
คณะกรรมการจัดสสุขภาพแห่งชาติ (คสช.) จัดสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ ครั้งที่ ๖ : สานพลัง สร้างสุขภาวะชุมชน ขึ้น ระหว่างวันที่ ๑๗-๑๘ มิถุนายน ๒๕๕๗ ณ ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุม อิมแพ็ค เมืองทองธานร จ.นนทบุรี มีเครือข่ายเข้าร่วม ๑,๘๐๐ คน จาก ๒๓๔ กลุ่มเครือข่าย ร่วมหารือ ๑๐ วาระเพื่อผลักดันเป็นมติที่เป็นรูปธรรมในการกำหนดทิศทางนโยบายสาธารณะด้านสุขภาพของประเทศ ให้ตรงกับความต้องการของประชาชนและชุมชนอย่างแท้จริง
ในการนี้วันที่ ๑๘ มิถุนายน ๒๕๕๗ ณ ห้องประชุม ๓ มีพิธีลงนามในปฏิญญาสมัชชาสุชภาพแห่งชาติครั้งที่ ๖/๒๕๕๖ : เรื่องยุทธศาสตร์ร่วมว่าด้วยการสนับสนุนสุขภาวะชุมชน จากองค์กรภาคี ๓๓ องค์กร จับมือรวมพลังการทำงานสนับสนุนสุขภาวะชุมชน โดยใช้ยุทธศาสตร์รวมแสงเลเซอร์ทั้ง ๗ องค์ประกอบนี้เป็นเครื่องมือในการร่วมขับเคลื่อนกิจกรรมและโครงการอย่างเต็มกำลัง เพื่อสนับสนุน ชุมชนสุขภาวะ ชุมชนเข้มแข็ง ชุมชนจัดการตนเองหรือชุมชนเป็นสุข อันหมายถึง ชุมชนที่มีศักยภาพในการเรียนรู้ ปรับตัวและสามารถจัดการปัญหาได้ด้วยตนเอง ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม การเมือง สิ่งแวดล้อม สุขภาพและคุณธรรมจริยธรรม จนบรรลุซึ่งความเข้มแข็ง พึ่งตนเองได้และมีสันติสุขหรือสุขภาวะทางสังคมในด้านต่างๆ พร้อมทั้งมีเวทีเสวนา "จะขับเคลื่อนยุทธศาสตร์สนับสนุนชุมชนอย่างไร" โดยผู้ทรงคุณวุฒิ
นายแก้ว สังข์ชู เครือข่ายแผนชีวิตชุมชนพึ่งตนเอง ๔ ภาค กล่าวว่า ชุมชนเป็นแกนหลักในการพัฒนา หน่วยงานเป็นเพียงหน่วยงานที่มาสนับสนุนเท่านั้น ซึ่งต้องคำนึงถึงเรื่องคนเป็นศูนย์กลาง และต้องมีการสนับสนุนอย่างจริงจัง ในสิ่งที่เขาขาด ไม่ใช่ลงไปจัดการเขา และการบันทึกความร่วมมือ มันต้องนำไปสู่การปฏิบัติจริง ต้องร่วมออก สร้างความสัมพันธ์และมีวิธีการทำงานร่วมกัน
“สิ่งที่จะทำให้เป็นจริงได้คือ หน่วยงานต้องมาคุยต่อ ว่าจะมีการออกแบบร่วมเพื่อนำไปสู่ชุมชนเข้มแข็ง จัดการตนเองได้ มีการเอื้ออำนวยกับชุมชน พร้อมทั้งชุมชนเองต้องปรับโครงสร้างการบริหารชุมชนใหม่ คือ ชุมชนท้องถิ่นจัดการตนเอง ชุมชนเองมีเครือข่ายทุกจังหวัด”
ด้านนายพลากร วงค์กองแก้ว ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน(องค์การมหาชน) กล่าวว่า การประสานกันด้วยการใช้ทรัพยากรของทุกภาคส่วนมาทำงานร่วมกัน และจะต้องมีการสร้างพื้นที่ใหม่ ข้ามพ้นความขัดแย้ง การก้าวไปสู่การปฏิรูปเพื่อไปสู่ความปรองดอง วันนี้เราทำได้อย่างชัดเจน เราต้องตั้งธงไปสู่การปฏิรูปเชิงระบบและโครงสร้าง ที่ผ่านมาเราทำมามากกว่า ๓๐ ปี ทั้งชุด ศ.นพ.ประเวศ ทำมาแต่ไม่สามารถลงไปสู่พื้นที่ได้
"หากเราเครื่องมือความร่วมมือดังกล่าวไปเคลื่อนงานจริงในพื้นที่ เป็นการสร้างความเข้มแข็งให้คนเล็กคนน้อยในพื้นที่ เป็นการส่งเสริมให้เกิดกระบวนการอย่างแท้จริง หากเรา ๔๐ กว่าองค์กร มีการเปิดพื้นที่ใหม่ แห่งการปฏิรูป เพื่อเกิดความหวัง ความไว้วางใจร่วม เหล่านี้จะเป็นยุทธศาสตร์ในการทำงานในระดับพื้นที่ร่วมกัน"
นายอำพล จินดาวัฒนะ กล่าวเพิ่มเติมว่า ความพยายามที่จะร่วมมือมีมานานแล้ว ต่อประเด็นชุมชนเข้มแข็ง สุขภาวะ ตำบลสุขภาวะ แต่ที่ผ่านมามีการอภิบาลโดยรัฐ คือมีหน่วยงานส่วนกลางไล่ลูกระนาดลงไปสู่ข้างล่าง ก็จะทำให้แยกกันคิด แยกกันทำ พอมองลงไปที่ชุมชน ศูนย์กลางจริงๆ ต้องอยู่ตรงนั้น แผนยุทธศาสตร์ของเราคือ เป็นการรวมข้างบนเพื่อไปสนับสนุนข้างล่าง ทำอย่างไรให้เราอภิบาแบบใหม่เกิดขึ้น คือ เครือข่ายอภิบาลแบบใหม่ และมีกลไกหรือเครื่องมือเพื่อให้เกิดการทำงานร่วมกัน ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญ คือ ๑) มีการเชื่อมโยงตัวละครให้มากขึ้น ๒) ตัวละครมีความแตกต่างกัน แยกส่วนกัน หากจะมาบังคับให้เขาทำเหมือนกันไม่ต้อง ซึ่งจะต้องมี (๑) ค่านิยมร่วมกัน ซึ่งเป็นค่านิยมที่ต้องเห็น (๒) คุณค่าร่วมกัน (๓) มีหลักการร่วมกัน ๔) มีการถกแถลง (๕) มาด้วยความสมัครใจ คบกันในแนวนอน หลักการดังกล่าวเป็นหลักที่สำคัญ
“If you want to go fast you go alone If you at to go far we go together ถ้าต้องการเดินให้เร็วขึ้น ต้องเดินคนเดียว แต่ถ้าต้องการเดินให้ได้ไกล ให้เดินด้วยกัน หากเราเข้าใจ แต่เรามาถักทอกลไกร่วมกัน เพื่อประสานกันอย่างจริงจัง และมีเครื่องมือเพื่อนำมาสู่การอภิบาลร่วมกันอย่างยั่งยืน”
นายพลเดช ปิ่นประทีป เลขาธิการสถาบันชุมชนท้องถิ่นพัฒนา กล่าวว่า ในการลงนามร่วมกัน ๓๓ องค์กรในการสนับสนุนตามคำประกาศหรือปฏิญญา ก่อนมาเป็นร่างมติมีการวิจัยฐานข้อมูลองค์กรชุมชน ใน ๒๐ หน่วยงาน และแต่ละองค์กรมีการทำอย่างต่างคนต่างทำในเรื่องขององค์กรเข้มแข็ง รวม ๓๐๑,๐๐๐ องค์กร เหล่านี้มีการประเมินเชิงคุณภาพประมาณ ๑๐๐,๐๐๐ กว่าองค์กร โดยหน่วยงานแม่ข่าย พบว่า มีความเข้มแข็งเพียง ๓๐% จึงเป็นที่มาว่า การผสานพลัง ๓๐ กว่าองค์กร เรามาวางเป้าว่า ๑๐ ข้างหน้า เราต้องทำให้องค์กรชุมชนเข้มแข็ง ๖๐% ของชุมชนทั้งหมด นับว่าเป็นการปฏิวัติจากข้างล่างขึ้นมา
“ยุทธศาสตร์ ๗ แสงเลเซอร์ มาจากแนวคิดของ ศ.นพ.ประเวศ วะสี เป็นการรวมแสง จะทำให้มีพลังอย่างมาก ภายใต้แนวคิดเหล่านี้เป็นการพูดเพื่อให้เห็นภาพอย่างง่ายและชัดเจน ดังนั้นเมือ่เราพูดถึงยุทธศาสตร์รวมกันให้เหมือนแสงเลเซอร์ดังกล่าว จะต้องมีเครื่องมือ ๗ ชิ้นประกอบส่วนกัน ชิ่นที่สำคัญเพื่อให้แสงเข้ามาคือ มีเป้าหมายร่วมกันในการส่งเสริมให้ชุมชนเข้มแข็ง เครือ่งมืออีกประการคือ ๔ แผนงาน และ ๑๐ โครงการ หากทำแล้วจะทำให้ภารกิจขององค์กรบรรลุและนำไปสู่ความสำเร็จร่วมกัน และสุดท้าย กลไก ทั้งระดับชาติ ระดับพื้นที่ตำบลและจังหวัด และระดับหมู่บ้าน-ชุมชน หลังจากพิธีลงนามแล้วจะเชิญ ๓๓ องค์กรภาคีมาพบปะกันทุกเดือน เป็นประจำไป ๑๐ ปี เพื่อติดตาม เพื่อสนับสนุน และเพื่อเรียนรู้ร่วมกัน ใช้ศักยภาพขององค์กรร่วมกัน”
ในวันเดียวกันมีพิธีปิด โดย นางศิรินา ปวโรฬาวิทยา ประธานคณะกรรมการจัดสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๕๖ พร้อมพิธีส่งมอบประธานคณะกรรมการจัดสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๕๗ ต่อให้กับ นายเจษฎา มิ่งสมร





