การจัดงานสมัชชาสวัสดิการชุมชนหรือสมัชชาพังงาแห่งความสุข ของเครือข่ายองค์กรชุมชนจังหวัดพังงา เมื่อเดือนมีนาคม ๒๕๕๖ ส่งผลให้แกนนำขบวนชุมชนที่ทำงานพัฒนาทุกด้าน ทั้งสวัสดิการชุมชน การแก้ปัญหาเรื่องที่ดินทำกินที่อยู่อาศัย การจัดการภัยพิบัติ สมัชชาสุขภาพ การจัดการเรื่องธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สภาพัฒนาการเมือง (สพม.) ได้มีการหารือกับผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา หน่วยราชการและหน่วยงานพัฒนา เพื่อผลักดัน “โครงการรัฐร่วมราษฎร์ เดินหน้าพัฒนาสู่พังงาแห่งความสุข”
โครงการดังกล่าวได้รับการอนุมัติแผนงานและงบประมาณจากผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา เมื่อเดือนพฤษภาคม ๒๕๕๖ ในวงเงิน ๑,๐๘๐,๐๐๐ บาท เพื่อพัฒนาศักยภาพเครือข่ายองค์กรชุมชนให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน รวมทั้งสร้างกลไกของภาคประชาชนให้เกิดความตระหนักและสามารถเข้าถึงกระบวนการจัดทำแผนพัฒนาของจังหวัด ที่ส่งผลต่อ “จังหวัดพังงาแห่งความสุข” โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างการทำงานแบบบูรณาการระหว่างภาครัฐและภาคประชาชน โดยอาศัยกระบวนการพัฒนาชุมชนในพื้นที่แบบมีส่วนร่วมจากฐานตำบล และส่งเสริมกระบวนการเรียนรู้ของประชาชนเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดี สังคมน่าอยู่ภายใต้วิสัยทัศน์ “เครือข่ายร่วมใจ ใช้กลไกสภา เชื่อมโยงการพัฒนา สู่จังหวัดพังงาแห่งความสุข”
สำหรับเป้าหมายโครงการดังกล่าวได้กำหนดไว้ ๒ ประการ คือ ๑) การมีส่วนร่วมของประชาชน และ ๒) การจัดทำแผนแม่บทสู่กระบวนการเรียนรู้สู่พังงาแห่งความสุข มีพื้นที่เป้าหมายครอบคลุม ๘ ตำบล โดยแต่ละตำบลจะต้องจัดทำแผนแม่บทด้านสังคม ๑ แผนงาน ซึ่งในปี ๒๕๕๖ มีกิจกรรมเพื่อให้เกิดผลการดำเนินงานตามแผน ๓ ด้าน คือ กิจกรรมการเรียนรู้ด้านสวัสดิการชุมชน ด้านจัดการภัยพิบัติโดยชุมชน และด้านจัดกระบวนการครอบครัวสีขาว ซึ่งจะต้องมีแผนแม่บทชุมชนด้านสังคม ๑ ฉบับ และศูนย์การเรียนรู้ในอำเภอๆ ละ ๑ ศูนย์
ในการนี้ เพื่อให้การดำเนินโครงการและพิจารณา
ข้อตกลงสมัชชาพังงาแห่งความสุขเกิดความสมบูรณ์ คณะกรรมการโครงการรัฐร่วมราษฎร์จึงได้จัดงาน “โครงการรัฐร่วมราษฎร์ เดินหน้าพัฒนาสู่พังงาแห่งความสุข“ เมื่อวันที่ ๑๗ กันยายน ๒๕๕๖ ที่ผ่านมา โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา ในฐานะประธานกรรมการโครงการฯ มามอบโล่ตำบลแห่งความสุขให้กับผู้นำท้องถิ่นและผู้นำชุมชนในพื้นที่เป้าหมายทั้ง ๘ ตำบล รวมทั้งรับฟังแนวทางการดำเนินโครงการรัฐร่วมราษฎร์ในระยะต่อไป ทั้งในระดับพื้นที่จังหวัดและตำบลโดยมีผู้เข้าร่วมงานจำนวนกว่า ๑๕๐ คน ประกอบด้วย ผู้นำชุมชน ผู้บริหารระดับท้องถิ่น และผู้แทนหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง จาก ๘ ตำบลคือ ตำบลแม่นางขาว ตำบลบางม่วง ตำบลลำภี ตำบลท่าอยู่ ตำบลเหมาะ เทศบาลเมืองพังงา ตำบลโคกเจริญ และตำบลเกาะยาวน้อย
นายไมตรี จงไกรจักร์ รองประธานกรรมการได้กล่าวถึงเป้าหมายหลักของโครงการฯว่าเพื่อให้เกิดความสุขที่ยั่งยืนของคนพังงา โดยในช่วงสามเดือนที่ผ่านมา ได้มีการลงพื้นที่เพื่อจัดเวทีระดมความเห็นในตำบลนำร่อง ๘ ตำบล จาก ๘ อำเภอ เพื่อพัฒนาเป็นร่างข้อตกลงตำบลแห่งความสุข และยกระดับเป็นร่างข้อตกลงสมัชชาพังงาแห่งความสุข
ในการนี้ ผู้แทนชุมชนระดับตำบลทั้ง ๘ ตำบล ได้นำเสนอและร่วมกันพิจารณาร่างข้อตกลงตำบลแห่งความสุข เพื่อให้ที่ประชุมพิจารณา และได้มีมติเห็นชอบร่วมกัน ดังตัวอย่างแนวทางการขับเคลื่อนสู่ตำบลแห่งความสุขของเทศบาลเมืองพังงา และตำบลบางม่วงแห่งความสุข ดังนี้
ความสุขของประชาชนในเทศบาลเมืองพังงา
เทศบาลเมืองพังงาประกอบด้วย 12 ชุมชนโดยประชาชนส่วนใหญ่ประกอบอาชีพ ธุรกิจ ค้าขาย การบริการ อุตสาหกรรม รับราชการ ทำการเกษตรและธุรกิจการท่องเที่ยว ส่วนใหญ่นับถือศาสนาพุทธและอิสลาม มีความรักใคร่สามัคคี โดยสังเกตได้จากข้อมูลสถิติของการทะเลาะวิวาทถึงขั้นเสียชีวิตต่ำ มีการจัดการของชุมชนด้านสาธารณสุขอย่างเป็นระบบและทั่วถึง กล่าวคือมีโรงพยาบาลที่ให้บริการอย่างเพียงพอ อีกทั้งมีโครงการส่งเสริมสุขภาพดูแลกลุ่มวัยต่างๆ เช่นผู้สูงอายุ วัยทำงาน ฯลฯโดยมีอาสาสมัคร (อสม.) เป็นผู้ประสานการให้บริการอย่างทั่วถึง สำหรับชุมชนมีสวัสดิการ เช่น กองทุนสตรี กองทุนหมู่บ้าน สวัสดิการชุมชน รวมทั้งมีสถานที่ออกกำลังกาย เช่น สนามกีฬากลาง ส่วนสมเด็จพระศรีนครินทร์ สนามกีฬานากรอกคอกหญ้า เพียงพอกับการต้องการของชุมชน อีกทั้งมีเส้นทางการคมนาคมและการขนส่งอย่างสะดวกสบาย
คณะทำงานระดับเทศบาลฯได้ยืนยันกระบวนการสำคัญในการเสริมสร้างให้คนในเขตเทศบาลเมืองพังงามีความสุขอย่างยั่งยืน โดยมุ่งจัดทำแผนพัฒนา กำหนดยุทธศาสตร์ ที่ประชาชนมีส่วนร่วม และมีการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง โดยมีการประเมินคุณภาพจากผู้ใช้บริการ หรือคนในชุมชนเอง
มีมติ/ข้อตกลงร่วมกันเพื่อความสุขของประชาชนในเทศบาลเมืองพังงาดังนี้
๑. มีการผลักดันให้เกิดธรรมนูญจัดการตนเองของชุมชนในเขตเทศบาลเมืองพังงา โดยภาคีภาคประชาชน ภาครัฐ ท้องถิ่น ท้องที่ ร่วมกันผลักดัน “ธรรมนูญเทศบาลเมืองพังงาแห่งความสุข” และร่วมกันผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงและปฏิรูปกลไกการทำงานที่แยกส่วน เป็นกลไกการทำงานร่วมกันด้านนโยบาย และหนุนเสริมการปฏิบัติการสู่การสร้าง “เทศบาลเมืองพังงาแห่งความสุข”
๒. ส่งเสริมความรู้ความเข้าใจในเรื่องสวัสดิการชุมชนให้มีสมาชิกมากกว่า ๓๐ % ของประชากร : ขอให้สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์, เทศบาลเมืองพังงา สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน(องค์การมหาชน) พัฒนาชุมชนจังหวัดพังงา สนับสนุนเวทีการให้ความรู้เรื่องการจัดกองทุนสวัสดิการชุมชน แก่ คณะกรรมการชุมชน ประชาชนอย่างทั่วถึง เพื่อส่งเสริมให้ชุมชนมีส่วนรับผิดชอบสังคมแห่งความสุขร่วมกัน โดยให้สภาองค์กรชุมชนตำบล กองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลเป็นศูนย์กลางในความร่วมมือและเทศบาลเมืองพังงาสนับสนุนงบประมาณ
๓. ส่งเสริมความรู้และความเข้าใจด้านการจัดการภัยพิบัติอย่างมีส่วนร่วม : ขอให้เทศบาลเมืองพังงาจัดตั้งงบประมาณประจำปี เพื่อสนับสนุนการจัดทำแผนภัยพิบัติในชุมชนพร้อมรับมือภัยพิบัติ สนับสนุนการเชื่อมโยงเครือข่ายกับระดับจังหวัด พัฒนาศักยภาพอาสาสมัครป้องกันภัยพิบัติและซ้อมแผนเป็นประจำทุกปี โดยเทศบาลจัดหาเครื่องมือในการเตรียมความพร้อมรับมือภัยพิบัติให้ทันเหตุการณ์
๔. ฟื้นฟูวัฒนธรรมท้องถิ่น : ขอให้เทศบาลเมืองพังงา ร่วมกับ วัฒนธรรมจังหวัดพังงา วัฒนธรรมอำเภอ สนับสนุนและร่วมมือกับองค์กรชุมชนตำบล ปราชญ์ชาวบ้าน จัดทำข้อมูล รวบรวมภูมิปัญญาท้องถิ่น และจัดแสดงประเพณีวัฒนธรรมท้องถิ่นต่างๆในชุมชนเพื่อฟื้นฟูและเชื่อมโยงคนในเขตเทศบาลให้เรียนรู้วิถีชีวิตดั้งเดิม ยกระดับเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมในอนาคต
๕. กำหนดให้พัฒนาประเด็นสมัชชาระดับตำบลแห่งความสุข เป็นเชิงประเด็นจังหวัด : ขอให้ภาคีเครือข่ายสมัชชาพังงาแห่งความสุข ร่วมกับเครือข่ายภาครัฐ ภาคเอกชน ประสานกับนักวิชาการ เพื่อรวมรวบข้อเสนอในระดับชุมชน เพื่อพัฒนาเป็นมติสมัชชาพังงาแห่งความสุขเชิงประเด็น และพัฒนาไปเป็นแผนยุทธศาสตร์ เพื่อกำหนดประชาชนในจังหวัดพังงาให้มีความสุขที่ยั่งยืน และนำไปสู่การปฏิรูปจังหวัดพังงา สู่ “พังงาแห่งความสุข”
๖. กำหนดให้ชุมชนเขตเทศบาลเมืองพังงาปลอดอบายมุข เครือข่ายชุมชน: ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดพังงาสั่งการให้ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดพังงา เฝ้าระวังและเก็บข้อมูลที่ได้จากชุมชนเกี่ยวกับการพนัน และยาเสพติด ให้สถานีตำรวจภูธรเมืองพังงาเร่งดำเนินการตามกฎหมาย และให้เทศบาลเมืองพังงา จัดทำงบประมาณสนับสนุนโครงการปลอดอบายมุขและยาเสพติด โดยการมีส่วนร่วมของชุมชนอีกทั้งสร้างเครือข่ายภาคประชาชนเพื่อควบคุมตรวจสอบและติดตามในชุมชนให้มากขึ้น
๗. ส่งเสริมให้ชุมชนมีการจัดการสิ่งแวดล้อมอย่างมีระบบ : ให้เทศบาลเมืองพังงา และสภาเทศบาลเมืองพังงา จัดทำเทศบัญญัติโดยการมีส่วนร่วมของประชาชน เพื่อควบคุมการจัดการสิ่งแวดล้อมในชุมชนอย่างเหมาะสมในด้านการจัดเก็บขยะมูลฝอยการจัดทำระบบน้ำเสีย และเพิ่มสวนหย่อมในบริเวณต่างๆๆ เช่นเกาะกลางถนน มุมพักผ่อนบริเวณริมทางเท้าและการปลูกต้นไม้ที่ให้ความร่มรื่นเพิ่มขึ้น
๘.ส่งเสริมให้เขตเทศบาลเมืองเป็นพื้นที่ ที่มีการจัดระเบียบทางสังคมอย่างเคร่งครัด ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในการกำกับดูแลเกี่ยวกับระเบียบวินัย ในด้านการจราจรการจัดระเบียบร้านค้าแต่ละประเภท ร้านเกมส์ฯลฯ และกวดขันในเรื่อง การจอดรถ การเปิดปิดร้านรวมทั้งเอาจริงเอาจังกับผู้กระทำผิดตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด
ความสุขของประชาชนตำบลบางม่วง
ได้ให้ความสำคัญกับการเสริมสร้างให้คนในตำบลบางม่วงมีความสุข ด้วยการทำงานบูรณาการอย่างมีส่วนร่วมในการกำหนดแผนพัฒนา การแก้ปัญหาต้องบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง และการมีส่วนร่วมของประชาชนในพื้นที่ตำบลบางม่วง
แนวทางสู่ตำบลบางม่วงแห่งความสุขมีดังนี้
๑. ผลักดันให้เกิดธรรมนูญหรือข้อตกลงร่วมกันของผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในตำบลบางม่วงเพื่อกำหนดอนาคตให้คนในตำบลมีความสุขที่ยั่งยืน โดยพลังร่วมขับเคลื่อนกับประชาชนในตำบลบางม่วงและภาคีภาครัฐ ท้องถิ่น ท้องที่ ร่วมกันผลักดัน “ธรรมนูญตำบลบางม่วงแห่งความสุข” และร่วมผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงและปฏิรูปกลไกการทำงานที่แยกส่วนและกระจัดกระจายเป็นกลไกการทำงานร่วมด้านนโยบายระดับตำบล และหนุนเสริมการปฏิบัติการ สู่การสร้างตำบลบางม่วงแห่งความสุขที่คุ้มครองกลุ่มชาติพันธุ์ชาวเล กลุ่มประมงพื้นบ้าน กลุ่มอาชีพค้าขายกลุ่มธุรกิจกลุ่มอื่นๆ และร่วมกันขจัดบ่อนการพนัน ยาเสพติด และสิ่งผิดกฎหมายอื่นๆให้หมดไปจากตำบลบางม่วง
๒. ส่งเสริมความรู้และความเข้าใจด้านการจัดการภัยพิบัติแบบมีส่วนร่วมและสนับสนุนให้ชุมชนจัดการภัยพิบัติโดยชุมชนเป็นฐาน : โดยองค์การบริหารส่วนจังหวัดพังงา จัดตั้งงบประมาณในการสนับสนุนการขับเคลื่อนแผนเตรียมพร้อมรับมือภัยพิบัติในระดับตำบล องค์การบริหารส่วนตำบลบางม่วงจัดตั้งงบประมาณสนับสนุนกระบวนการจัดทำแผนเตรียมพร้อมรับมือภัยพิบัติ สนับสนุนเวทีการเรียนรู้แลกเปลี่ยนเพื่อพัฒนาคนในชุมชน ตำบลบางม่วง จังหวัดพังงาสนับสนุนงบประมาณและการเชื่อมโยงเครือข่ายเตรียมพร้อมรับมือภัยพิบัติระดับจังหวัด ป้องกันบรรเทาสาธารณะภัย สนับสนุนให้เกิดการพัฒนาศักยภาพอาสาสมัครป้องกันภัยพิบัติ ในทุกด้านและประสานงานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อให้เกิดการพัฒนาศักยภาพของคนในตำบลบางม่วง และทุกหน่วยงานให้ปฏิบัติตามมติ มีสมัชชาสุขภาพเรื่องการจัดการภัยพิบัติระดับชุมชน และจัดให้มีการซ้อมแผนและจัดทำสื่อเผยแพร่ เป็นประจำทุกปี
๓. กำหนดให้พัฒนาประเด็นสมัชชาระดับตำบลแห่งความสุขเป็นมติเชิงประเด็นในระดับจังหวัด : ขอให้ภาคีเครือข่ายสมัชชาพังงาแห่งความสุขทำงานกับเครือข่ายภาครัฐ ภาคเอกชน ปรึกษาหารือและประสานความร่วมมือกับนักวิชาการเพื่อรวบรวมข้อเสนอ มติ ในระดับตำบลเพื่อพัฒนาเป็นมติ สมัชชาพังงาแห่งความสุขในเชิงประเด็น และพัฒนาไปเป็นแผน หรือธรรมนูญคนพังงา เพื่อกำหนดอนาคตคนพังงา ให้มีความสุขที่ยั่งยืน เพื่อเสริมพลังพลเมืองสู่การปฏิรูปจังหวัดพังงา สู่ “พังงาแห่งความสุข”โดยสรุปประเด็น ดังต่อไปนี้ เช่น การจัดการศึกษาในท้องถิ่น แรงงานต่างด้าวและพวกอพยพทรัพยากรและที่ดินทำกินยาเสพติด(พวกกลุ่มเสี่ยง)ปัญหาครอบครัว สวัสดิการชุมชนต่างๆ ฯลฯ
๔. จัดทำระบบฐานข้อมูลและคลังความรู้ที่สะท้อนปัญหา การพัฒนา และวิถีชีวิตของคนตำบลบางม่วงเพื่อใช้ในการกำหนดการพัฒนา สู่ตำบลบางม่วงแห่งความสุข: ให้องค์การบริหารส่วนตำบลบางม่วง ที่ดินจังหวัดพังงา สาขาตะกั่วป่า และหน่วยงานที่ออกเอกสารสิทธิ์เกี่ยวกับที่ดินโยธาธิการและผังเมือง สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน(องค์การมหาชน) สภาองค์กรชุมชนตำบลบางม่วง เครือข่ายประชาชน ร่วมกัน จัดทำนโยบายและแผนเกี่ยวกับระบบฐานข้อมูลและความรู้ให้คลอบคลุมประเด็นปัญหา ความต้องการ การใช้ประโยชน์ในที่ดิน การประกอบอาชีพ ตามวิถีชีวิตคนในตำบลบางม่วง รวมทั้งจัดตั้งกลไกติดตามความก้าวหน้าเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น
๕. กำหนดให้องค์การบริหารส่วนตำบลบางม่วงเป็นองค์กรสนับสนุนการทำงานขององค์กรชุมชนโดยสภาองค์กรชุมชนตำบลบางม่วงเป็นศูนย์กลาง: ให้องค์การบริหารส่วนตำบลบางม่วงสนับสนุนงบประมาณให้สภาองค์กรชุมชนตำบลบางม่วง เพื่อเป็นศูนย์กลางในการประสานองค์กรชุมชน กลุ่มประชาชน ร่วมกำหนดอนาคตทางสังคมของคนในตำบลบางม่วง การจัดสวัสดิการชุมชน การเตรียมพร้อมรับมือภัยพิบัติโดยชุมชนและสนับสนุนการขับเคลื่อนแผนชุมชน ให้เกิดความยั่งยืน โดยให้มีกลไกการขับเคลื่อนสมัชชาตำบลแห่งความสุขโดยมีองค์ประกอบจาก ภาครัฐ ท้องถิ่น ท้องที่ ประชาสังคม โรงเรียน วัดและประชาชน
๖. กำหนดให้ตำบลบางม่วงปลอดอบายมุขถาวร: ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมมือกำหนดมาตรการในการเฝ้าระวังและติดตามข้อมูลแหล่งอบายมุขและยาเสพติดในท้องถิ่น และให้ปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด รวมทั้งการป้องกันปราบปราม โดยการมีส่วนร่วมของประชาชนในตำบล และให้องค์การบริหารส่วนตำบลบางม่วงสนับสนุนงบประมาณให้มีการปฏิบัติที่เป็นรูปธรรม เพื่อนำสู่ตำบลปลอดอบายมุขและยาเสพติด
ข้อตกลงพังงาแห่งความสุขของประชาชนระดับจังหวัด
สมัชชาพังงาแห่งความสุขต้องทำให้คนในพังงามีความสุขสมัชชาพังงาแห่งความสุข ครั้งที่หนึ่ง มีมติและข้อเสนอเพื่อทำให้คนในพังงาระดับจังหวัดมีความสุขดังนี้
๑.ผลักดันให้เกิดธรรมนูญหรือข้อตกลงร่วมกันของผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในจังหวัดพังงา เพื่อกำหนด
อนาคตให้คนในจังหวัดพังงามีความสุขที่ยั่งยืน โดยพลังร่วมขับเคลื่อนกับประชาชนในจังหวัดพังงาและภาคีภาครัฐ ท้องถิ่น องค์กรชุมชน ร่วมกันผลักดัน “ธรรมนูญจังหวัดพังงาแห่งความสุข” และร่วมผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงและปฏิรูปกลไกการทำงานที่แยกส่วนและกระจัดกระจายให้เกิดเป็น กลไกการทำงานร่วมด้านนโยบายสารธารณะ และหนุนเสริมการปฏิบัติการ สู่การสร้างพังงาแห่งความสุข
๒.เสริมความรู้และความเข้าใจด้านการจัดการภัยพิบัติแบบมีส่วนร่วมและสนับสนุนให้ชุมชนจัดการภัยพิบัติโดยชุมชนเป็นฐาน: ขอให้องค์การบริหารส่วนจังหวัดพังงา จัดตั้งงบประมาณในการสนับสนุนการขับเคลื่อนแผนเตรียมพร้อมรับมือภัยพิบัติในระดับตำบล จังหวัดพังงาสนับสนุนงบประมาณและการเชื่อมโยงเครือข่ายเตรียมพร้อมรับมือภัยพิบัติระดับจังหวัด ป้องกันบรรเทาสาธารณะภัย สนับสนุนให้เกิดการพัฒนาศักยภาพอาสาสมัครป้องกันภัยพิบัติ ในทุกด้านและประสานงานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อให้เกิดการพัฒนาศักยภาพของคนในพื้นที่ทุกพื้นที่และทุกหน่วยงานให้ปฏิบัติตาม มติ สมัชชาสุขภาพ เรื่องการจัดการภัยพิบัติระดับชุมชน และจัดให้มีการซ้อมแผนเป็นประจำทุกปี
๓.กำหนดให้จังหวัดพังงาปลอดอบายมุขและยาเสพติดอย่างถาวร:
ให้ผู้มีอำนาจและผู้ส่วน
เกี่ยวข้องทุกภาคส่วน สั่งการให้กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน สารวัตรหมู่บ้าน อาสาสมัครในชุมชน เฝ้าระวังและติดตามข้อมูลของบ่อนการพนัน ยาเสพติด เจ้าหน้าที่ภาครัฐเร่งปฏิบัติตามกฎหมาย ป้องกัน และหลีกเลี่ยงที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับอบายมุข ยาเสพติด เพื่อเป็นแบบอย่างที่ดี หน่วยงานภาครัฐสนับสนุนงบประมาณสนับสนุนให้การปฏิบัติการสู่จังหวัดปลอดอบายมุข และยาเสพติดอย่างยั่งยืน โดยการมีส่วนร่วมของประชาชนในจังหวัดพังงาและร่วมกันขจัดบ่อนการพนัน ยาเสพติด และสิ่งผิดกฎหมายอื่นๆให้หมดไปจากจังหวัดพังงาเป็นท้องถิ่นปลอดอบายมุขและยาเสพติด
๔.กำหนดให้พัฒนาประเด็นสมัชชาพังงาแห่งความสุขเป็นมติเชิงประเด็นในระดับจังหวัด: ขอให้
ภาคีเครือข่ายสมัชชาพังงาแห่งความสุขทำงานกับเครือข่ายภาครัฐ ภาคเอกชน ปรึกษาหารือและประสานความร่วมมือกับนักวิชาการเพื่อรวบรวมข้อเสนอ มติ ในระดับตำบลเพื่อพัฒนาเป็นมติ สมัชชาพังงาแห่งความสุขในเชิงประเด็น และพัฒนาไปเป็นแผน หรือธรรมนูญคนพังงา เพื่อกำหนดอนาคตคนพังงา ให้มีความสุขที่ยั่งยืน เพื่อเสริมพลังพลเมืองสู่การปฏิรูปจังหวัดพังงา สู่ “พังงาแห่งความสุข”
๕. กำหนดให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง มีการประกันราคาพืชผลทางการเกษตรเพื่อให้การช่วยเหลือ
เกษตรกรให้มีรายได้ที่แน่นอน และมีตลาดรองรับสินค้าการเกษตร
๖.กำหนดให้ภาครัฐและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นสนับสนุนงบประมาณในการเสริมสร้าง
ความเข้มแข็งของระบบสวัสดิการและหลักประกันความมั่นคงด้านสุขภาพโดยถ้วนหน้าและยั่งยืน เพื่อลดความเหลื่อมล้ำและความไม่เป็นธรรมในสังคม โดยผ่านกระบวนการสภาองค์กรชุมชน หรือกองทุนสวัสดิการชุมชน เป็นฐานสร้างสุขให้คนในจังหวัดพังงามีสวัสดิการตั้งแต่เกิดจนกระทั่งตาย
ในการนี้ผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา นายธำรง เจริญกุล ซึ่งได้มาร่วมรับข้อเสนอที่เป็นแนวทางการทำงานสู่พังงาแห่งความสุข ทั้งในระดับตำบลและจังหวัดได้กล่าวกับผู้เข้าร่วมสัมมนาว่าการทำงานในระยะเวลาที่ผ่านมา คณะทำงานได้แสวงหาข้อเท็จจริงในการทำให้คนพังงามีความสุข แม้จะมีระยะเวลาสั้น แต่คณะทำงานได้ออกพื้นที่ รับฟัง และพัฒนาเป็นข้อเสนอระดับตำบล และจังหวัด ด้วยทีมงานที่มีความเข้าใจ และกล่าวว่าการทำงานของรัฐตามลำพังฝ่ายเดียวไม่สำเร็จ ต้องมีส่วนร่วมในทุกภาคส่วน ซึ่งราชการสามารถโยกย้ายเปลี่ยนแปลงได้ แต่ประชาชนในฐานะคนพังงาต้องอยู่ที่พังงาตลอดไป
และจังหวัดพังงา มีความอุดมสมบูรณ์ ทั้งแหล่งท่องเที่ยว ทรัพยากรธรรมชาติ เศรษฐกิจดี ประชาสังคมมีความเข้มแข็งและเป็นแนวหน้าในการพัฒนาพังงา ในอดีตพังงาเป็นจังหวัดอันดับหนึ่งในฝั่งอันดามัน มีแหล่งแร่ที่สมบูรณ์และใหญ่ที่สุด ทุกท่านต้องนำความภาคภูมิใจและความพร้อมเหล่านี้มาพัฒนาและเชื่อมโยงระหว่างราชการและภาคประชาชนเพื่อทำให้สังคมอยู่ดีมีสุข
ที่ผ่านมามีผู้นำบางคน เข้ามาทำงานแต่ไม่มีพื้นฐานทางสังคม ไม่มีความตั้งใจ คิด ทำ เพื่อการเปลี่ยนแปลง ทุกคนจึงต้องคิดและทบทวนถึงคุณค่าของตัวเอง ถึงความเป็นส่วนหนึ่งของสังคมและเป็นกลไกที่สำคัญในการพัฒนา
และการพัฒนาทุกอย่างต้องมีแผนงาน ปีที่ ๑ จะทำอะไร ปีที่ ๒ จะไปทางไหน ต้องทำแผนงานให้ชัดเจน การมีแผนงานที่ชัดเจน ทำให้มีการวางแผน เตรียมการ และดำเนินการได้อย่างมีคุณภาพ
และท้ายสุด ผู้ว่าราชการจังหวัดพังงากล่าวว่า โครงการรัฐร่วมราษฎร์เดินหน้าพัฒนาสู่พังงาแห่งความสุข โครงการนี้เป็นโครงการที่ดี ต้องทำต่อเนื่องในปี ๒๕๕๗
ทั้งนี้จังหวัดพังงา เป็นจังหวัดหนึ่งที่ขบวนงานพัฒนาของภาคประชาชนมีความเข้มแข็งคือมีการปฎิบัติงานสวัสดิการชุมชนใน ๕๐ พื้นที่ สภาองค์กรชุมชนตำบล ๓๖ สภา การจัดการที่ดินทำกิน ๑๗ พื้นที่ การจัดการภัยพิบัติโดยชุมชน ๑๙ พื้นที่ บ้านมั่นคง ๗ พื้นที่ ศูนย์การเรียนรู้ชุมชน ๘ พื้นที่ การจัดการทรัพยากร ๖ พื้นที่ สำหรับการขับเคลื่อนโครงการรัฐร่วมราษฎร์สู่พังงาแห่งความสุขระยะที่ ๒ ในปี ๒๕๕๗ นั้นคณะทำงานโครงการฯจะพัฒนาข้อเสนอสู่พังงาแห่งความสุขทั้งระดับตำบลและจังหวัด ต่อผู้ว่าราชการจังหวัดพังงาเพื่อรับการสนับสนุนทั้งแผนงานและงบประมาณต่อไป โดยมีกลการทำงานพัฒนาทั้งระดับตำบลที่ประกอบด้วย ผู้แทนของทุกภาคส่วนคือ อปท. กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ครู สภาองค์กรชุมชน อสม. ประชาสังคม ฯลฯ ส่วนในระดับจังหวัดก็มีคณะทำงานที่ประกอบด้วยผู้แทนของราชการ สภาองค์กรชุมชน เครือข่ายชุมชน เป็นต้น


