และหัวใจสำคัญของการเปิดเวทีนี้คือ ให้ชาวบ้านได้เรียนรู้กฎหมายที่ดินและสิทธิชุมชนในการจัดการทรัพยากรเป็นการเรียนรู้แบบชาวบ้านๆ ไม่ได้คุยแบบนักกฎหมาย แต่เป็นการเรียนรู้ว่าที่ดินสาธารณะทำอย่างไรให้ชาวบ้านได้สิทธิทำประโยชน์ กี่ปีมีสิทธิ กี่ปีไม่มีสิทธิ รวมทั้งที่ดินแบบไหนที่ใช้สิทธิถือครองทำกินได้ นอกจากนี้ยังเปิดเวทีให้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นระหว่างหน่วยงานภาครัฐกับคณะทำงานในพื้นที่โครงการแก้ปัญหาที่ดิน ว่าการจะสามัคคีกับหน่วยงานรัฐต้องทำอย่างไร และการเสนอนโยบายให้รัฐเข้ามาช่วยต้องดำเนินการอย่างไร
บันได3ขั้นสู่การแก้ปัญหาที่ดิน
นายประยุทธ วรรณพรหม ผู้ประสานงานเครือข่ายที่ดินจังหวัดนครศรีธรรมราช นำเสนอว่า ในพื้นที่ตำบลรับร่อนั้น มีที่ดินอยู่ 6 ประเภทบนพื้นที่กว่าสองแสนไร่ ได้แก่ พื้นที่สาธารณะประโยชน์พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่ารับร่อสลุย พื้นที่อุทยานแห่งชาติในเสด็จกรมหลวงชุมพรพื้นที่ราชพัสดุพื้นที่สัมปทานพื้นที่สหกรณ์นิคมท่าแซะถ้าพี่น้องที่เดือดร้อนเรื่องที่ดินไม่ลุกขึ้นมาจัดการตนเอง ก็จะถูกเจ้าหน้าที่รัฐจัดการได้ ฉะนั้นจึงจำเป็นต้องมาเรียนรู้กฎหมายและสิทธิชุมชนด้วย
“เพราะที่ดินมันไม่งอก แถมทะเลยังกัดเซาะอีกนับร้อยๆ ไร่ คนเพิ่มขึ้น คนจึงเข้าไปบุกรุกป่าเป็นเรื่องธรรมชาติที่พี่น้องบุกรุกเข้าไป แต่เกิดความลักลั่นว่าผู้เดือดร้อนตั้งใจจะบุกรุกที่ของรัฐ หรือว่าที่ของรัฐเกิดการเสื่อมโทรมเห็นได้ชัดว่าพี่น้องรับร่อส่วนใหญ่จะอยู่ใน พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่ารับร่อสลุย กรณีถ้าพี่น้องบุกรุกป่าสงวนแห่งชาติ ป่าอนุรักษ์พันธุ์สัตว์ ทางอุทยานจะฟ้องพี่น้องในคดีแพ่ง ในคดีสิ่งแวดล้อม ไร่ละ 78,000 บาท ถือว่าเป็นกฎหมายที่หนักมาก และเมื่อพี่น้องไม่จ่ายเจ้าหน้าที่ป่าไม้ก็ต้องตรวจยึดหรือไปตัดโค่นต้นยางต้นปาล์ม เพราะพี่น้องทำผิดกฎหมาย ต่อมาก็เกิดเป็นคดีอาญากันขึ้น เป็นข้อพิพาทกันระหว่างรัฐกับประชาชน เพราะความที่พี่น้องไม่รู้กฎหมายนี่เอง ฉะนั้นเพื่อลดทอนปัญหา และเพื่อให้ได้อยู่อาศัยและทำกินบนพื้นที่ของรัฐ พี่น้องต้องมีข้อมูลไปเจรจากับรัฐ เพื่อที่จะไปยื่นขอโฉนดชุมชนให้ได้มีกรรมสิทธิ์จึงจำเป็นต้องเรียนรู้แนวทางที่ดินแนวใหม่ภายใต้สภาองค์กรชุมชนโดยได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากเงินภาษีมาช่วยผู้เดือดร้อนเรื่องที่ดินทำกิน ดังนี้
ขั้นแรก ต้องมีความเข้าใจแนวทางที่ดินแนวใหม่ มีทีมทำงานจากผู้เดือดร้อน มีข้อมูลสภาพปัญหาที่ดินและผู้เดือดร้อน และเชื่อมโยงท้องถิ่นได้
ขั้นที่สอง ต้องมีทิศทางขับเคลื่อนที่ดินของตำบล สามารถยกระดับข้อมูลเข้าสู่โปรแกรมดิจิตอล จากนั้นวิเคราะห์และสังเคราะห์ข้อมูลเพื่อผลักดันที่ดิน รวมทั้งวางแผนการพัฒนาทั้งตำบล สามารถนำแผนพัฒนาตำบลทุกมิติจัดทำผังตำบล สร้างและเชื่อมโยงกองทุนชุมชนเป็นกองทุนที่ดินและที่อยู่อาศัยระดับตำบล
ขั้นที่สาม มีรูปธรรมการจัดการแก้ไขปัญหาที่ดินตามแผนระยะสั้นและระยะยาว สามารถนำกองทุนที่ดินและที่อยู่อาศัยระดับตำบลไปใช้ตามแผนพัฒนาตำบลที่วางไว้ มีกติกา ข้อตกลง ออกข้อบัญญัติท้องถิ่น และปฏิบัติการแผนพัฒนาตำบลในแต่ละด้าน”นายประยุทธ เน้นย้ำอยากให้ผู้เดือดร้อนเรื่องที่ดินทำกินในตำบลรับร่อ กลับไปรวมตัวและทำข้อมูลของตัวเองเพื่อให้ได้สิทธิชุมชนอยู่บนพื้นที่รัฐเพราะกว่า 90% ในเวทีนี้ต้องอยู่อาศัยหรือทำกิน บนพื้นที่หวงห้ามของรัฐไม่ว่าประเภทใดประเภทหนึ่ง
หลายภาคส่วนหาทางออกปัญหาที่ดินรับร่อ
นายพรชัย สิทธิเกษร หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า อุทยานเสด็จในกรม กรมหลวงชุมพร ด้านทิศใต้กล่าวว่าในตำบลรับร่อมีพื้นที่ที่ต้องมีการแก้ไขปัญหาร่วมกับพ่อแม่พี่น้อง ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ มีกฎหมายเกี่ยวกับป่าไม้รองรับอยู่ 2 ฉบับ พระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. 2484ดูแลไม้หวงห้ามและไม่หวงห้าม พระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2507 ดูแลรักษาพื้นที่ที่ต้นไม้ขึ้นอยู่ พระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่าพ.ศ. 2535 ดูแลทรัพยากรสัตว์ป่าที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ แนวทางการช่วยเหลือพี่น้องที่อาศัยทำมาหากินในเขตป่าสงวนนั้นก็ต้องดูตามบริบทกฎหมายมติครม.30 มิถุนายน 2541 ถ้าอยู่ก่อนอาจผ่อนผันกันได้ถ้าเป็นการทำมาหากิน หลังจากปี 2541 ถ้าใครไปบุกรุกพื้นที่ แผ่วถางป่าอยากหนักจะต้องโดนจับกุมดำเนินคดีอย่างไม่มีข้อยกเว้น
นายจิรศักดิ์ จารุศักดาเดช หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า อุทยานเสด็จในกรม กรมหลวงชุมพร ด้านทิศเหนือ กล่าวว่าป่าด้านทิศเหนือนี้นับเป็นป่าผืนสุดท้ายของอำเภอท่าแซะ เพราะมีความอุดมสมบูรณ์อยู่มาก ในพื้นที่ 4 ตำบล คือ รับร่อ หงส์เจริญ สลุย และสองพี่น้อง ส่วนใหญ่จะติดชายแดนประเทศพม่ามีกฎหมายป่าไม้ว่าด้วยห้ามยึดถือครอบครองใดๆ ในเขตรักษาพันธุ์ป่า เข้าไปรับจ้างแผ่วถางป่าก็ไม่ได้มีความผิดปัญหาปัจจุบันพี่น้องบุกรุกเข้าไปครอบครองพื้นที่ และตัดไม้ทำลายป่ากันมากขึ้น นอกจากนี้ยังเจอปัญหาพบบ่อยๆ ในระยะหลังคือมีนายทุนจากนอกพื้นที่เข้ามาซื้อพื้นที่ป่าในพื้นที่ของพี่น้อง ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องเฝ้าระวังลาดตระเวนปราบปรามหนักมากขึ้นต่อไปก็มีจุดร่วมเดียวกันคือเจ้าหน้าที่ป่าไม้กับชาวบ้านช่วยกันดูแลรักษาป่า
นายสุชาติ บัวสุวรรณคณะทำงานโครงการแก้ไขปัญหาที่ดิน เล่าถึงแนวทางในการต่อสู้การได้มาสิทธิการครอบครองที่ดินทำกิน ว่าต้องมีข้อมูล ต้องมีคนเดือดร้อนร่วมกัน มีแผนที่ GPS และนำไปยื่นกับหน่วยงานเพื่อเปิดเวทีการเจรจากับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับปัญหาที่ดินของพี่น้อง เปิดในท้องถิ่น และเปิดเวทีในระดับจังหวัดด้วยโดยนำเสนอภายใต้ข้อมูลผู้เดือดร้อน นี่คือแนวทางการปฏิรูปเมื่อท้องถิ่นลุกขึ้นมาจัดการตนเอง อย่าคอยให้สส.หรือนักการเมืองมาช่วยเหลือ แต่ให้เชื่อในพลังมวลชนและภาคีผู้เดือดร้อนร่วมกันเพื่อให้ได้กระดาษแผ่นหนึ่ง กรรมสิทธิ์ในที่ทำกินเพื่อเป็นประโยชน์ต่อลูกหลานในอนาคต
นายวีระ ปัจฉิมเพ็ชรคณะทำงานโครงการแก้ไขปัญหาที่ดิน ด้านจัดการข้อมูลกล่าวถึงการทำข้อมูลและการจัดการข้อมูลเพื่อให้ได้มาความมั่นคงในที่ที่เราทำกิน อันดับแรกต้องรู้ว่าที่ที่เราครอบครองอยู่นี้มีรูปร่างหน้าตาเป็นอย่างไรครอบครองกี่ไร่ โดยให้เขียนแผนที่ทำมือว่าในแปลงปลูกอะไรบ้าง ด้านทิศเหนือทิศใต้ติดกับใครบ้าง ถ้าเราเดือดร้อนจริงเราต้องทำข้อมูลออกมาให้ได้ตอนนี้อบต.รับร่อ ได้ซื้อเครื่องจับพิกัด GPS เป็นเครื่องรับสัญญาณดาวเทียมจับพิกัด มีความแม่นยำและเป็นที่ยอมรับของหน่วยงาน เมื่อพี่น้องเขียนแผนที่ทำมือเสร็จแล้ว จะมีทีมงานเอาเครื่องมือไปจับพิกัด GPS ในแปลงของท่านแล้วนำไปเข้าโปรแกรมดิจิตอล มีหมู่ 11 ที่ทำแผนที่จด GPS ไว้แล้วจะได้เห็นแปลงของใครอยู่ตรงไหน พิกัดดาวเทียมที่เท่าไหร่ เป็นข้อมูลที่เชื่อถือได้ทั้งหมดนี้คือกระบวนการที่พี่น้องต้องกลับไปทำเพื่อให้ได้มาซึ่งข้อมูลก่อนจะมีเอกสารสิทธิที่ดินทำกิน
กำนันตำบลรับร่อ และนายกองค์การบริหารส่วนตำบลรับร่อกล่าวในฐานะสภาองค์กรชุมชนตำบลรับร่อ และหน่วยงานหนุนเสริมผลักดันอย่างรูปธรรม พร้อมทั้งประสานภาคีมาร่วมแลกเปลี่ยนในการเปิดเวทีให้พี่น้องที่มีความเดือดร้อนในเรื่องที่ดินทำกิน ว่า เริ่มเห็นพลังขับเคลื่อนส่วนหนึ่งแล้วและอยากให้เกิดการบอกต่อไปยังผู้เดือดร้อนอื่นๆ เพื่อจะร่วมกันเป็นพลังต่อสู้และการลุกขึ้นมาจัดการปัญหาตนเองได้อย่างถูกต้องถูกทางตามกระบวนการภายใต้ข้อมูลความเดือดร้อนของพี่น้องเอง
“ถ้าต้องการปฏิรูปประเทศไทย ก็ต้องปฏิรูปที่ดินทำกินด้วย นี่คือความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนจากฐานรากโดยแท้จริงคงถึงเวลาแล้วที่ต้องลุกขึ้นมาจัดการตนเอง”


