พิมพ์
ผู้ดูแลระบบ
หมวดหลัก: ข่าวความเคลื่อนไหวงานพัฒนา
ฮิต: 1511

bk1-100856เมื่อวันที่ 9 สิงหาคม 2556 คณะอนุกรรมการประสานงานสภาองค์กรชุมชนตำบลภาคกรุงเทพฯ ปริมณฑล และตะวันออก จัดเวที "ประมวลปัญหาและแนวทางแก้ไขเพื่อจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบาย ตาม พ.ร.บ.สภาองค์กรชุมชนตำบล พ.ศ.2551" ณ โรงแรมแกรนด์ รอยัล พลาซ่า อ.เมือง จ.ฉะเชิงเทรา เพื่อหาข้อสรุปของสภาพปัญหาที่ประมวลจากระดับตำบล จังหวัด สู่ข้อเสนอร่วมกันในระดับภาค ก่อนจะนำเข้าเสนอต่อที่ประชุมสภาองค์กรชุมชนตำบลในระดับชาติ ช่วงเดือนกันยายนนี้ โดยมีตัวแทนสภาองค์กรชุมชนตำบล จากทั้ง 2 ภาค รวม 12 จังหวัด เข้าร่วมประชุมประมาณ 100 คน

ดำเนินการตามกรอบที่กฏหมายกำหนด

นายแฉล้ม ทรัพย์มูล คณะกรรมการดำเนินการ ตามกติกาchalem-100856ที่ประชุมในระดับชาติของสภาองค์กรชุมชนตำบล ให้ข้อมูลว่า ตาม พ.ร.บ.สภาองค์กรชุมชนตำบล พ.ศ.2551 มาตรา 32 (2) และ (3) ที่ระบุให้ที่ประชุมในระดับชาติของสภาองค์กรชุมชนตำบล ดำเนินการเรื่องต่างๆ ดังนี้ (2) ให้ความเห็นและข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการกำหนดนโยบายและแผนพัฒนาทางเศรษฐกิจสังคม และกฏหมาย รวมทั้งการจัดทำบริการสาธารณะของหน่วยงานรัฐ หรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีผลต่อพื้นที่มากกว่าหนึ่งจังหวัด ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม คุณภาพชีวิต และสิ่งแวดล้อม และ (3) สรุปปัญหาที่ประชาชนในจังหวัดต่างๆ ประสบ และข้อเสนอแนะ แนวทางแก้ไขเพื่อเสนอต่อคณะรัฐมนตรีพิจารณาสั่งการต่อไป

chiwat-100856นายไชยวัฒน์ เจริญผล ผู้แทนที่ประชุมในระดับจังหวัดของสภาองค์กรชุมชนตำบล จ.ปราจีนบุรี กล่าวว่า การนำเสนอปัญหาและแนวทางแก้ไขในเวทีวันนี้ ควรจะลงลึกในรายละเอียดของแต่ละประเด็นปัญหาให้ชัดเจน โดยนำข้อมูลจากระดับพื้นที่ตำบล ประมวลร่วมในระดับจังหวัด และขมวดเป็นประเด็นร่วมในระดับภาค ระบุลักษณะของปัญหาความเดือดร้อนที่เกิดขึ้นจากพื้นที่ ย่าน ตำบล จังหวัด เป็นข้อเสนอเชิงนโยบายต่อหน่วยงานภาครัฐ และข้อเสนอต่อตนเองในการพัฒนาขบวนสภาฯ 

 

ภาพรวมประเด็นปัญหา และข้อเสนอในระดับภาค

อย่างไรก็ตาม ที่ประชุมได้ระดมความคิดเห็นโดยแต่ละจังหวัดเสนอประเด็นปัญหา และข้อเสนอต่อหน่วยงานรัฐ และข้อเสนอต่อตนเอง โดยมีข้อสรุปเบิ้องต้นในระดับภาค แบ่งเป็น 5 ประเด็นสำคัญดังนี้

1) ปัญหาและผลกระทบจากการพัฒนาระบบอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ หรือนโยบายการพัฒนาด้านเศรษฐกิจของรัฐ เช่น การก่อสร้างท่าเรือ จ.ฉะเชิงเทรา, การก่อสร้างรถไฟส่วนต่อขยาย ที่ จ.สมุทรปราการ และนนทบุรี, ปัญหาน้ำมันรั่วไหลในบริเวณเกาะเสม็ด จ.ระยอง, การจัดการสิ่งแวดล้อม มลพิษทางน้ำ อากาศ เสียง, การทิ้งกากของเสีย สารพิษ สารเคมีจากโรงงานอุตสาหกรรม เช่นที่ ต.หนองแหน จ.ฉะเชิงเทรา เป็นต้น

1.1 ข้อเสนอเชิงนโยบายต่อหน่วยงานภาครัฐ

 

1.2 ข้อเสนอต่อตนเองในการพัฒนาขบวนสภาฯ

    2) ปัญหาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ดิน น้ำ ป่า อากาศ) และปัญหาสุขภาพ เช่นปัญหาการกัดเซาะชายฝั่ง (อ่าว ก.ไก่), อ.พระสมุทรเจดีย์ สมุทรปราการ, อ.แหลมสิงห์ จ.จันทบุรี, จ.ตราด, ระยอง, ชลบุรี, การแย่งชิงทรัพยากรชายฝั่งในพื้นที่อ่าวนอก จ.ตราดปัญหาการถมทะเล และปัญหาน้ำท่วม/ภัยพิบัติ เป็นต้น

2.1 ข้อเสนอเชิงนโยบายต่อหน่วยงานภาครัฐ

2.2 ข้อเสนอต่อตนเองในการพัฒนาขบวนสภาฯ

   3) ปัญหาการพัฒนาเมือง การจัดการที่อยู่อาศัยและที่ดินทำกิน วิกฤตเรื่องอาหาร ระบบวิถีการผลิตของภาคเกษตรกรรม เช่น การขยายพื้นที่อุตสาหกรรมรุกพื้นที่เกษตรกรรม, การขยายตัวของเมืองบ้านจัดสรร, ผังเมืองรวมจังหวัด, การชะลอการประกาศใช้ผังเมืองรวมจังหวัด, ปัญหาการไล่รื้อชุมชนแออัด, ปัญหาที่ดินทำกิน ไม่มีเอกสารสิทธิ์ ที่ดิบทับซ้อน ไม่มีที่ดินทำกิน, นโยบายการคมนาคมจากภาครัฐ รถไฟฟ้าความเร็วสูง, การขยายโครงข่ายระบบคมนาคม, ปัญหาเวนคืนที่ดิน, การขุดบ่อดิน เป็นต้น

3.1 ข้อเสนอเชิงนโยบายต่อหน่วยงานภาครัฐ

      3.2 ข้อเสนอต่อตนเองในการพัฒนาขบวนสภาฯ

   4) ปัญหาสังคม เยาวชน ยาเสพติด แรงงานต่างด้าว และการค้ามนุษย์ เช่นปัญหาแรงงานต่างด้าว รวมถึงกระแสบริโภคนิยมที่ก่อให้เกิดหนี้สินที่จ.สระแก้ว 

4.1 ข้อเสนอเชิงนโยบายต่อหน่วยงานภาครัฐ

4.2 ข้อเสนอต่อตนเอง

 5) ปัญหาโครงสร้างเชิงระบบ เช่น การปรับปรุงแก้ไขโครงสร้างบริหารงานของกรุงเทพมหานคร รวมถึงกิจการภายในและการพัฒนาคุณภาพสภาองค์กรชุมชน 

5.1 ข้อเสนอต่อที่ประชุมในระดับชาติของสภาองค์กรชุมชนตำบล

5.2 ข้อเสนอต่อตนเอง

ทั้งนี้ในภาคกรุงเทพฯ ปริมณฑล และภาคตะวันออก รวม 12 จังหวัด ประกอบด้วยกรุงเทพฯ นนทบุรี ปทุมธานี สมุทรปราการ ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ปราจีนบุรี นครนายก ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และจ.ตราด มีสภาองค์กรชุมชนตำบลที่จดแจ้งจัดตั้งแล้วจำนวน 483 แห่ง แบ่งเป็น ภาคกรุงเทพฯ ปริมณฑล จำนวน 155 สภาฯ และภาคตะวันออก จำนวน 328 สภาฯ 

แบ่งปัน
Submit to FacebookSubmit to Google PlusSubmit to Twitter