พิมพ์
พัชร เอี่ยมพ่วง
หมวดหลัก: ข่าวความเคลื่อนไหวงานพัฒนา
ฮิต: 1340

บริบทตำบลทุ่งพง          เดิมตำบลทุ่งพงขึ้นกับเมืองอุทัยเก่า เมื่อแยกหมู่บ้านจึงมาใช้ชื่อ  “ ทุ่งพง ”  เนื่องจากพื้นที่เป็นที่ลาบลุ่ม มีต้นพงขึ้นอยู่มากจึงใช้เป็นชื่อตำบล  มีเนื้อที่  ประมาณ 8,472 ไร่

อาณาเขตติดต่อ

ทิศเหนือ          ติดต่อกับ  ตำบลหนองกลางดง และตำบลหนองสระ อำเภอทัพทัน   จังหวัดอุทัยธานี

ทิศใต้             ติดต่อกับ  ตำบลหนองฉาง อำเภอหนองฉาง จังหวัดอุทัยธานี

ทิศตะวันออก     ติดต่อกับ  ตำบลบ้านเก่า อำเภอหนองฉาง จังหวัดอุทัยธานี

ทิศตะวันตก      ติดต่อกับ  ตำบลอุทัยเก่า อำเภอหนองฉาง จังหวัดอุทัยธานี    และตำบลตลุกดู่      อำเภอทัพทัน     จังหวัดอุทัยธานี

ทุ่งพง  มี  11 หมู่บ้าน   ประกอบด้วย  บ้านทุ่งทอง  บ้านหนองโมก  บ้านมุ่งหลวง  บ้านม่วงใหญ่  บ้านป่าแดง  บ้านหนองจิก  บ้านป่ากล้วย   บ้านมุ่งพง   บ้านประดาแร้ง  บ้านหนองยางล้ม  บ้านทุ่งหลวง  มีประชากรทั้งสิน  จำนวน  2,138   คน 

อาชีพหลัก  ได้แก่  ทำนา ทำสวน รับจ้างทั่วไป  อาชีพรอง   ได้แก่  ค้าขาย  เลี้ยงสัตว์    มีวัฒนธรรม

การพูดที่ใช้ภาษามอญ   รำมอญในช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่ลุ่ม   อาหารที่ขึ้นชื่อและเป็นที่ชื่นชมแก่ผู้มาเยือนทุกครั้ง คือ  น้ำพริกมอญเสริฟพร้อมผักสด ๆ  ที่ปลูกกันเอง   แกงบอน  และแกงบวน

Slide2ต้นทุนด้านแหล่งท่องเที่ยวในตำบล มี วัด จำนวน  วัด  คือ วัดทุ่งทอง ซึ่งจะมีอุโบสถ์หันหน้าไปทางทิศตะวันตก  สร้างในสมัยที่พม่ายึดครอง  วัดทุ่งหลวง   อายุราว 200 กว่าปี เป็นสถาปัตยกรรมโบราณ คือลานบาตร อุโบสถเก่า เจดีย์เก่า หาดูได้ยาก  รวมถึงมีต้นยางเก่าแก่อายุกว่า 200 ปี และ  วัดอัมพวัน   ( ป่ากล้วย )  มีเกจิอาจารย์ดัง และมีศาลาหลังเก่าแก่ นอกจากนี้ยังมี  ป่าชุมชน      เป็นป่าชุมชนที่ยังคงสภาพป่าที่อุดมสมบูรณ์มีไม้พันธุ์หายากคงอยู่  ประชาชนช่วยกันรักษาและใช้ประโยชน์ร่วมกัน

ต้นทุนที่เป็นผลิตภัณฑ์ที่น่าสนใจของคนในตำบลเป็นผลผลิตที่ได้จากกลุ่มองค์กรในตำบล เช่น ไม้กวาดดอกหญ้า  ไม้กวาดทางมะพร้าว   พรมเช็ดเท้า  กระชาย  ข่า  ตะไคร้  เป็นพืชสมุนไพรที่ปลูกกันมากในหมู่บ้าน งานหัตถกรรมด้านฝีมือ  เช่น  การถักแห  ทำเข่งปลาทู  กระเป๋าหิ้ว  ไม้ซึ่งผลิตเป็นฝักมีดสวยงาม   มีช่างจักสานไม้ไผ่  ช่างทำเครื่องประดับเงิน  ช่างเหล็กดัด  ผลิตข้าวปลอดภัย  เครื่องจักรสานไม้ไผ่ (กระโปรงไก่)  พริกแกงเผ็ด  เป็นการรวมกลุ่มของแม่บ้านทำขึ้นมาเพื่อจำหน่ายในชุมชน  และชุมชนใกล้เคียง

          แค่ได้เรียนรู้ต้นทุนที่ทุ่งพงมี  ก็เห็นควรแก่การรักษา และอนุรักษ์เพื่อให้ได้ชื่นชมแก่ยุวชนรุ่นหลัง  แต่ทุ่งพงจะจัดการกับวิกฤตในยุคโลกาวิวัฒน์นี้ได้อย่างไรลองร่วมเรียนรู้กันต่อ

เรียนรู้ .....  กระบวนการจัดทำแผนพัฒนาตำบล    เริ่มต้นการพัฒนาของตำบลจริงแล้วตำบลทุ่งพงมีการดำเนินงานพัฒนามาหลายอย่างตั้งแต่ครั้งทำแผนแม่บทชุมชน   ซึ่งกระบวนการ / วิธีการดำเนินงานส่วนใหญ่มักทำตามความต้องการของหน่วยงานที่เข้ามาหนุนเสริม โดยไม่ได้คำนึงถึงตัวตนจริง ๆ ของตำบล  จากนั้นตำบลก็ยังคงวนเวียนอยู่กับปัญหาและกิจกรรมที่หน่วยต่าง ๆ มาหนุน ซึ่งปัญหานี้อาจมาจากตัวชุมชนเองด้วยที่ยังไม่เห็นคุณค่าจากกิจกรรมต่าง ๆ ที่หลาย ๆ หน่วยเข้ามาหนุนเสริม   ตัวแกนนำเองภายหลังจากการได้รับการหนุนเสริม  องค์ความรู้  จากหน่วยงานต่างๆ  เช่น  พอช  เกษตร.  สาธารณสุข   และอื่น ๆ   ก็ได้เรียนรู้หลักการ    วิธีการ นำมาปรับใช้ สุดท้ายได้เรียนรู้แนวทางของสภาองค์กรชุมชนจึงใช้สภาองค์กรชุมชนเป็นเวทีกลางในการขับเคลื่อนงาน เชื่อมโยงกลุ่มองค์กร  เชื่อมโยงคน  เชื่อมโยงหน่วยงาน  และเริ่มที่จะเรียนรู้ถูกผิด  ที่พลิกสู่จุดผันเปลี่ยนที่สำคัญคือการเดินเข้าสู่กระบวนการจัดทำแผนพัฒนาชุมชน มีกระบวนการที่มีขั้นตอนไม่มากนักพอเล่าสู่กันฟังได้ ดังนี้  

1) ชักชวนผู้นำพูดคุยเรื่องภายในตำบล จัดตั้งเป็นคณะทำงานวิธีการง่าย ๆ  ในการชักชวนผู้คนในตำบลรวมแรงกาย แรงใจ แรงสติปัญญาจากทุกภาคส่วน ทั้งที่เป็นชาวบ้าน  ผู้นำ  รวมทั้งภาคีหุ้นส่วนพัฒนา ต่าง ๆ  ในตำบล  เป็นการสร้างพื้นที่กลางแบบง่าย ๆ  เสร็จแล้วก็พูดคุยเรื่องในตำบล  คุยได้ง่ายสุดก็เรื่องของปัญหาในตำบล  สิ่งดี  ต้นทุนที่เรามีอยู่    ขณะเดียวกันเราก็การจัดโครงสร้างการทำงานเป็นทีม  ใครมีทักษะในการสื่อสาร ใครมีเครื่องมือปฏิบัติงานที่มีประสิทธิภาพ ก็นำมาช่วยเหลือเกื้อกูลซึ่งกันและกัน  เติมปัญญาสร้างเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ซึ่งกันและกันก่อให้เกิดองค์ความรู้ใหม่ ๆ

2) เก็บข้อมูลชุมชน บนฐานข้อมูลในตำบล ที่ผ่านมาข้อมูลจะมีความสำคัญมากทำให้เรามีสิ่ง

ที่มาช่วยเป็นเครื่องสนับสนุนในการทำงานของเรา เรามีการจัดเก็บข้อมูลในทุกด้าน  สิ่งที่เห็นได้ชัดเจนในข้อมูลและทำให้เราตระหนักคิด นำไปสู่การแก้ไขร่วมกัน   เช่น   เรามีหนี้สินทั้งตำบลโดยภาพรวมถึง   119,809,455.45 บาท  มีรายจ่ายทั้งตำบล   95,134,302.47 บาท  เมื่อหักลบระหว่างรายรับกับรายได้คงเหลือ      24,675,152.98   บาท          รายจ่ายเรื่องสุขภาพอนามัย   3,605,378.23 บาท ปุ๋ยเคมี   5,516,158.91 บาท ยาฆ่าแมลง 3,451,298.36 บาท  เนื้อสัตว์ 1,695,810.00 บาท ผลไม้สด 772,908.55 บาท ฯลฯ

3) นำช้อมูลเข้าสู่การวิเคราะห์ เปิดวงนั่งวิเคราะห์ตำบลร่วมกัน  จากข้อมูลข้างต้นจะเห็นว่าเป็นข้อมูลที่แม้แต่พวกเราเองยังนึกไม่ถึงว่าปีนึงเราใช้สารเคมีกันมากขนาดนี้  ดังนั้นจึงต้องร่วมวิเคราะห์สภาพปัญหา  สาเหตุและแนวทางเพื่อจะได้ดำเนินการแก้ไขร่วมกัน เราพบว่าปัญหาของเราหลัก ๆ คือ ปัญหาด้านต้นทุนการผลิต  วิเคราะห์แล้วสาเหตุมาจาก เมล็ดพันธ์ราคาแพง  ปุ๋ยราคาแพง  สารเคมีราคาแพง   แนวทางในการแก้ไขปัญหานี้คือ  ลดการใช้ปุ๋ยเคมี  ยาฆ่าแมลง  ทำปุ๋ยอินทรีย์ใช้เอง  ทำสารไล่แมลง จัดตั้งธนาคารเมล็ดพันธ์  ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งที่เรากำลังดำเนินการ

4) กำหนดสิ่งที่อยากเห็นว่าตำบลเป็นอย่างไรในอนาคต โดยใช้เวทีสภาองค์กรชุมชนตำบล ซึ่งคนทุ่งพงมีความเห็นร่วมอยากเห็นภาพที่จะให้เป็น คือ ประชาชนสุขภาพดีถ้วนหน้า เป็นแหล่งอาหารปลอดภัย พัฒนาคนให้มีความรู้  สามารถอยู่คู่กับวิถีชีวิตบริบทของตำบลได้          คนในชุมชนมีอาชีพเสริมมีรายได้เพิ่ม  มีน้ำประปาใช้ครอบคลุมและทั่วถึง  ไม่มีคนยากจน  ประชาชนลดค่าใช้จ่ายในครัวเรือน

5) จัดทำแผนพัฒนาตำบลและนำสู่การปฏิบัติ  หลังจากวิเคราะห์โดยอาศัยข้อมูลที่ได้จากความเป็นจริงในตำบล  ก็นำมาจัดทำแผนแยกเป็นหมวดหมู่   รวมถึงกำหนดผู้รับผิดชอบในแต่ละหมวด เพื่อนำไปสู่การปฏิบัต

          6 ) จัดระบบติดตาม/เปิดเวทีกลางรายงานผลเป็นระยะตามแผนงาน

          เป็นขั้นตอนที่เราใช้เวทีกลางในการรายงานผลการดำเนินงานตามแผน  มีข้อติดขัดอะไร  ก็นำมาพูดคุยและแก้ไข  แผนไหนบรรลุแก้ไขได้ก็ดำเนินต่อไป  แก้ไขไม่ได้ก็นำกลับมาวิเคราะห์ใหม่ เรียนรู้วิธีการแก้ไขกันต่อไป

 

ผญ.วิสูตร    ศรีสด ประธานสภาองค์กรชุมชนตำบลทุ่งพง   Slide3เล่าย้ำว่า  “จากระบวนการทั้ง 6 ขั้นตอนนี้  เราสามารถได้แผนของชุมชนตำบลทุ่งพง   มีการจัดตั้งผู้รับผิดชอบในแผนงาน  และลงมือปฏิบัติตามแผน ซึ่งเราไม่อาจทำได้ทุกแผนงานพร้อมกัน  เราเลือกที่จะแก้ไขในสิ่งที่เราเห็นว่าเร่งด่วนก่อน ซึ่งขณะนี้กำลังมุ่งกันที่เรื่อง ความปลอดภัยด้านอาหาร เพราะเราเห็นว่าทุกวันนี้อาหารที่เรารับประทานกัน  มีสิ่งเจือปนที่เป็นสารพิษมากมาย ดูจากวิธีการผลิต  การปลูกข้าว ใช้สารเคมีเสียจนเราเองยังไม่กล้าที่จะทานข้าวที่เราปลูก แถมสิ่งที่เราเก็บข้อมูลมายังเป็นเครื่องยืนยันว่า รายจ่ายของเรามีมากเกี่ยวกับการใช้ปุ๋ย  ใช้ยาฆ่าแมลง   จึงหันมาเร่งแก้ไขด้านนี้ ทำอย่างไรให้เรามีต้นทุนที่ลดลง  ทำอย่างไรให้เราปลอดภัยจากสารพิษต่าง ๆ ทำอย่างไรให้คนในชุมชนของเรามีความสุข  นี่แหละคือจุดที่เราคิดพัฒนาให้เกิดศูนย์เรียนรู้ต่าง ๆ  ขึ้น ดังผลงานที่จะพาไปเรียนรู้ต่อไป ...  ”

หัวใจที่สำคัญของการจัดทำแผนแม่บทชุมชนพึ่งตนเองคือการทำให้ชุมชนได้ร่วมกัน ซึ่งคนตำบลทุ่งพงร่วมกันเก็บข้อมูลของชุมชน มาร่วมกันวิเคราะห์ เพื่อทบทวนตนเอง ค้นหาปัญหาที่แท้จริง กับกิจกรรมที่มุ่งหวังให้คนทุ่งพงมีความปลอดภัยทางด้านอาหาร มีความปลอดภัยจากสารพิษ และมุ่งสู่อนาคตด้วยการกำหนดทางเลือกในการแก้ไขปัญหาของชุมชน

 

เรียนรู้.....รูปธรรมสำคัญ ในการจัดการตนเองสู่ความปลอดภัยทางด้านอาหาร นำมาซึ่งความสุขของของคนทุ่งพง  

โรงสีชุมชน   เป็นแหล่งสีข้าวให้กับชุมชน บริการสีให้กับคนในชุมชนและตำบลใกล้เคียง โดยไม่คิดค่าบริการขอเพียงเศษลำ และเศษปลายข้าว  เป็นค่าไฟ ให้กับผู้ดูแลก็เพียงพอแล้วโรงสีดำเนินการโดยไม่มุ่งหวังกำไร บริหารจัดการโดยคณะกรรมการ ซึ่งก็ไม่มีความซับซ้อน “ลุงไผ่” ผู้ดูแลเล่าว่า “แต่ละวันจะมีชาวบ้านนำข้าวมาสีตลอด  ส่วนใหญ่สีไว้กินเอง เหลือก็เก็บไว้แพ็คขาย มีมากบ้างน้อยบ้าง ไม่เท่ากันในแต่ละวัน ลุงจะคอยดูแลให้บริการตลอด  ”

กลุ่มเกษตรผู้ปลูกข้าวปลอดสาร  พี่จินดารัตน์  วัดแป้นหัวหน้ากลุ่ม นำเราไปยังแปลงนาที่ถูกเตรียมดินไว้เรียบร้อยแล้วสำหรับ “โยน”กล้าข้าว  “ จุดเริ่มต้นของการจัดตั้งกลุ่มเนื่องจากพวกเรามีอาชีพเกษตรต้องเดินทางไปซื้อปุ๋ยกับกลุ่มของพี่จรัส โยธาพี่จรัสเลยถามว่าจะมาซื้อทำไม ทำไมไม่ทำเอง เราเลยคิดว่าก็จริงเดินทางมาตั้งไกล  เสียตังก์ค่าปุ๋ย แล้วยังเสียค่าเดินทางอีก  ดังนั้นพอกลับมาก็ตั้งกลุ่มกันเลยตั้งได้ประมาณ 3 ปีมาแล้ว  อาศัยพี่จรัส

เป็นพี่เลี้ยงในตอนแรก และได้ชักชวนคนที่มีจิตพัฒนา โดยไม่มุ่งเน้นกำไร   ตั้งเป้าทำกันเพื่อ  “รักษาสุขภาพบนความพอเพียง” นี่คือสิ่งที่ยึดถือ โดยสมาชิกของกลุ่มจะมีการจัดทำแปลงข้าวปลอดสารประมาณ  5 -10  ไร่  เพื่อปลูกข้าวปลอดสารพิษ ไว้รับประทานกันเอง  ส่วนที่เหลือก็จะขาย  เราไม่ใช้สารเคมี  ผลผลิตที่ได้ถ้าเป็นข้าวหอมมะลิ จะได้ประมาณ  65 ถัง  ต่อไร่   ถ้าเป็นข้าวไรเบอลี่  จะได้ประมาณ 40- 45  ถัง  ซึ่งก็เพียงพอต่อการเก็บไว้รับประทาน  ส่วนที่เหลือก็จะแพ็คขาย  จะมีผู้มาติดต่อขอซื้อถึงที่ ถึงไม่ซื้อก็ไม่เป็นไรยังไงเราก็ต้องกินข้าว  ทุนที่ใช้  เราใช้ทุนจากส่วนตัวและกลุ่มก็จะได้รับการหนุนเสริมจากสำนักงานเกษตร  ประมาณ  20,000  บาท  จะมีการช่วยเหลือกันระหว่างสมาชิกในกลุ่ม เราเรียกว่า “เอาแรงกัน ” คือ ถ้าสมาชิกคนไหนหว่าน  ไถ  สมาชิกท่านอื่นก็จะมาช่วย พอถึงคิวตัวเองสมาชิกท่านอื่นก็จะมาใช้แรง เป็นการช่วยเหลือกัน สร้างความสัมพันธ์ สนุกสนาน เฮฮามาก   อย่างแปลงนี้  กำลังจะโยนข้าว เราก็มาช่วยกัน”

       Slide1กลุ่มผลิตปุ๋ยชีวภาพ   รอบโรงอาคารตีข้างฝาด้วยไม้ระแนง  หลังคามุงสังกะสี กว้างขวางพอควร  ภายในมีผลผลิตเมล็ดปุ๋ยกองอยู่เตรียมพร้อมที่จะบรรจุลงกระสอบปุ๋ย   เมล็ดปุ๋ยที่ถูกบรรจุกระสอบเรียบร้อยกองเรียงรายนับร้อยถุง รวมถึงวัสดุกองโตซึ่งประกอบด้วย  มูลวัว  ควาย  ถูกวางอยู่ใกล้ ๆ  เตรียมเข้าสู่กระบวนการผลิต  จุดเด่นของกลุ่มผลิตปุ๋ย คือ บริหารจัดการโดยชุมชนเอง มีคณะทำงาน  วัสดุหาจากในพื้นที่ เช่น ขี้วัว  ขึ้ควาย  นำมาเป็นวัสดุ ประกอบกับวัสดุอื่น ๆ  ตามส่วน ตลาดก็ไม่ต้องไปหาไกล  คนในตำบลนี่เองเพราะส่วนใหญ่เป็นเกษตรกร ทำสวน  ทำนา  ทำไร่  ใช้ปุ๋ยกันอยู่แล้ว  ที่นำเสนอมาข้างต้นนี่เป็นเพียงเล็กน้อย จริง ๆ แล้วตำบลยังมีศูนย์เรียนรู้ด้านกลุ่มอาชีพอีกหลายกลุ่ม เช่น กลุ่มผลิตกระเป๋า  ผลิตดอกไม้  กลุ่มไม้กวาด และกลุ่มอื่น ๆ เป็นกลุ่มอาชีพสร้างรายได้เสริมให้กับคนในตำบล

ผญ.วิสูตร  ศรีสด   เล่าส่งท้ายถึงผลการดำเนินงานที่ผ่านมาว่า  “ ที่ผ่านมาทุ่งพงมีการประชุมผู้นำเพื่อเชื่อมโยงให้ชุมชนมีส่วนร่วมในการพัฒนา มากกว่าปีละ   4   ครั้ง ตามที่ พรบ.กำหนด  เราคุยกันบ่อย บางครั้งก็ไม่มีวาระ  มีการรวบรวมข้อมูลเพื่อสนับสนุนในการพูดคุยกันระหว่างหน่วยงานภาครัฐ    มีการเชื่อมโยงกับภาคีพัฒนาต่าง ๆ  และจากข้อมูลที่ได้  เรามีความฝันร่วมกันอย่างหนึ่ง  คือ ฝันที่จะเห็นคนทุ่งพงมีความปลอดภัยทางด้านอาหาร มีความปลอดภัยจากสารพิษ  มีสุขภาพแข็งแรง  มีความสุขกันโดยทั่วหน้า  ดังนั้นในแผนหนึ่งที่ทุ่งพงคิดร่วมกันคือผักดันความฝันของเราคือเราพยายามพัฒนาระบบผลิตแบบเกษตรอินทรีย์  และนำมาจัดทำเป็นแผนพัฒนาตำบล   มีการกำหนดเป้าหมายของตำบล  ซึ่ง ตั้งเป้าอยู่ที่การผลิตข้าวปลอดสาร เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตสร้างความมั่นคงทางด้านอาหาร   จึงมุ่งไปที่การสร้างเอกลักษณ์ชองชาวทุ่งพง  คือการพัฒนาพันธ์  “ข้าวหอมทุ่งพง” เพื่อไว้รับประทาน ขณะเดียวกันก็พยายามพลิกฟื้นระบบเศรษฐกิจในตำบลไปด้วยในตัว ทั้งนี้ทุ่งพงถือเป็นตำบลที่มีต้นทุนดี  เช่น มีกลุ่มองค์กร  มีโรงปุ๋ย มีการหนุนเสริมจากภาคีภาครรัฐ  ฉะนั้นหากตั้งเป้าเรื่องการจัดการตนเอง  ทุ่งพงถือได้ว่าเป็นตำบลมีการพัฒนาขึ้นตามลำดับที่จะเข้าสู่ตำบลจัดการตนเอง ภายในความมุ่งหวังของตำบลเอง กับสิ่งที่ตำบลเองอยากให้เป็น  โดยใช้สภาองค์กรชุมชเป็นตัวเชื่อม  เป็นเวทีกลางของการพูดคุยและทำร่วมกัน”

แบ่งปัน
Submit to FacebookSubmit to Google PlusSubmit to Twitter