พิมพ์
ผู้ดูแลระบบ
หมวดหลัก: ข่าวความเคลื่อนไหวงานพัฒนา
ฮิต: 1252

17 3 

      สิ้นเสียงประกาศตามสายทั่วเทศบาลตำบลปากน้ำหลังสวน ที่เชิญชวนให้ชาวบ้านออกมาร่วมรับฟังความคิดเห็นในเวลาบ่ายสามโมง ของวันที่ 25 มีนาคม ในบริเวณเวทีกลาง เรือจักรีนฤเบศร เนื่องจากมีหนังสือจากผู้ตรวจการแผ่นดินได้ส่งมายังคณะกรรมการ 23 ท่าน คณะกรรมการดังกล่าวเป็นตัวแทนชาวประมงและตัวแทนผู้ได้รับผลกระทบจากการขุดเจาะน้ำมันในอ่าวปากน้ำหลังสวน ซึ่งอยู่ห่างจากฝั่งปากน้ำราว                   18 กิโลเมตร มองด้วยตาเปล่าจะเห็นภาพแท่นเหล็กสูงใหญ่กลางทะเล จางๆ ซึ่งเป็นกรณีพิพาทกันในขณะนี้ นานร่วม 3 เดือนแล้ว

ตามเวลานัดหมายพอดิบพอดี กลุ่มชาวบ้าน  กลุ่มเรือเล็กและผู้ทำประมงชายฝั่ง และกลุ่มนักอนุรักษ์ มากันพร้อมหน้าพร้อมตา ด้วยใบหน้าแฝงด้วยความเคลือบแคลงถึงที่มาที่ไปของหนังสือฉบับดังกล่าว ที่คณะกรรมการจะชี้แจงในอีกไม่กี่อึดใจ

“หลังจากผู้ตรวจการแผ่นดินได้แจ้งไปยัง ปตท. ให้หยุดการตรวจหาน้ำมันในพื้นที่ดังกล่าว นั้น โดยในวันนี้ที่ประกาศตามสายนี้  ปตท.สผ. เจ้าของแท่นขุดเจาะน้ำมันในอ่าวไทย ได้ส่งหนังสือกลับมาถึงคณะกรรมการ เรื่อง แจ้งยุติเจาะสำรวจหลุมสำรวจ NKW-N01 โครงการบี 6/27” ตัวแทนคณะกรรมการชี้แจง

17 8           ข้อความในหนังสือระบุว่า  “ผลการสำรวจไม่พบน้ำมันและปิโตรเลียมใดๆ  ขณะนี้อยู่ในระหว่างกระบวนการสละหลุมและเก็บอุปกรณ์  โดยแท่นเจาะและเรือสนับสนุนต่างๆ จะเคลื่อนย้ายออกจากพื้นที่ประมาณต้นเดือนเมษายน” บนลานสนามหญ้าปนทรายผู้เข้าร่วมได้นั่งอ่านหนังสือที่ได้รับแจกไปพร้อมกัน กลับไม่มีเสียงโห่ร้องด้วยความดีใจแต่กลับเป็นเสียงเซ็งแซ่ ชาวบ้านจับกลุ่มวิพากษ์ถึงข้อความในหนังสือฉบับดังกล่าว “ขุดกันเสร็จแล้วซี” “มาอยู่เป็นเดือนๆ ไล่ก็ไม่ไป” “แล้วน้ำมันที่ลอยมาติดฝั่ง มาจากไหน ใครรับผิดชอบ

          “ก็เป็นเพียงลมหายใจเฮือกหนึ่งเท่านั้น ที่ยังต่อชีวิตให้อ่าวไทยและทรัพยากรทางทะเลแค่นั้นเอง” พี่เอี้ยง-นิพนธ์ ฤทธิชัย จากเครือข่ายคนรักษ์อ่าว จ.ชุมพร (คัดค้านแทนเจาะ ปฏิรูปพลังงาน) พูดแทรกขึ้นกลางวง ในกลุ่มนักต่อสู้ที่คนปากน้ำหลังสวนรู้จักกันดี และยังเป็นคนขายเสียง เปิดเพลง “ปตท.ปิดตาไทย” ดังกระหึ่มบนรถกระบะส่วนตัวมาติดป้ายที่บรรยายผลกระทบจากการขุดเจาะน้ำมัน โดยลงทุนทำกันเองร่วมกับเครือข่ายคนรักษ์อ่าวด้วยทุนตัวเองราว 3 หมื่นกว่าบาท ไม่เฉพาะวิ่งขายเสียงตามชายฝั่งเท่านั้น ไม่ว่าพี่เอี้ยงลงพื้นที่ที่ไหนก็ดังกระฉ่อนจนทุกคนต้องเหลียวตาม

17 2“ในทางตรงกันข้ามสิ่งที่ชาวบ้านและเครือข่ายกลุ่มนักอนุรักษ์ต่างๆ  รู้สึกกังขา ก็คือ ก่อนที่จะมีหนังสือแจ้งยุติ ก่อนหน้านี้หนึ่งวัน (24 มี..) ชาวบ้านได้พบคราบก้อนน้ำมันดิบบนชายหาดต.บางน้ำจืด และหมู่ที่ 11-12 ต.บางมะพร้าว อ.หลังสวน ระยะทางยาวกว่า 15 กม.เป็นจำนวนมาก ก้อนน้ำมันคล้ายยางมะตอย พอถูกแดดก็ละลายบนทรายเลย พวกเราได้เก็บตัวอย่างไปให้นักวิชาการ แม่โจ้ ให้ตรวจสอบให้แน่ชัดว่าใช่น้ำมันที่มาจากการขุดเจาะหรือไม่ มันขัดแย้งกับในหนังสือที่บอกว่าไม่พบน้ำมัน หนุ่มบ้านควน (ต.บ้านควน อ.หลังสวน ปลูกผลไม้ ปาล์มน้ำมัน เป็นส่วนใหญ่) ที่อยู่ห่างจากฝั่งทะเลมาก และไม่ได้รับผลกระทบด้านน้ำมันสักอย่าง แต่ด้วยหัวใจนักต่อสู้และทำงานในองค์กรชุมชนมานาน ได้มาร่วมต่อสู้กับพี่น้องชาวปากน้ำหลังสวนอีกแรงหนึ่ง

“ปัญหาเรื่องน้ำมัน เป็นเรื่องใหญ่เป็นปัญหาของคนไทยทั้งประเทศ เมื่อน้ำมันแพง ค่าครองชีพก็แพง ปัญหาน้ำมันแพงมันอยู่ที่ระดับคนข้างบน เมื่อแปรรูป ปตท. ปี 2544 ตั้งแต่นั้นมาพวกเราก็ใช้น้ำมันแพงแล้ว ทั้งที่ประเทศข้างเคียงใช้น้ำมันถูกกว่าเราเกือบเท่าตัว ไทยใช้น้ำมันเบนซิน 48 บาท พม่า 24 ลาว  27 บาท เขมร 28 บาท มันเกิดอะไรขึ้นกับประเทศนี้ อเมริกานำเข้าน้ำมันดิบจากไทย 80 เปอร์เซ็นต์ ใช้น้ำมันแพงสุด 29 บาท ขอตั้งคำถามให้ประเทศไทยเกิดอะไรขึ้น”

17 5ถ้าอ้างด้วยกฎหมายการที่มาขุดเจาะน้ำมันถือว่ามีสิทธิ์ที่จะมาขุดเจาะ เพราะรัฐบาลให้สัมปทาน แต่ช่วงก่อนขุดมีการทำประชาคม การทำประชาพิจารณ์นั้นทำถูกต้องหรือไม่ ต้องไปตรวจสอบตรงนี้อีกครั้งว่าการทำประชาพิจารณ์มีเงื่อนงำอะไรหรือไม่ เพราะก่อนที่จะขุดเจาะน้ำมันนั้นต้องสำรวจความคิดเห็นผลกระทบผู้มีส่วนได้ส่วนเสียอย่างกว้างขวาง การต่อสู้ขั้นต่อไปในการคัดค้านต้องไปตามอีไอเอ-EIA การศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม มาดูด้วย มาสำรวจกับพี่น้องประชาชน ก่อนขุดต้องประกาศให้รู้กันทั่วว่าบริษัททำอีไอเอถูกต้องหรือไม่ ให้ใครเซ็นบ้าง ไปเซ็นวันไหนและไปรับของขวัญจากใครมาบ้าง ไม่ใช่มาหลอกให้มาเอาร่มเอาแว่นตาแล้วมาเซ็นหนังสือ นั่นถือว่าไม่ถูกต้องตามขั้นตอน ถือว่าผิดกฎหมาย ยื่นร้องต่อกรรมการสิทธิ แล้วยื่นตรงต่อส.. ว่ายกเลิก อีไอเอ เพราะบริษัททำไม่ถูกต้อง สามารถคัดค้านได้ โดยหยุดการขุดเจาะแล้วให้มาทำประชาพิจารณ์กันใหม่ จะใช้เวลานานอีก 2-3 ปีก็แล้วแต่บริษัท แต่ต้องทำการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมก่อนขุดเจาะเสียก่อน ต้องบอกให้ชาวบ้านรับรู้กันหมดทั้งริมชายฝั่งทะเลในรัศมี 100 กิโล ตั้งแต่ปะทิวจนถึงท่าชนะ เราต้องดูว่าปตท.ทำถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่นี่คือจุดที่พวกเราต้องต่อสู้กันต่อไป พี่เอี้ยง ย้ำชัด

17 4  


การออกไปปิดล้อมแท่นขุดเจาะนั้น เราทำได้ เพราะพวกเราไม่ได้เข้าไปในเขตที่บริษัทตีเส้นกั้นไว้ ไม่ต้องกลัว เราไม่ได้ไปทำลาย แต่พวกเราไปแสดงพลังให้เห็นว่า เราไม่ต้องการแท่นเจาะที่มันใกล้ชายฝั่ง เราต้องปกป้องความมั่นคงทางอาหารของพวกเรา เราต้องไปปกป้องพื้นที่ที่เป็นอาชีพของพวกเรา เรามีกฎหมายคุ้มครอง กฎหมายรัฐธรรมนูญ มาตรา
66 และ 67 ในเรื่องสิ่งแวดล้อม กฎหมายให้สิทธิชุมชนในการปกป้อง ดูแล รักษา สิ่งแวดล้อม สิทธิในการใช้ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมร่วมกัน

“ทะเลตรงนี้ไม่ใช่ของ ปตท. แต่เป็นของพวกเราทุกคนที่ต้องดูแลรักษา ถ้าบริษัทเข้ามารุกล้ำ ทำลาย พวกทำให้เกิดผลกระทบกับวิถีชุมชน เราใช้สิทธิชุมชนปกป้องได้ไม่ผิดกฎหมาย เราเอาเรือไปเวียน เอาไปป้ายติดคัดค้าน เราไปดูกันว่าแท่นมันใหญ่ขนาดไหน บนแท่นทำงานกันกี่คน ไปดูกันว่าน้ำเสียหรือไม่ตรงที่ขุดเจาะ เราต้องสู้ทุกทาง ทางกฎหมายก็ต้องสู้ ทางมวลชนก็ต้องสู้ เพราะที่ผ่านมามีบทเรียน เช่นบนเกาะสมุยสู้กันมา 5 ปี คัดค้านอีไอเอ ตอนนี้ระงับแท่นเจาะแล้ว ที่สงขลาสู้กันอย่างอุตลุด ขึ้นโรงขึ้นศาล บริษัทแอบมาตั้งแท่นตอนสู้คดี ตอนนี้ชาวประมงสงขลาไม่มีอาชีพ หากินยากลำบาก อยู่ใกล้ฝั่งกว่าเราแค่ 13 กิโล”

สุดท้ายพี่เอี้ยงฝากไว้ก่อนไปวางแผนร่วมกันกับกลุ่มประมงเรือเล็กที่จะออกไปสำรวจแท่นขุดเจาะในอ่าววันรุ่งขึ้นร่วม 300 ลำว่า ปตท.ทำตามหนังสือหรือไม่  “คราบน้ำมันมันไปกับน้ำกับลมจะกระทบคนชายฝั่งไปหมด และจะมีผลกระทบใหญ่หลวงเมื่อเกิดน้ำมันรั่ว น้ำเสีย สิ่งแวดล้อมเสีย เรียกร้องอย่าขุดเจาะใกล้ชายฝั่งในระยะ 20 30  50 กิโล แท่นใกล้ฝั่งมันมีผลกระทบต่อวิถีชีวิต ซึ่งเป็นพื้นที่ทางอาหารขอให้พวกเราทำอาชีพ ขอให้ไปเจาะไกลๆ 200-300 กิโล เพราะตอนนี้มีอยู่แล้วกว่า 300 แท่นในทะเล ถ้าให้พวกเราไปขัดขวางการพัฒนาคงเป็นไปไม่ได้เพราะเป็นยุคโลกาภิวัตน์แล้ว”

         

เรื่องและภาพ สุคนธ์ทิพย์ จันสน

ผู้สื่อข่าวชุมชน จ.ชุมพร 

เครดิตภาพเพิ่มเติม : ภาพก้อนน้ำมัน ภาพเรือล้อมแท่น

จากเครือข่ายคนรักษ์อ่าว จ.ชุมพร

 

 

แบ่งปัน
Submit to FacebookSubmit to Google PlusSubmit to Twitter