เมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2557 ผู้แทนคณะทำงานแก้ไขปัญหาที่ดินของชุมชน จ.ปัตตานี ร่วมกับสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน สำนักงานภาคใต้ตอนล่าง (พอช.) จัดประชุมทำความเข้าใจการทำงานแก้ปัญหาที่ดินทำกินของชุมชนชนบท ในพื้นทีใหม่ 12 ตำบล ที่ศูนย์ประสานงานองค์กรชุมชนจังหวัดปัตตานี ต.สะนอ อ.เมือง จ.ปัตตานี โดยมีผู้นำชุมชนและเจ้าหน้าที่พอช. เข้าร่วมกว่า 50 คน
นายอับดุลเลาะห์ วาแม ผู้แทนคณะทำงานชุมชนจังหวัดปัตตานีกล่าวว่า ตามที่ได้มีการเสนอแผนงานการแก้ปัญหาที่ดินของชุมชนในบทต่อพอช.เพื่อการทำงานในปี 2557 ซึ่งได้รับการอนุมัติแผนงานและงบประมาณเพื่อแก้ปัญหาที่ดินในจ.ปัตตานี ซึ่งเป็นพื้นที่ใหม่ จำนวน 12 ตำบล ใน 5 อำเภอ ภายใต้งบประมาณ 1,490,000 บาท ซึ่งเป็นงบที่พอช.จะสนับสนุนไปที่ชุมชนโดยตรง และงบบริหารที่สนับสนุนจังหวัด 300000 บาท เพื่อการอบรม ติดตาม และประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จึงต้องจัดประชุมทำความเข้าใจกับผู้แทนของชุมชนจากตำบลต่างๆ ที่เป็นคณะทำงานและเป็นผู้เดือดร้อนโดยตรง
นายสมุทร เอียดตรง เจ้าหน้าที่ปฏิบัติการชุมชนพอช. ได้ทำความเข้าใจกับผู้เข้าร่วมโครงการแก้ปัญหาที่ดินซึ่งมีอยู่ 2 กลุ่ม กลุ่มแรกเป็นพื้นที่ๆได้รับงบประมาณวงเงินไม่เกิน 50,000 บาท รายละเอียดที่ต้องดำเนินการในพื้นที่ในระยะแรก คือการทำความเข้าใจในการแก้ปัญหาที่ดินที่ผู้เดือดร้อนเป็นหลัก การจัดทีมงานจากผู้เดือดร้อน การจัดทำข้อมูลที่ดิน การทำแผนที่ การประสานงานกับท้องถิ่น และกลุ่มที่ 2 ซึ่งได้รับงบประมาณสนับสนุนวงเงินไม่เกิน 350,000 บาท จะต้องดำเนินการเรื่องยกระดับข้อมูลเพื่อวางแผนการแก้ปัญหาการเจรจาเรื่องที่ดิน การวิเคราะห์/สังเคราะห์ข้อมูลเพื่อผลัดกันให้เกิดการแก้ปัญหา การวางแผนการพัฒนาทั้งตำบล การพัฒนากองทุนที่อยู่อาศัยของชุมชนระดับตำบล เป็นต้น
ทั้งนี้พื้นที่ 12 ตำบลที่จะทำงานแก้ปัญหาที่ดินโดยการใช้ข้อมูลและผังตำบลเป็นเครื่องมือคือ ตำบลตะลุบัน ตำบลไกรทอง ตำบลตะโละไกทอง ตำบลปล่องหอย ตำบลไม้แก่น ตำบลแป้น ตำบลปะนาเระ ตำบลพ่อมิ่ง ตำบลท่าน้ำ ตำบลดอน ตำบลคอกกระบือ ตำบลตาลีอายร์ ตำบลรูสะมีแล ตำบลตันหยงลูโละ และตำบลบางประจัน ในภาพรวมพอช.ได้สนับสนุนการแก้ปัญหาที่ดินของชุมชนในจ.ปัตตานีมาตั้งแต่ปี 2552 ภายใต้โครงการโครงการสันติสุขในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้และโครงการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยและที่ดินทำกินโดยชุมชนเป็นแกนหลักพื้นที่ห้าจังหวัดชายแดนภาคใต้ ถึงปัจจุบันรวม 23 พื้นที่ (ตำบล) ซึ่งผู้เดือดร้อนเรื่องที่ดินทำกินและไม่มีเอกสารสิทธิ์ อาศัยในที่ดินเขตอุทยาน ป่าสงวน ที่สาธารณะ ที่ดินของหน่วยงานอื่น เป็นต้น


