พิมพ์
วิไล นาไพวรรณ์ ผู้สื่อข่าวชุมชนจังหวัดเชียงราย
หมวดหลัก: ข่าวความเคลื่อนไหวงานพัฒนา
ฮิต: 963

CR03.220814 ท่ามกลางการเปลี่ยนผ่านสถานการณ์ทางการเมืองและเริ่มก้าวสู่สภาปฏิรูปแห่งชาติ เริ่มตั้งแต่การประกาศของ คสช. ให้มีการตั้งกรรมการสรรหาสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) โดย ผู้แทนสภาองค์กรชุมชน ระดับจังหวัด เข้าได้ไปมีบทบาทและมีส่วนร่วมในการเสนอชื่อบุคคลเพื่อสมัครเป็นสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติที่ผ่านมาและเตรียมตัวเข้าสู่การปฏิรูปประเทศไทย อาจเป็นโอกาสที่ทำให้หลายภาคส่วนได้รู้จักและรับรู้มากขึ้นว่าขบวนสภาองค์กรชุมชนมีบทบาทอย่างไรในการขับเคลื่อนงานพัฒนาในพื้นที่ปฏิบัติการระดับตำบลและจังหวัดทั่วประเทศ โดยมี “พระราชบัญญัติสภาองค์กรชุมชน พ.ศ. ๒๕๕๑” ที่มีการบังคับใช้มาแล้วถึง ๖ ปี

            สภาองค์กรชุมชน เป็นเครื่องมือในการขับเคลื่อนงานพัฒนาจากชุมชนท้องถิ่น สู่การขับเคลื่อนงานระดับนโยบายระดับชาติ ที่มีสถานะทางกฎหมายและหน่วยงานภาคส่วนต่าง ๆ ให้การยอมรับเพิ่มมากขึ้น

            สำหรับเครือข่ายสภาองค์กรชุมชนจังหวัดเชียงราย ประกอบด้วย สภาองค์กรชุมชนตำบลที่รวมตัวกันมาจาก ๓๖ ตำบล ๑๔ อำเภอ   ด้วยประสบการณ์ของการใช้สภาองค์กรชุมชนในการขับเคลื่อนงานมานาน จนทำให้เกิดความเชื่อมั่น เห็นทิศทางการแก้ไขปัญหาและพัฒนาพื้นที่ รวมถึงการพึ่งตนเองให้มากที่สุดอัน เป็นการพัฒนาสู่การจัดการของชุมชนท้องถิ่นในการจัดการตนเอง จึงได้ไปสู่การแก้ไขปัญหาที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัยของพี่น้องเครือข่ายปฏิรูปที่ดินจังหวัดเชียงราย ที่มาจากพื้นที่สภาองค์กรชุมชนตำบลจำนวน ๒๖ ตำบล โดยอาศัยอำนาจตาม พ.ร.บ. สภาองค์กรชุมชน มาตรา ๒๑ (๘) ที่ให้สภาองค์กรชุมชนประสานกับสภาองค์กรชุมชนตำบลอื่นๆ ร่วมกันขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัยโดยชุมชน เพื่อร่วมกันพิทักษ์สิทธิชุมชนของตนเอง ซึ่งเน้นการปรึกษาหารือร่วมกันอย่างต่อเนื่อง จนเกิดทิศทาง แนวทาง แผนงานยุทธศาสตร์การพัฒนาระดับตำบลและจังหวัดร่วมกันในการขับเคลื่อนงานเชิงประเด็นที่มี CR04.220814

กระบวนการทำงานเริ่มจากการทำความเข้าใจ การพัฒนาระบบข้อมูล การกำหนดกฎกติการ่วม การพัฒนากองทุนธนาคารที่ดินชุมชน การประสานงานเชื่อมโยงหน่วยงานภาคีความร่วมมือที่เกี่ยวข้อง การผลักดันข้อบัญญัติท้องถิ่น   รวมถึงการขับเคลื่อนงานนโยบาย กฎหมายที่เป็นปัญหาทั้งภายในจังหวัดและระดับชาติ

            ปัญหาที่ดินถือเป็นปัญหาใหญ่ของจังหวัดเชียงราย ซึ่งพื้นที่ปฏิบัติการนำร่องของเครือข่ายปฏิรูปที่ดิน จังหวัดเชียงราย ได้ใช้สภาองค์กรชุมชนในการประสานการทำงานและแก้ไขปัญหาของชุมชนได้ระดับหนึ่ง เช่น การจัดเวทีประชาคมรับความคิดเห็นระดับหมู่บ้านและตำบลในการเตรียมขยายเขตอุทยานแห่งชาติ ในพื้นที่ตำบลปอ อำเภอเวียงแก่น ตำบลตับเต่า อำเภอเทิง ทำให้หน่วยงานอุทยานแห่งชาติรับฟังข้อเสนอและชะลอการประกาศเขตอุทยานออกไปก่อน เนื่องจากต้องรับฟังและปฏิบัติตาม

            หลังจากที่ คสช. มีคำสั่งที่ ๖๔/๒๕๕๗ เรื่องการปราบปรามและหยุดยั้งการบุกรุกทำลายทรัพยากรป่าไม้   และคำสั่งที่ ๖๖/๒๕๕๗ เรื่อง เพิ่มเติมหน่วยงานสำหรับการปราบปราม หยุดยั้งการบุกรุกทำลายทรัพยากรป่าไม้ และนโยบายการปฏิบัติงานเป็นการชั่วคราวในสภาวการณ์ปัจจุบัน   รวมถึงการประกาศฉบับที่ ๑๐๖/๒๕๕๗ เรื่องแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายว่าด้วยป่าไม้ ทำให้พี่น้องชาวบ้านของจังหวัดเชียงรายที่อาศัยอยู่ในเขตป่ามีความวิตกกังวลอย่างมาก รวมถึงมีเหตุการณ์การตรวจยึดและขอคืนพื้นที่ในพื้นที่ตำบลปอ อำเภอเวียงแก่น ในพื้นที่จำนวน ๙ แปลง ครอบครองโดยชาวบ้านจำนวน ๑๗ ราย ซึ่งเป็นการบุกรุกป่าลึกในเขตป่าต้นน้ำจริง ชาวบ้านจึงได้มีการต่อรองขอเก็บเกี่ยวข้าวให้แล้วเสร็จก่อน และค่อยปลูกต้นไม้ทดแทนในพื้นที่ดังกล่าว

และอีกหนึ่งพื้นที่คือ การตรวจยึดคืนพื้นที่สวนยางพารา ที่อยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติพื้นที่บ้านโป่งปูเฟือง ม.1 ต.แม่สรวย อ.แม่สรวย เนื้อที่ 17 ไร่ 84 ตารางวา โดยไม่มีผู้ใดแสดงตัว จึงได้ทำการใช้เลื่อยยนต์ทำการตัดต้นยางพาราที่มียาประมาณ 7 ปีทั้งหมดนับได้รวม 1,518 ต้น เพื่อจะทำการฟื้นฟูให้เป็นผืนป่าตามเดิมต่อไป

            จากเหตุการณ์ดังกล่าว เครือข่ายสภาองค์กรชุมชน จังหวัดเชียงรายจึงได้ร่วมกับสภาพัฒนาการเมือง จัดเวทีสัมมนาแนวทางความร่วมมือและข้อตกลงร่วมในการจัดการทรัพยากรป่าไม้และที่ดิน จังหวัดเชียงราย

CR02.220814วันที่ ๒๒ สิงหาคม ๒๕๕๗ ณ ทีคการ์เด้น สปารีสอร์ทเชียงราย อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย ขึ้น   เพื่อปรึกษาหารือ ถึงแนวทางความร่วมมือ กลไกทำงานร่วม เกิดการประสานข้อมูล เพื่อลดและยุติข้อพิพาท ความขัดแย้ง และสร้างความปรองดองภายในจังหวัด โดยมี พลตรี พรชัย ดุริยะพันธ์ รอง ผอ.รมน.จังหวัด ช.ร.(ท) / รอง ผอ.ศปป.กอ.รมน.จังหวัด ช.ร.(ท) นายชัยวัฒน์ แสงศรีจันทร์ สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 2 (เชียงราย) และนายดำรงค์ หาญภักดีนิยม สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ ๑๕ (เชียงราย) นางเตือนใจ ดีเทศน์ ที่ปรึกษาเครือข่ายปฏิรูปที่ดินจังหวัดเชียงราย นายประนอม เจิมชัยภูมิ ประธานเครือข่ายสภาองค์กรชุมชน จังหวัดเชียงราย เข้าร่วมสัมมนา ซึ่งหลังจากการปรึกษาหารือร่วมกันจึงเกิดหลักการแนวทางความร่วมมือและข้อตกลงดังนี้ 1.) ให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการพิทักษ์ รักษาผืนป่า โดยไม่ถูกทำลายเพิ่ม 2.) ให้มีการเดินสำรวจหรือจัดทำข้อมูลขอบเขตหมู่บ้าน ขอบเขตพื้นที่ป่า โดยมี ท้องที่ ท้องถิ่น สภาองค์กรชุมชน เจ้าหน้าที่อุทยาน ป่าไม้ สวนป่า หน่วยต้นน้ำ โดยยังจะไม่เอากฎหมายป่าไม้เป็นเครื่องมือ แต่เป็นความร่วมมือในการพิทักษ์รักษาป่าร่วมกันกับเครือข่ายสภาองค์กรชุมชน จังหวัดเชียงราย 3.) จัดประชุมหารือเพื่อวางแผนปฏิบัติการร่วมในวันที่ ๒๑ ตุลาคม ๒๕๕๗ ณ ศาลากลางจังหวัดเชียงราย เพื่อ แต่งตั้งคณะทำงาน   แผนงานดำเนินการ ประสานงบประมาณ สนับสนุนการทำงานร่วมกัน

การขับเคลื่อนงานประเด็นที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัย   โดยการใช้สภาองค์กรชุมชนตำบล จึงเป็นเครื่องมือหนึ่งที่ต้องรวมตัวกัน เพื่อเสริมสร้างพลังพลเมือง และเป็นเครื่องมือในการปฏิรูป ประสานความปรองดองสู่การแก้ไขปัญหาป่าไม้ที่ดินของภาคประชาชนจังหวัดเชียงรายได้อย่างแน่นอน

แม้ว่าจะต้องใช้เวลาและอาศัยความอดทนในการสร้างผลงานให้เกิดการยอมรับก็ตาม

แบ่งปัน
Submit to FacebookSubmit to Google PlusSubmit to Twitter