การจัดการเกษตรอย่างยั่งยืน
1.จัดทำฐานข้อมูลและแผนที่ทุนทางสังคมด้านเกษตรยั่งยืนในพื้นที่เป้าหมายของจังหวัดสตูล
2.ส่งเสริมผลิตพืชผักผลไม้ปลอดสารพิษ สัญลักษณ์ท้องถิ่นและภูมินิเวศน์ เขา-นา-เล (โต๊ะเด๊ะ ตาหมัด ผักหวานเล ผักกูด เพกา สาหร่าย)
3.สนับสนุนธนาคารกล้าพันธุ์พืชผักผลไม้พื้นบ้าน และธนาคารต้นไม้ในพื้นที่เป้าหมาย (ทุเรียนบ้าน จำปาดะ ข้าวพันธุ์พื้นบ้าน พืชป่าชายเลน ฯลฯ) โดยเฉพาะพันธุ์พืชที่มีความทนทานต่อวิกฤติสภาวะโลกร้อน ที่มีความแปรปรวนสูง (แห้งแล้ง และน้ำท่วม)
4.สนับสนุนให้มีการผลิตครบวงจรในชุมชน หรือในองค์กรเกษตรกร ตั้งแต่ กระบวนการผลิต
5.การรวบรวมผลผลิต การจำหน่าย และ/หรือ การแปรูปเพื่อเพิ่มมูลค่าผลผลิต
6.พัฒนาตลาดสีเขียวนำร่องในระดับครอบครัว องค์กร ชุมชน และ จังหวัด
7.การเชื่อมโยงเครือข่ายเกษตรกร “คลังยาคลังอาหาร” ในพื้นที่จังหวัดสตูล
8.สนับสนุนและส่งเสริมให้มีการก่อตั้งกองทุนเกษตรและอาหารสุขภาพจังหวัดสตูล
9.พัฒนาระบบสารสนเทศและสื่อสารเพื่อเกษตรกรรมยั่งยืนในระดับจังหวัดสตูล
10.ผลักดันให้เกิดวาระจังหวัดสตูลว่าด้วยคลังยาและอาหารสุขภาพ
11.พัฒนาตัวชี้วัดความมั่นคงทางอาหารที่เหมาะสมกับบริบทวิถีเกษตรกรรมสตูล
12.ส่งเสริมให้มีการจัดทำระบบรับรองด้านมาตรฐานและความปลอดภัยของอาหารและสินค้าเกษตรปลอดสารพิษ (แบรนด์ และมาตรฐาน)
13.จัดให้มีระบบเฝ้าระวังภาวะเสี่ยงต่อการใช้สารเคมีในกลุ่มเกษตรกร และผู้บริโภค
14.หนี้สินเกษตรกรสตูล (หนี้สินที่เกิดขึ้นจากเกษตรกรรม) ต้องได้รับการศึกษาวิจัยอย่างเป็นระบบ เพื่อให้มีการวางแผนและแก้ไขหนี้สินของเกษตรกร
15.ส่งเสริมและพัฒนา “ภูมิปัญญาท้องถิ่นจากภาคเกษตรกรรมสตูล” ให้สามารถขอรับการคุ้มครองตามระบบกฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาได้
16.ส่งเสริมและพัฒนา พลังงานทางเลือกเพื่อใช้ในการเกษตร
17.ส่งเสริมและสนับสนุนการท่องเที่ยวเชิงเกษตรให้องค์กรเกษตรกร หรือชุมชนที่มีศักยภาพ
10.สถานการณ์ด้านเด็ก เยาวชนและสตรี
เด็กและเยาวชนจังหวัดสตูล
1.สนับสนุนองค์กรของเด็กและเยาวชนทุกๆ ตำบล ของจังหวัดสตูล อาทิ การส่งเสริมความเข้มแข็งของสภาเด็กและเยาวชนทุกตำบล ส่งเสริมชมรมของเด็กและเยาวชน
2.ส่งเสริมให้เยาวชนเข้าร่วมกิจกรรมในต่างจังหวัดมากขึ้น เพื่อเปิดโลกทัศน์ให้แก่เด็กและเยาวชนได้มีโอกาสให้เด็กได้เรียนรู้ประสบการณ์ใหม่ๆ ด้วยการทำกิจกรรมนอกพื้นที่จังหวัด
3.พื้นที่สร้างสรรค์ (ศูนย์ออกกำลังกาย สนามกีฬา หรือพื้นที่ออกกำลังกายและแสดงความสามารถของเด็กและเยาวชน) อย่างเพียงพอ
4.ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์โดยเปิดโอกาสให้เด็กเข้าร่วมในกิจกรรมการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์
5.มีแหล่งเรียนรู้ที่ได้มาตรฐานเช่น พิพิธภัณฑ์ สวนสัตว์ หรือศูนย์เรียนรู้ที่ได้มาตรฐานภายในจังหวัด
6.การเปิดโอกาสให้เด็กและเยาวชนแสดงความคิดเห็น การยอมรับความคิดเห็นของเด็กและเยาวชนและเปิดโอกาสให้เด็กและเยาวชนมีส่วนร่วมในการจัดกิจกรรมโครงการต่างๆ ทั้งในระดับท้องถิ่น และระดับจังหวัด
7.สนับสนุนในเรื่องการศึกษาของเด็กและเยาวชนที่ยากจน หรือส่งเสริมการศึกษาแก่เด็กในชนบทให้มากขึ้น อาทิ ทุนการศึกษา ครูชาวต่างประเทศ เครื่องมืออุปกรณ์ในการเรียนการสอนที่ทันสมัย
8.เพิ่มสถานศึกษาที่ทีคุณภาพ อาทิ มหาวิทยาลัยที่มีคุณภาพ
9.มีการสื่อสารและการกระจายข่าวสารที่เกี่ยวข้องกับเด็กและเยาวชนอย่างทั่วถึงทำให้เด็กที่อยู่ทั้งในและนอกสถานศึกษา
สามารถรับข้อมูลข่าวสารได้เท่าเทียมกัน
10.มีศูนย์แม่บ้านและสหกรณ์ชุมชนเป็นสถานที่จำหน่ายผลิตภัณฑ์และสินค้าในชุมชน
ข้อเสนออื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับเด็กและเยาวชนเสนอต่อจังหวัดและส่วนกลาง
1.เปิดโอกาสให้เด็กและเยาวชนแสดงความคิดเห็น
2.อยากให้เห็นความสำคัญของเด็กและเยาวชนมากขึ้น
3.อยากให้ผู้ใหญ่สนับสนุนงบประมาณในการทำกิจกรรม
1.ส่งเสริมให้สตรีมีความรู้ความสามารถทางด้านภาษา เพื่อเข้าสู่ประชาคมอาเซียน (เน้นการสนทนา)
2.ส่งเสริมการประกอบอาชีพเสริมให้แก่สตรี
3.ยกระดับการศึกษาของสตรีให้สูงขึ้น
4.ส่งเสริมให้ผู้นำชุมชนยอมรับและเห็นความสำคัญของสตรีให้มากขึ้น
5.ส่งเสริมสถาบันครอบครัวและสร้างภูมิคุ้มกันให้เด็กและเยาวชนเพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาสังคม
6.แผนในการปรับปรุงผลิตภัณฑ์ของกลุ่มสตรีให้ดีขึ้นเพื่อสู่การแข่งขันในตลาด
7.หลักสูตรระยะสั้นในการพัฒนาสตรี รวมทั้งหลักสูตรพัฒนาบุคลิกภาพผู้นำสตรี
8.แผนงานเสริมสร้างความสัมพันธ์ในครอบครัว เช่น ค่ายครอบครัวและแผนพัฒนาสตรีควรถูกบรรจุไว้ในแผนการพัฒนาจังหวัด/กลุ่มจังหวัด เพื่อให้โครงการของกลุ่มสตรีมีอย่างต่อเนื่อง โดยให้มีโครงการที่เน้นการสร้างอาชีพ รายได้ การศึกษา และความสัมพันธ์ระหว่างสมาชิกในชุมชนและสร้างภาคีเครือข่ายให้ครอบคลุมทั่วทุกพื้นที่ และสร้างความเข้มแข็งของกลุ่มสตรี
ข้อเสนอแนะของสตรีต่อรัฐบาล
1.เปิดโอกาสให้สตรีกู้ยืมเงินกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีเป็นรายบุคคล
2.ให้รางวัลแก่สตรีที่มีผลงานทางสังคมในเชิงประจักษ์
3.ให้มีเจ้าหน้าที่ที่ทำงานกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีระดับตำบล ตำบลละ 1 คน
4.จัดสวัสดิการแก่สตรีด้อยโอกาส อาทิ สตรียากจน แม่เลี้ยงเดี่ยว สตรีเลี้ยงลูกพิการส่งเสริมอาชีพอย่างต่อเนื่องให้สามารถดูแลตนเองได้
5.จัดสรรงบประมาณให้แก่เยาวชน สตรีในระดับอุดมศึกษาให้มากขึ้น อาทิ สตรีกำพร้า สตรีเรียนดีแต่ยากจน
6.ควรตั้งค่าตอบแทนแก่กรรมการกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีในทุกระดับ (หมู่บ้าน ตำบล จังหวัด)
7.ให้ตัวแทนกรรมการกองทุนฯ สตรีระดับจังหวัด เป็นกรรมการส่วนกลาง
8.ควรให้สิทธิสตรีทุกคนได้รับสวัสดิการจากกองทุนฯ โดยไม่ต้องสมัครเป็นสมาชิก
9.ควรกำหนดสัดส่วนสตรีกับการเมือง โดยบังคับเป็นกฎหมาย ชาย:หญิง (2 : 1)
10. ท้องถิ่นควรเปิดโอกาสให้สตรีในพื้นที่มีสิทธิได้รับการพิจารณาเป็นพิเศษในการเข้าทำงานในหน่วยงานท้องถิ่น
11.ท้องถิ่นจัดการตนเอง (นาทอนแกหราตนเอง)
1.ขอให้ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูลสนับสนุนแนวคิดตำบลจัดการตนเอง และสนับสนุนให้ขยายครอบคลุมทุกท้องถิ่นทั้งจังหวัด
2.ขอให้องค์การบริหารส่วนจังหวัดเป็นหน่วยงานหลักและหนุนเสริมเชิงประเด็นให้แนวคิดท้องถิ่นจัดการตนเองพื้นที่ในฐานะที่เป็นท้องถิ่นที่ไม่มีพื้นที่ในการดำเนินการภารกิจตามกฎหมาย
3.ต้องการให้ อปท.ทุกรูปแบบในจังหวัดสตูลนำข้อเสนอของ สปร.ในการลดความเลื่อมล้ำและสร้างความเป็นธรรมให้เกิดขึ้นในท้องถิ่นอย่างเป็นรูปธรรม








