พิมพ์
ผู้ดูแลระบบ
หมวดหลัก: ข่าวความเคลื่อนไหวงานพัฒนา
ฮิต: 2215

sk1-021056คทช. จัดงาน “มหกรรมแผนที่ทำมือในการจัดการที่ดินแนวใหม่” ยื่น 7 ข้อเสนอถึง พม. และรัฐบาล ผ่านที่ปรึกษา รมว.พม. ชี้ที่ชุมชนสามารถแก้ปัญหาที่ดินด้วยตนเอง รูปธรรมยืนยัน ผู้เดือนร้อน 7 ตำบล ในจังหวัดสระแก้ว มีที่ดินมีที่อยู่ศัยที่เป็นของคนจน โดยคนจน รวม 478 ไร่ 1 งาน มีครัวเรือนที่ได้รับประโยชน์ 152 ครัวเรือน

เมื่อวันที่ 1-2 ตุลาคม 2556 เครือข่ายที่ดินแนวใหม่ชุมชนท้องถิ่นจัดการตนเองแห่งชาติ (คทช.) ร่วมกับ องค์การบริหารส่วนตำบลแซร์ออ อ.วัฒนานคร จ.สระแก้ว สหพันธ์พัฒนาองค์กรชุมชนคนจนเมืองแห่งชาติ (สอช.) ขบวนองค์กรชุมชน 4 ภาค ภาคกรุงเทพฯ และปริมณฑล ภาคกลาง ภาคตะวันตก และภาคตะวันออก และสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (พอช.) จัดงาน “มหกรรมแผนที่ทำมือในการจัดการที่ดินแนวใหม่” ณ วัดแซร์ออ ต.แซร์ออ อ.วัฒนานคร จ.สระแก้ว โดยมีผู้เข้าร่วมงานประมาณ 1,000 คน

เพื่อร่วมแลกเปลี่ยน แสดงความคิดเห็น สรุปปัญหา กำหนดแนวทาง และนำเสนอพื้นที่รูปธรรมการขับเคลื่อนการจัดการที่ดินแนวใหม่ ที่ใช้เครื่องมือสำคัญคือการจัดทำแผนที่ทำมือ ผังชีวิตชุมชน กองทุนที่ดินระดับตำบล เพื่อนำไปสู่การจัดทำแผนพัฒนาที่มาจากการมีส่วนร่วมของชุมชนท้องถิ่น ที่สามารถแก้ปัญหาที่ดินทั้งที่เป็นกรณีพื้นที่ทับซ้อน การขาดแคลนที่ดิน หรือที่ดินหลุดมือ เป็นต้น ควบคู่กับการพัฒนาคุณภาพชีวิตในมิติอื่นๆ มีบทบาทการหนุนเสริมท้องถิ่น ท้องที่ หน่วยงานที่ดิน และภาคีการพัฒนาที่เกี่ยวข้อง

เนื่องในโอกาสงาน WORLD HABITAT DAY 2013 : URBAN MOBILITY สำนักงานโครงการตั้งถิ่นฐานแห่งสหประชาชาติ ร่วมกับประชาคมโลกกำหนดให้วันจันทร์สัปดาห์ที่ 1 ของเดือนตุลาคม เป็นวันที่อยู่อาศัยโลก และเชิญชวนประเทศสมาชิกจัดกิจกรรมฉลองงานดังกล่าวด้วยโดยมีจุดมุ่งหมายที่จะเตือนประเทศต่างๆ ในโลกให้มีความรับผิดชอบร่วมกันเกี่ยวกับที่อยู่อาศัยของมนุษย์ในอนาคต ซึ่งที่ผ่านมาประเทศไทยได้มีการจัดกิจกรรมอย่างต่อเนื่องมาทุกปี

สำหรับประเทศไทย ปีนี้ตรงกับวันที่ 7 ตุลาคม 2556 กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) เครือข่ายสพันธ์พัฒนาองค์กรชุมชนคนจนเมืองแห่งชาติ (สอช.) เครือข่ายที่ดินแนวใหม่ชุมชนท้องถิ่นจัดการตนเองแห่งชาติ(คทช.) ได้ร่วมกันจัดกิจกรรมเนื่องในวันที่อยู่อาศัยโลก ปี 2556 ในหัวข้อ “พลังชุมชน ระดมกองทุน รักษ์ดิน รักษาบ้าน ก้าวทันอาเซียน” ระหว่างวันที่ 1–29 ตุลาคม 2556 เพื่อให้สังคมไทยตระหนักถึงสภาพการณ์ปัญหาที่อยู่อาศัยของคนจนและแนวทางการแก้ไขปัญหา และร่วมกิจกรรมวันที่อยู่อาศัยโลกในฐานะที่ไทยเป็นประเทศสมาชิกสหประชาชาติ

จัดมหกรรมร่วมเฉลิมฉลองวันที่อยู่อาศัยโลก 2556

นายละอองดาว สีลาน้ำเที่ยง ผู้แทนเครือข่ายที่ดินแนวใหม่ชุมชนท้องถิ่นจัดการตนเองแห่งชาติ (คทช.) กล่าววัตถุประสงค์การจัดงานว่า “แผนที่ทำมือในการจัดการที่ดินแนวใหม่” ที่ขบวนองค์กรชุมชนภาคตะวันออก ภาคตะวันตก ภาคกลาง และภาคกรุงเทพฯ/ปริมณฑลได้ร่วมกันจัดขึ้น เนื่องในวันที่อยู่อาศัยโลก ปี 2556 สำหรับประเทศไทย กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ โดยสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (พอช.) ได้จัดงานในระหว่างวันที่ 1-29 ตุลาคม 2556 ในทุกภูมิภาคทั่วประเทศ ในหัวข้อหลักเรื่อง “พลังชุมชน ระดมกองทุน รักษ์ดิน รักษาบ้าน ก้าวทันอาเซียน”  

laongdaw-021056โดยวัตถุประสงค์ในการจัดงานวันที่ 1-2 ตุลาคมนี้ ตัวแทนและพี่น้องเครือข่าย คทช.ทั้งประเทศใช้โอกาสเนื่องในวันที่อยู่อาศัยโลก จัดสมัชชาใหญ่ เพื่อร่วมแลกเปลี่ยน แสดงความคิดเห็น สรุปปัญหา กำหนดแนวทาง และนำเสนอพื้นที่รูปธรรมการขับเคลื่อนการจัดการที่ดินแนวใหม่ ที่ใช้เครื่องมือสำคัญคือการจัดทำแผนที่ทำมือ ผังชีวิตชุมชน กองทุนที่ดินระดับตำบล เพื่อนำไปสู่การจัดทำแผนพัฒนาที่มาจากการมีส่วนร่วมของชุมชนท้องถิ่น ที่สามารถแก้ปัญหาที่ดินทั้งที่เป็นกรณีพื้นที่ทับซ้อน การขาดแคลนที่ดิน หรือที่ดินหลุดมือ เป็นต้น ควบคู่กับการพัฒนาคุณภาพชีวิตในมิติอื่นๆ มีบทบาทการหนุนเสริมท้องถิ่น ท้องที่ หน่วยงานที่ดิน และภาคีการพัฒนาที่เกี่ยวข้อง

ปัจจุบันมีพื้นที่ดำเนินการทั่วประเทศกว่า 1,300 ตำบล จะผลักดันให้เกิดกระบวนการพัฒนาและแก้ไขปัญหาให้ครอบคลุมทุกตำบลในประเทศไทย ซึ่งเนื้อหาสาระในงานมหกรรมครั้งนี้ เป็นเรื่องที่น่าสนใจ ถ้าหากว่าขบวนองค์กรชุมชนและท้องถิ่นสามารถทำให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรมได้จริง จะทำให้ขบวนองค์กรชุมชนมีความเข้มแข็งมาก นายละอองดาว กล่าว

 

ที่ปรึกษา รมว.พม. รับข้อเสนอ พร้อม รับ รุก รวดเร็ว

ดร.เพชรวรรต วัฒนพงศศิริกุล ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กล่าวว่า ผมเห็นความตั้งใจของทุกท่านที่ร่วมกันทำงาน ได้มีโอกาสไปพบปะกับพี่น้องของเราไม่ว่าสหพันธ์พัฒนาองค์กรชุมชนคนจนเมืองแห่งชาติ (สอช.) เครือข่ายที่ดินแนวใหม่ชุมชนท้องถิ่นจัดการตนเองแห่งชาติ (คทช.) และ พอช. เราเคยร่วมด้วยช่วยกันหลายที่ทั่วประเทศ เช่น ภาคเหนือ ปัญหาเร่งด่วนที่ ต.บัวใหญ่ อ.นาน้อย จ.น่าน ที่ใช้แผนที่ทำมือในการแก้ไขปัญหา หลังจากทำแผนที่แล้วได้ประสานกับหน่วยงานต่างๆ มาตรวจสอบซึ่งตรงกับที่หน่วยงานทำ

paechawat-021056ตอนที่ไป อ.นาน้อยได้เรียกทุกฝ่ายมาร่วมปรึกษาพูดคุย ซึ่งที่จังหวัดน่านทำได้จริง เราต้องมาดูด้วยว่าสิทธิทำกินใครอยู่มาก่อนกัน จ. น่าน ประกาศเมื่อปี 2540 กว่าๆ แต่ชาวบ้านอยู่มาร้อยกว่าปี มีหลักฐานมาอ้างอิงว่ามาอยู่ก่อน แต่กรณีที่มาบุกรุกทีหลังก็ต้องมาคุยกัน องค์กรของภาครัฐที่เข้าไป เมื่อก่อนการแก้ปัญหาไม่ยุติ เป็นการแก้ปัญหาจากข้างบนลงล่าง ข้างบนใช้กฎหมาย

ดร.เพชรวรรต กล่าวต่อว่า ในขณะที่ชาวบ้านอยู่มาก่อน และแก้ปัญหาเริ่มจากการสร้างทุน ออมเงิน โดยคณะกรรมการต้องเชื่อใจกัน เราต้องรวมกันไว้ให้ออมก็ต้องออม ร่วมกันต่อสู้ในเชิงกฎหมาย ไม่ใช่ไปประท้วงล้มรัฐบาล แต่เป็นการทำข้อมูลมาอ้างอิง วันนี้ข้างล่างต้องมาทำ คิดจากข้างล่างขึ้นไปข้างบน เป็นนโยบายของรัฐบาลที่จะมาส่งเสริม

วันนี้ผมเป็นตัวแทนของทางกระทรวง พม. มาที่นี่เห็นแล้วดีใจจริงๆ แนวคิดใหม่ของรัฐบาล รับ รุก รวดเร็ว รับจะดำเนินอย่างเร่งด่วน จะดำเนินการต่อทันที เพื่อเร่งแก้ไขปัญหาในเร็ววัน เราต้องรีบเร่งทำให้เสร็จอย่างเร่งด่วน ก่อนเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน คนไทยจำนวนมากยังไม่มีที่ดินของตนเอง สำหรับข้อเสนอของพี่น้องนั้นจะเสนอให้รัฐมนตรีดำเนินการต่อไป

ท้องถิ่นท้องที่ร่วมงาน

นายนพีรวิทย์ งามแสง นายกองค์การบริหารส่วนตำบลแซร์ออ napeeravit-021056สำหรับการทำงานของชุมชนตำบลแซร์ออ จ.สระแก้ว โดยเฉพาะเรื่องการแก้ไขปัญหาที่ดินทำกิน เป็นตัวอย่างหนึ่งของการทำงานที่มาจากการมีส่วนร่วมจากหลายภาคส่วน เพื่อร่วมกันแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน จังหวัดสระแก้วมีพื้นที่ดำเนินการกรณีที่อยู่อาศัยและที่ดินทำกินมากกว่า 28 ตำบล ที่ได้รับการสนับสนุนจากสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน โดยเราเน้นการมีส่วนร่วมตั้งแต่จากฐานรากสังคม โดยเฉพาะตำบลแซร์ออ ได้มีกระบวนการแก้ไขปัญหาจากกลุ่มองค์กรในตำบลทั้งผู้เดือดร้อนด้านที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัยร่วมกับ กลุ่มสวัสดิการ เครือข่ายเกษตรอินทรีย์ กลุ่มอาชีพ และเครือข่ายอื่นๆ

การเริ่มต้นที่ดีในความร่วมมือของชาวบ้านที่ร่วมแก้ไขปัญหาจากข้อมูลพื้นฐาน ข้อมูลสภาพปัญหา สู่การยกระดับข้อมูลแผนที่ GPS GIS เพื่อวิเคราะห์แนวทางแก้ไขปัญหาตำบลในทุกๆด้าน ทำให้เกิดการคลี่คลายการแก้ไขปัญหาที่ดินได้ระดับหนึ่ง มีรูปธรรมแก้ไขปัญหาที่ทำกิน และที่อยู่อาศัยจำนวน 28 ไร่ และไถ่ถอนที่ดิน 53 ไร่ รวมถึงการพัฒนามิติอื่นๆ ควบคู่ไปด้วย

นายเกียรติ รัตนประทีป นักส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (ท้องถิ่นอำเภอ) อ.วัฒนานคร จ.สระแก้ว กล่าวว่า เป็นเรื่องที่ดีที่พวกเราเข้ามาพูดคุยกัน และได้รู้จักกองทุนแก้ปัญหาที่ดินที่เราทำ อย่างไปซื้อที่ดินที่ขาดอายุความมาแก้ปัญหาร่วมกัน ปัญหาทุกอย่างมีทางออก บางครั้งใช้เวลาเป็นปี หลายคนไม่มีเอกสารสิทธิ์ เมื่อได้อ่านได้ศึกษา จึงเข้าใจว่าแนวทางออกที่พวกเราจะนำไปใช้ไม่ได้สร้างความเดือดร้อนให้คนอื่น

เพราะแต่ละที่แต่ละแห่งปัญหาไม่เหมือนกัน เราสร้างให้เข้มแข็งไม่ใช่สร้างความขัดแย้ง ไม่ใช่สร้างการกดดันรัฐบาล ที่เกิดจากการรวมตัว เก็บออม พี่น้องนำไปคิดไปปฏิบัติ ไปช่วยกันหาทางออก ไมสร้างความเดือดร้อนให้ใคร และได้มาด้วยตนเอง ซึ่งคนเรามีที่ของตนเองเป็นเรื่องที่น่าภูมิใจ

ความสำเร็จเกิดจากโดยผู้เดือดร้อน และชุมชนเป็นแกนหลัก

นายปรมินทร์ จันทรกาล ตัวแทนเครือข่ายที่ดินแนวใหม่ชุมชนท้องถิ่นจัดการตนเองแห่งชาติ (คทช.)

เสนอภาพรวมสถานการณ์ กระบวนการ และผลสำเร็จการแก้ไขปัญหาระดับชาติ และภาค โดยระบุว่า paramin-021056ความสำเร็จในวันนี้เกิดจากขบวนการพัฒนา และแก้ไขปัญหาเรื่องที่ดินทำกิน และที่อยู่อาศัยโดยผู้เดือดร้อน และชุมชนเป็นแกนหลัก อาศัยการดำเนินการพัฒนาและแก้ไขปัญหา โดยใช้ข้อมูลสภาพปัญหา ทุนภายในเป็นเครื่องมือ มี พอช.เป็นผู้สนับสนุนองค์ความรู้ กระบวนการ ทำให้เกิดการพัฒนากระบวนการ “ผังชีวิตชุมชน” สู่การแก้ไขปัญหาทุกมิติ นอกจากนั้นยังมีการเชื่อมโยงเครือข่าย ทำให้เกิดการรวมกลุ่มรวมตัวของผู้ประสบปัญหาเพื่อสร้างพลังในการพัฒนาชุมชนท้องถิ่นของตน รวมถึงการผลักดันการแก้ไขปัญหาเชิงนโยบายที่มาจากฐานราก เกิดเป็น “เครือข่ายที่ดินแนวใหม่ชุมชนท้องถิ่นจัดการตนเองแห่งชาติ หรือ คทช.”

โดยมีเป้าหมาย เพื่อผลักดันให้เกิดความเป็นธรรมในการจัดการทรัพยากรดิน น้ำ ป่า โดยสอดคล้องกับวิถีชีวิตของชุมชนท้องถิ่น มีความมั่นคงในที่ดินทำกิน และที่อยู่อาศัย รวมถึงคุณภาพชีวิตที่ดี ซึ่งเกิดจากกระบวนการพัฒนา และแก้ไขปัญหาร่วมกันของชุมชนท้องถิ่นในทุกๆ มิติ ตามกระบวนการที่เกิดจากการพัฒนามาจากฐานราก

และอาศัยกลไกในพื้นที่ระดับตำบลเป็นตัวตั้ง มุ่งเน้นการสร้างรูปธรรมการแก้ไขปัญหา และความสำเร็จ จากการดำเนินงานของผู้เดือดร้อน เชื่อมโยงจนเป็นภาคีพัฒนาร่วมในตำบล หนุนเสริมและสร้างกระบวนการเรียนรู้ร่วมในระดับภูมินิเวศ จังหวัดโดยมีตัวแทนในระดับยุทธศาสตร์ และคณะทำงานเชิงปฏิบัติการ หรือทีมเทคนิค หนุนเสริมการทำงาน พร้อมทั้งผลักดันขยายผลสู่การดำเนินงานในระดับจังหวัด และภูมิภาค เกิดการเชื่อมโยงเป็นเครือข่ายร่วมในระดับชาติ

สำหรับภาพรวม 4 ภูมิภาค กรุงเทพฯ ปริมณฑล ภาคกลาง ภาคตะวันตก และภาคตะวันออก มีพื้นที่ดำเนินการแก้ไขปัญหาตามแนวทางกระบวนการที่ดินแนวใหม่ ผังชีวิตชุมชนในปี 2555 ทั้งสิ้น 517 ตำบล จาก 2,326 ตำบล ขาดแคลนที่ดินทำกิน 296 ตำบล ที่อยู่อาศัยไม่มั่นคง 270 ตำบล ปัญหาที่ดินหลุดมือ 202 ตำบล พื้นที่ป่าสงวน 116 ตำบล และพื้นที่อุทยาน 107 ตำบล

 

ปัญหาที่ดิน ชุมชนต้องลุกตื่น เริ่มจากแผนที่ทำมือ

สร้างรูปธรรมการแก้ปัญหาโดยคนจนลงมือเอง

 นางสาวกนิษฐา ปรีชาพีชคุปต์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการ พอช. กล่าวถึงkanittha-021056แนวคิดการแก้ปัญหาที่ดินแนวใหม่ด้วยกระบวนการผังชีวิตชุมชน ระบุว่าปัญหาที่ดิน เราต้องพิจารณาว่ากลุ่มผู้มีปัญหาต่างๆในชุมชนมีลักษณะอย่างไรบ้าง เช่น บุกรุกป่า บุกรุกอยู่ในที่ดินคนอื่นๆ หรือหน่วยงานประกาศทับที่ดินชาวบ้าน โดยทั่วไปผู้เดือดร้อน มีทางออก 3 ลักษณะ 1) กลุ่มคนกระตือรือร้นในการแก้ปัญหา 2) อยู่เงียบๆ ให้เพื่อนเรียกร้องต่อสู้ เขาได้เราก็ได้ 3) ไม่รู้ว่าตัวเองมีปัญหาอะไร ไม่สนใจกับปัญหา

และการแก้ปัญหาที่ผ่านมา มี 2 รูปแบบ แบบแรกปัญหาของพี่น้องเอง แต่ปัญหาคือเราอยู่นิ่งเฉย รอการแก้ปัญหาจากที่อื่น 2) รู้ปัญหา และลุกขึ้นมาแก้ปัญหาของตัวเอง การที่พี่น้องไม่ลุกมาแก้ปัญหา เป็นภัยคุกคามที่นำมาสู่การล่มสลาย ที่ดินตกไปเป็นของนายทุนกลุ่มหนึ่ง ในขณะที่คนที่มีปัญหาที่ดิน เป็นคนทั้งเมืองและชนบทหลายสิบล้านคน เป็นปัญหาที่ทำให้เกิดความไม่มั่นคงของคนจน และประเทศ

ผู้ช่วยผู้อำนวยการ พอช. กล่าวต่อว่า คทช. เป็นเครือข่ายที่เชื่อว่าปัญหาเรา เราต้องแก้ ไม่ใช่ให้คนอื่นมาแก้ ทุกคนต้องลุกขึ้นมา เราต้องทำให้คน 10 กว่าล้านคนลุกขึ้นมาบอกว่ามีปัญหาอะไร และต้องแก้อย่างไร คทช. เกิดจากการรวมตัวกันเมื่อประมาณ 1 ปี เริ่มจากการที่พวกเขารวมตัวกัน และคิดว่าจะต้องแก้ปัญหาของตัวเองอย่างไร ลุกขึ้นมาแก้ปัญหาด้วยตัวเอง ไม่ฝากความหวังไว้กับคนอื่นหรือเพื่อนบ้าน

“เรื่องสำคัญคือ เรามีปัญหาข้อมูลเรื่องราวทั้งหมด รวบรวมปัญหาของทุกคนมารวมกัน แล้วดูว่ากี่คนมีปัญหาที่ดินกำลังหลุดมือ นายทุนกว้านซื้อที่ดิน ที่ดินไม่เพียงพอหาเลี้ยงคนในครอบครัว ปัญหาที่ดินทับซ้อน เราต้องรวบรวมปัญหาให้เป็นกลุ่มเป็นก้อน แล้วนำไปเสนอกับหน่วยงานรัฐ เราต้องชี้ได้ว่ามีปัญหาอะไร และอยู่ตรงไหนบ้าง เอาข้อมูลรวมกัน พูดพร้อมๆ กัน เสียงจึงมีพลังและหนักแน่น คนจนไม่มีอะไร นอกเหนือจากเสียง และจำนวนของพวกเรา ไม่มีกลุ่มคนไหนในประเทศที่จะมีมากเท่ากับคนจน”  

ปัญหาของพวกเรามีหลายแบบ เรื่องการทำการเกษตร การทำมาหากิน ให้ผลผลิตน้อย เราต้องมาดูกันว่าจะแก้ปัญหาอย่างไร เช่น แก้ปัญหาหนี้สิน ดูว่าใครมีหนี้สินเท่าไร หาเงินมาซื้อที่ดินจัดสรรให้สมาชิก เรื่องราวเหล่านี้ ปัญหาเหล่านี้แก้ได้ด้วยมือของพวกเรา และมีรูปธรรมให้เห็นแล้ว จากการทำกองทุน ใช้เงินกองทุนซื้อที่ดิน ภายในระยะเวลาไม่นาน คนจังหวัดสระแก้ว ซื้อที่ดินได้แล้วกว่า 500 ไร่ มูลค่านับ 16 ล้านบาท ผู้ช่วยผู้อำนวยการ พอช.กล่าว 

“ทั้งหมดที่เรากำลังทำ เป็นทางแก้ไขปัญหาที่ดินที่เราจะลุกขึ้นมาแก้ปัญหาของพวกเราทุกคน ทุกครัวเรือน คนจนที่มีปัญหาทั้งเมืองและชนบทจะต่อสู้เพื่อเอาดินกลับคืนมาให้ลูกหลาน เพื่อสิทธิที่เป็นของพวกเรา เราจะถือครอง ใช้ประโยชน์ ดูแล รักษาที่ดิน”

ย้อนไปเมื่อประมาณ 27 ปีที่แล้ว กลุ่มคนที่มีปัญหาคล้ายๆ พวกเราจากทั่วโลก รวมตัวกัน พูดคุยปัญหาของพวกเรา ให้ครอบครัวชุมชน แข็งแรง แก้ไขปัญหาของตัวเองเอง คนกลุ่มนั้นตระหนักว่าเรื่องราวปัญหาแบบนี้เป็นปัญหาที่มีอยู่ในโลกใบนี้ รัฐบาล ประชาชนหลายประเทศไม่เคยใส่ใจไม่เคยคิดช่วยแก้ไขปัญหา ให้กับประชาชนของประเทศตัวเอง คนกลุ่มนั้นตกลงกันว่า วันจันทร์แรกของเดือนตุลาคมทุกปี จะมาบอกเล่าปัญหาของตัวเอง บอกสิ่งที่แก้ไขไปแล้ว เครื่องมือการทำงาน ซึ่งมีการทำมาทุกปี และปีนี้เป็นปีแรกของพี่น้องชนบท

เรามาที่สระแก้วเพื่อที่จะบอกว่าหน่วยงาน ผู้บริหารระดับจังหวัด อำเภอ อบต. ว่าการแก้ไขปัญหาที่ผ่านมายังไม่เพียงพอ และบอกว่าพวกเราผู้เป็นเจ้าของปัญหาจะลุกมาแก้ปัญหาของตัวเอง เพื่อร่วมเฉลิมฉลองกับประเทศอื่นๆ ทั่วโลก

คนจนอย่างเรากล้าประกาศว่าประเทศไทยว่าจะเป็นผู้นำประชาคมอาเซียน ในหลายๆ เรื่อง ประเทศที่มีการพัฒนา มีรถไฟฟ้า มีความทันสมัยที่สุด แต่ประชาชนยังมีปัญหาเรื่องนี้อยู่ คนยากจนได้รับการดูแลแก้ปัญหาเรื่องที่ดิน ที่อยู่อาศัยไม่เพียงพอ พวกเราเป็นเจ้าของปัญหาและเจ้าของประเทศ ที่บอกว่าเรามีปัญหาและจะแก้ปัญหาของพวกเราเอง

วันนี้เป็นครั้งแรกของการจัดงานที่อยู่อาศัยในปีนี้ เราจะตระเวณจัดไปจนถึงสิ้นเดือนตุลาคม อยากให้พวกเราจดจำไว้ว่าปีนี้ คนที่มาร่วมของงานที่จัดทั่วประเทศ อาจจะไม่ใช่คนทั้ง 10 ล้านคน เพราะมีคนที่รับรู้เรื่องราวเรื่องนี้ไม่ถึง 10 เปอร์เซ็นต์ เราเป็นส่วนหนึ่งของการประกาศว่าจะทำเรื่องนี้อย่างเป็นล่ำเป็นสัน จนกว่าจะได้ที่ดินของพ่อแม่ ปู่ย่าตายายมาอยู่ในมือของพวกเรา และส่งต่อไปยังลูกหลาน

วันที่ 1 – 2 ตุลาคมนี้ ขบวน คทช. ทั่วประเทศได้ริเริ่มที่จะลุกขึ้นมา และประกาศว่าตนเองเป็นใคร เป็นส่วนหนึ่งของประเทศ เอาจริงเอาจังในการทวงคืนที่ดินที่ควรเป็นของตัวเองเอาไว้ให้ลูกหลาน จับมือไปพร้อมกันกับพี่น้องทั่วประเทศ ตั้งเป้าหมายภายใน 5 ปี พี่น้อง 10 ล้านคน จะมารับรู้และทำงานร่วมกัน

เราจะทำอย่างไรให้พี่น้อง 10 ล้านคนลุกขึ้นมาแก้ปัญหาของตัวเอง ตอนนี้เรื่องที่ดินเราจะจัดการกันทุกตำบล วันนี้เรามาเพื่อจะเรียนกัน หลายคนอาจจะเป็นกลุ่มใหม่ ไม่รู้เรื่องราวอะไร แต่ไม่ใช่ปัญหา พวกเรามาเรียนรู้ร่วมกัน

บอกเล่าเรื่องราวของเรา ให้เขาเข้าใจเรื่องราวของเรามากที่สุด และเป็นกระบอกเสียงแทนเรา เอาสองเสียงประสานกัน เราใช้เวลาเต็มที่กับการเรียนรู้ งานนี้เป็นงานที่ยากลำบาก ใช้ความอดทน หนักแน่น เพราะเรื่องนี้เป็นปัญหาใหญ่ ต้องไปค้นว่าทำไมเป็นปัญหาใหญ่ ทำไมไม่มีใครแก้ จนต้องตกมาถึงมือเรา ให้เราเป็นผู้แก้เอง ผู้ช่วยผู้อำนวยการ พอช. กล่าว

sk5-021056อย่างไรก็ดีงานมหกรรมแผนที่ทำมือ ได้จัดแสดงนิทรรศการแผนที่ทำมือจากขบวนองค์กรชุมชน 4 ภาค มีละครเวทีเรื่อง “แผนชีวิต แผนทำมือ แผนพัฒนาประเทศ” ช่วงบ่าย เวทีร่วมแลกเปลี่ยนฐานเรียนรู้ “แผนที่ทำมือ” การทำแผนที่ทำมือ GIS ผังตำบล ข้อมูลในการจัดการที่ดินแนวใหม่ 4 ฐาน 1) กรณีพื้นที่ทับซ้อน 2) กรณีพื้นที่ภัยพิบัติ 3) กรณีพื้นที่ไม่มีเอกสารสิทธิ์ และ 4) พื้นที่รูปธรรม

ทั้งนี้มีการมอบโฉนดที่ดิน และกองทุนซ่อมแซมบ้าน ให้กับกองทุนแก้ไขปัญหาที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัย จำนวน 6 ตำบล ประกอบด้วย 1) กองทุนแก้ไขปัญหาที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัยสหกรณ์เคหสถาน เทศบาลตำบลวังสมบูรณ์ จำกัด จำนวน 13 ไร่ 2 งาน 2) กองทุนที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัย ร่วมกับ กองทุนสวัสดิการฯ ตำบลตาหลังใน จำนวน 11 ไร่ 3 งาน 3) กองทุนที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัย ร่วมกับ กองทุนสวัสดิการฯ ตำบลแซร์ออ 28 ไร่ ไถ่ถอน 53 ไร่ 4) กองทุนที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัย ร่วมกับ กองทุนสวัสดิการฯ ตำบลหนองม่วง จำนวน 21 ไร่ 5) กองทุนที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัย ร่วมกับ คณะกรรมการหมู่บ้าน หมู่ 9 ตำบลคลองไก่เถื่อน จำนวน 50 ไร่ และ 6) กองทุนที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัย ร่วมกับ สถาบันการเงินชุมชน ตำบลวังใหม่ จำนวน 240 ไร่ รวมที่ดินทั้งหมดจำนวน 415 ไร่ 3 งาน รวมมูลค่าจำนวน 16,696,250 ล้านบาท จำนวนครัวเรือนที่ได้รับประโยชน์ 152 ครัวเรือน 

แบ่งปัน
Submit to FacebookSubmit to Google PlusSubmit to Twitter