พิมพ์
ผู้ดูแลระบบ
หมวดหลัก: ข่าวความเคลื่อนไหวงานพัฒนา
ฮิต: 1116

spa2-230857

เมื่อวันที่ 23-24 สิงหาคม 2557 มีการจัดประชุมเชิงปฏิบัติการการปฏิรูปจากฐานรากโดยสภาองค์กรชุมชนภาคกรุงเทพฯปริมณฑล และตะวันออก ณ วังยาวรีสอร์ท จังหวัดนครนายก ผู้เข้าร่วมกว่า 120 คน จากตัวแทนสภาองค์กรชุมชน 12 จังหวัด ตัวแทนสภาพัฒนาการเมือง และเจ้าหน้าที่สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน เพื่อ สร้างการเรียนรู้ เท่าทัน ประเมิน สถานการณ์การเปลี่ยนแปลงภายใต้การปฏิรูปประเทศวิเคราะห์สถานการณ์การเปลี่ยนแปลงที่กระทบต่อการขับเคลื่อนสภาองค์กรชุมชน และร่วมออกแบบแผนงานในการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศโดยชุมชนฐานราก

palakornนายพลากร  วงค์กองแก้ว ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน(พอช.)ได้กล่าวว่าสถานการณ์การเปลี่ยนแปลงทางเมืองที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบันนี้ สภาองค์กรชุมชน ได้เข้าไปมีบทบาทร่วมเป็นอย่างมากนั้นแสดงถึงว่า สภาองค์กรชุมชนเป็นที่ยอมรับอย่างสำคัญในการปฏิรูปประเทศในครั้งนี้  เพราะสถานการณ์ครั้งนี้ไม่ใช่การปฏิรูปการปกครองประเทศ หากเป็นการขับเคลื่อนการสร้างการเปลี่ยนแปลงจากฐานราก “กระจายอำนาจ” ซึ่งมีรูปธรรมการขับเคลื่อนในบางจังหวัดแล้ว ไม่ว่าจะเป็น เชียงใหม่จัดการตนเอง ธรรมนูญคนอำนาจเจริญ เป็นต้น ที่กำลังผลักดันให้เป็นกฎหมาย รวมถึงประเด็นสำคัญอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับประชาชน ได้แก่ ที่ดิน สวัสดิการชุมชน การออมแห่งชาติ

sonนายสน  รูปสูง  ผู้ทรงคุณวุฒิคณะกรรมการดำเนินการสภาองค์กรชุมชนตำบล กล่าวเพิ่มอีกว่า ผมเล็งเห็นมานานหลายปีว่าจะเปลี่ยนแปลงประเทศทั้งโครงสร้างได้นั้นต้องปฏิรูป และวันนี้ก็เกิดขึ้นแล้ว    ในสถานการณ์ที่ผู้นำประเทศเชื่อมั่นในตัวภาคประชาชน ดังนั้นเราต้องปฏิรูปที่ตัวเรา ที่ตำบล /ธรรมนูญตำบล สู่การเป็นสภาพลเมืองให้ได้

ในเวทีประชุมครั้งนี้ได้มีการนำเสนอ “ธรรมนูญคนปราจีน” หนึ่งในรูปธรรมการขับเคลื่อนจากฐานราก โดยนายจำรูญ สวยดี นักวิชาการอิสระ ได้นำเสนอสาระสำคัญในการขับเคลื่อนว่า ธรรมนูญคนปราจีน เกิดจากความต้องการของคนปราจีนฯปกป้องพื้นที่ความมั่นคงทางอาหาร การรับมือภัยพิบัติและการสร้างชุมชนท้องถิ่นจัดการตนเอง chomroonจากเดิมปัญหาที่ประสบอยู่ขาดเจ้าภาพในการร่วมจัดการสังคมคนปราจีนเกิดภาวการณ์เพิกเฉย รวมถึงขาดระดับการจัดการเพื่อพัฒนาที่ยั่งยืน  และเมื่อเราต้องการลุกขึ้นมาจัดการตนเอง เครื่องมือสำคัญที่เรามีอยู่ตามกฎหมายคือ มาตรา 27 ในพรบ.สภาองค์กรชุมชน ได้เปิดให้เรากำหนดอนาคตตัวเองแล้ว เราจึงตั้งเป้าหมายและมุ่งสู่การเกิด “ธรรมนูญคนปราจีน” ที่เป็นสัญญาประชาคมทุกภาคส่วนอย่างมีส่วนร่วม เพียงเพราะคาดหวังว่าอยากจะเป็นจังหวัดที่ทุกภาคส่วนมีจิตสำนึกร่วมในการจัดการตนเองอย่างเกื้อกูลกันเป็นจังหวัดที่มีแนวทางการจัดการจังหวัดที่คำนึงถึงสิทธิของชุมชนท้องถิ่นและยกระดับบทบาทของผู้นำองค์กรชุมชนและประชาชนให้มีสิทธิส่วนในการกำหนดการพัฒนาจังหวัดทัดเทียมกับภาคีอื่นๆ ทั้งมีหน้าที่รับผิดชอบในการพัฒนาและติดตาม ผ่านภาคพลเมือง และมีสภาพพลเมือง เป็นพื้นที่กลางของจังหวัดในการจัดการตนเอง

            ในการประชุมครั้งนี้ยังมีการร่วมแลกเปลี่ยนเรื่อง สภาองค์กรชุมชนกับการปฏิรูปประเทศไทยจากฐานราก สู่ธรรมนูญตำบล / จังหวัดซึ่งที่ประชุมเห็นว่าสถานการณ์การเปลี่ยนแปลงทางการเมืองในปัจจุบัน ทำให้เห็นว่าขบวนองค์กรชุมชนมีสภาองค์กรชุมชนเป็นกลไกของตนเองเป็นโอกาสอันดีต่อการปฏิรูปโดยผลักดันให้เกิดสภาพลเมืองเพื่อดำเนินการspa1-230857ประเด็นงานสำคัญของภาคประชาชน จึงให้มีคณะกรรมการพัฒนากิจการสภาองค์กรชุมชน โดยมีองค์ประกอบมาจากตัวแทนจังหวัดละ 1 หรือ 2 คน และตัวแทนประเด็นงาน  คณะกรรมการชุดนี้เป็นกลไกในการผลักดันให้เกิดสภาคู่ขนานกับสภาปฏิรูปแห่งชาตินั้นคือสภาพลเมือง โดยขับเคลื่อน 3 ประเด็นงานสำคัญเบื้องต้นคือ  1)ความมั่นคงทางอาหารและยา เกษตรอินทรีย์ สุขภาวะโซนนิ่ง 2)การกระจายอำนาจสิทธิชุมชน สภาพลเมือง จังหวัดปกครองตนเอง สำนึกความเป็นพลเมือง 3)การจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ดิน น้ำ ป่า พลังงาน ผังเมือง 

แบ่งปัน
Submit to FacebookSubmit to Google PlusSubmit to Twitter