เมื่อวันที่ ๑๙ พฤศจิกายน ๒๕๕๖ คณะทำงานสมัชชาสภาองค์กรชุมชน สมัชชาสวัสดิการชุมชน สมัชชาสภาพัฒนาการเมือง สมัชชาสุขภาพจังหวัดพิษณุโลก ได้ร่วมจัดงานสมัชชาสุขภาวะคนพิษณุโลกจัดการตนเอง ที่ โรงแรมอมรินทร์ลากูน จังหวัดพิษณุโลก มีผู้เข้าร่วมงานกว่าหนึ่งพันคน
โดยนายสนอง เนียมเหลี่ยม ประธานคณะทำงานเครือข่ายประชาสังคมจังหวัดพิษณุโลกได้กล่าวต้อนรับ และนายแพทย์พลเดช ปิ่นประทีป เลขาธิการสถาบันชุมชนท้องถิ่นพัฒนา (LDI.) อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ได้บรรยายพิเศษ หัวข้อ “ความมั่นคงของชุมชนท้องถิ่น” โดยได้กล่าวว่า ปัจจุบันคำว่า ชุมชน นั้นมีหลายมิติ เพราะสังคมมีพลวัตจึงทำให้ชุมชนไม่อาจจำกัดความอยู่ที่ท้องถิ่นอย่างเดียว หากแต่มีชุมชนคนเมือง ชุมชนคนอยู่คอนโด ชุมชนโซเชียลเน็ตเวิร์ค แต่กระนั้น ชุมชนท้องถิ่นก็ถือเป็นส่วนสำคัญที่จะกำหนดความเติบโตของสังคมไทย ซึ่งชุมชนท้องถิ่นที่จะเข้มแข็งได้นั้น ไม่อาจทำได้เพียงคนเดียว หากแต่ต้องร่วมมือกันหลายฝ่าย หลายคน ดังนั้น ชุมชนจะเข้มแข็งได้ พลเมืองต้องมีความเข้มแข็ง และพลเมืองจะเข้มแข็งได้ องค์กรชุมชนท้องถิ่นก็จะต้องเข้มแข็ง
ซึ่งหากจะดูความเข้มแข็งขององค์กรชุมชนสามารถดูได้จากตัวอย่างหนึ่ง นั่นคือ สวัสดิการชุมชน บางชุมชนนั้นมีเงินออมเป็นร้อยล้าน จากการที่ตนเคยทำหน้าที่รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมฯ มาก่อนนั้น ทำให้พบว่าทั่วประเทศมีองค์กรชุมชนมากกว่า ๔๒,๐๐๐ องค์กรชุมชน แต่มีองค์กรชุมชนที่เข้มแข็งเพียง ๑๓ เปอร์เซ็นต์เท่านั้น ขณะที่อีก ๘๗ เปอร์เซ็นต์อ่อนแอ
ปัจจุบันมีการประเมินกันอีกครั้ง พบว่าองค์กรชุมชนมีความเข้มแข็ง ๓๖
เปอร์เซ็นต์ แต่ขณะเดียวกันมีองค์กรชุมชนเพิ่มขึ้นมากถึง ๒๒๐,๐๐๐ องค์กรชุมชน นั่นแสดงว่า ชุมชนมีความเข้มแข็งขึ้น แต่ตนก็หวังว่า วันหนึ่ง เราจะพัฒนาให้องค์กรชุมชนเข้มแข็งเกิน ๖๐ เปอร์เซ็นต์
จากนั้นได้มีการแบ่งกลุ่มย่อยพูดคุยประเด็นปัญหาของจังหวัดพิษณุโลกจากสี่สมัชชาคือ สมัชชาสภาองค์กรชุมชน คุยในหัวข้อทรัพยากรธรรมชาติ / สุขภาพ / เศรษฐกิจชุมชน สมัชชาสภาพัฒนาการเมือง พูดคุยในประเด็น บทบาท อปท.กับการจัดการขยะ สมัชชาสวัสดิการชุมชน พูดคุยในหัวข้อ การพัฒนามาตรฐานสวัสดิการชุมชนจังหวัดพิษณุโลก และสมัชชาสุขภาพจังหวัดพิษณุโลก พูดคุยในหัวข้อ อาหารปลอดภัย/ มหาวิทยาลัยสีเขียว /ท่องเที่ยวสุขภาพ
หลังจากการพูดคุยคณะสมัชชาทั้ง ๔ กลุ่มก็ได้ยื่นข้อเสนอต่อผู้ว่าฯ ราชการจังหวัดพิษณุโลก โดยมีรองผู้ว่าฯ นายวิทูรัช ศรีนาม มารับหนังสือโดยได้กล่าวแสดงความชื่นชมต่อขบวนองค์กรชุมชนจังหวัดพิษณุโลกที่ร่วมแรงร่วมใจที่จะพัฒนาประเทศ ซึ่งการประกาศเจตนารมณ์การประชุมร่วม ๔ สมัชชาและข้อเสนอที่ได้ยื่นต่อจังหวัดนั้นถือได้ว่าเป็นประโยชน์ต่อคนพิษณุโลกมาก
ซึ่งคำประกาศเจตนารมณ์ของ ๔ สมัชชาเพื่อเป็นข้อปฏิบัติร่วมกันมีดังนี้
ข้อหนึ่ง สมัชชาทั้ง ๔ จะร่วมปฏิบัติและส่งเสริมกิจกรรมที่เป็นไปและสอดคล้องกับบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย เพื่อธำรงไว้ซึ่งการปกครองตามระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข
ข้อสอง สมัชชาทั้ง ๔ จะมุ่งปฏิบัติตามภารกิจและความรับผิดชอบเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ร่วมกันของประชาชน คนจังหวัดพิษณุโลก โดยคำนึงถึงสิทธิ เสรีภาพ ความเสมอภาค และศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์
ข้อสาม สมัชชาทั้ง ๔ จะปฏิบัติงานเชื่อมโยง เป็นเครือข่ายและประสาน เกื้อกูลกัน ทั้งระหว่างสมัชชา ภาครัฐ และภาคเอกชน เพื่อประโยชน์และความสงบสุข ของชุมชนและสังคมโดยรวม
และข้อเสนอของทั้ง ๔ สมัชชานั้น ได้แก่ ข้อเสนอของสมัชชาสภาองค์กรชุมชนต่อปัญหาทรัพยากรธรรมชาติโดยเฉพาะการจัดน้ำนั้น ต้องการให้มีการรับฟังความคิดเห็นจากคนท้องถิ่นอย่างจริงจัง หากภาครัฐมีโครงการใดต้องรับฟังความคิดเห็นจากท้องถิ่น ฟังมติจากคนท้องถิ่น โดยเฉพาะผู้ได้รับผลกระทบจากทุกอำเภอ ข้อเสนอของสมัชชาสภาพัฒนาการเมืองต่อประเด็นการจัดการขยะกับบทบาทอปท. เห็นว่าควรให้มีเวทีประชาคมเพื่อสร้างความเข้าใจในการจัดการปัญหาขยะและรณรงค์ให้ประชาชนรู้จักคัดแยกขยะ และปลูกฝังจิตสำนึกตั้งแต่ระดับครอบครัวไปจนถึงชุมชน
ข้อเสนอของสมัชชาสวัสดิการชุมชนได้เสนอให้รัฐบาลใช้กองทุนสวัสดิการชุมชนเป็นแนวทางในการวางระบบสวัสดิการสังคมของประเทศไทย มีการตรากฎหมายส่งเสริมการจัดสวัสดิการชุมชนท้องถิ่น เพื่อให้เกิดการยอมรับ ยั่งยืน และพัฒนาระบบสวัสดิการให้เกิดการบูรณาการระบบสวัสดิการที่มีอยู่ โดยใช้ชุมชนเป็นแกนหลัก และข้อเสนอของสมัชชาสุขภาพจังหวัดพิษณุโลกต่อเรื่องอาหารปลอดภัย ได้มีมติขอให้ท้องถิ่น ส่วนราชการ (อาทิ สำนักงานเกษตรจังหวัด ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธกส.) ปศุสัตว์ ฯลฯ ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสนับสนุน ผลักดันอาหารปลอดภัย ทั้งช่วยส่งเสริมเกษตรอินทรีย์อย่างจริงจัง รวมถึงรณรงค์ให้เกษตรกรผลิตอาหารปลอดภัยและประชาสัมพันธ์ให้คนทั่วไปได้รู้ว่ามีแหล่งอาหารปลอดภัยที่ใดบ้าง
ซึ่งในการประชุมสมัชชาสุขภาวะจังหวัดพิษณุโลกจัดการตนเองครั้งนี้ยังได้มีการแสดงสินค้าปลอดภัยหลายร้านและมีนิทรรศการเกี่ยวกับสวัสดิการชุมชน สภาองค์กรชุมชน กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และหน่วยงานอื่นๆ ของจังหวัดพิษณุโลกอีกจำนวนมากเพื่อให้ความรู้แก่ผู้เข้าร่วมงานด้วย


