พิมพ์
สว่าง สุขแสง ผู้สื่อข่าวชุมชนจังหวัดร้อยเอ็ด
หมวดหลัก: ข่าวความเคลื่อนไหวงานพัฒนา
ฮิต: 950

10668478 781924665182322 1679280034 nในระหว่างวันที่ ๑๐-๑๑ กันยายน ๒๕๕๗ องค์การบริหารส่วนจังหวัดร้อยเอ็ด ร่วมกับโครงการขับเคลื่อนร้อยเอ็ดสู่การเป็นจังหวัดที่น่าอยู่ที่สุด ได้จัดเวทีรวมพลังเครือข่ายร่วมสร้างเมืองร้อยเอ็ดน่าอยู่ ขึ้นที่โรงแรมเพชรรัตน์ การ์เด้น เพื่อให้การขับเคลื่อนงานเป็นไปอย่างมีส่วนร่วมทั้งเครือข่ายเชิงพื้นที่และเชิงประเด็น

นายทัศนัย ไวนิยมพงษ์ รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดร้อยเอ็ดเป็นประธานเปิดงาน และร่วมทำความเข้าใจกับเครือข่าย อปท.ต้นแบบ ทั้ง ๗ ประเด็นงาน ได้แก่ เทศบาลเมืองร้อยเอ็ด, เทศบาลตำบลเกษตรวิสัย, เทศบาลตำบลดงแดง, เทศบาลตำบลโนนชัยศรี, เทศบาลตำบลดงสิงห์, เทศบาลตำบลธงธานี, เทศบาลตำบลขวาว โดยขับเคลื่อนร่วมกับเครือข่ายเชิงประเด็น ดังนี้ เครือข่ายสวัสดิการชุมชน,เครือข่ายเศรษฐกิจชุมชน,เครือข่ายป่าชุมชน,เครือข่ายเกษตรกรรมยั่งยืน,เครือข่ายประชาธิปไตยชุมชน,เครือทุนทางปัญญา,เครือข่ายพัฒนาครอบครัว เด็กและเยาวชน โดยมีวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิและนักวิชาการมาร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้และให้ข้อเสนอแนะในการขับเคลื่อนงานเพื่อบรรลุผลตามเป้าหมายที่ต้องการให้เป็นเมืองที่น่าอยู่ที่สุด

 

นางสาวเฉลิมศรี ระดากูล ผู้จัดการสำนักงานสถาบันองค์กรชุมชน (พอช.) กล่าวว่า เดิมทีพื้นที่จังหวัดร้อยเอ็ด มีการขับเคลื่อนงานของเครือข่าย ชุมชนอยู่แล้ว โดยใช้กลไกของสภาองค์กรชุมชนระดับตำบล เป็นพื้นที่กลางในการรวมคนทั้งตำบล โครงการขับเคลื่อนร้อยเอ็ดสู่การเป็นจังหวัดที่น่าอยู่ที่สุด เป็นโครงการที่ดีมากเพราะจะได้เสริมพลังสำคัญในการขับเคลื่อนเชิงพื้นที่และเครือข่าย ให้กับององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และให้เกิดความร่วมมือของคนในชุมชนโดยมีการเชื่อมประสานกัน โดยใช้ประเด็นในการขับเคลื่อนร่วมกัน อาจจะเป็นประเด็นปัญหาที่เกิดขึ้นในพื้นที่ หรือประเด็นที่เด่นๆในตำบล  พอช.เองเรามียุทธศาสตร์ขับเคลื่อนงานคือ ชุมชนท้องถิ่นจัดการตนเอง นั้นก็คือ เราต้องการให้ชุมชนลุกขึ้นมาจัดการตนเองในทุกเรื่อง โดยมีสภาองค์กรชุมชนเป็นองค์กรในการเชื่อมประสานและเชื่อมโยงงบประมาณกับหน่วยงานอื่นๆได้อีก โอกาสที่จะทำให้ร้อยเอ็ดขับเคลื่อนสำเร็จคือพลังเครือข่ายที่เรารวมตัวกันอยู่แล้ว ร่วมกันใช้ทุนที่มีอยู่ในพื้นที่และเชื่อมโยงเครือข่ายให้เต็มพื้นที่ สร้างการเรียนรู้ให้คนในชุมชนได้มีส่วนร่วม มีการหนุนเสริมอย่างต่อเนื่องจากหน่วยงานท้องถิ่น และร่วมขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะให้เกิดขึ้นในพื้นที่ร่วมกันให้ได้ 

 

นายบัณฑิต อัครปะชะ ตัวแทนเครือข่ายป่าชุมชนร้อยเอ็ด  เสนอให้ทาง พอช.และ สสส. นำบทเรียนที่ได้จากการทำงานกับเครือข่ายชุมชนท้องถิ่น ไปสู่เวทีการปฎิรูปประเทศไทยที่กำลังจะเกิดขึ้นในครั้งนี้ เพื่อสร้างความเปลี่ยนแปลงให้กับชุมชนท้องถิ่นของเราให้ได้ เพราะพี่น้องเครือข่าย ทีทำงานขับเคลื่อนในแต่ละพื้นที่นั้นมีบทเรียนที่สำคัญคือการนำเอาองค์ความรู้ภูมิปัญญาและทุนที่มีอยู่ในพื้นที่มาต่อยอดและพัฒนาแล้วขยายผลสร้างการเรียนรู้ ขยายเครือข่ายให้เพิ่มขึ้น เรามั่นใจว่าสามารถนำการเปลี่ยนแปลงที่ดีมาสู่ชุมชนได้แน่นอน

 

นายธนาทร พานทอง ผู้ประสานงานขบวนองค์การชุมชนจังหวัดร้อยเอ็ด กล่าวว่า ขบวนองค์กรชุมชนจังหวัดร้อยเอ็ดก็มีการขับเคลื่อนงานเครือข่ายมาโดยตลอด ที่สำคัญเราได้ใช้สภาองค์กรชุมชนในระดับตำบลเป็นกลไกสร้างพื้นที่กลาง ซึ่งหากมายังโครงการขับเคลื่อนร้อยเอ็ดสู่การเป็นจังหวัดน่าอยู่ที่สุดแล้ว ก็มีเป้าหมายเดียวกัน เพียงแต่การขับเคลื่อนอาจจะแตกต่างกันไปบ้าง แต่ก็เป็นเรื่องสำคัญที่ เราต้องช่วยกันสร้างการมีส่วนร่วมของคนในชุมชนท้องถิ่น เพื่อนำไปสู่การจัดการตนเองของชุมชนได้

              

นายเกริกทัศน์ นวลใยสวรรค์ ปลัดองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านยาง อำเภอเมือง จังหวัดบุรีรัมย์ กล่าวในเวทีนี้ว่า บทบาทสำคัญที่ทางท้องถิ่นต้องดำเนินการในฐานะที่เป็นพื้นที่ต้นแบบนั้น ต้องดำเนินการเชิงประเด็นแทบทุกประเด็น และต้องบูรณาการกับงานเดิมที่ทำอยู่ตามภารกิจหลักของท้องถิ่นให้ได้ เพื่อให้การขับเคลื่อนงานเป็นไปอย่างรวดเร็วและถูกต้องตามระเบียบทางราชการ สำคัญที่สุดคือผู้นำองค์กร คือนายกและปลัดต้องเดินนำหน้าและวางแผนเป็นระบบในการขับเคลื่อนร่วมกับชุมชน และองค์กรสำคัญอีกอย่างคือ สภาองค์กรชุมชนในตำบลอย่างท่านผู้ทรงเกียรติหลายท่านได้กล่าวถึงในวันนี้ เพราะองค์กรเหล่านี้คือชุมชนที่ยังจะคงอยู่และมีผลกระทบตลอด เพราะนายกก็ต้องเลือกตามวาระ ท่านปลัดการต้องมีการย้ายไปพื้นที่อื่น  อย่างที่เห็นพื้นที่อย่าง องค์การบริหารส่วนตำบลหนองแคน ที่ขับเคลื่อนงานผ่านสภาองค์กรชุมชนและเชื่อมโยงกับหน่วยงานในท้องถิ่น จนมีประเด็นในการขับเคลื่อนงานหลายประเด็น และก่อให้เกิดความยั่งยืน เพราะชุมชนเป็นกลไกขับเคลื่อนและมีหน่วยงานและองค์กรในพื้นที่และนอกพื้นที่ร่วมกันออกแบบและวางแผนการดำเนินงานอย่างมีส่วนร่วม  ในการที่องค์การบริหารส่วนตำบลบ้านยางได้รับโอกาสในการเป็นพื้นที่ต้นแบบ จาก สสส.สำนัก ๓ และขับเคลื่อนประเด็นทั้งหมด ๘ ประเด็น และมีแหล่งเรียนรู้ที่เกิดขึ้นในชุมชนหลายแหล่งด้วยกัน เช่น แหล่งเรียนรู้หมู่บ้านจัดการตนเอง ซึ่งความเข้มแข็งที่จะเกิดขึ้นในตำบลนั้น ต้องมาจากฐานของครอบครัว หมู่บ้าน ตำบลไม่สามารถจัดการตนเองได้ถ้าหากหมู่บ้านจัดการตนเองไม่ได้ จึงได้เป็นแหล่งเรียนรู้หลักและมีคนมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้มากที่สุด

 

นายเกริกทัศน์ ยังกล่าวต่ออีกว่า  โครงการขับเคลื่อนร้อยเอ็ดสู่การเป็นจังหวัดที่น่าอยู่ที่สุดนี้เป็นโครงการที่ดีมากเพราะเป็นโอกาสที่จะทำให้เครือข่ายต่างๆในจังหวัดร้อยเอ็ดได้พัฒนาตัวเอง เชื่อมโยงกัน เรียนรู้ร่วมกันและขยายผลให้เต็มพื้นที่จังหวัดร้อยเอ็ด และ อปท.ที่เป็นต้นแบบก็จะสามารถนำไปสู่การเป็นตำบลที่มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องได้

 

        ในการจัดกิจกรรมในครั้งนี้ เครือข่ายเชิงพื้นที่และเชิงประเด็นได้ร่วมกันวิเคราะห์ปัญหาร่วมกันอีกครั้งเพื่อกำหนดยุทธศาสตร์ในระดับเครือข่าย และให้เกิดแผนปฏิบัติการขับเคลื่อนเดินหน้าสู่เมืองน่าอยู่ที่สุดร่วมกันให้ได้ และเพื่อเป็นข้อเสนอในการแก้ไขปัญหาจากในช่วงที่ผ่านมาถึงการขับเคลื่อนโครงการอย่างล่าช้า และมีความเข้าใจที่ไม่ตรงกัน

 

กิจกรรมต่อเนื่องที่เชื่อมโยงจากเวทีนี้คือการเปิดเวทีบันทึกความร่วมมือระหว่างองค์การบริหารส่วนจังหวัดร้อยเอ็ด.และเครือข่ายเชิงพื้นที่และเชิงประเด็น ทั้ง ๗ เครือข่าย เพื่อให้เกิดความร่วมมือ และเกิดพลังที่ยิ่งใหญ่จากเครือข่ายเพื่อร่วมสร้างให้จังหวัดร้อยเอ็ดเป็นจังหวัดที่น่าอยู่ที่สุดในโลกต่อไป...

แบ่งปัน
Submit to FacebookSubmit to Google PlusSubmit to Twitter