เมื่อวันที่ 1-2 พฤษภาคม 2557 มีการจัดเวทีโครงการรณรงค์เผยแพร่ความรู้ ร่าง พรบ.การบริหารจังหวัดปกครองตนเอง พ.ศ..... ณ โรงแรมชลอินเตอร์ จ.ชลบุรี จัดโดย คณะกรรมการพิจารณาปรับปรุงและพัฒนากฎหมายด้านการกระจายอำนาจและการมีส่วนร่วมของประชาชน ในคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย (คปก.) ร่วมกับสำนักงานประสานการพัฒนาสังคมสุขภาวะ (สปพส.) และสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (พอช.) เพื่อทำความเข้าใจ ร่าง พรบ.การบริหารจังหวัดปกครองตนเอง พ.ศ..... รวมถึงเป้าหมายร่วมสู่การปฏิรูปโครงสร้างทางการปกครองภายใต้รัฐธรรมนูญ ที่จะนำสู่การร่วมกันกำหนดแผนการเผยแพร่ความรู้ วิธีการสื่อสารและรณรงค์เพื่อให้เกิดการขับเคลื่อนร่วมกันจากพื้นที่ มีผู้เข้าร่วมกว่า 70 คนประกอบด้วยตัวแทนขบวนองค์กรชุมชน สภาองค์กรชุมชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ใน 12 จังหวัดพื้นที่ภาคกรุงเทพปริมณฑลและตะวันออก
สถานการณ์ทางสังคมการเมืองในปัจจุบันมีความชัดเจนของความแตกแยกและการแบ่งฝ่าย เหตุจากปัญหาความเหลื่อมล้ำ ความไม่เท่าเทียมในสังคม ที่สำคัญคือการรวมศูนย์อำนาจการปกครองอยู่ที่ส่วนกลางเป็นความขัดแย้งที่ไม่อาจหาจุดจบที่ลงตัวได้ซึ่งในสภาวะเช่นนี้ “การปฏิรูป” คือ หนทางที่ทุกฝ่ายต่างยอมรับว่าจะสามารถแก้ปัญหาความขัดแย้งได้ โดย มรว.ดร.อคิด รพีพัฒน์ กล่าวไว้ว่า การปฏิรูปโดยการกระจายอำนาจให้คนในท้องถิ่นจัดการหรือปกครองตนเอง จะนำไปสู่การแก้ปัญหาความขัดแย้งได้เช่นกันโดยในขณะนี้มีองค์กรและภาคส่วนต่างๆ ได้มีความพยายามจัดให้มีการปฏิรูปประเทศไทยในประเด็นที่ตนมีความรู้ความสามารถ ซึ่งต่างก็มีความเห็นว่าต้นตอของทุกปัญหาล้วนมาจากอำนาจที่รวมศูนย์ ดังนั้นจำเป็นต้องมีการกระจายอำนาจให้ท้องถิ่นจัดการตนเอง
นายไพโรจน์ พลเพชร คณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย (คปก.) ได้กล่าวว่า รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักร์ไทย 2540 เกิดการปฏิรูปการเมืองประชาชนมีส่วนร่วมมากขึ้นแม้เกิดการกระจายอำนาจสู่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแต่ยังไม่สามารถกระจายอำนาจได้อย่างแท้จริงเนื่องจากกลไกต่างๆยังรวมศูนย์อยู่ที่ส่วนกลาง แม้แต่สิทธิในการจัดการทรัพยากร ดิน น้ำ ป่า ในพื้นที่ ท้องถิ่นเพียงแต่มีส่วนร่วมโดยไม่มีอำนาจในการตัดสินใจ รวมถึงการอุดหนุนงบประมาณจากรัฐที่ไม่เพียงพอครอบคลุมต่อภารกิจของท้องถิ่นอย่างแท้จริง แนวคิดจังหวัดปกครองตนเองเริ่มมาตั้งแต่ปี 2551 จากการนำแนวคิด การพึ่งตนเองไม่ว่าจะเป็นเกษตรชุมชน ป่าชุมชน เกษตรทางเลือก รวมถึงการนำบทเรียนจากวิกฤตทางการเมืองมาเป็นประเด็นในการพูดคุย
นับแต่ต้นปี 2552 เริ่มมีกระแสแนวคิดจังหวัดปกครองตนเอง
(หรือจังหวัดจัดการตนเอง) ขึ้นมาเป็นประเด็นแลกเปลี่ยนในเวทีขับเคลื่อนพัฒนาการเมืองเพื่อแลกเปลี่ยนประเด็นการเมืองท้องถิ่น แนวคิดการปฏิรูปประเทศเพื่อปรับเปลี่ยนโครงสร้างการปกครองท้องถิ่นโดยแลกเปลี่ยนถึงการเมืองและการปกครองท้องถิ่นไทยที่มีปัญหาต่อเนื่อง จึงเกิดการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้โดยนำแนวคิดการพึ่งตนเองมาบูรณาการในการแก้ปัญหาดังกล่าว ดังนั้น “ร่าง พรบ. การบริหารจังหวัดปกครองตนเอง” เกิดขึ้นตามสิทธิภายใต้รัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2540 เป็นพื้นฐาน มีฐานจากสิทธิชุมชน แนวนโยบายบริหารราชการแผ่นดิน และการปกครองส่วนท้องถิ่น ทั้งนี้การพัฒนาร่าง พรบ.นี้ให้เป็นจริงและเกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้นอยู่กับความพร้อมของจังหวัด โดยที่ผ่านมามีจังหวัดที่นำร่องได้แก่ เชียงใหม่ ปัตตานี อำนาจเจริญ เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีจังหวัดที่เตรียมขยับต่อสู่การเป็นจังหวัดจัดการตนเอง หรือจังหวัดปกครองตนเอง
นายสวิง ตันอุด ภาคประชาสังคมเชียงใหม่หนึ่งในภาคีในการขับเคลื่อนเชียงใหม่มหานคร ได้เชื่อมโยงให้เห็นความสำคัญในการเคลื่อนจังหวัดปกครองตนเอง หรือ จังหวัดจัดการตนเอง ว่า ปัญหาความเหลื่อมล้ำ ความไม่เท่าเทียมกันในสังคมที่ผ่านมาเกิดจากปัญหาเชิงโครงสร้างอำนาจเป็นแบบรวมศูนย์อย่างยาวนาน ซึ่งเราไม่ปฏิเสธการมีส่วนกลางแต่มันต้องเกิดการเปลี่ยนแปลงโดยเจ้าของพื้นที่เจ้าของปัญหาเป็นผู้บริหารจัดการตนเองอย่างครอบคลุม ดังนั้น เวทีทำความเข้าใจใน ร่าง พรบ.นี้ เป็นการเผยแพร่ความรู้ความเข้าใจแก่ทุกท่านที่มาร่วม เชื่อว่ายังมีความเห็นที่แตกต่าง แต่การนำไปเผยแพร่ต่ออย่างเข้าใจนั้นมีความสำคัญเป็นพื้นฐาน อย่างน้อยเพื่อให้ข้ามพ้นสู่การเปลี่ยนแปลงให้ชุมชนท้องถิ่นจัดการตนเอง ข้ามพ้นการครอบครองอำนาจในการปกครองตนเอง ปรับมุมมองเรื่องอำนาจให้เป็นเพียงของเล่นไม่ใช่อำนาจเป็นเรื่องของผลประโยชน์
นายสุทธิธรรม เลขวิวัฒน์ ตัวแทนขบวนจังหวัดระยอง ได้กล่าวว่า จังหวัดระยองเป็นพื้นที่แหล่งทรัพยากรอาหารและท่องเที่ยว จากข้อมูลที่รับทราบมารายได้จากการเก็บภาษีมีมากกว่า 120,000 ล้านบาท แต่งบประมาณที่กลับเข้าสู่จังหวัดเพื่อพัฒนาท้องถิ่นได้กลับมาเพียง 20,000 ล้านบาทเท่านั้น เป็นเรื่องหนึ่งในหลายเรื่องที่ปลุกให้คนระยองลุกขึ้นมาจัดการตนเองเพื่อ “ชุมชนต้องเข้มแข็ง จัดการตนเองได้อย่างแท้จริง” คือเป้าหมายของชาวระยองที่แท้จริง จากเหตุที่กล่าวมาแล้วนั้นทำให้เครือข่ายองค์กรชุมชนจังหวัดระยองจึงร่วมกับองค์การบริหารส่วนจังหวัด(อบจ.) และสถาบันการศึกษา คือ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) ร่วมกันจัดทำโครงการ การแสวงหารูปแบบการปกครองในระบอบประชาธิปไตยที่เหมาะสมสำหรับสังคมไทย จึงเกิดการทำงานเชิงวิจัยภายใต้โครงการ “การศึกษา การแสวงหารูปแบบการพัฒนาและการปกครองท้องถิ่นที่เหมาะสมกับจังหวัดระยอง” ซึ่งมีการลงพื้นที่จัดกลุ่มพูดคุยแลกเปลี่ยนกับบุคคลที่หลากหลาย ทั้งกลุ่มอาชีพ และ กลุ่มคนที่อาศัยในระดับพื้นที่ต่างๆ จนได้ผลลัพท์เชิงวิชารการที่สะท้อนหลักคิดของคนระยองในรูปแบบระยองจัดการตนเอง ที่ชื่อว่า “ระยองมหานครจัดการตนเอง” ขณะนี้ได้พัฒนาในเชิงกฎหมายเป็น ร่าง พรบ.จังหวัดระยองจัดการตนเอง พ.ศ..... รวมถึงได้มีการร่วมกันรณรงค์ทั้งจังหวัดเพื่อร่วมผลักดันกฎหมายฉบับนี้ให้เป็นจริง
จากเนื้อหาเกี่ยวกับ ร่าง พรบ.การบริหารจังหวัดปกครองตนเอง พ.ศ...แล้ว ยังมีการระดมความคิดเห็นและเสนอแผนการปฏิบัติในพื้นที่ ซึ่งได้ข้อสรุปการผลักดันให้เกิด พรบ.การบริหารจังหวัดปกครองตนเอง เช่นเดียวกับภาคอื่นๆ โดยมีสาระสำคัญดังนี้
- ผู้เข้าร่วมรับหลักการในการร่วมเผยแพร่ความรู้ความเข้าใจ ร่าง พรบ.การบริหารจังหวัดปกครองตนเอง เบื้องต้นผ่านการจัดเวทีให้ความรู้และสร้างความเข้าใจในพื้นที่จังหวัด
- การรณรงค์สู่การขับเคลื่อนให้เกิด พรบ.การบริหารจังหวัดปกครองตนเองโดยจะรณรงค์ใหญ่ในการล่ารายชื่อในวันที่ 24 มิ.ย. 2557 ซึ่งช่วงระยะเวลาก่อนการรณรงค์ใหญ่แต่ละจังหวัดเดินหน้ารณรงค์ขึ้นอยู่กับบริบทของแต่ละจังหวัด


