
ตำบลควนรู อ.รัตภูมิ จ.สงขลา เป็นพื้นที่หนึ่งที่มีความโดดเด่นในเรื่องทุนชุมชนและความร่วมมือระหว่างองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สภาองค์กรชุมชนและกำนันผู้ใหญ่บ้าน เพื่อการพัฒนาตำบลสู่ชุมชนพึ่งตนเองและการเมืองสมานฉันท์ ประชากรส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรมคือการทำนาข้าวและสวนยาง โดยยังมีพื้นที่เพื่อการทำนากว่า 4,000 ไร่ ยังมีเกษตรชาวนากว่า 400 ครัวเรือน และพื้นที่สวนยางกว่า 7,000 ไร่
นายถั่น จุลนวล นายกอบต.ควนรู เล่าว่ามีแผนพัฒนาระดับตำบล อยู่ 8 ด้านคือเศรษฐกิจและทุนชุมชน / สุขภาวะชุมชน สวัสดิการชุมชน/ วัฒนธรรมชุมชน / ความมั่นคงทางอาหารและสัมมาชีพของชุมชน / การพัฒนาเด็ก เยาวชน สตรี และการบริหารจัดการ/ศูนย์เรียนรู้
สำหรับระบบความมั่นคงทางอาหารและสัมมาชีพ มีแนวคิดหลักของการทำงานอยู่ 3 ด้านคือ การมีส่วนร่วม สร้างการเรียนรู้เพื่อพัฒนาศักยภาพและการจัดการกองทุนสู่การพึ่งตนเองอย่างยั่งยืน
โดยมีเป้าหมายสำคัญอยู่ 6 เรื่องคือหนึ่งต้องการรักษาพื้นที่เพื่อการเกษตร สองต้องการให้ประชาชนมีความมั่นคงทางอาหาร สามเพื่อลดรายจ่ายเพิ่มรายได้ สี่ให้ชุมชนมีสิ่งแวดล้อมดี ห้าคนในชุมชนมีสุขภาพดีด้วยอาหารปลอดภัย และหกส่งเสริมสัมมาชีพด้วยวิถีเกษตรแบบผสมผสาน โดยคนในชุมชนร่วมคิด ร่วมทำ ภายใต้โครงการธนาคารอาหารชุมชน 7 ไร่ 7 เรื่อง 7 ร้อย ด้วยแปลงสาธิตการเกษตรเพื่อประโยชน์สาธารณะบนพื้นที่ 7 ไร่ (ที่มีการระดมทุนซื้อดิน) 7 เรื่องที่ทำคือปลูกไผ่ เลี้ยงไก่ ปลูกผัก ทำปุ๋ยหมัก เลี้ยงปลา ทำเรือนเพาะชำ และทำนาข้าว
ทั้งนี้แนวคิด “ธนาคารอาหารชุมชน”ได้เริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2522 เพื่อให้มีแหล่งเรียนรู้ด้านอาหารที่ครบวงจร มีสถานที่รองรับการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ของคนในชุมชนและนอกชุมชน โดยได้รับการสนับสนุนงบประมาณจาก อบต.ควนรู วงเงิน 540,000 บาท เพื่อสร้างอาคารเรียนและแลกเปลี่ยนเรียนรู้ รวมทั้งศูนย์บริการและถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตรตำบล ในการสนับสนุนงานด้านเกษตรสำหรับเกษตรกรในชุมชนและผู้ศึกษาดูงาน
ในปี 2553 ได้เริ่มทำแปลงสาธิตการเกษตรผสมผสาน เพื่ออนุรักษ์พันธุ์ไม้ในท้องถิ่นและเป็นแหล่งอาหารของคนและสัตว์ ที่เริ่มด้วยพืชผักสวนครัวและพันธุ์ไม้หายากในชุมชน โดยให้คนในชุมชนนำต้นไม้ หรือพืชผัก มาปลูกในแปลงสาธิต เพื่อเป็นการฝากที่ธนาคารอาหารชุมชน มีผลผลิตทางการเกษตรในแปลงสาธิตเป็นอาหารให้กับคนในชุมชนที่สามารถเก็บเก็บกินเก็บใช้ร่วมกัน ช่วยลดค่าใช้จ่ายในครัวเรือน
นายกอบต.เล่าว่า ปัจจุบันธนาคารอาหารชุมชนมีสมาชิก 100 ครัวเรือน โดยสมาชิกสามารถนำรูปแบบจากแปลงสาธิตไปปรับใช้ในที่ดินของตนเอง เมื่อผลผลิตเติบโตเต็มที่จะสร้างรายได้เฉลี่ยประมาณวันละ 700 บาท
นอกเหนือจากธนาคารอาหารชุมชนแล้ว ยังส่งเสริมให้มีธนาคารข้าวเพื่อรักษาพื้นที่นา รักษาพืชพันธ์ข้าวและให้เป็นศูนย์รวมของคนทำนา ข้าวที่ส่งเสริมคือข้าวสังข์หยด ข้าวเล็บนกและข้าวเฉี้ยง ปัจจุบันธนาคารข้าวมีสมาชิกอยู่ 80 คน และมีแปลงสาธิตบนพื้นที่ 4 ไร่ บนหลักคิด นา 1 ไร่ ได้ผลผลิต 1 แสน มีคณะกรรมการบริหารนา เพื่อพัฒนาข้าวแบบครบวงจร อาทิมีลานตากข้าว มีโรงสีของตนเองเพื่อแปรรูปข้าว ราคาข้าวสารของชุมชนอยู่ที่กิโลกรัมกิโละ 80 –100 บาท รวมทั้งการจัดเก็บรักษาพันธ์ข้าวดังกล่าวในแต่ละปี
ทั้งนี้ธนาคารข้าว ได้เริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2554–2555 ด้วยต้องการเพิ่มจำนวนครัวเรือนในการทำนาและปลูกพืชผักสวนครัว และการกระตุ้นให้คนในชุมชน หันมาปลูกและบริโภคอาหารปลอดภัย รวมทั้งการทำไร่นาสวนผสม เพื่อต่อยอดธนาคารอาหารชุมชนภายใต้หลักคิด 1 ไร่ 1 แสน โดยมีการจัดซื้อที่ดินจำนวน 4 ไร่ เพื่อทำแปลงสาธิต “ทำนา 1 ไร่ ได้ 1 แสน”ร่วมกับเกษตรจังหวัด
นายถั่น สุขนวล นายกอบต.เล่าแผนงานด้านความมั่นคงทางอาหารและสัมมาชีพ มีเป้าหมาย ที่หวังให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในชุมชนในเรื่องสำคัญ 4 ด้านคือ
1) ด้านรายได้ ส่งผลให้ประชาชนในพื้นที่ มีงานทำ สร้างอาชีพ สร้างรายได้ และลดรายจ่าย
2) ด้านสิ่งแวดล้อม เกิดสิ่งแวดล้อมดีมีพื้นที่ทางการเกษตรเพิ่มขึ้น พืช และสัตว์เพิ่มขึ้น
3) ด้านสุขภาพดี มีอาหารชุมชนที่ปลอดภัยบริโภค และลดความเสี่ยงต่อการบริโภคอาหารที่มี
สารเคมีปนเปื้อน
4) ด้านวัฒนธรรม เกิดเครือข่ายในการช่วยเหลือเกื้อกูลกันของคนในชุมชน
ปัจจุบันที่ตำบลควนรู มีแหล่งเรียนรู้ เพื่อส่งเสริมความมั่นคงทางอาหารอยู่ 6 แหล่งคือ ธนาคารอาหารชุมชน กลุ่มน้ำพริกสมุนไพร ศูนย์ส่งเสริมการผลิตภัณฑ์ข้าวชุมชนบ้านหนองโอน โรงผลิตขนมจีนชุมชนโรงสีข้าวชุมชน และสวนสมรม
และต่อสถานการณ์ยางพารา ราคาตกต่ำ ได้มีการส่งเสริมให้มีปลูกพืชในสวนยาง ที่เรียกว่าปลูกไม้ร่วมยาง และธนาคารต้นไม้ที่ส่งเสริมการปลูกไม้ใช้หนี้ เช่นไม้เคียน ไม้ยาง เป็นต้น
ความสำเร็จของการพัฒนาชุมชนตำบลควนรูทั้งเรื่องแผนงาน และการปฏิบัติการเพื่อตำบลพึ่งตนเองในวันนี้ นายกอบต.ควนรูบอกว่า ความสำเร็จอยู่ที่ความร่วมมือระหว่างอบต. กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน สภาองค์กรชุมชนตำบลควนรูและประชาชนทีให้ความร่วมมือและร่วมดำเนินการทั้งภารกิจที่เป็นของส่วนรวม และการปฏิบัติในครอบครัวของตนเอง



