พิมพ์
ผู้ดูแลระบบ
หมวดหลัก: ข่าวความเคลื่อนไหวงานพัฒนา
ฮิต: 759

Parakorn01อำนาจเจริญภายหลังจากที่มีการประกาศธรรมนูญประชาชนฅนอำนาจเจริญ ต่อเนื่องมาถึงการผลักดันทิศทางการพัฒนาเพื่อมุ่งไปสู่เมืองธรรมเกษตร จนถึงวันนี้ที่คนอำนาจเจริญพร้อมใจกันสำรวจข้อมูลเพื่อกำหนดแผนพัฒนาจากระดับตำบล สู่แผนยุทธศาสตร์การพัฒนาจังหวัดโดยภาคประชาชน

ในมุมมองขององค์กรสนับสนุนสำคัญอย่างสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) มีแนวคิด มุมมองต่อขบวนองค์กรชุมชนจังหวัดอำนาจเจริญอย่างไร นายพลากร วงศ์กองแก้ว ผู้อำนวยการ พอช. ได้แสดงทัศนะซึ่งทำให้เห็นทิศทางที่จะเคลื่อนไปข้างหน้าได้เป็นอย่างดี

พอช.ต้องปรับตัว เปลี่ยนกระบวนทัศน์

พอช.มาถึงจุดที่ต้องเปลี่ยน กระบวนคิด กระบวนทัศน์ และกระบวนการ ที่จะทำงานร่วมกับขบวนองค์กรชุมชน ความหมายคือว่า วันนี้เราพากันมะรุมมะตุ้มกับตัวชี้วัด การกวาดโครงการต่างๆขึ้นมาขออนุมัติเพื่อเอางบลงไปให้ชาวบ้าน ตนเองยอมรับว่าเป็นเรื่องหนัก และทำให้ตรึงกำลังเราอยู่แค่นั้น ทำให้วิสัยทัศน์ที่จะไปสู่เรื่องดีๆ ที่เราพูดไว้ไปไม่ถึง

คิดว่ามีอยู่ 2 เรื่องที่ต้องตั้งต้นและรีบฟันธงทำ ที่สำคัญมากคือเรื่องข้อมูล เป็นจุดคานงัดสำคัญที่จะเปลี่ยนกระบวนคิด กระบวนการทำงานของเจ้าหน้าที่ไปอีกแบบหนึ่ง ซึ่งถ้าทำดีๆ จะเปลี่ยนทั้งภาคีการพัฒนา และเปลี่ยนทั้งพื้นที่ด้วย ดังนั้นจะต้องรีบทำ แต่เจ้าหน้าที่ในขณะนี้ก็ยังไม่พร้อมที่จะทำ ในฐานะส่วนบริหารต้องนำ และรีบลงมาทำ ไม่ได้คาดหวังว่าเจ้าหน้าที่ทุกคนจะเข้าใจ ซึ่งในเวทีเจ้าหน้าที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนใต้มากับเกือบครบทีมซึ่งเป็น Spirit ที่ดี และน้องๆ หลายท่าน พร้อมๆกับชาวบ้านหลายส่วนก็มาร่วมกัน

“สถาพที่เราบอกว่าถ้าเรานำด้วยข้อมูล มีเครือข่ายมากมาย มีคนมากมาย ปริมาณนี่เป็นเรื่องชัดเจน ถ้ามีข้อมูลที่ดี ชัดเจน และทำโดยชาวบ้าน กำกับโดยชาวบ้าน จะเปลี่ยนจากที่ชาวบ้านมาประชุม มีการคาดเดาอย่างนั้นอย่างนี้ จะกลายมาเป็นการใช้ข้อมูลในการทำงาน ซึ่งเป็นเรื่องที่ดีในกระบวนการพัฒนา ซึ่งถ้าเริ่มต้นได้ดีจะไปได้และก่อรูปขยายไป” ผู้อำนวยการ พอช. กล่าว

เรื่องเวทีประชุมเครือข่ายหนุนเสริมการจัดเก็บและวิเคราะห์ข้อมูลสู่การวางแผนการพัฒนาระดับตำบล เป็นเรื่องที่ภาคีอื่นมาช่วยทำ พอช.เองไม่ต้องออกแรง แค่เอาตัวเข้ามา เป็นข้อมูลที่น่าตื่นเต้นเพราะชาวบ้านเป็นฝ่ายทำ คนวิเคราะห์และรวบรวมเป็นนักพัฒนา รวมกับภาคีที่เก่งในเรื่องข้อมูล การจับประเด็นมาร่วมด้วย หน่วยงานในพื้นที่ทั้งองค์การบริหารส่วนจังหวัด หรือมหาวิมยาลัยมหิดล วิทยาเขตอำนาจเจริญมาสนับสนุนร่วมด้วย เป็นการเคลื่อนทั้งองค์คาพยพเป็นความเคลื่อนไหวเพื่อให้ได้ข้อมูลแล้วนำทำเป็นแผนพัฒนาจังหวัดขึ้นมา

ที่ต้องทำต่อเนื่องคือแผนงานที่จะนำข้อมูลไปใช้ ไม่เพียงแค่เอาข้อมูลไปวางแผนเพื่องบประมาณ ซึ่งจะเป็นเรื่องที่ตกหลุมเก่าอีก แต่เป็นแผนงานที่จะวางระบบเตรียมการล่วงหน้าในทุกๆเรื่องที่จะทำให้คุณภาพชีวิตของคนอำนาจเจริญดีขึ้นมา และทำให้จัดลำดับความสำคัญอะไรก่อนอะไรหลัง ทำให้กำหนดตนเองได้ว่าจะทำอะไร ซึ่งจุดนี้จะเป็นการทำแผนเพื่อไปสู่การจัดการตนเองนั่นเอง

ซึ่งข้อมูลกับแผนงานจะเป็นจุดคานงัดสำคัญ เราต้องช่วยระดมกันหน่อย มีการเคลื่อนไหวมากๆขึ้นจะทำให้เกิดความชัดเจนใน พอช. จะช่วยได้มากในการเปลี่ยน พอช.จากมนุษย์โครงการ วิ่งไล่ตามตัวชี้วัด จากมนุษย์ที่มีแต่งานประชุม ไปสู่การทำงานที่มีคุณค่าและมีความภาคภูมิใจมากขึ้นได้ ซึ่งเป็นเรื่องภายในที่ต้องทำ

อำนาจเจริญต้นแบบจังหวัดจัดการตนเอง

เรื่องที่ 2 เรื่องจังหวัดจัดการตนเอง เราต้องติดตั้งระบบที่ทันสมัยสำหรับเรื่องการจัดการตนเอง เราจะไม่ชวนชาวบ้านไปทำข้อมูลแบบเก่าเป็นปีเป็นเดือนแต่ก็ไม่สามารถนำมาใช้ประโยชน์ เราอาจหันมาใช้ระบบไอที หรืออินเตอร์เน็ตที่มีแอบพริเคชั่น เพราะชาวบ้านทำได้มีมือถือกันทุกคน เยาวชนก็ตื่นตัวในการใช้เครื่องมือเหล่านี้ พัฒนาขึ้นมาเป็นการจัดการตนเองที่ทันสมัย เมื่อนำไปเสนอกับผู้ว่า อาจทำให้เห็นเปรียบเทียบว่าราชการยังไม่ทำในแบบนี้เลย เป็นการบอกว่าชาวบ้านสามารถทำงานพัฒนาได้ เป็นเจ้าของการพัฒนาที่แก้ไขปัญหาตนเองได้ เป็นการจัดการตัวเองในเรื่องข้อมูลที่นำไปสู่ทุกเรื่อง ซึ่งจะเป็นความจริงหรือไม่ขึ้นอยู่กับข้อมูลและแผนงานที่ยืนอยู่บนปัญหาของชาวบ้านจริงๆ

และระบบคิดวิเคราะห์ซึ่งก็มาจากหลายทางทั้งจากทีมอาจารย์เดชรัตน์ สุขกำเนิด ที่มีประสบการณ์เป็นที่ปรึกษาคณะกรรมการปฏิรูปหลายชุด จะชัดว่าในระบบจังหวัด ระดับตำบลจะมีระบบคิดวิเคราะห์อย่างไร หรือแม้กระทั่งนายแพทย์วิจารณ์ ก็มาช่วยมีภาคีมาร่วมหลายฝ่าย เรื่องการจัดการตนเองจะไม่โดดเดี่ยวรวมทั้งภาคีข้างล่างก็มาร่วมกับเราด้วย  

การปฏิรูปต้องเริ่มจากสิ่งที่ประชาชนทำได้ จัดการได้ และประชาชนเป็นเจ้าของเอง

การปฏิรูป ถึงยุคที่เราจะต้องประกาศตัวตนว่าเราจะปฏิรูปตัวเอง ปฏิรูปสังคม ปฏิรูปประเทศ แม้ช่วงระยะ 3-4 ปีที่ผ่านมาเราจะพูดกันมาโดยตลอด แต่เรายังขาดรูปธรรมเรายังจับไม่มั่น ที่ผ่านมายังลงไม่ถึงข้างล่าง แต่ ณ วันนี้อาจถึงเวลาแล้วก็ได้ที่กลไกและกระบวนการที่ทำในระดับตำบล จังหวัดจะก่อรูปร่างเค้าโครงของการปฏิรูประบบท้องถิ่น ระบบชุมชนจัดการตนเองได้อย่างไร

ซึ่งไม่มีใครสามารถฟันธงได้ว่าเป็นอย่างนั้นเป็นอย่างนี้ แต่อยู่ในการค้นหาซักระยะหนึ่งแล้วเสนอเลยว่าข้างล่างต้องทำอย่างนี้แล้วจะนำไปสู่การกระจายอำนาจได้จริงๆ ไม่ใช่กระจายอำนาจไปให้ศาลากลางไปให้ผู้ว่าฯ แต่การกระจายครั้งนี้ประชาชนได้แน่ๆ คนเล็กคนน้อยทั้งหมดมีผลแน่ๆ ซึ่งบทเรียนของอำนาจเจริญทำให้มองเห็น 3 เรื่อง

1) การปฏิรูปผ่านระบบงานข้อมูล ซึ่งอำนาจเจริญเข้มแข็งมาก 2) ปฏิรูปผ่านการจัดการ เพราะชาวบ้านทำกับมือจะรู้ว่าจะดึงคนเล็กคนน้อยมาสู่การจัดการเรื่องต่างๆได้อย่างไร 3) ปฏิรูปผ่านประเด็นงานไม่ว่าจะสวัสดิการ สภาองค์กรชุมชน การจัดการที่ดิน เศรษฐกิจและทุนชุมชน หรืองานบ้านมั่นคง ที่คนอำนาจเจริญทำมากับมือ การจัดการเหล่านี้จะเกิดข้อสรุปได้ว่า รูปร่างหน้าตาที่เป็นส่วนหนึ่งของสถาบันในท้องถิ่นจะมีรูปร่างหน้าตาอย่างไร หรือในอนาคตระบบการเลือกตั้งระบบเหล่านี้จะทำงานคู่ไปกับการเลือกตั้ง ซึ่งการออกแบบปัจจุบันนี้ยังไม่ชัดเจน แต่เป็นการก่อรูปที่สำคัญของการปฏิรูปที่เสนอมาจากของจริง ไม่เสนอเพียงเอาด้านวิชาการมาจับว่าต้องทำอย่างนั้นอย่างนี้

สำคัญคือ การปฏิรูปจากสิ่งที่ประชาชนทำได้ จัดการได้ และประชาชนเป็นเจ้าของเอง จะมีรูปร่างหน้าตาอย่างไร รัฐเห็นด้วยท้องถิ่นเห็นด้วยกับโครงสร้างที่ทุกภาคส่วนเห็นร่วมกันหมดคิดว่าน่าจะไปได้ อาจเป็นสภา ที่มีสภาพัฒนาการเมือง สภาองค์กรชุมชน สภาพลเมืองอยู่ในนั้นด้วย ซึ่งคาดหวังว่าจะเกิดสิ่งนี้ภายใน 1-2 ปีข้างหน้านี้ พร้อมไปกับการจัดตั้งสภาปฏิรูปของ คสช. สภานิติบัญญัติ และรัฐบาลชุดใหม่ที่กำลังจะเกิดขึ้นในเร็ววันนี้ เพราะไม่งั้นบ้านเมืองจะกลับไปเหมือนเก่า กลับไปทะเลาะกันอย่างเดิม นี่คือเรื่องใหญ่ที่เราต้องมุ่งใน 2 ปีข้างหน้านี้

ที่ผ่านมาการเคลื่อนงานของจังหวัดอำนาจเจริญ ได้ก่อให้เกิดการเรียนรู้จากพื้นที่รอบๆ อย่างจังหวัดสุรินทร์ บุรีรัมย์ ยโสธร และอื่นๆที่มาเรียนรู้ร่วม เกิดการขยายตัวในการทำงาน พอช.เองต้องทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อม เป็นแรงหนุนผลักให้ขบวนชาวบ้านเดินไปข้างหน้า แม้จะมีข้อจำกัดมาก แต่ยังเชื่อว่าประเทศไทยไม่จนแต้ม ยังมีความหวัง

“เราต้องเป็นส่วนหนึ่งของห่วงโซ่แห่งการเปลี่ยนแปลง ซึ่งเป็นเรื่องที่ต้องพิสูจน์ มีจุดยืนที่มั่นคง หนักแน่น และให้กำลังใจซึ่งกันและกันต่อไป” ผู้อำนวยการ พอช.กล่าวในตอนท้าย

แบ่งปัน
Submit to FacebookSubmit to Google PlusSubmit to Twitter