พิมพ์
ผู้ดูแลระบบ
หมวดหลัก: ข่าวความเคลื่อนไหวงานพัฒนา
ฮิต: 1233

an1-020756คนอำนาจเจริญเปิดสภากลางจังหวัดครั้งที่ 2 พ่อเมืองหนุนศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวชุมชน 20 แห่ง ขณะที่ สกว.ลงเสริมวิจัยไทอำนาจเจริญ 6 พื้นที่นำร่อง  ตามเจตนารมณ์ธรรมนูญประชาชนคนอำนาจเจริญ ที่ต้องการขับเคลื่อนอำนาจเจริญสู่เมืองธรรมะเกษตร

         อำนาจเจริญ/ เมื่อวันที่ 25 มิถุนายน 2556 คณะกรรมการสภากลางจังหวัดอำนาจเจริญ เปิดประชุมครั้งที่ 2 ณ ห้องประชุมราชสีห์ ศาลากลางจังหวัดอำนาจเจริญ เพื่อพิจารณาแผนพัฒนาจังหวัดปี 2557 กับความสอดคล้องของทิศทางการพัฒนาอำนาจเจริญสู่เมืองธรรมเกษตร   ตามเจตนารมณ์ของธรรมนูญประชนคนอำนาจเจริญ ที่มุ่งจัดการตนเองด้วยความเสมอภาค เสมอธรรม ดำรงวิถีเกษตรอินทรีย์ มีธรรมชาติที่สมบูรณ์ การศึกษาที่เกื้อหนุน บุญฮีต ครองนำ ชีวิตให้มั่นยืน โดยมีหน่วยงานท้องถิ่น ท้องที่ ภาคีการพัฒนาเข้าร่วมประชุมประมาณ 50 คน

เดินหน้าศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวชุมชน 20 แห่ง

           นายวีรวัฒน์ ชื่นวารินทร์ ผู้ว่าราชการจังหวัดอำนาจเจริญ กล่าวในการประชุมสภากลางจังหวัดว่า เพื่อความอยู่ดีมีสุขของคนอำนาจเจริญ ตามวิสัยทัศน์ 20 ปี สู่เมืองธรรมเกษตร ผมให้ความสำคัญ อีกทั้งคนอำนาจมีต้นทุนการทำเกษตรอินทรีย์อยู่แล้ว และได้มีโอกาสประชุมร่วมกับกลุ่มจังหวัด นครราชสีมา ยโสธร ศรีษะเกษ และอำนาจเจริญ ภาพรวม 4 จังหวัด ได้ยกเรื่องศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวชุมชน ข้าวอินทรีย์ หารือในกลุ่มจังหวัด ซึ่งจะมีงบประมาณมาพัฒนาศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวขึ้น 20 ศูนย์ ซึ่งต้องใช้ฐานชุมชน เป็นจุดปฏิบัติการ โดยจะสนับสนุนจุดที่ทำอยู่แล้วในพื้นที่โดยเฉพาะเครือข่ายเกษตรอินทรีย์

       an2-020756 นอกจากเรื่องเมล็ดพันธุ์ สิ่งที่ชาวบ้านต้องคำนึงถึงด้วยคือเรื่องมาตรฐาน ที่ต้องได้รับการยอมรับทางวิชาการ ยกระดับเมล็ดพันธุ์ให้มีคุณภาพเป็นที่ยอมรับ ซึ่งในการคัดเลือกจุดปฏิบัติการ อาจแบ่งเป็นชุมชนที่เข็มแข็ง และชุมชนที่เริ่มต้นมาบ้าง เพื่อเป็นจุดในการขยายผลการเรียนรู้ต่อไปได้ ในการเพิ่มสมาชิก ให้มีพื้นที่ที่สามารถผลิตเมล็ดพันธุ์ให้มากพอต่อความต้องการของคนอำนาจเจริญ ที่ปัจจุบันนาดำใช้ 5 กิโลกรัมต่อ 1 ไร่ นาหว่านใช้เมล็ดพันธุ์ 12-15 กิโลกรัมต่อไร่

     ทั้งนี้ศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวชุมชนจะพัฒนาบนฐานของเครือข่ายเกษตรอินทรีย์ ดูข้อมูล จัดเกรด ผลิตพันธุ์ข้าวให้พอเพียงกับความต้องการ ซึ่งมีงบประมาณสนับสนุนการดำเนินงาน 9 ล้านบาท

       นายวิรัตน์ สุขกุล เลขานุการสภากลางจังหวัดอำนาจเจริญ ให้ข้อมูลว่า สภากลางจังหวัดอำนาจเจริญ มีที่มาจากธรรมนูญประชาชนฅนอำนาจเจริญ ในหมวดที่ 3 ว่าด้วยการเมืองภาคพลเมือง ซึ่งเป็นพื้นที่กลางที่เปิดให้ทุกภาคส่วนมาร่วมกันคิด โดยมีตัวแทนจากภาคส่วนต่างๆ จำนวน 35 คน มาร่วมกันกำหนดทิศทางการพัฒนาให้อำนาจเจริญสู่เมืองน่าอยู่ตามเจตนารมณ์ของประชาชนที่ระบุไว้ในธรรมนูญฯ ซึ่งเวทีนี้เป็นการประชุมครั้งที่ 2 ภายหลังจากที่มีคำสั่งแต่งตั้งสภากลางฯจากผู้ว่าราชการจังหวัด

        ครั้งแรกคุยกันเมื่อเดือนพฤษภาคม ทำความรู้จักสมาชิกสภากลาง สร้างความเข้าใจทิศทางการทำงานร่วมกัน การประชุมวันนี้เป็นเรื่องสืบเนื่องในประเด็นการมุ่งสู่เมืองธรรมเกษตร ที่ได้มากางแผนทิศทางการพัฒนาด้านเกษตรมีอยู่อย่างไรบ้างของแต่ละภาคส่วน แล้วมองหาจุดเชื่อมโยงการทำงานร่วมกันซึ่งเมื่อพิจารณาร่วมกันแล้วพบว่า ยังขาดในเรื่องพันธุ์ข้าว และจากการเก็บข้อมูลทำให้พบว่า คนอำนาจเจริญมีเมล็ดพันธุ์ข้าวไม่เพียงพอต่อความต้องการ ซึ่งผลของการประชุมสภากลางวันนี้ทำให้เกิดการตั้งคณะทำงานขึ้นมาชุดหนึ่ง ซึ่งมีองค์ประกอบจาก ปราชญ์ผู้รู้ 2 คน เจ้าของศูนย์เรียนรู้ 3 คน องค์กรเกษตรกร 1 คน หน่วยงานด้านเกษตร 2 คน จาก ม.มหิดล 1 คน และประชาสัมพันธ์จังหวัด 1 คนเพื่อเคลื่อนเรื่องเมล็ดพันธุ์ข้าว และเรื่องคุณภาพมาตรฐานของข้าวต่อไป   

สกว.หนุนงานวิจัย 6 ตำบลนำร่อง

         ในขณะเดียวกัน ขบวนองค์กรชุมชนจังหวัดอำนาจเจริญ จัดประชุมหารือร่วมกับสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) และภาคีการพัฒนา ที่ศูนย์ประสานงานขบวนองค์กรชุมชนจังหวัดอำนาจเจริญ ม.มหิดล วิทยาเขตอำนาจเจริญ เพื่อหารือเรื่องการจัดการความรู้ งานวิจัยไทอำนาจเจริญ ที่จะใช้ฐานสภาองค์กรชุมชนตำบล และสภากลาง เป็นกลไกในการดำเนินการ ในพื้นที่ 6 ตำบลนำร่อง มุ่งขับเคลื่อนธรรมธรรมนูญประชาชนฅนอำนาเจริญสู่เมืองธรรมเกษตร โดยใช้กระบวนการวิจัยชุมชน เพื่อการปฏิรูปประเทศไทยจากฐานราก ที่ประชาชนคิดเองทำเอง แก้ปัญหาตนเอง และรับประโยชน์ร่วมกัน โดยสร้างความรู้เพื่อการแก้ปัญหา โดยมีตัวแทนจาก 6 ตำบล คณะทำงานจังหวัด สกว. สช. มนส. และพอช. เข้าร่วมประชุมประมาณ 40 คน

           ผศ.ดร.บัญชร แก้วส่อง ผอ.ฝ่ายวิจัยท้องถิ่น สกว.an3-020756 กล่าวว่า ที่ผ่านมาใชหรือไม่ที่คนอำนาจเจริญไม่มีอำนาจอะไร ทั้งพันธุ์พืช พันธุ์สัตว์ก็ถูกเขาจัดการ เราไม่มีอำนาจในการกำหนดเลย เราจึงต้องค้นหาอำนาจให้ตนเอง ซึ่งการวิจัย การค้นหาความรู้ จะสามารถทำให้เรามีอำนาจในการควบคุมพันธุ์พืช และสัตว์ได้ เพราะปัจจุบันกลุ่มทุนจัดการให้โดยมาพร้อมทั้งปุ๋ยและยา ถ้าเรารักษาพันธุ์ข้าว พันธุ์ผัก พันธุ์สัตว์ไว้ได้ เราจะกำหนดอนาคตตนเองได้ดีขึ้น แต่ต้องค้นและพัฒนาขึ้นมาเอง

       สำหรับการวิจัย ไม่ใช่เรื่องยากเป็นเรื่องง่ายๆ ถ้าเราจะมุ่งไปสู่เมืองธรรมเกษตร อาจเริ่มจากเรื่องผักพื้นบ้านอาหารพื้นเมือง แค่ค้นหาให้พบว่าบ้านเรามีพันธุ์ผักพันธุ์พืชพันธุ์สัตว์ว่ามีอะไรที่ดี มีอาหารดีๆอะไร และเราจะฟื้นขึ้นมาได้อย่างไร ในแง่ของการวิจัยเป็นการเอาผักพื้นบ้านอาหารพื้นเมืองมาสร้างพลังชาวบ้าน เป็นเงื่อนไขให้ไทอำนาจฯมาร่วมกันและพัฒนาไปสู่เรื่องต่างๆได้ เบื้องต้นโจทย์การวิจัยอาจเป็นโจทย์ง่ายๆ เช่นการฟื้นพันธุ์ข้าวบ้านเรา อย่างพันธุ์อีเตี้ยที่ให้ผลผลิต 2 ตันต่อไร่ ความรู้ลักษณะนี้ยังขาด ถ้าจับเรื่องง่ายๆ ทำแบบสนุกๆ ไม่เน้นเรื่องยากๆหนักๆ จะทำให้เราเคลื่อนได้ง่ายขึ้น

         นายชาติวัฒน์ ร่วมสุข คณะทำงานขบวนจังหวัดอำนาจเจริญ กล่าวว่า มาถึงตอนนี้ อยากบอกว่า จังหวัดอำนาจสามารถรวมคนทุกภาคส่วนมาร่วมคิดร่วมกันพัฒนาบ้านเมือง ทำให้เห็นแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ แม้ว่าการขยับงานที่เกิดขึ้นอาจไม่ใช่เคลื่อนทุกตำบลทั้ง 63 ตำบลพร้อมกัน แต่ก็เป็นจิ๊กซอร์ที่จะค่อยๆต่อเป็นภาพอำนาจเจริญได้

an5-020756จังหวัดอำนาจเจริญ ณ ตอนนี้เรามีพ่อเมืองที่อยู่ใกล้ชิดประชาชนมากที่สุด เรามีนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) ที่พร้อมสนับสนุนขบวนองค์กรชุมชนมากที่สุด และที่สำคัญเรามีกลุ่มก้อนภาคประชาชนที่เข้มแข็งที่สุด ไม่มีอะไรที่สามารถต้านทานพลังของคนอำนาจได้ ที่มีการเคลื่อนตัวไปข้างหน้าตลอดเวลา

วันนี้เราจะทำเรื่องพื้นฐานด้านการเกษตรที่เกี่ยวกับความอยู่เย็นเป็นสุขของคนอำนาจ ไม่ว่าเรื่องพันธุ์ข้าว ที่ผู้ว่าฯ ท่านสนับสนุน ต่อไปก็เป็นเรื่องระบบการจัดการน้ำ และที่ทาง สกว.มาสนับสนุนการจัดการความรู้ ผมถือว่าเป็นนวตกรรมการพัฒนาแบบใหม่ที่กำลังจัดความสัมพันธ์ในเชิงโครงสร้างใหม่ เป็นการก้าวเดินที่สำคัญๆ ทั้งรัฐ ท้องถิ่น ประชาชน และภาคีการพัฒนามาร่วมมือกัน ทำให้เชื่อมั่นว่าพลังอำนาจของประชาชนมีอยู่จริง เป็นทางเดินที่ถูกต้อง ที่เราจะเดินร่วมกันไปสู่เป้าหมาย 

        ทั้งนี้ พื้นที่ 6 ตำบลนำร่อง ประกอบด้วย 1) ตำบลเก็งใหญ่ การจัดการน้ำเพื่อการเกษตร 2) ตำบลไก่คำ การจัดการขยะโดยชุมชน 3) ตำบลกุดปลาดุก การจัดการน้ำเพื่อการเกษตร 4) เทศบาลตำบลเสนางคนิคม ผลกระทบจากการใช้สารเคมีในแปลงเกษตร/ ระบบการทำนาหว่าน-นาดำ 5) ตำบลป่ากอ การจัดการน้ำเพื่อการเกษตร และ 6) ตำบลคำพระ การจัดการน้ำเพื่อการเกษตร โดยจะพัฒนาโครงการวิจัยให้แล้วเสร็จในช่วงเดือนกรกฎาคม-กันยายน 2556 ก่อนดำเนินงานต่อไป  

แบ่งปัน
Submit to FacebookSubmit to Google PlusSubmit to Twitter