พิมพ์
ผู้ดูแลระบบ
หมวดหลัก: ข่าวความเคลื่อนไหวงานพัฒนา
ฮิต: 1716

codi1-010556คณะรัฐมนตรี(ครม.)เห็นชอบกรอบงบประมาณปี ๕๗ พอช.๕๖๙ล้าน หั่นงบประมาณสวัสดิการชุมชน ๑,๒๐๐ ล้านบาทเกลี้ยงขบวนชุมชนยื่นหนังสือทวงถาม

          เมื่อวันที่ ๒๓  เมษายน ๒๕๕๖ ที่ผ่านมาคณะรัฐมนตรีได้ให้ความเห็นชอบกรอบวงเงินงบประมาณประจำปี ๒๕๕๗ ในส่วนของสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนได้เสนอวงเงินประมาณไปรวม ๕,๑๘๓ ล้านบาท เป็นเงินสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยจำนวน ๒,๐๐๐ ล้านบาท ที่เหลือเป็นงบประมาณทุกประเด็นงาน ปรากฎว่ากรอบวงเงินที่อนุมัติคือ ๕๖๙.๔ ล้านบาท คิดเป็นเพียงร้อยละ ๑๑.๑ ของงบประมาณที่เสนอเท่านั้น

          การตัดงบประมาณให้เหมาะสมกับรายรับและความจำเป็นต่างๆของหน่วยราชการนั้นเป็นเรื่องปกติอยู่แล้ว แต่ที่น่าสนใจมากคือ ปีนี้มีการตัดงบประมาณที่สนับสนุนสวัสดิการชุมชนทั้งหมด ๑,๒๐๐ ล้านบาทไม่เหลือแม้แต่บาทเดียว รายการอื่นๆที่ถูกปรับลดคือสภาองค์กรชุมชนเสนอ ๒๒๓ ล้านบาท ตัดเหลือ ๕๐.๘ ล้านบาท ความเข้มแข็งชุมชนท้องถิ่น(ตำบลจัดการตนเอง)เสนอ ๓๗๐ ล้านบาท ตัดเหลือ ๒๓.๔ ล้านบาท (ลดจากปี ๕๖ร้อยละ ๖๒) โครงการบ้านมั่นคงเสนอ ๒,๔๐๐ ล้านบาท เหลือ ๑๗๔ ล้านบาท  ห้าจังหวัดชายแดนภาคใต้เสนอ ๔๔๐ ล้าน เหลือ ๕๕.๒ ล้านบาทและโครงการบ้านมั่นคงชนบทเสนอ ๕๕๐ ล้าน ตัดเหลือ ๒๖๔.๘ ล้านบาท

          ในปีงบประมาณ ๒๕๕๖ สถาบันได้รับงบประมาณ ๑,๓๖๔ ล้านบาท เมื่อเทียบกับกรอบวงเงินปีงบประมาณปี ๒๕๕๗ งบประมาณลดลงร้อยละ ๕๘

         codi2-010556 เมื่อวันที่ ๒๙ เมษายน ที่ผ่านมา เครือข่ายองค์กรสวัสดิการชุมชนและเครือข่ายองค์กรชุมชนอื่นๆได้เข้ายื่นหนังสือต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เสนอให้ปรับวงเงินงบประมาณตามกรอบที่เสนอเดิม โดยเฉพาะงบสนับสนุนสวัสดิการชุมชนที่ไม่มีงบประมาณเลยในปี ๒๕๕๗

          ต่อมาในวันที่ ๓๐ เมษายน นางมุกดา อินต๊ะสาร ผู้แทนเครือข่ายสวัสดิการชุมชนพร้อมผู้นำชุมชนจากประเด็นงานต่างๆกว่า ๒๐๐ คนได้เข้ายื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี ผ่าน นายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข และนายวราเทพ รัตนากร รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลจัดสรรงบประมาณให้กับขบวนองค์กรชุมชน เป็นจำนวนเงิน ๕,๑๘๓ ล้านบาท ตามข้อเสนอเดิมของพอช.

          งบประมาณสนับสนุนสวัสดิการชุมชนที่เสนอจำนวน ๑,๒๐๐ ล้านบาทนั้น เป็นงบสนับสนุนการจัดตั้งกองทุนใหม่และสมทบ(กองทุนละ ๗๐,๐๐๐ บาท) จำนวน ๑๑๐ ล้านบาท งบสมทบรายหัวคนละ ๓๖๕ บาท จำนวน ๒,๓๕๙,๓๒๖ คน จำนวน ๘๖๒ ล้านบาท และงบประมาณการขับเคลื่อนงานของขบวนองค์กรชุมชนทั้งระดับจังหวัดและระดับชาติจำนวน ๒๒๘ ล้านบาท

        

.......................................................................................................................

 

ข้อมูลพื้นฐานกองทุนสวัสดิการชุมชนตำบล

 

 

เริ่มก่อตั้ง

ก่อตั้งเมื่อปี ๒๕๔๘ โดยการสนับสนุนของสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน)

ลักษณะดำเนินการ

  • เป็นกองทุนระดับตำบล มีการสมัครสมาชิก กองทุนส่วนใหญ่สมาชิกจ่ายเงินสมทบวันละ ๑ บาท มีการจัดสวัสดิการให้สมาชิกประมาณ ๔-๑๑ ประเภท เช่น เกิด แก่ เจ็บ ตาย ภัยพิบัติ ทุนการศึกษา ฯลฯ
  • การบริหารจัดการ กฎระเบียบ กำหนดโดยสมาชิกและคณะกรรมการ

การสนับสนุนจากรัฐบาล

  • ในระยะเริ่มต้น (๒๕๔๘-๒๕๕๒) เป็นการสนับสนุนการจัดตั้งและงบประมาณสมทบเป็นก้อนใหญ่ (๕๕,๐๐๐-๑๐๐,๐๐๐ บาท/กองทุน)
  • ต่อมาในปี ๒๕๕๓-๒๕๕๖ สมทบตามจำนวนสมาชิกในอัตราวันละ ๑ บาท/คน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น(อบต.และเทศบาล)ให้การสนับสนุนตามกำลังความสามารถปีงบประมาณ ๒๕๕๖ รัฐบาลให้การสนับสนุน ๗๐๑ ล้านบาท ปี ๒๕๕๕ จำนวน ๗๔๓ ล้านบาท ปี ๒๕๕๔ จำนวน ๘๐๐ ล้านบาทและปี ๒๕๕๓ จำนวน ๗๒๗ ล้านบาท

จำนวนกองทุน/สมาชิก  

  • มีการจัดตั้งแล้ว ๕,๕๗๗ กองทุน คิดเป็นร้อยละ ๖๙ ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั้งหมด
  • มีสมาชิก ๓,๔๒๕,๘๙๘ คน เป็นผู้สูงอายุร้อยละ ๒๑ เด็ก/เยาวชนร้อยละ ๒๐และคนด้อยโอกาสร้อยละ ๓ ของสมาชิกทั้งหมดสมาชิกที่เข้าร่วมมาจาก ๕๑,๐๓๐ หมู่บ้าน

 

เงินกองทุน

กองทุนรวม ๓,๘๓๐ ล้านบาท เป็นเงินสมทบของสมาชิก ๒,๕๑๑ ล้านบาท (ร้อยละ๖๕ ของเงินทั้งหมด)

การช่วยเหลือสมาชิก

จำนวนสมาชิก ๔๙๓,๑๔๔ ราย จำนวนเงิน ๕๕๑ ล้านบาท

ความสำคัญ

 

  • เป็นกองทุนที่ริเริ่มจัดตั้ง บริหารจัดการ จัดสวัสดิการและสมทบกองทุนส่วนใหญ่โดยคนในชุมชน จึงมีความยั่งยืนกว่ากองทุนอื่นๆมีศักยภาพสูงในการเป็นแบบอย่างของการพัฒนาแบบพึ่งตนเองในระยะยาว
  • รัฐมีภาระในการสนับสนุนงบประมาณเพียงน้อยนิด (๗๐๐-๘๐๐ ล้านบาท/ปี ดูแลคน ๓.๔ ล้านคน)เมื่อเทียบกับระบบสวัสดิการสังคมอื่นๆที่รัฐต้องสนับสนุน เช่นสวัสดิการข้าราชการ(ข้าราชการและครอบครัวประมาณ ๕ ล้านคน) ปีละ ๖๐,๐๐๐ ล้าน รักษาพยาบาลฟรี ปีละ ๑๐๐,๐๐๐ ล้าน กองทุนประกันสังคมประมาณปีละ ๒๐,๐๐๐ ล้าน เรียนฟรีปีละประมาณ ๕๐,๐๐๐ ล้าน เป็นต้น
  • เป็นการจัดการแบบพื้นที่เป็นตัวตั้ง(Area-based) คือกองทุนเดียวรับผิดชอบดูแลสมาชิกทุกกลุ่มเป้าหมาย ไม่ใช่แยกกลุ่มเป้าหมายตามภารกิจของหน่วยราชการ

 

 

 

 

 

แบ่งปัน
Submit to FacebookSubmit to Google PlusSubmit to Twitter