เมื่อวันที่ ๒๑ พฤษภาคม ๒๕๕๗ สภาองค์กรชุมชนตำบลแม่สรวย ร่วมกับเครือข่ายสภาองค์กรชุมชน จังหวัดเชียงราย จัดเวทีสัมมนาเพื่อระดมความคิดเห็นจัดตั้งศูนย์ประสานงานการจัดการภัยพิบัติระดับตำบล ณ วัดแม่สรวยหลวง เทศบาลตำบลเวียงสรวย อำเภอแม่สรวย จังหวัดเชียงราย ซึ่งมีผู้เข้าร่วมสัมมนาได้แก่ ตัวแทนสภาองค์กรชุมชนตำบล ผู้บริหารเทศบาลตำบลเวียงสรวย พัฒนาการอำเภอแม่สรวย ศูนย์คุ้มครองสิทธิผู้บริโภคจังหวัดเชียงราย กองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรจังหวัดเชียงราย เครือข่ายการจัดการภัยพิบัติภาคประชาชน จังหวัดเชียงราย ร่วมด้วย นายอัมพร แก้วหนู ผู้ช่วยผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) นายสุพัฒน์ จันทนา ผู้จัดการสำนักงานภาคเหนือตอนบน เจ้าหน้าที่พอช. โดยว่าที่ ร.ต.จำรัส โสติกุล ปลัดอาวุโส อำเภอแม่สรวย เป็นประธานกล่าวเปิดงาน 
ผลการปรึกษาหารือโดยการแบ่งกลุ่มย่อยออกเป็น ๒ กลุ่ม ได้ข้อสรุปที่เป็นแนวทางการดำเนินงาน ๒ ระยะ คือ
๑) แผนงานระยะสั้น
- a.จัดตั้งกลไกคณะทำงานที่มาจากผู้ใหญ่บ้านทุกหมู่บ้าน สมาชิกสภาเทศบาลตำบลทุกเขต สมาชิกสภาองค์กรชุมชนทุกหมู่บ้าน ตัวแทนผู้เดือดร้อนจากพื้นที่ประสบภัยจำนวน ๙ หมู่บ้าน ตัวแทนจากสถาบันการศึกษาในพื้นที่ ร่วมกับภาคีพัฒนาต่างๆ ในตำบล ทั้งนี้อาจเสนอรายชื่อให้นายอำเภอแม่สรวยเป็นผู้แต่งตั้งฯ
- b.จัดระบบข้อมูลผู้เดือดร้อน / วิเคราะห์และจัดลำดับการช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากเสียหายมาก ไปจนถึงเสียหายน้อย
- c.แผนการซ่อมสร้างบ้านที่มีทีมช่างสถาปนิก/วิศวกร ประเมินความเสียหายเรียบร้อยแล้ว
- d.การสร้างกระบวนการจัดการปัญหาโดยชุมชนระดับตำบล เพื่อจัดระบบความรู้ และระบบข้อมูลแผนการรับมือ แผนงานเยียวยา
- e.การสร้างการเรียนรู้บนสถานการณ์หรือความเสี่ยงที่มีรอยเลื่อน
- f.ประสานหน่วยงานภาคีภายนอก เพื่อสนับสนุนการช่วยเหลือองค์ความรู้ งบประมาณบางส่วน
)
๒ แผนงานระยะยาว
- a.แผนการสื่อสารภายในชุมชน
- b.การศึกษาข้อมูลเรื่องเขื่อนแม่สรวย
- c.เส้นทาง/แผนที่หนีภัย
- d.การซ้อมการหนีภัย การรับมือกับภัยพิบัติทุกเรื่อง
- e.แผนการให้ความรู้กับสมาชิกในหมู่บ้านเกี่ยวกับภัยพิบัติทุกเรื่อง
- f.การจัดตั้งกองทุนชุมชน (กองทุนภัยพิบัติ /กองทุนที่ดิน)
นายกระมล อุประรัตน์ สมาชิกเทศบาลตำบลเวียงสรวย ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า การจัดการภัยพิบัติของชุมชนท้องถิ่นเกี่ยวกับการจัดการตนเองในกรณีแผ่นดินไหว ทำให้ชุมชนได้ใช้เวทีดังกล่าว ได้ทบทวนองค์ความรู้ ภูมิปัญญาท้องถิ่น ผสมผสานกับความรู้ด้านวิทยาศาสตร์สมัยใหม่ ในด้านการสื่อสารเมื่อเกิดภัยว่า ถ้าหากมือถือใช้การไม่ได้ ไฟฟ้าดับ สิ่งที่ต้องเตรียมไว้ คือ กะหลก (เกราะไม้) โดยให้ทุกครัวเรือนตีแบบเร็ว ๆ แรง ๆ ส่งต่อกันไปทั้งชุมชนให้รับรู้ว่ามีเหตุร้ายเกิดขึ้น นอกจากนี้ ภูมิปัญญาเกี่ยวกับบ้านเรือนชั่วคราวที่สามารถอาศัยอยู่ได้โดยปลอดภัยเมื่อเกิดภัยพิบัติ ของคนพื้นถิ่นในอดีต มักจะสร้าง “ตูบลม” (ภาษาถิ่น) เป็นที่หลบภัย ที่ทำด้วยโครงไม้ และมุงด้วยหญ้าคา เป็นตูบ หรือ กระต๊อบเล็ก ๆ ที่ปลูกไว้ใกล้ ๆ บ้าน ข้อดีของ”ตูบลม” คือ เมื่อเกิดเหตุ แผ่นดินไหว พายุฝน ลมแรงเท่าไหร่ ตูบลมก็จะโยกไปตามแรง แต่ไม่เสียหายอะไร และเมื่อปลอดภัยแล้วก็สามารถกลับเข้าบ้านได้ตามเดิม
นายบุญยัง จันทร์สวย ประธานสภาองค์กรชุมชนตำบลแม่สรวย กล่าวว่า พื้นที่ตำบลแม่สรวยประสบปัญหาเรื่องปัญหาที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัย ที่ทับซ้อนกับพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติแม่ลาวฝั่งซ้ายและอุทยานดอยหลวงอยู่เดิม ที่ผ่านมามีการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการการจับ GPS และจัดทำข้อมูล GIS ให้กับคณะทำงานสภาองค์กรชุมชนและผู้นำชุมชนแต่ละหมู่บ้าน เพื่อจัดทำฐานข้อมูลชุมชน เมื่อวันที่ ๕ พฤษภาคม ๒๕๕๗ พอตกเย็นก็เกิดแผ่นดินไหว จึงมีการปรับแผนงานในการช่วยเหลือผู้ประสบภัยแผ่นดินไหวก่อน โดยการเดินจับพิกัดหลังคาเรือนบ้านที่ประสบภัย ร่วมกับ เทศบาลตำบลเวียงสรวย และองค์การบริหารส่วนตำบลแม่สรวยในการสำรวจข้อมูลร่วมกัน
จากเวทีระดมความคิดเห็นในการจัดตั้งศูนย์ประสานงานการจัดการภัยพิบัติ ตำบลแม่สรวย ทุกฝ่ายเห็นชอบร่วมกันในแนวทางการดำเนินงานเพื่อแก้ไขปัญหาภัยพิบัติที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ โดยใช้สภาองค์กรชุมชนตำบลเป็นองค์กรประสานงาน เพื่อเปิดพื้นที่กลางในระดับตำบล สู่การจัดการตนเองของชุมชนตำบลแม่สรวยต่อไป


