พิมพ์
รุ่งโรจน์ เพชระบูรณิน/ สุธิดา บัวสุขเกษม
หมวดหลัก: ข่าวความเคลื่อนไหวงานพัฒนา
ฮิต: 960

RNN002เครือข่ายเดินหน้าปฏิรูป ย้ำประชาชนต้องเป็นเจ้าของการปฏิรูป ไม่ใช่การปฏิรูปของผู้ชนะหรือผู้มีอำนาจ แต่ต้องเป็นการปฏิรูปที่ทุกฝ่ายมีส่วนร่วมบนฐานของความปรองดองและบูรณาการ เสนอองค์กรปฏิรูประดับชาติตัองมีสมาชิกที่หลากหลาย สร้างเวทีกลางระหว่างภาคีเครือข่าย เพราะหัวใจของการปฏิรูปต้องสร้างการมีส่วนร่วมอย่างกว้างขวาง

กรุงเทพฯ/ เมื่อวันที่ 11 มิถุนายน 2557 เวลา 09.30-12.30 น. เครือข่ายเดินหนัาปฏิรูป หรือ RNN-Reform Now Network จัดเวทีความคิดเพื่อการปฏิรูปประเทศไทย ครั้งที่ 6 "พลังสังคมเพื่อขับเคลื่อนการปฏิรูปอย่างมีส่วนร่วม" ณ ห้องกมลทิพย์ 3 โรงแรมเดอะ สุโกศล พร้อมแถลงจุดยืนการขับเคลื่อนงานปฏิรูป ประกาศยุทธศาสตร์วางบทบาทเป็น “องค์กรคู่ขนาน” ขององค์กรปฏิรูปที่จะเกิดขึ้นตามรัฐธรรมนูญไม่ใช่สภาเงา เชื่อทั้งปฏิรูปและปรองดองเป็นเงื่อนไขร่วม จึงอาสาทำหน้าที่ “ออกแบบกลไก-นำเสนอเนื้อหา-เฝ้าระวังติดตาม-สร้างพื้นที่ปลอดภัย” ที่ทุกภาคส่วนในสังคมเข้ามามีส่วนร่วม ไปสู่การหาทางออกบนวิถีประชาธิปไตย

โดยเนื้อหางานช่วงแรกมีการเสวนาหัวข้อ “ข้อวิเคราะห์ ข้อเสนอต่อเส้นทางปฏิรูปและการปรองดอง ในมุมมองของภาคประชาสังคม” วิทยากรประกอบด้วย ศ.ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย, ดร.กิตติพงษ์ กิตยารักษ์, นพ.สมศักดิ์ ชุณหรัศมิ์ ช่วงที่สองเสวนา “พลังทางสังคมเพื่อขับเคลื่อนกระบวนการปฏิรูป” นำเสวนาโดย นายพลากร วงศ์กองแก้ว ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) นายวิเชียร พงศธร ประธานมูลนิธิเพื่อคนไทย, ศ.สุริชัย หวันแก้ว ผู้อำนวยการศูนย์สันติภาพและความขัดแย้ง จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ดร.กิตติพงษ์ กิตติยารักษ์ กล่าวว่า เครือข่ายเดินหน้าปฏิรูปยังคงเดินหน้าขับเคลื่อนการปฏิรูปโดยอาศัยพลังทางสังคม และเป็นอิสระจากภาครัฐ และการเมือง ขณะเดียวกันองค์กรหลักระดับชาติซึ่งรับผิดชอบงานด้านการปฏิรูปจะต้องมีสมาชิกซึ่งมีความหลากหลายที่สะท้อนถึงความแตกต่างทางความคิดในสังคมไทยได้อย่างสมดุลย์ โดยจะต้องบูรณาการการทำงานอย่างใกล้ชิดกับภาคีเครือข่ายที่ขับเคลื่อนการปฏิรูปต่างๆ ที่มีอยู่ ทั้งที่เห็นด้วยและมีความคิดเห็นที่แตกต่างกัน เพื่อให้เกิดเวทีหารือ แลกเปลี่ยนความคิดเห็น และทำความเข้าใจระหว่างองค์กรปฏิรูประดับชาติกับเครือข่ายในระดับต่างๆ รวมไปถึงพี่น้องประชาชนทุกภาคส่วน ทั้งนี้ เพื่อนำไปสู่การแสวงหาข้อสรุป หรือทางออกที่ยอมรับร่วมกันได้ของสังคมในวงกว้าง

ศ.ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย กล่าวว่า การปฏิรูปและความปรองดองเป็นเงื่อนไขร่วมกัน ดังนั้น การสร้างความปรองดอง สมานฉันท์จึงจำเป็นอย่างยิ่ง เพราะความปรองดองที่ยั่งยืนจะนำไปสู่ความสำเร็จของการปฏิรูป ประชาชนจะต้องเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการปฏิรูปให้ได้ ความรู้สึกเป็นเจ้าของจะไม่เกิดถ้าไม่มีส่วนร่วม

นายวิเชียร พงศธร กล่าวว่า เครือข่ายเดินหน้าปฏิรูปมีจุดแข็งอยู่ที่การมีสมาชิกที่หลากหลายจากทุกภาคส่วน ทั้งภาควิชาการ ภาคธุรกิจ ภาคสังคม ที่ผ่านมาแต่ละภาคส่วนมีการสร้างกลไกการทำงานร่วมกันอย่างต่อเนื่องในระดับหนึ่ง แต่นับจากนี้ การมีส่วนร่วมข้ามเครือข่ายจะเป็นประเด็นสำคัญ ที่ต่อไปจะกลายเป็นระบบนิเวศน์ใหม่ของสังคมที่ต้องเกื้อกลูพึ่งพาในการแก้ปัญหาสังคมที่ซับซ้อนหลากหลายมากขึ้น เพราะทุกฝ่ายเป็นเงื่อนไขความสำเร็จของกันและกัน พร้อมกับการปลูกจิตสำนึกใหม่สร้างพลเมืองที่มีส่วนร่วมในเรื่องส่วนรวม หรือ Active Citizenship ไม่ฝากความหวังไว้กับระบบตัวแทนฝ่ายเดียว ขณะเดียวกัน ควรเน้นการปฏิรูปที่ไม่ต้องรอการแก้กฏหมาย เริ่มต้นจากองค์กรตัวเอง ดังที่ภาคธุรกิจได้รวมตัวกันขับเคลื่อนงานต่อต้านคอร์รัปชั่นในนามองค์กรต่อต้านคอร์รัปชั่น (ประเทศไทย)

นายพลากร วงศ์กองแก้ว กล่าวว่า สถานการณ์ปัจจุบันนับเป็นโอกาสสำคัญของการปฏิรูป เรื่องนี้จะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ เราต้องเปิดพื้นที่ให้ผู้คนที่ต้องการปฏิรูป ไปสู่การจัดการใหม่ของการปฏิรูปที่ทุกภาคส่วนขึ้นมานำการปฏิรูปได้ เพราะทุกคนมีความหวังซึ่งขั้นตอนนี้สำคัญมาก การปฏิรูปต้องไม่มีสีไม่มีความขัดแย้ง เราต้องยึดปัญหาของชุมชนท้องถิ่น และจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องให้คนเล็กคนน้อยได้เป็นเจ้าของการปฏิรูปและปรองดอง ไม่เช่นนั้นก็จะกลับไปสู่ความขัดแย้งรอบใหม่ซึ่งอาจรุนแรงกว่าเดิม เราต้องโยงพลังความตื่นตัวในทุกพื้นที่เพื่อเป็นพลังแห่งการปฏิรูปให้ได้

 RNN003RNN005RNN006RNN004

แบ่งปัน
Submit to FacebookSubmit to Google PlusSubmit to Twitter