เมื่อเร็วๆนี้ เครือข่ายคนน่านจัดการตนเอง ร่วมกับ ๒๐ กว่าองค์กรภาคี ทั้งภาครัฐ ภาคประชาสังคม ภาคประชาชน และภาคธุรกิจ อาทิ ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน ศูนย์ประสานงานประชาคมจังหวัดน่าน สภาพัฒนาการเมือง สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ผู้แทนโครงการ “รักษ์ป่าน่าน” มูลนิธิสัมมาชีพ สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดน่าน ร่วมลงนามบันทึกความร่วมมือสนับสนุนการจัดทำข้อบัญญัติท้องถิ่น ว่าด้วยการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตและสังคมบนฐานวิถีวัฒนธรรมท้องถิ่นน่าน “ตามวาระจังหวัดน่าน” สร้างเมืองน่านน่าอยู่ คู่ป่าต้นน้ำ และ “โครงการรักษ์ป่าน่าน” ณ ศาลากลางจังหวัดน่าน อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน ได้รับเกียรติจาก นายอุกริช พึ่งโสภา ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน ร่วมเปิดงาน พร้อมการสัมภาษณ์สดร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
นายอุกริช พึ่งโสภา ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน กล่าวว่า จังหวัดน่าน มีสภาพภูมิประเทศเป็นภูเขาสูงชัน เป็นพื้นที่ต้นน้ำ ซึ่งมีพื้นที่ป่าตามกฎหมายถึงร้อยละ ๘๕ มีพื้นที่เพาะปลูกและที่อยู่อาศัยรวมกันร้อยละ ๑๕ ของพื้นที่ทั้งหมด ประชาชนร้อยละ ๘๐ ประกอบอาชีพเกษตรกรรม และมีการเพิ่มจำนวนประชากร จึงทำให้มีความต้องการพื้นที่การเกษตรเพิ่มมากขึ้นอย่างไม่จำกัด ทำให้มีการบุกรุกพื้นที่ป่าต้นน้ำ ป่าสงวนแห่งชาติ ป่าอุทยานแห่งชาติ รวมทั้งพื้นที่ป่าไม้กลายเป็นภูเขาหัวโล้นดังที่ปรากฏในสื่อสาธารณะในสังคมปัจจุบัน
“ปัญหาดังกล่าว หากปล่อยให้หน่วยงานภาครัฐดำเนินการแก้ไขปัญหาเพียงลำพัง อาจจะไม่ทันต่อการลุกลามของปัญหาที่ทวีความรุนแรงมากขึ้น ดังนั้นชุมชนท้องถิ่น ซึ่งเป็นผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในการจัดการทรัพยากรธรรมชาติ จึงมีความจำเป็นต้องมีส่วนร่วมในการจัดการปัญหาอย่างจริงจังและต่อเนื่อง ดังจะเห็นได้จากหลายๆ ชุมชนในจังหวัดน่านไม่น้อยกว่า ๓๐๐ ชุมชน ร่วมกันออกมาตรการทางสังคมเพื่อจัดการรักษาป่าชุมชน การอนุรักษ์วังปลา ที่สอดคล้องกับวิถีวัฒนธรรมความเชื่อของแต่ละชุมชน ซึ่งบทเรียนดังกล่าวสามารถนำไปสู่การจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน”
นางฑิฆัมพร กองสอน สมาชิกสภาพัฒนาการเมืองจังหวัดน่าน และประธานสภาองค์กรชุมชนตำบลบัวใหญ่ อ.นาน้อย จ.น่าน กล่าวว่า การลงนามบันทึกความร่วมมือสนับสนุนการจัดทำข้อบัญญัติท้องถิ่น ว่าด้วยการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตและสังคมบนฐานวิถีวัฒนธรรมท้องถิ่นน่าน “ตามวาระจังหวัดน่าน” สร้างเมืองน่านน่าอยู่ คู่ป่าต้นน้ำ และ “โครงการรักษ์ป่าน่าน”ในครั้งนี้ เครือข่ายคนน่านจัดการตนเอง ได้ร่วมกันกำหนดประเด็นการพัฒนาสังคมน่านที่สอดคล้องกับสภาพปัญหา ผ่านเวทีสมัชชาสุขภาพจังหวัดน่าน ตั้งแต่ปี พ.ศ.๒๕๕๖ ถึงปัจจุบัน ใน ๑๑ ประเด็น ประกอบด้วย ๑.) การจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ๒.) การจัดการที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัย ๓.) การจัดการภัยพิบัติ ๔.) การอนุรักษ์วิถีวัฒนธรรมที่เอื้อต่อสุขภาพ ๕.) ความมั่นคงทางอาหาร และเกษตรยั่งยืน ๖.) การท่องเที่ยวน่านเมืองเก่าและน่านเมืองจักรยาน ๗.) สวัสดิการชุมชน เศรษฐกิจและทุนชุมชน ๘.) สุขภาวะพระสงฆ์ ๙.) การศึกษาผลกระทบจากแนวสายไฟฟ้าแรงสูง ๑๐.) สื่อทางเลือก ๑๑.) การจัดการศึกษาโรงเรียนขนาดเล็ก
“ชุมชนท้องถิ่น จึงร่วมกันจัดทำข้อบัญญัติท้องถิ่นว่าด้วยการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รวมถึงการอนุรักษ์วัฒนธรรมประเพณีอันดีงาม ภูมิปัญญาท้องถิ่น ด้านสุขภาพ การศึกษา เศรษฐกิจชุมชน ที่ไม่ขัดแย้งกับกฎหมายที่เกี่ยวข้อง และตั้งอยู่บนฐานวิถีวัฒนธรรมท้องถิ่น ซึ่งจะไปสู่การพัฒนาตนเองและสร้างความเข้มแข็งของชุมชน เพื่อพัฒนาเครือข่ายความร่วมมือระหว่างชุมชน กลุ่มชาติพันธุ์ พื้นที่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ ในการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม อย่างเกื้อกูล เอื้ออาทรต่อกัน และความร่วมมือเพื่อสร้างเมืองน่านน่าอยู่ คู่ป่าต้นน้ำ ถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เนื่องในวโรกาสทรงมีพระชนม์มายุครบ ๖๐ พรรษา ในวันที่ ๒ เมษายน พ.ศ.๒๕๕๘ ตามนโยบายและภารกิจที่ผู้ว่าราชการจังหวัดน่านมอบหมาย ตามวาระจังหวัดน่าน และโครงการ รักษ์ป่าน่านโดยให้สอดคล้องกับคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ต่อไป”
นายสุพัฒน์ จันทนา ผู้จัดการสำนักงานภาคเหนือตอนบน พอช. กล่าวว่า บทบาทของสถาบันฯ ในการส่งเสริมการพัฒนาชุมชนเพื่อนำไปสู่ชุมชนท้องถิ่นจัดการตนเอง โดยใช้ประเด็นงานพัฒนาเป็นแรงผลักดันและสนับสนุนให้เกิดความเข้มแข็ง ไม่ว่าจะเป็น โครงการพัฒนาที่อยู่อาศัย ภายใต้โครงการบ้านมั่นคง การแก้ไขปัญหาที่ดิน สวัสดิการชุมชน และเชื่อมโยงภาคี จัดระบบกลไกการจัดการทรัพยากร สภาองค์กรชุมชนตำบล มีบทบาทเป็นกลไกหลักในการเชื่อมโยงการแก้ไขปัญหาที่ดินทำกินเชื่อมโยงการดูดแลทรัพยากรของน่าน มีพื้นที่ในการยกระดับการจัดการทรัพยากรการจัดการที่ดินแนวใหม่ยกระดับเป็นข้อบัญญัติตำบล
“หัวใจสำคัญของการจัดการทรัพยากร คือ ประชาชนมีความรู้ความเข้าใจ มีการทำข้อมูลต่างๆ นำข้อมูลวางแผนการจัดระบบการแก้ไขปัญหา เช่น การจัดตั้งกองทุน การเชื่อมโยงเครือข่าย น่าน ๓๐ ตำบลจะเป็นพื้นที่ต้นแบบในการเรียนรู้ในการจัดการทรัพยากร และโยงไมสู่การนำเสนอต่อนโยบายของรัฐในการจัดการทรัพยากร”
นายแพทย์บุญยงค์ วงศ์รักมิตร ประธานที่ปรึกษาเครือข่ายคนน่านจัดการตนเอง กล่าวว่า เพื่อเป็นการเสริมสร้างความเข้มแข็งของชุมชนในการจัดการแก้ไขปัญหา และสามารถพึ่งพาตนเองได้ มุ่งเน้นกระบวนการทำงานร่วมกันในลักษณะเป็นภาคีเครือข่ายความร่วมมือกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ที่เชื่อมโยงกับสภาองค์กรชุมชนตำบล โดยพัฒนามาตรการ กฎกติกา ระเบียบชุมชน ที่มีอยู่เดิม เป็นข้อบัญญัติท้องถิ่นว่าด้วยการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตและสังคม บนฐานวิถีวัฒนธรรมท้องถิ่นน่าน ตามวาระจังหวัดน่าน และโครงการรักษ์ป่าน่าน
ทั้งนี้จังหวัดน่าน ได้ร่วมกันกำหนดวาระน่าน ๒๕๕๖ - ๒๕๖๐ “สร้างเมืองน่านน่าอยู่
คู่ป่าต้นน้ำ” เรื่องการจัดการทรัพยากรป่าไม้ ไฟป่า และหมอกควัน เพื่อให้เกิดการแก้ไขปัญหาดังกล่าว รวมถึงได้ดำเนินการกิจกรรมพัฒนาฟื้นฟูและอนุรักษ์ เพื่อเพิ่มพื้นที่ป่าแหล่งต้นน้ำอย่างยั่งยืน บนพื้นฐานวิถีวัฒนธรรมการมีส่วนร่วมของชุมชนท้องถิ่นเป็นสำคัญ และที่สำคัญคือเป็นการร่วมมือกันเพื่อถวายเป็นพระราชกุศล และเฉลิมพระเกียรติแด่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เนื่องในวโรกาสทรงมีพระชนมายุครบ ๖๐ พรรษา ในวันที่ ๒ เมษายน พ.ศ.๒๕๕๘ และเพื่อเป็นไปตามนโยบายของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ด้านการปราบปรามและหยุดยั้งการบุกรุกทำลายทรัพยากรป่าไม้ ซึ่งได้มีการกำหนดพื้นที่เป้าหมายนำร่อง ปี พ.ศ. ๒๕๕๗ กรณีจัดทำข้อบัญญัติท้องถิ่นว่าด้วยการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อนำไปสู่การพัฒนาคุณภาพชีวิตและสังคมที่ยั่งยืน จำนวน ๓๔ ตำบล
ในการนี้พิธีลงนามบันทึกความร่วมมือ (MOU) เพื่อจัดทำข้อบัญญัติท้องถิ่นว่าด้วยการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืนฯ ได้มีการวางบทบาทและแนวทางการสร้างความร่วมมือของเครือข่ายต่างๆ เพื่อขับเคลื่อนสู่ เมืองน่านน่าอยู่ คู่ป่าต้นน้ำต่อไป


