เมื่อวันที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2557 มีการประชุมร่วมกันระหว่างเครือข่ายแก้ไขปัญหาที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัยภาคกรุงเทพ.ปริมณฑลและภาคตะวันออก และสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน(พอช.) ณ สำนักงานการศึกษานอกโรงเรียน(กศน.) จังหวัดนนทบุรี เพื่อระดมปัญหาและผลลัพธ์ที่อาจเกิดขึ้นหลังการจัดตั้ง “กองทุนนา” เช่านวัตกรรมใหม่ที่จะนำมาใช้กับพื้นที่จังหวัดที่เกษตรกรไม่สามารถครอบครองที่ดินได้เนื่องจากกลไกราคา
สุรินทร์ ฉิมยาม จากปทุมธานีกล่าวว่า ผลกระทบจากภัยพิบัติธรรมชาติและการเข้ามามีอิทธิพลในเชิงภาคธุรกิจ หรือระบอบทุนนาย ตอนที่เกิดอุทกภัยปี 54 จังหวัดปทุมธานีได้รับความเสียหายอย่างหนัก และยาวนานร่วม 3 เดือน ที่นาล่มหมดไม่สามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ และยังต้องจ่ายค่าเช่าทุกเดือน ถ้าไม่มีเงินก็ต้องไปกู้ ร้อยละสี่ ร้อยละห้า มาจ่ายให้เจ้าของที่ ทั้งที่เราเองก็ลำบาก
นายชะโอด หลาบเจริญ จากนนทบุรี กล่าวว่า “เมื่อก่อนที่ดินไร่ละ6หมื่นบาท ตอนนี้ไร่ละ9 แสน ชาวบ้านขายที่นาให้กับนายทุน สุดท้ายก็ต้องไปเช่าที่ทำนา บางคนเช่าทำนาบนที่นาเดิมของตนเองด้วยซ้ำ”
สถานการณ์ของเกษตรกรจากเจ้าของที่ดินทำนา กลายเป็นผู้เช่าที่ดินพื้นที่ของตนที่ขายให้แกนายทุน แม้ยังสามารถทำให้ดำรงชีวิตต่อได้แต่ขาดความมั่นใจและความมั่นคงของชีวิต
นายรันทม แหสมุทร จากจังหวัดปทุมธานี กล่าวว่า “ของผมไม่มีสัญญาเช่าเหมือนกัน โดนตำรวจมาจับถึงที่นาเลย เจ้าของที่ไปแจ้งความว่าผมบุกรุกที่ดิน โชคดีที่มีกองทุนฯเตรียมจะซื้อที่ดิน เลยไปกู้มาประกันตัว พอเขาพิสูจน์จากการสอบถามกับแปลงข้างเคียงว่า ผมเช่าทำตรงนี้มานานแล้ว ก็เลยพ้นข้อหา ถ้าไม่มีกองทุนฯ ไม่รู้ป่านนี้เป็นจะอย่างไรบ้าง เพราะเขาเจตนาไล่เราทั้งที่เราจ่ายค่าเช่าให้ทุกเดือน ๆ ”
นอกจากนี้ยังมีอีกหลายเสียงสะท้อนปัญหาของพี่น้องเกษตรกรที่ไม่ได้รับความเป็นธรรม โดยเฉพาะพื้นที่ ที่มีอัตราการเจริญเติบโตอย่างเร็วทางด้านเศรษฐกิจ เช่นเดียวกับจังหวัดที่อยู่ในเขตปริมณฑล ซึ่งกำลังเผชิญปัญหาเกี่ยวกับการรุกคืบของบ้านจัดสรร โรงงานอุตสาหกรรม หรือแม้แต่การกว้านซื้อที่ดินเพื่อการเก็งกำไร จนทำให้ที่ดินมีมูลค่าสูงเกินกว่าจะนำมาลงทุนด้านการเกษตร ส่งผลให้เจ้าของที่ดิน ตัดสินใจขายโดยไม่ลังเล ส่วนผู้ที่ได้รับผลกระทบก็คือเกษตรกรซึ่งเป็นผู้เช่าที่ดินทำกิน
กองทุนนาเช่า จึงเป็นเครื่องมือและทางออกหนึ่งในการสร้างความมั่นคงสำหรับการเช่าที่ดินให้กับเกษตรกรโดยเป็นกลไกที่ทำให้สมาชิกสามารถชำระค่าเช่าได้ตรงเวลา แม้ในช่วงวิกฤติการณ์ต่าง ๆ ที่ไม่สามารถทำการเพาะปลูกได้ แต่ยังต้องจ่ายค่าเช่าตามปรกติเพื่อไม่ให้สิทธิ์ในการเช่าหลุดมือ และยังสามารถกู้ยืมเงินกองทุนฯเพื่อนำไปหมุนเวียนในการเพาะปลูกด้วยอัตราดอกเบี้ยต่ำ โดยไม่ต้องพึ่งพาปัจจัยภายนอก ความแตกต่างของกองทุนนาเช่ากับกองทุนแก้ไขปัญหาที่ดินทำกินฯโดยทั่วไปที่มีวัตถุประสงค์ในการจัดซื้อที่ดิน เพื่อให้สมาชิกกองทุนฯมีการบริหารจัดการร่วมกัน จะเป็นแปลงใหญ่หรือแปลงย่อยขึ้นอยู่กับบริบทของแต่ละพื้นที่ ภายใต้เงื่อนไขว่า ที่ดินจะต้องเป็นกรรมสิทธิ์ของสมาชิกกองทุนฯทุกคน ไม่สามารถขาย เปลี่ยนมือหรือให้เช่า ยกเว้นทายาทเท่านั้นที่สามารถรับโอนกรรมสิทธิ์จากการใช้ประโยชน์บนผืนดินดังกล่าวในการเพาะปลูก
สิ่งสำคัญคือ การสร้างความเข้าใจให้กับเจ้าของที่ดินจะต้องเป็นไปอย่างละมุนละม่อม ไม่มุ่งเน้นที่จะต่อรองเพื่อลดหรือเพิ่มราคาค่าเช่า แต่มีเป้าหมายในการขยายระยะเวลาในสัญญาเช่า โดยชี้ให้เห็นถึงหลักประกันว่ากองทุนฯนี้ สามารถชำระค่าเช่าให้กับเจ้าของที่ดินได้ตรงเวลา แม้จะเกิดภัยพิบัติ หรือราคาผลผลิตตกต่ำหากมีการสื่อสารคลาดเคลื่อนไม่ตรงกัน อาจทำให้เจ้าของที่รู้สึกว่ากำลังถูกชาวบ้านกดดันจนเกิดแรงต้านโดยไม่จำเป็นและอาจส่งผลร้ายถึงขั้นยกเลิกสัญญา จึงต้องใช้ความระมัดระวังเป็นอย่างมาก
รายงานโดย นายอำนาจ กุศล ผู้สื่อข่าวชุมชนจ.นนทบุรี


