พิมพ์
ผู้ดูแลระบบ
หมวดหลัก: ข่าวความเคลื่อนไหวงานพัฒนา
ฮิต: 2704

02 1Tasaw

 

 

 

 

 

“ใช้รูปแบบเดียวกันกับร้านสะดวกซื้อ แต่แตกต่างกันที่สินค้าที่นำมาจำหน่ายในร้าน

จะต้องนำมาจากสินค้าของสมาชิกก่อนเป็นอันดับแรก

ที่เหลือจึงจะเป็นการนำสินค้าทั่วไปที่ต้องกินต้องใช้ในชีวิตประจำวัน”

 

          ล้วนเป็นที่ยอมรับของนักเดินทางที่ว่า “กาญจนบุรี” คือ ดินแดนแห่งธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ด้วยผืนป่า พรรณไม้ น้ำตก และประเพณีวัฒนธรรมอันหลากหลายของผู้คนหลากเชื้อชาติที่อาศัยอยู่ร่วมกันอย่างเอื้ออารี ทั้งไทย พม่า มอญ ปากะญอ ยิ่งไปกว่านั้น ด้วยความหลากหลายของพื้นที่และเรื่องราวที่สั่งสมอยู่ในจังหวัดชายแดนตะวันตกแห่งนี้ กาญจนบุรีจึงเป็นจุดหมายปลายทางที่เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวทุกผู้คน

          “ร่วมใจกันพัฒนาคุณภาพชีวิต ยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียง สร้างความมั่นคงในอาชีพการเกษตร เน้นพึ่งพาตนเอง อยู่ร่วมกับธรรมชาติอย่างยั่งยืน” ตัวหนังสือขนาดใหญ่เขียนไว้บริเวณศูนย์สาธิตการเกษตรร้านค้าชุมชน ต.ท่าเสา แสดงวิสัยทัศน์ของกลุ่มเกษตรกรที่มุ่งมั่นพึ่งพาตนเอง บนฐานความมั่นคงของอาชีพการเกษตร ผสานกับการทำเศรษฐกิจให้เติบโตอย่างพอเพียง เพื่อสร้างหลักประกันในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนท่าเสา

           ตำบลท่าเสา อยู่ในเขตพื้นที่อำเภอไทยโยค จังหวัดกาญจนบุรี มี ๑๑ หมู่บ้าน แบ่งการปกครองเป็น ๒ ท้องถิ่น คือ องค์การบริหารส่วนตำบลท่าเสา และเทศบาลน้ำตกไทยโยคน้อย มีประชากรทั้งหมด ๑๑,๗๐๙ คน ส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรมและปศุสัตว์  ในช่วงที่ผ่านมาพื้นที่ตำบลท่าเสาประสบปัญหามากมาย จึงได้มีการเก็บข้อมูลรายครัวเรือน พบว่า ประชากรมีความหลากหลายของผู้คนที่อพยพมาจากทั้งภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคใต้ ภาคอีสาน รวมถึงประชาชนที่ถือสัญชาติมอญ พม่า กระเหรี่ยง รวมถึงปัญหาทั้งเรื่องที่ดินทำกิน และผลผลิตทางการเกษตรตกต่ำ ทำให้สินค้าในชุมชนไม่สามารถจำหน่ายได้คุ้มทุนที่ลงไปค่อนข้างสูง ทำให้ประชาชนมีหนี้สินเพิ่มขึ้น ส่งผลกระทบในหลายด้าน  จากข้อมูลดังกล่าวจึงมีแนวคิดที่จะทำให้ชุมชนสามารถแก้ไขปัญหาเรื่องรายได้ไม่เพียงพอกับค่าใช้จ่าย จึงตั้ง “ร้านค้าชุมชน”ขึ้น

          นายพิพัฒน์  แก้วจิตคงทอง รองประธานวิสาหกิจชุมชนศูนย์สาธิตการเกษตรร้านค้าชุมชน ต.ท่าเสา เล่าให้ฟังว่า แนวคิดเบื้องต้นในการตั้งร้านค้าชุมชน เราเริ่มด้วยการให้บริการ การส่งเสริม การลดต้นทุนการผลิต ลดการถูกเอารัดเอาเปรียบด้านราคาสินค้า เป็นการสนับสนุนให้สมาชิกหลุดพ้นจากภาวะหนี้สินนอกระบบ โดยใช้กระบวนการออมทรัพย์ มีการจัดทำบัญชี และมีสวัสดิการให้กับสมาชิก ทำให้สามารถลดรายจ่ายในครัวเรือนลง มีเงินออมมากขึ้น หนี้สินหมดไป ความสุขก็จะกลับคืนมา”

          ศูนย์สาธิตการเกษตรร้านค้าชุมชนตำบลท่าเสา จัดตั้งครั้งแรกเมื่อวันที่ ๑๘ ตุลาคม ๒๕๔๔ เป็นร้านค้าเล็กๆ ในชุมชน มีสมาชิกเริ่มแรก ๖๕ คน มีหุ้น ๘๐๐ หุ้นๆ ละ ๑๐๐ บาท หลังจากขายได้ ๖ เดือน มีการสรุปยอดรายรับรายจ่ายผลเป็นที่น่าพอใจสมาชิกได้รับประโยชน์โดยตรง ทำให้สมาชิกสนใจซื้อหุ้นเพิ่มมากขึ้น เป็น ๘,๐๐๐ หุ้น กระทั่งสมาชิกมีมติร่วมกันในการหาสถานที่จัดตั้งร้านค้าชุมชนใหม่ จึงได้นำเงินจากการขายหุ้นส่วนหนึ่งซื้อที่ดิน ๖ ไร่ สมาชิกและคณะกรรมการช่วยกันก่อสร้างอาคารร้านค้า ปัจจุบันมีที่ดินเพิ่มขึ้นเป็น ๘ ไร่ และได้มีการก่อสร้างอาคารเพิ่มเติมตามจำนวนสินค้าที่เพิ่มมากขึ้น

          ในปี ๒๕๔๘ มีพระราชบัญญัติส่งเสริมวิสาหกิจชุมชน กลุ่มจึงได้จดทะเบียนวิสาหกิจชุมชน ภายใต้ชื่อ “กลุ่มวิสาหกิจชุมชนศูนย์สาธิตการเกษตรร้านค้าชุมชน” เมื่อวันที่ ๙ พฤศจิกายน ๒๕๔๘ มีคณะกรรมการบริหารร้านค้า จำนวน ๑๕ คน แบ่งเป็น ทีมบริหาร จะดูเรื่องทิศทางการขยายตลาดการปรบกลยุทธ์ต่างๆ ฯลฯ เพื่อให้ร้านค้าเติบโตอย่างมั่นคง ทีมการตลาด ทีมการเงินและการบัญชี และทีมติดตามตรวจสอบ มีการประชุมเดือนละ ๑ ครั้ง เพื่อให้สมาชิกได้รับทราบข้อมูลข่าวสารความรู้ด้านการเกษตรและความเคลื่อนไหวทางการเงินของศูนย์ฯ

          ปัจจุบันมีหุ้นทั้งหมด ๔๙,๘๗๕ หุ้น รวมเป็นเงิน ๔,๙๘๗,๕๐๐ บาท สมาชิก ๕๕๙ คน แบ่งเป็น กลุ่มโรงเรียน ๖ กลุ่ม จาก ๒ หมู่บ้าน และ ๒ โรงเรียน มีการพัฒนาระบบการระดมทุน เช่น การออม การถือหุ้น และมีการตั้งคณะทำงานระดับจังหวัดเพื่อดูแลและสนับสนุนการพัฒนาระบบทุนเพื่อเชื่อมโยงการผลิต การรวบรวมสินค้า และการจัดส่งอย่างครบวงจร

          ทุกกสิ้นปีมีการจ่ายเงินคืนให้กับสมาชิกที่ซื้อสินค้าในร้านค้าร้อยละ ๑ บาท และปันผลคืนให้สมาชิกร้อยละ ๑๒-๑๓ บาทต่อ ๑ หุ้น และมีการจัดสรรผลกำไรที่เกิดขึ้น ดังนี้ (๑) ปันผลให้กับสมาชิกที่ถือหุ้น ร้อยละ ๕๐ (๒) สมทบเป็นทุนดำเนินการของร้านค้าชุมชน ร้อยละ ๒๐ (๓) สมทบกองทุนสวัสดิการร้านค้าชุมชน ร้อยละ ๑๕ และ (๔) ค่าตอบแทนคณะกรรมการ ร้อยละ ๑๕

          นายพิพัฒน์  แก้วจิตคงทอง รองประธานวิสาหกิจชุมชนศูนย์สาธิตการเกษตรร้านค้าชุมชน ต.ท่าเสา เล่าเพิ่มเติมว่า วิสหกิจชุมชนศูนย์สาธิตการเกษตรร้านค้าชุมชน เราวางเป้าหมายให้เป็นตลาดของชุมชน ทั้งการซื้อและการขายสินค้า เพื่อให้ชุมชนเป็นผู้ได้รับประโยชน์สูงสุด จึงได้มีการวางรูปแบบการบริหารอย่างเป็นระบบ โดยยึดหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ที่ถือเป็นหัวใจสำคัญของการบริหารวิสาหกิจชุมชนของเรา

          “เราเน้นการสนับสนุนให้เกิดเครือข่ายร้านค้าชุมชนขึ้นในระดับตำบล เพื่อรองรับการผลิตและการบริโภคในชุมชน ใช้รูปแบบเดียวกันกับร้านสะดวกซื้อ แต่แตกต่างกันที่สินค้าที่นำมาจำหน่ายในร้านนั้น จะต้องนำมาจากสินค้าของสมาชิกก่อนเป็นอันดับแรก ที่เหลือจึงจะเป็นการนำสินค้าทั่วไปที่ต้องกินต้องใช้ในชีวิตประจำวัน และพนักงานขายในร้านก็ต้องเป็นลูกหลานของสมาชิกเท่านั้น เป็นการสร้างงานสร้างอาชีพให้กับคนในชุมชน”

          ฟาร์ม เอ้าท์เล็ท(Farm Outlet) หรือ ศูนย์จำหน่ายสินค้าเกษตรชุมชน เปิดอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ ๔ เมษายน ๒๕๕๗ เป็นการยกระดับกลุ่มวิสาหกิจชุมชนศูนย์สาธิตการเกษตรร้านค้าชุมชน เพื่อสร้างช่องทางการจำหน่ายและขยายตลาดให้กับเกษตรกรและสมาชิกในชุมชน สินค้าส่วสใหญ่เป็นสินค้าเกษตรแปรรูปและผลิตภัณฑ์จากชุมชน อาทิ ผักพื้นบ้าน ผักปลอดสารพิษ ผลไม้ตามฤดูกาล น้ำพริก น้ำสมุนไพรและอาหารอื่นๆ เป็นต้น นอกจากจำหน่ายสินค้าให้กับคนในชุมชนแล้ว ยังมีเป้าหมายในการจำหน่ายสินค้าให้กับนักท่องเที่ยว  โดยได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากสำนักงานการค้าภายในจังหวัดกาญจนบุรี และหน่วยงานภาคีให้การสนับสนุน

          นอกจากดูแลกันในเรื่องลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ ให้เกิดเศรษฐกิจหมุนเวียนในชุมชน เพื่อลดปัญหาหนี้สินทั้งนอกและในระบบแล้วนั้น กลุ่มวิสาหกิจชุมชนยังได้มีการจัดสวัสดิการให้กับคนในชุมขน ตั้งแต่เกิดจนตาย อาทิ กองทุนฌาปนกิจสงเคราะห์ ให้สวัสดิการแก่ครอบครัวสมาชิกผู้เสียชีวิต ศพละ ๑๒,๕๐๐ บาท กองทุนสวัสดิการร้านค้าชุมชนและสถาบันการเงินชุมชนพุทธวิมุติ เป็นการจัดสวัสดิการให้กับสมาชิกและผู้ด้อยโอกาสในชุมชน คือ มีนำเงินจากการจัดสรรผลกำไรจากศูนย์สาธิตการเกษตรร้านค้าชุมชน ๑๕% ผลกำไรของสถาบันการเงินชุมชนพุทธวิมุติ ๑๕% มาสมทบให้กับสมาชิกที่ป่วย นอนโรงพยาบาล คืนละ ๕๐ บาท ไม่เกิน ๑๕ คืน/ปี ทุนการศึกษาให้แก่โรงเรียนในชุมชน ปีละ ๒๐,๐๐๐ บาท สนับสนุนชุดนักเรียน นักศึกษา แก่บุตรสมาชิก ปีละ ๑๐,๐๐๐ บาท ให้ทุนแก่ผู้ด้อยโอกาส ผู้สูงอายุ ผู้พิการ เด็กในทุกปี รวมถึงกิจกรรมสาธารณะประโยชน์

          นายพิพัฒน์  กล่าวเพิ่มเติมว่า นอกจากเราจะทำวิสาหกิจชุมชน เพื่อคนในชุมชนแล้ว เรายังร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทำเรื่องสวัสดิการชุมชน เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้กับสมาชิก ตั้งแต่ เกิด แก่ เจ็บ ตาย  เราเน้นให้เกิดการพึ่งพาตนเองก่อนเป็นอันดับแรก ใช้หลักการมีส่วนร่วมจากทุกคน ทุกฝ่าย ทำงานเพื่อรับประโยชน์ร่วมกัน ไม่แสวงกำไรจากสมาชิก เป็นการส่งเสริมคุณภาพชีวิตของคนในชุมชนให้ดีขึ้น ทำให้ทุกคนมีความเป็นเจ้าของ และกล้าที่จะแสดงความคิดเห็น เพื่อพัฒนาชีวิตและชุมชนให้ดีขึ้น

          ในปี ๒๕๕๗-๒๕๖๒ กลุ่มวิสาหกิจชุมชนศูนย์สาธิตการเกษตรร้านค้าชุมชนตำบลท่าเสา มีแผนที่จะสร้างศูนย์ฝึกอบรมศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงในตำบล รวม ๑๐ สถานี ประกอบด้วย สถานีเรียนรู้เรื่องการบริหารร้านค้าชุมชน เรื่องสถาบันการเงินชุมชน เรื่องเกษตรอินทรีย์ เรื่องป่าชุมชน เรื่องกองทุนสวัสดิการชุมชน เรื่องการผลิตปุ๋ยหมัก/ปุ๋ยชีวภาพ เรื่องการผลิตไบโอดีเซล เรื่องการผลิตแก๊สหุงต้มจากมูลสัตว์และเศษอาหาร เรื่องการผลิตน้ำส้มควันไม้ เรื่องแปลงเพาะพันธุ์พืชสมุนไพร ไม้ดอกไม้ประดับ  และในปี ๒๕๕๘ องค์การบริหารส่วนตำบลท่าเสา มีแผนในการสนับสนุนงบประมาณในการจัดงานแสดงสินค้าทางการเกษตรเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงเกษตรอีกด้วย

          สำหรับผู้ที่ผ่านไปผ่านมาเพื่อท่องเที่ยวสถานที่ต่างๆ ในเขตอำเภอไทรโยค อำเภอทองผาภูมิ และอำเภอสังขระบุรี สามารถแวะชม และซื้อของฝากปลอดภัยจากชุมชน โดยชุมชน เพื่อชุมชน ติดไม้ติดมือเป็นของฝากแนวรักษาสุขภาพได้ดีทีเดียว เป็นการสนับสนุนให้ชุมชนลดรายจ่ายเพิ่มรายได้พึ่งพาตนเองจากข้างในได้อย่างดีเยี่ยมเลยทีเดียว

 

 

 

04Tasaw03Tasaw05Tasaw01Tasaw

 

 

 

 

 

แบ่งปัน
Submit to FacebookSubmit to Google PlusSubmit to Twitter