พิมพ์
ธรรมนูญ นาคขำ ผู้สื่อข่าวชุมชนจังหวัดสุราษฏร์ธานี
หมวดหลัก: ข่าวความเคลื่อนไหวงานพัฒนา
ฮิต: 1388

       “ลำคลองสองสาย หลากหลายไม้ผล มากล้นยางพารา นำหน้าศูนย์วิจัย กว้างไกลทะเล เสน่ห์ป่าพรุ” นี่คือคำขวัญของตำบลคันธุลี อ.ท่าชนะ จ.สุราษฏร์ธานี

“แม้ว่า...หลายคนจะไม่ใส่ใจกับการเปลี่ยนแปลงของทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม  แม้ว่า...ราชการจะไม่ให้การสนับสนุน แต่ เราไม่เคยท้อ เราไม่น้อยใจ เราไม่ตัดพ้อต่อว่าใคร เพราะเป็นภาระที่เราต้องรับผิดชอบ” นี่คือคำพูดของสมาชิกกลุ่มอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมตำบลคันธุลี

001เริ่มจากความหลากหลายของที่มา แต่มีความคิดคล้ายกันคือ เราจำเป็นต้องดูแลรักษาทรัพย์สมบัติของชุมชนเพื่อส่งต่อลูกหลานในอนาคต จากกลุ่มสนทนา สภากาแฟตอนค่ำๆ กลายเป็นการสร้างสำนึกรักในบ้านเกิด ทั้งๆที่รู้ว่าไม่มีงบประมาณสนับสนุนจำต้องจัดการลงทุนกันเองเราก็จะมั่นใจว่าทำได้ เพราะถ้ามีความตั้งใจแล้วเรื่องที่ยากๆก็กลายเป็นเรื่องง่าย คุยกันทุกวันจนกระทั่งความคิดตกผลึกเห็นร่วมกันว่า เราต้องจัดตั้งกลุ่มขึ้นมาดูแลทรัพยากรธรรมชาติของชุมชน  1  มิถุนายน  2546 กลุ่มอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมตำบลคันธุลี ได้ก่อตั้งขึ้น มีการคัดเลือกคณะทำงานตั้งแต่ประธาน รองประธาน เลขานุการฯ พร้อมทั้งสมาชิกหลายสิบคน

002การสำรวจและรวบรวมข้อมูลทรัพยากรเริ่มขึ้น โดยกำหนดแผนงานไปตามคำขวัญ ตำบลคันธุลี ลำคลอง สองสายเป็นเป้าหมายแรก ได้แก่ คลองคันธุลี และคลองหิต ซึ่งถือเป็นเสมือนเส้นโลหิตที่หล่อเลี้ยงชาวตำบลคันธุลี อาศัยน้ำจาก ลำคลองสองสายในการทำเกษตรกรรมและเป็นแหล่งอาหาร กุ้ง หอย ปู ปลา ที่เคยชุกชุมในอดีตแต่บัดนี้เริ่มน้อยลง เป็นเพราะอะไร ป่าต้นน้ำถูกทำลายทำให้ปริมาณน้ำน้อยลง สารพิษตกค้างจากการทำการเกษตร การจับสัตว์น้ำโดยวิธีที่ทำลายล้าง ฯลฯ จะทำอย่างไรจึงจะแก้ปัญหานี้ได้

003เพียงโจทย์แรกหลายคนถึงกับคิ้วขมวด เราลงพื้นที่สำรวจเก็บข้อมูลเจอทั้ง 3 ปัญหา หลายครั้งที่เราคุยกับชาวบ้านรู้เรื่อง เขาเข้าใจว่าเขาเป็นผู้มีส่วนได้เสียด้วย แต่หลายครั้งต้องเจอปัญหาเมื่อเราพบกับคนที่ค่อนข้างพูดยาก  เราเก็บมาคิดเป็นการบ้าน เราจะหยุดคิดนานไม่ได้ เพราะถือว่าเป็นเพียงข้อมูลเบื้องต้นส่วนวิธีการคิดว่าน่าจะมีทางออกที่ดี และในที่สุด 80 เปอร์เซ็นต์ ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี

เป้าหมายที่ 2 เป็นเป้าหมายที่สำคัญระดับประเทศที่หลายคนไม่รู้และมักมองไม่เห็นความสำคัญ คือพื้นที่ชุ่มน้ำระดับนานาชาติ ตามมติคณะรัฐมนตรี พ.ศ. 2543  กำหนดให้เป็นพื้นที่ชุ่มน้ำระดับนานาชาติลำดับที่ 69 เป็นหนึ่งในจำนวนทั้งหมด 33 พื้นที่ของภาคใต้ นั่นก็คือ ป่าพรุคันธุลี ที่คนในพื้นที่หมู่ที่ 5 และหมู่ที่ 7 รู้ซึ้งถึงคุณประโยชน์ เป็นแหล่งซับน้ำในฤดูฝน ป้องกันน้ำท่วมพืชผลทางการเกษตร และอาศัยน้ำจากป่าพรุในฤดูแล้งสำหรับการเกษตร สวนผลไม้ได้น้ำในป่าพรุแห่งนี้หล่อเลี้ยงไม่ให้แห้งตาย แต่ปัญหาของพื้นที่แห่งนี้มีความรุนแรงและเสี่ยงอันตรายในการเข้าไปจัดการดูแลรักษา เพราะมีคนจำนวนไม่น้อยบุกรุกพื้นที่สำหรับปลูกปาล์มน้ำมันพืชเศรษฐกิจที่สร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำ  897 ไร่เศษของป่าพรุโดนบุกรุกทำลายย่อยยับไปนับร้อยไร่  

เจอปัญหาแบบนี้กลุ่มเริ่มหวั่นไหว กล้าๆกลัวๆ นำเรื่องหารือผู้มีอำนาจและผู้ที่เกี่ยวข้องกลับไม่ได้รับการเหลียวแล เราเจอโจทย์ใหญ่กว่าคราวที่แล้ว เราเจอคนหัวหมอ ผู้มีอิทธิพลและยังมีข้าราชการที่เป็นคนเข้ามาถือครองพื้นที่โดยอ้างความชอบธรรมจากการซื้อขาย วิธีเดียวที่ทำได้คือ การสร้างเครือข่ายรอบๆป่าพรุ  ใช้วิธีการนำเยาวชนรอบๆป่าพรุเข้ามาทำกิจกรรม จัดค่ายเยาวชน  ทำกิจกรรมส่งเสริมการเรียนรู้ ได้ผล เรามีพวกแล้ว ก็เยาวชนนั่นแหละลูกหลานของคนรอบป่าพรุ เราได้ผู้มีความรู้หลายท่านมาให้ความรู้ในวิธีการทำงาน ช่วยเป็นวิทยากรค่ายเยาวชน  กำลังใจเริ่มกลับมา แต่ปัญหาการบุกรุกยังคงมีอยู่แต่ก็น้อยลง

กิจกรรมของกลุ่มฯส่วนใหญ่เน้นไปที่การมีส่วนร่วม การจัดกิจกรรมด้านประเพณีและวัฒนธรรม ไม่ว่าจะงาน สงกรานต์ งานปีใหม่ งานลอยกระทง มีองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและท้องที่เข้ามาเป็นหุ้นส่วนซึ่งแต่เดิมไม่ค่อยร่วม ถือเป็นนิมิตรหมายที่ดีที่หลายภาคส่วนเริ่มเข้ามาเป็นหุ้นส่วนภาคีการทำงาน  เข้ามาสนับสนุนทั้งความรู้และงบประมาณ 12 สิงหาคม 2547  เราจัดโครงการเฉลิมพระเกียรติ 12 สิงหา มหาราชินี  โครงการปล่อยปลา-ปลูกป่าเฉลิมพระเกียรติ เชิญนายอำเภอท่าชนะมาเป็นประธาน ซึ่งเป็นผลงานที่เราภาคภูมิใจเพราะ ระยะเวลาล่วงเลยมาเป็น 10 ปีแล้ว ในแหล่งน้ำธรรมชาติปลาที่เราร่วมกันปล่อยยังคงอยู่ ป่าเฉลิมพระเกียรติสองข้างทางยังมีให้เราเห็น และคิดว่าอนาคต  ไม้เหล่านั้นคงได้นำมาใช้เป็นประโยชน์ต่อชุมชนได้

005“อนาคตอีก10-20 ปีข้างหน้า ชุมชนคงได้ใช้ไม้เหล่านี้ให้เป็นประโยชน์ ผมในฐานะที่มีบ้านใกล้บริเวณนี้ที่สุดจะดูแลอย่างเต็มที่ แม้ว่าจะลำบากแค่ไหน ที่สำคัญทุกคนในชุมชนต้องร่วมกันดูแลรักษาด้วย” นี่คือคำพูของลุงเจือ ศิวายพราหมณ์ ผู้ที่มีบ้านอยูบริเวณที่ปลูกต้นไม้และเป็นสมาชิกกลุ่มบอกกับทีมงาน

“ในฐานะที่ผมเป็นประธานกลุ่ม รู้สึกภูมิใจมาก ที่ 10 ปี มาแล้วกลุ่มของเรายังคงอยู่ และกลุ่มอนุรักษ์ฯของเราได้เข้าร่วมเป็นชุมชนหนึ่งใน สภาองค์กรชุมชนตำบลคันธุลี และยิ่งกว่านั้น สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน(องค์การมหาชน)ยังรับรองกลุ่มของเราให้เป็นองค์กรชุมชนที่ถูกต้อง ในลำดับที่ 84-000405  ต้องขอบคุณสถาบันฯที่เห็นความสำคัญต่อการทำงานของพวกเราและผมยืนยันว่าเราจะเดินหน้าต่อไปเพื่อชุมชนของเรา” นายวิวัฒน์ ภู่นคร ประธานกลุ่ม กล่าวต่อทีมงานในที่สุด

กลุ่มอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมตำบลคันธุลี แม้จะเป็นเพียงองค์กรชุมชนเล็กๆที่หลายคนมองข้าม แต่คณะทำงานและสมาชิกกลุ่มมีความภาคภูมิใจในความเป็น เอกลักษณ์ของตัวเอง ในการฟื้นฟู ดูแลรักษาทรัพยากรสืบไปตราบนานเท่านาน

004

 

006

 

แบ่งปัน
Submit to FacebookSubmit to Google PlusSubmit to Twitter