จังหวัดสงขลา มีความโดดเด่นในเรื่องงานพัฒนาด้านองค์กรการเงินและสวัสดิการชุมชน มายาวนานกว่า 2 ทศวรรษ โดยเฉพาะการจัดตั้งกองทุนสวัสดิการชุมชนจากการลดรายจ่ายวันละบาท ตามอุดมการณ์เพื่อการพัฒนาคนจากแนวคิดของครูชบ ยอดแก้ว ครูสวัสดิการที่จากไปแล้วแต่งานสวัสดิการชุมชนตามแนวคิดลดรายจ่ายวันละบาท ได้แบ่งบานและงดงามด้วยรูปธรรม 140 กองทุนในจ.สงขลา และอีกหลายพันกองทุนที่ดำเนินการในลักษณะใกล้เคียงกันนี้ในพื้นที่
โมกขศักดิ์ ยอดแก้ว เลขานุการสมาคมเครือข่ายสวัสดิการภาคประชนชน จ.สงขลา เปิดเผยว่า หลังจากพ่อเสียชีวิต มีคนท้าทายว่าสวัสดิการชุมชนในจ.สงขลาคงอยู่ได้ไม่นาน ตอนนี้พ่อจากไปครบ 1 ปีแล้ว และโมกขศักดิ์ ยืนยันว่าแม้ไม่มีพ่อ (ครูชบ ยอดแก้ว) แต่กองทุนยังอยู่ได้ แม้บางครั้งต้องผ่านอุปสรรคและความยากลำบากบ้าง แต่เขายังคงศรัทธาและเชื่อมั่นในอุดมการณ์ของพ่อ ซึ่งได้ทุ่มเทกับเรื่องการออมและสวัสดิการมากว่า 36 ปี
โมกขศักดิ์ ระบุว่าอุดมการณ์สวัสดิการชุมชนของครูชบ ยอดแก้ว คือการพัฒนาคน โดยมีเป้าหมายเพื่อให้เกิด “สังคมดี คนมีความสุข” แต่การไปสู่เป้าหมายนั้นต้องมีเครื่องมือ และสำหรับเครื่องเพื่อการพัฒนาคนที่ว่านี้สำหรับขบวนสวัสดิการชุมชนจังหวัดสงขลา นั้นมีอยู่สามเรื่องที่ครูชบ ยอดแก้วได้วางรากฐานไว้คือ 1.แนวคิดเรื่องการลดรายจ่ายวันละบาทเพื่อพัฒนากองทุนสวัสดิการชุมชนระดับตำบล 2.กองทุนสวัสดิการชุมชนในจ.สงขลา 140 ตำบล 3.สมาคมเครือข่ายสวัสดิการภาคประชาชนจ.สงขลา ทั้งนี้การส่งเสริมการออมและการพัฒนาคนแบบครบวงจรชีวิตนั้น ครูชบได้ดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2522 ด้วยการส่งเสริมการออมให้กับเด็ก และการออมเพื่อการพัฒนาแบบครบวงจรชีวิตในปี 2524
และสำหรับแนวคิดลดรายจ่ายวันละบาท เพื่อจัดตั้งกองทุนสวัสดิการชุมชนนั้น ครูชบได้เดินสายปลุกความคิดกับเครือข่ายองค์กรชุมชนทั่วประเทศ ก่อนดำเนินจัดตั้งกองทุนสวัสดิการชุมชนที่ตำบลน้ำขาว อ.จะนะ จ.สงขลา เมื่อ 1 เมษายน 2547 ตอนนั้นมีสมาชิกเพียง 594 คน และตั้งแต่ปี 2548 เป็นต้นมาก็เริ่มมีการจัดตั้งกองทุนสวัสดิการชุมชนตำบล ภายใต้แนวคิดลดรายจ่ายวันละบาทในหลายพื้นที่ จนกระทั่งในวันที่ 2 สิงหาคม 2552 ได้มีการประชุมเครือข่ายสวัสดิการชุมชนระดับประเทศที่ จ.สงขลา วาระสำคัญในขณะนั้นคือการเสนอให้รัฐบาลมีนโยบายสมทบกองทุนสวัสดิการชุมชน ครูชบเป็นแกนนำสำคัญคนหนึ่ง ที่ได้ร่วมสื่อสารสร้างความเข้าใจกับรัฐบาลในขณะนั้น ร่วมกับเครือข่ายสวัสดิการชุมชนทุกภาค จนส่งผลให้รัฐบาลจัดสรรงบประมาณสมทบกองทุนสวัสดิการชุมชนมาตั้งแต่ปี ๒๕๕๓-๒๕๕๖ ในอัตรา 1 ต่อ1 คือสมทบเงินให้สมาชิกกองทุนสวัสดิการชุมชนคนละ 365 บาท/คน/ปี
สำหรับพื้นที่จังหวัดสงขลา งานสวัสดิการชุมชนที่ดำเนินการมาเป็นเวลา ๑๐ ปี ส่งผลให้เกิดกองทุนสวัสดิการชุมชน 140 กองทุน เต็มพื้นที่ตำบลและเทศบาลที่มีอยู่ในจังหวัด รวมสมาชิกกองทุน 272,828 คน มีเงินออมรวมของสมาชิกก่อนหักค่าจ่ายสวัสดิการเป็นวงเงินกว่า 500 ล้านบาทในจำนวนดังกล่าว มีการจ่ายสวัสดิการให้สมาชิกไปแล้วกว่า 240 ล้านบาท เงินคงเหลือในส่วนเงินออมของสมาชิก 260 ล้านบาท ในด้านเงินสมทบจากรัฐบาลนั้น โมกขศักดิ์ เล่าว่าได้รับการสมทบมารวม 225 ล้านบาท มีการจ่ายสวัสดิการให้ชุมชนจากเงินที่ได้จากรัฐบาลผ่านสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน หรือพอช. เป็นวงเงิน 80 ล้านบาท คงเหลือเงินในส่วนที่ได้รับสมทบจากรัฐ 134 ล้านบาท และเมื่อรวมเงินคงเหลือจากเงินออมของสมาชิกและที่ได้รับการสมทบจากรัฐ ทำให้มีเงินกองทุนคงเหลือโดยรวมทั้ง 140 กองทุนในจังหวัด รวม 394 ล้านบาท
ตามคำบอกเล่าของโมกขศักดิ์ จึงเห็นความเติบโตของอุดมการณ์และความฝันของครูสวัสดิการชุมชน รวมทั้งผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจากกองทุนสวัสดิการชุมชน ในหลายเรื่องที่ควรแก่การเรียนรู้ดังนี้
การส่งเสริมกองทุนสวัสดิการภัยพิบัติระดับตำบล
มีการส่งเสริมการเตรียมพร้อมของชุมชนในการรับมือกับภัยพิบัติ โดยการส่งเสริมจัดตั้งกองทุนแก้ปัญหาภัยพิบัติในระดับตำบล ภายใต้แนวคิดสัจจะทำบุญปีละ 100 บาท ปัจจุบันมีทั้งหมด 41 กองทุน สมาชิก 6,000 คน ไว้ช่วยเหลือสมาชิกยามมีภัยที่ไม่ต้องนั่งรออบต.หรือหน่วยงานอย่างเดียว
การส่งเสริมกองทุนสวัสดิการผู้นำ
เนื่องจากมีผู้นำชุมชนเป็นจำนวนมาก ที่เสียสละปัญญา เวลา เพื่องานของส่วนรวม ภายใต้แนวคิดสัจจะลดรายจ่ายเดือนละ 100 บาท จึงดำเนินการจัดตั้งกองทุนสวัสดิการผู้นำ เพื่อไม่ให้กองทุนสวัสดิการชุมชนมาแบกรับภาระในด้านนี้ จึงได้จัดตั้งกองทุนและเปิดรับสมาชิก ในช่วงแรกมีสมาชิก 315 คน ปัจจุบันมีสมาชิก 15,000 คน มีเงินเข้ากองทุนเดือนละ 1.5 ล้านบาท มีเงินกองทุนสวัสดิการผู้นำก่อนหักค่าใช้จ่ายสวัสดิการในส่วนนี้ วงเงิน 40 ล้านบาท โดยจัดสวัสดิการใน 4 ประเภทคือ เกิด เจ็บ บำนาญ สวัสดิการคนทำงาน และการเสียชีวิต ที่ผ่านมามีการจ่ายสวัสดิการแล้วกว่า 18 ล้านบาท
ส่งเสริมจัดตั้งกองทุนพัฒนาคน
ภายใต้แนวคิดทำบุญปีละ 100 บาท เพื่อกองทุนพัฒนาคน โดย
เปิดกว้างสำหรับทุกคนในจังหวัดสงขลา เชิญชวนทุกคนทำบุญปีละ 100 บาท ปัจจุบันมีเงินทุนตั้งต้นจากครูชบและการทอดผาป่าวงเงิน 300,000 บาท
ตั้งเป้าเพิ่มสมาชิกกองทุนสวัสดิการชุมชน 700,000 คน
เพื่อความยั่งยืนของกองทุน เครือข่ายสวัสดิการชุมชนจ.สงขลา จึงตั้งเป้าเพิ่มสมาชิกกองทุนทั้งจังหวัดให้ได้ครึ่งหนึ่งของประชากรทั้งจังหวัด ซึ่งมีทั้งหมดประมาณ 1.4 ล้านคน ให้เป็นสมาชิกกองทุนสวัสดิการชุมชนที่ 700,000 คน ซึ่งปัจจุบันมีสมาชิกกว่า 270,000 คน
การส่งเสริมสวัสดิการชุมชน ในจ.สงขลา ตามอุดมการณ์ของครูชบ ยอดแก้ว จึงเป็นการวางรากฐานในจัดการตนเองในรูปแบบหนึ่ง ที่มีเป้าหมายเพื่อการพัฒนาคน และใช้กองทุนสวัสดิการชุมชนเป็นเครื่องมือ ส่งผลโดยตรงต่อการจัดสวัสดิการและดูแลช่วยเหลือเกื้อกูลกันของคนทั้ง 140 ตำบล รวมทั้งมีคุณูปการต่อการเรียนรู้ของขบวนสวัสดิการชุมชนทั่วประเทศ รวมทั้งนักวิชาการ และหน่วยงานพัฒนาทั้งภาครัฐและเอกชน ซึ่งปัจจุบันมีการจดทะเบียนเป็นสมาคมสวัสดิการภาคประชาชนจ.สงขลา และมีการประชุมคณะกรรมการและสมาชิกทุกวันที่ 16 ของเดือน โดยสมาชิกต้องจ่ายค่าสมัครคนละ 1 บาท ได้เป็นสมาชิกตลอดชีพ และเงินบำรุงเพื่อการบริหารจัดการของสมาคม ในการพัฒนาคนและบริการสมาชิกคนละ 12 บาท/ปี


