พิมพ์
นางสาวสุภาภรณ์ ดำรงพันธ์
หมวดหลัก: ข่าวความเคลื่อนไหวงานพัฒนา
ฮิต: 1288

"เงินหนึ่งบาทอยู่กับเราก็มีค่าแค่หนึ่งบาท ถ้าเอาไปรวมกับคนอื่นหลายๆ คน

คนละหนึ่งบาทก็มีค่ามากขึ้นในการช่วยเหลือกันได้อย่างต่อเนื่อง"

    จากคำกล่าวของสมาชิกกองทุนสวัสดิการชุมชนโพธิ์พระยาร่วมใจบ่งบอกถึงรูปแบบความสำเร็จของการสมทบสามประสานการพัฒนาระหว่างชุมชน ท้องถิ่น ภาครัฐ กับการพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนในชุมชนที่กำหนดเป็นวิสัยทัศน์ของชุมชนได้ว่า โพธิ์พระยาเมืองน่าอยู่  เชิดชูคุณธรรม  สูงล้ำเศรษฐกิจ  คุณภาพชีวิตสดใส  การศึกษาก้าวไกล ร่วมใจพัฒนา

Slide1ชุมชนโพธิ์พระยาเป็นตำบลเก่าแก่  เชื่อว่ามีมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลายก่อนที่จะเสียกรุงศรีอยุธยาในปีพุทธศักราช  2310  ในยุคสมัยนั้นเมืองสุพรรณบุรีเป็นเมืองหน้าด่าน  ต้องคอยรองรับการยกทัพจับศึกกับพม่าอยู่เนืองๆ  ประกอบกับบริเวณพื้นที่ตำบลโพธิ์พระยาเป็นเส้นทางเดินทับของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช  เป็นพื้นที่สำหรับพักทับและเป็นที่ฝังศพเฉลยศึก (ป่าช้า)  ตรงบริเวณพื้นที่ฝังศพเฉลยศึกนี้เองที่พวกแม่ทับหรือเจ้าพระยาได้ทำการปลูกต้นโพธิ์ไว้จำนวนสี่ต้น (สี่ด้าน)  เพื่อเป็นขอบขัณฑสีมาใช้เป็นเขตแดนหรือบริเวณพื้นที่ฝังศพเฉลยศึก  จากการที่เจ้าพระยาเป็นผู้ปลูกต้นโพธิ์นี้จึงเรียกต้นโพธิ์นี้ว่าโพธิ์เจ้าพระยาต่อมาจึงเพี้ยนเป็นโพธิ์พระยาและเรียกหมู่บ้านนี้ว่า “บ้านโพธิ์พระยา”  ในสมัยนั้นมีพวกอยุธยา  ลาวเวียงจันทร์  และจีนยูนาน  อพยพมาจากทางเหนือเห็นว่าบ้านโพธิ์พระยานี้มีทำเลดีก็เลยตั้งถิ่นฐานอยู่ริมฝั่งแม่น้ำประกอบอาชีพค้าขาย  ทำนา  ทำสวน  มาจนถึงปัจจุบัน

เทศบาลตำบลโพธิ์พระยา ตั้งอยู่ทางทิศเหนือของอำเภอเมืองสุพรรณบุรี จังหวัดสุพรรณบุรี ระยะทางห่างจากศาลากลางจังหวัดสุพรรณบุรี (ศูนย์ราชการ) ประมาณ 2.5 กิโลเมตร เทศบาลตำบลโพธิ์พระยา มีพื้นที่ 6.25 ตารางกิโลเมตร หรือ 3,828 ไร่ ครอบคลุมพื้นที่ หมู่ที่ 1,3,6 และ 7 ตำบลโพธิ์พระยา

จำนวนประชาทั้งหมด จำนวน 3,071 คน จำนวนครัวเรือน จำนวน 1,632 ครัวเรือน  แบ่งเป็นชาย จำนวน 1,591 คน คิดเป็นร้อยละ 51.81 เป็นหญิง จำนวน 1,480 คน คิดเป็นร้อยละ 48.19  ความเฉลี่ยหนาแน่น 491 คน/ตารางกิโลเมตร

 

พัฒนาการของกองทุนสวัสดิการชุมชนโพธิ์พระยาร่วมใจ

ปี 2548 จากความไม่เข้าใจของคณะกรรมการอันเนื่องมาจากบทบาทหน้าที่ จึงนำปัญหามาสู่การแก้ไขปัญหาอย่างมีส่วนร่วมจึงเกิดการรวมตัวระหว่างชุมชน  ศูนย์อนามัยที่ 4 จังหวัดราชบุรี  คณะผู้บริหารท้องที่และท้องถิ่น จึงเป็นจุดเปลี่ยนจากที่เคยทำงานแบบไม่พึ่งพากันจนมีส่วนร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจึงเกิดการจัดตั้งกลุ่มของภาคประชาชนกับแนวคิด“ไม่ต้องมีงบประมาณก็สามารถขับเคลื่อนได้”

ปี 2549 กำหนดแผนงานร่วมกับคณะกรรมการชุมชนในการจัดทำแผนแม่บทพัฒนาเมืองน่าอยู่ชุมชนน่าอยู่แบบมีส่วนร่วมของชุมชน  โดยมุ่งหวังให้เกิดการเรียนรู้ที่จะนำพาสังคมคนโพธิ์พระยาให้อยู่เย็นเป็นสุขทั้งกายใจสังคม และปัญญา สามารถดำรงชีพบนพื้นฐานของความพอดีพอประมาณ  ภายใต้ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ตามแนวพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อร่วมกันกำหนดเป้าหมายในอนาคตเป็นวิสัยทัศน์ของชุมชนได้ว่า “โพธิ์พระยาเมืองน่าอยู่  เชิดชูคุณธรรม  สูงล้ำเศรษฐกิจ  คุณภาพชีวิตสดใส  การศึกษาก้าวไกล  ร่วมใจพัฒนา” จึงเกิดการรวมตัวกันก่อตั้งสภาชุมชนเมืองน่าอยู่ขึ้นมาใช้ชื่อว่า  “กลุ่มโพธิ์พระยาร่วมใจ”  ให้รวมกลุ่มเป็นประชาสังคมเพื่อขับเคลื่อนแผนแม่บทพัฒนาเทศบาลตำบลโพธิ์พระยาให้น่าอยู่สู่เมืองไทยแข็งแรง 

Slide2นางนพวรรณ  ศรีสุวรรณ ผู้แทนกองทุนสวัสดิการชุมชนโพธิ์พระยาร่วมใจ เล่าว่าการก่อเกิดของกลุ่มโพธิ์พระยาร่วมใจเริ่มก่อตั้งจากความเข้มแข็งของกลุ่มองค์กรชุมชนเกิดกิจกรรมงานต่างๆ  ขึ้นมามากมาย  เช่น  กลุ่มลิเก กลุ่มเด็ก/เยาวชน  กลุ่มผลิตดอกไม้  กลุ่มน้ำหมักชีวภาพ กลุ่มกีฬาเด็กและเยาวชน  กลุ่มที่สร้างชื่อเสียงให้มากที่สุดก็คือกลุ่มลิเกเด็ก/เยาวชน จึงเกิดการรวมเป็นเครือข่ายเพื่อจัดตั้งกลุ่มออมวันละบาทขึ้นมา และมีการปรึกษาถึงแนวทางพัฒนากลุ่มกองทุนสวัสดิการชุมชนในเบื้องต้นได้ปรึกษาถึงแนวทางการจัดตั้งกลุ่มออมทรัพย์  หรือร้านค้าสหกรณ์ชุมชนเพื่อส่งเสริมให้เกิดรายได้ในชุมชน จึงทำให้เกิดการจัดตั้งกองทุนสวัสดิการชุมชนสมาชิกกลุ่มโพธิ์พระยาร่วมใจเพื่อมุ่งหวังให้เกิดหลักประกันความมั่นคงบนพื้นฐานของการพึ่งตนเอง  และวันที่  27  กรกฎาคม  2550  จึงได้นำร่างระเบียบข้อบังคับกองทุนที่คณะทำงานได้ทำการยกร่างมาพิจารณา และรับรองระเบียบข้อบังคับเพื่อบังคับใช้ต่อไปโดยใช้ชื่อว่า “กองทุนสวัสดิการชุมชนโพธิ์พระยาร่วมใจ”

นางจุรี  ทองขาว ผู้แทนกองทุนสวัสดิการชุมชนโพธิ์พระยาร่วมใจ กล่าวถึงกระบวนการพัฒนาของกองทุน ว่า ตั้งแต่เริ่มก่อตั้งแล้วว่าคนในชุมชนนำเงินมาช่วยเหลือกันซึ่งเป็นเรื่องของการทำบุญ  เงินหนึ่งบาทอยู่กับเราก็มีค่าแค่หนึ่งบาทถ้าเอาไปรวมกับคนอื่นหลายๆ  คน  คนละหนึ่งบาทก็มีค่ามากขึ้นในการช่วยเหลือกันเองมากยิ่งขึ้น ต่อไปก็อยากเห็นการจัดสวัสดิการที่มากขึ้นเพื่อสร้างความมั่นใจให้กับคนอื่นเขาด้วย                             

ต่อมาวันที่  1  สิงหาคม 2550  จึงเกิดการรวมตัวสร้างความเข้าใจและจัดตั้งกองทุนสวัสดิการชุมชนให้กับสมาชิกกลุ่มโพธิ์พระยาร่วมใจ  ผู้ใหญ่บ้าน  ผู้นำชุมชน  และประชาชนที่สนใจทั่วไป  จากนั้นได้ทำการคัดเลือกคณะกรรมการบริหารกองทุนสวัสดิการชุมชนตามระเบียบข้อบังคับที่ได้รับการรับรองจากที่ประชุม  และทำการรับสมัครสมาชิกและระดมทุนในวันนั้นได้สมาชิกเริ่มก่อตั้งวันที่ 27 กรกฎาคม 2550 จำนวน 39  คน  เงินสมทบ  8,161 บาท  และทุนประเดิมจากกลุ่มโพธิ์พระยาร่วมใจจำนวน  10,000 บาท เงินกองทุนสวัสดิการ ณ วันเริ่มแรก  18,161 บาท  จำนวนสมาชิกปัจจุบันรวมทั้งสิ้น 485 คน  จำนวนเงินกองทุนสวัสดิการปัจจุบัน รวม  1,145,955.33  บาท จากประชากรทั้งตำบล  3,071 คน คิดเป็นร้อยละ 15.8 ซึ่งถือว่าเป็นแผนในการขยายฐานสมาชิกของกองทุนสวัสดิการชุมชนในอนาคต

เรื่องของการจัดสวัสดิการในเบื้องต้นเรามีการจ่ายในเรื่องของการเกิดการป่วยและก็การตาย ซึ่งมีการดำเนินงานมาในระยะเวลาหนึ่ง ปรากฏว่าสมาชิกไม่เพิ่มขึ้น จึงเกิดการคิดแผนที่จะนำเด็กและเยาวชนเข้ามาเป็นสมาชิกกองทุนก็เลยเอาเรื่องของทุนการศึกษาเข้ามา  แต่เดิมกลุ่มโพธิ์พระยาร่วมใจได้จัดกิจกรรมมอบทุนการศึกษาทุกปีอยู่แล้วโดยการให้คณะกรรมการชุมชนคัดเลือกเด็ก/เยาวชนเข้ามารับทุน  จึงเกิดการกำหนดกติกาใหม่โดยให้เด็กที่เป็นสมาชิกกองทุนที่กำลังเรียนหรือศึกษาอยู่ในสถานศึกษาทุกคนให้ได้รับทุนการศึกษาทุนละ 500 บาททุกปีมาจนถึงปัจจุบัน 

 

จากบทเรียนสู่แผนงานอนาคตสวัสดิการชุมชนโพธิ์พระยาร่วมใจ

          จากบทเรียนสร้างการมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการกองทุนสวัสดิการชุมชนโพธิ์พระยาร่วมใจรวมตัวกันทำงานเพื่อส่วนรวมของคนโพธิ์พระยามาได้ระยะเวลาหนึ่งนั้นพบว่า  กลไกสำคัญในการขับเคลื่อนงาน ซึ่งคณะกรรมการต้องมีความเข้าใจและสร้างความเชื่อมั่นที่เกิดการเรียนรู้และนำข้อมูลที่ได้มาร่วมกันแก้ไขในการนำไปพัฒนากองทุน มีการประสานการทำงานร่วมกับภาคีที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนา แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าจะทำให้กองทุนได้รับความเชื่อถือของคนส่วนใหญ่ทั้งตำบล  การที่จะทำให้กองทุนได้รับการยอมรับและเจริญเติมโตและมั่นคงเพื่อรองรับการจัดสวัสดิการให้กับสมาชิกครบทุกด้านตั้งแต่เกิดจนกระทั้งตาย  และขยายไปสู่สวัสดิการอื่นๆ อย่างทั่วถึง จึงจำเป็นต้องให้ได้รับความร่วมมือจากผู้บริหารเทศบาลในทุกด้านเกี่ยวกับการพัฒนาระบบการจัดสวัสดิการให้กับประชาชน  และหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องต้องเข้ามาหนุนเสริมกระบวนการพัฒนาคน  เงิน  และการบริหารจัดการ  ที่เรียกว่าสามประสานการพัฒนา  คือ  ชุมชน  ท้องถิ่น  ภาครัฐ  อย่างจริงใจและจริงจังต่อกัน

การที่จะทำให้กองทุนสวัสดิการชุมชนโพธิ์พระยาร่วมใจเป็นกองคุณที่มีคุณภาพเป็นที่ยอมรับของสมาชิกทุกคนจำเป็นต้องพัฒนาคนทำงานควบคู่ไปกับการพัฒนากองทุน  นั้นคือคณะกรรมการบริหารกองทุนจะต้องทำงานด้วยความซื่อสัตย์สุจริตโปร่งใสตรวจสอบได้ ขยายฐานสมาชิกให้ครอบคลุมจำนวนประชากรทั้งเขตเทศบาลตำบลโพธิ์พระยา จัดสวัสดิการให้ครอบคลุมทุกเรื่องตั้งแต่เกิดจนกระทั้งตาย รวมถึงประสานการทำงานร่วมกับภาคีอื่นๆ อย่างต่อเนื่อง

         

ติดต่อประสานงาน : นาย วิโรจน์ ขวัญแพ เลขที่ 73 ชุมชนโพธิ์พระยาร่วมใจ หมู่ 3 เทศบาลตำบลโพธิ์พระยาร่วมใจ อำเภอเมือง จ.สุพรรณบุรี  โทร. 086-8049360

แบ่งปัน
Submit to FacebookSubmit to Google PlusSubmit to Twitter