คณะทำงานยุทธศาสตร์ภาคประชาชนภาคกลางเห็นความสำคัญของกระบวนการแลกเปลี่ยนรู้ที่มีอยู่ในชุมชนภาคกลาง ๙ จังหวัดและมีการส่งเสริมและสนับสนุนให้มีเวทีสำหรับแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันเองแต่ขาดความต่อเนื่องจึงได้ร่วมกันคิดกระบวนการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ที่ให้พื้นที่สภาองค์กรชุมชนตำบลต้นแบบเป็นพื้นที่เรียนรู้กลางของแต่ละจังหวัดโดยการจัดกิจกรรม “กินข้าวบ้านเพื่อน เยือนกลุ่มกิจกรรมนำสู่ชุมชนท้องถิ่นจัดการตนเอง” และ แบ่งออกเป็นกลุ่มจังหวัด ๓ กลุ่มจังหวัด ประกอบด้วย (๑) กลุ่มนครชัยธานี ประกอบด้วย จังหวัดนครสวรรค์ จังหวัดอุทัยธานี จังหวัดอุทัยธานี (๒) กลุ่มสามบุรี ประกอบด้วย จังหวัดสิงห์บุรี จังหวัดสระบุรี จังหวัดลพบุรี (๓) กลุ่มทองพรรณยา ประกอบด้วย จังหวัดอ่างทอง จังหวัดสุพรรณบุรี จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
เมื่อวันที่ ๖ กันยายน พ.ศ. ๒๕๕๗ ที่ผ่านมา กลุ่มจังหวัดทองพรรณยาได้มีการจัดกิจกรรม “กินข้าวบ้านเพื่อน เยือนกลุ่มกิจกรรมนำสู่ชุมชนท้องถิ่นจัดการตนเอง” โดยสภาองค์กรชุมชนตำบลหนองโพธิ์ เป็นพื้นที่จัดกระบวนการแลกเปลี่ยนเรียนรู้และพี่น้องเครือข่ายในจังหวัดอ่างทอง จังหวัดสุพรรณบุรี จังหวัดพระนครศรีอยุธยา จำนวน ๒๐๐ คน และได้รับเกียรติจากนายไพบูลย์ ตั้งมีลาภ หัวหน้ากลุ่มงานส่งเสริมการพัฒนาชุมชน สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดสุพรรณบุรี เข้าร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้และได้รับเกียรติจากนายอำนวย ธัญญเจริญ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลหนองโพธิ์กล่าวเปิดงานโดยที่สมาชิกสภาองค์กรชุมชนตำบลหนองโพธิ์ได้จัดฐานการเรียนรู้ไว้ทั้งหมด ๓ ฐานเพื่อให้พี่น้องเครือข่ายที่เข้าร่วมได้เรียนรู้แนวคิด / หลักการทำงานของสภาองค์กรชุมชนตำบลหนองโพธิ์ที่สามารถลุกขึ้นมาจัดการปัญหาของตนเองได้ ๓ ฐานได้แก่ ๑) พื้นที่เรียนรู้กลาง ประกอบด้วย กลุ่มอาชีพต่าง ๆ กลุ่มองค์กรชุมชน วัฒนธรรมชุมชน (ลาวครั่ง) ๒) พื้นที่เรียนรู้ ๑ ไร่แก้จน และ ๓) พื้นที่เรียนรู้การจัดการขยะ โดยจัดวิทยากรสำหรับการบรรยายไว้ทั้ง ๓ ฐาน เพื่อจัดกระบวนการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ให้กับพี่น้องเครือข่ายที่เข้าร่วมได้เกิดการเรียนรู้ร่วมกันทั้ง ๓ ฐาน แต่ละฐานให้ผู้แทนพื้นที่นำเสนอหลักการและแนวคิดในการจัดการตนเอง
ฐานที่ ๑ ฐานเรียนรู้กลาง : อาจารย์ฉลอง เมฆฉาย บรรยายถึงความเป็นมาของวัฒนธรรมลาวครั่งและนำเสนอเน้นเรื่องการอนุรักษ์วัฒนธรรมชุมชนลาวครั่งว่า ที่ชุมชนได้มีการอนุรักษ์วัฒนธรรมชุมชนไว้ทั้งในด้านการแต่งกาย และมีการส่งเสริมและสนับสนุนในงานประเพณีที่สำคัญ ๆ อย่างต่อเนื่องโดยมีการจัดทำแผนงานผ่านสภาองค์กรชุมชนตำบลหนองโพธิ์ รวมไปถึงกลุ่มอาชีพต่าง ๆ ในพื้นที่ตำบลที่มีส่วนจัดตั้งสภาฯ และมีส่วนร่วมในการทำงานทั้งประสบปัญหาและร่วมกันหาแนวทางแก้ไขปัญหารวมไปถึงการนำไปปฏิบัติจนสามารถจัดการตนเองได้
ฐานที่ ๒ ๑ ไร่แก้จน : ลุงขวัญชัย นวลศรีไพร เล่าให้ฟังว่า เริ่มจากการที่ตัวเองที่เมื่อก่อนดำเนินชีวิตแบบฟุ้งเฟ้อจะกินอะไรก็ซื้อ อยากได้อะไรก็ซื้อไม่รู้จักพอดี ไม่รู้จักพอประมาณโดยไม่ได้คิดเลยว่าเรามีทุนอยู่ในตัวเราอยู่แล้ว ดินดี น้ำดี อากาศดี จนวันหนึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากหลักการ “เศรษฐกิจพอเพียง” ของ “พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว” ที่ทำไม่ยากแต่อยู่ที่ว่าเราจะลงมือทำหรือเปล่า ทำให้ลุงต้องหันกลับมามองตัวเองและถามคำถามตัวเองว่าเราชอบกินอะไร เราก็ปลูกอย่างนั้น เราไม่อยากกินสารพิษ เราก็ปลูกแบบเกษตรอินทรีย์ใส่ขี้หมู ขี้วัว หรือแม้แต่ขี้ตัวเองโดยการทำเกษตรผสมผสาน ปลูกไว้กิน เหลือก็ขาย แถมลุงยังได้ออกกำลังกาย ทำให้ลุงมีสุขภาพที่แข็งแรง สุขภาพจิตดี มีจิตใจเย็นขึ้น มีสมาธิมากขึ้น
ที่บ้านลุง “๑ ไร่แก้จน” มีกิจกรรมด้านเศรษฐกิจพอเพียงหลายอย่าง คือ ๑. กิจกรรมบ่อเลี้ยงปลา เอาไว้กินเศษอาหาร เช่น ปลานิล ปลาดุก ๒. พืชผักสวนครัว เช่นพริก โหระพา อื่นๆ ๓. ไม้ยืนต้น เช่น มะม่วง มะยม มะนาว มะกรูด สะเดา กล้วย ขี้เหล็ก ๔. พืชสมุนไพร เช่น ขมิ้น ฟ้าทะลายโจร ว่านหางจระเข้ ๕. ขุดคูน้ำข้างบ้าน เพื่อช่วยให้บ้านเย็นลดการใช้ไฟฟ้า และไว้ลดน้ำต้นไม้รอบๆ บ้าน
จึงทำให้ลุงสามารถอยู่ได้แบบพอเพียง พอประมาณ ไม่เดือดร้อนมีเวลาที่จะทำงานเพื่อสังคมโดยมีส่วนร่วมกับสภาองค์กรชุมชนตำบลหนองโพธิ์อย่างสม่ำเสมอและบ้านลุงก็เป็นพื้นที่เรียนรู้ให้กับหน่วยงานต่างๆ ที่จัดคนเข้ามาศึกษาดูงานอย่างสม่ำเสมอ
ฐานที่ ๓ การจัดการขยะ : นางสาวทองบ่อ เหล่าเมืองเพีย เล่าให้ฟังว่าตัวเองมีฐานะยากจนเป็นคน ที่สังคมรังเกียจแต่ตัวเองก็ไม่ย่อท้อและทำมาหากินโดยสุจริตรวมไปถึงการเข้ามามีส่วนร่วมกับสภาองค์กรชุมชนตำบลหนองโพธิ์ในการทำงานพัฒนาให้กับชุมชนด้วยความมานะอดทน และสร้างมูลค่าเพิ่มจากขยะให้เป็นทองคำ โดยการคัดแยกขยะและมีการขยายผลนำไปส่งเสริมให้กับเด็กในชุมชนรู้จักเก็บขยะและคัดแยกขยะมาขายเพื่อปลูกจิตสำนึกให้กับเด็กๆในชุมชนและลดปัญหาสิ่งแวดล้อม แถมยังนำรายได้ส่วนหนึ่งจากการขายขยะมาเป็นทุนการศึกษาให้กับเด็กนักเรียนที่นำขยะมาขายให้และจดบันทึกไว้ ถึงสิ้นปีนำผลกำไรที่ไดมาจัดทุนการศึกษาเป็นแรงจูงใจให้กับเด็ก ๆในการจัดการสิ่งแวดล้อมแบบยั่งยืนและสร้างมูลค่าเพิ่มจากขยะเป็นแนวคิดที่ผ่านกระบวนการมีส่วนร่วมของสภาองค์กรชุมชนตำบลหนองโพธิ์
“จากการที่คนในสังคมไม่ให้การยอมรับจากความยากจน กลับกลายมาเป็นบุคคลตัวอย่างของสังคมที่มีจิตใจที่ดีงาม และเป็นแหล่งเรียนรู้การจัดการขยะชุมชน ที่ได้รับการยอมรับจากบุคคลทั่วไปทั้งในพื้นที่ ต่างจังหวัด รวมถึงต่างประเทศ”
นางสาวนุจรี สรหงษ์ เลขานุการสภาองค์กรชุมชนตำบลหนองโพธิ์ กล่าวแนวคิดการจัดการตนเองของสภาองค์กรชุมชนตำบลหนองโพธิ์เน้นการใช้สภา ฯ เป็นเวทีกลางสำหรับกระบวนการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนในการแก้ไขปัญหาและพัฒนาพื้นที่ตำบลหนองโพธิ์ทั้งประชาชน กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน องค์การบริหารส่วนตำบล / หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยการยึดหลักการทรงงานของ “พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว” ๓ ข้อมาปฏิบัติ “ระเบิดจากข้างใน” “พึ่งตนเอง” “ทำงานแบบองค์รวม” ทำให้การดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ ของสภา ฯ นำไปสู่การจัดการตนเองได้อย่างยั่งยืนต่อไป


