
ตำบลบ้านเหล่า อำเภอแม่ใจ จังหวัดพะเยา ตั้งอยู่ด้านทิศตะวันออกของตัวอำเภอแม่ใจ มีอาณาบริเวณ 99.154 ตารางกิโลเมตร (61,000 กว่าไร่) มีทั้งหมด 14 หมู่บ้าน รวมมีประชากรทั้งหมด 7,961 คน แบ่งเป็นเพศชาย 3,952 คน เพศหญิง 4,009 คน อาชีพของประชากรส่วนใหญ่ทำการเกษตรกรรม ดำเนินวิถีชีวิตตามวิถีวัฒนธรรมการไปมาหาสู่กันฉันท์พี่น้อง ชาวตำบลบ้านเหล่าโดยดั้งเดิมเป็นชาวจังหวัดลำปางอพยพมาตั้งถิ่นฐานทำมาหากิน จึงมีวิถีชีวิตรักความสงบ จิตใจโอบอ้อมอารี ชอบทำบุญสุนทาน
ภายในตำบลบ้านเหล่ามีกลุ่มองค์กรที่ขับเคลื่อนงานพัฒนาชุมชนด้านต่างๆ มากมาย อาทิเช่น
- ศูนย์เรียนรู้ตำบล ได้แก่ ศูนย์ข้อมูลตำบล จำนวน 2 แห่ง ศูนย์เรียนรู้ชุมชนรพ.สต.บ้านเหล่า กองทุนหลักประกันสุขภาพตำบลบ้านเหล่า ศูนย์อปพร.ตำบลบ้านเหล่าและกองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลบ้านเหล่า
- กลุ่มจิตอาสาและการจัดสวัสดิการสังคม ได้แก่ ชมรมผู้สูงอายุตำบลบ้านเหล่า กลุ่มเยาวชนจิตอาสาสื่อสารสุขภาวะ สถานปฏิบัติสวนโพธิอิสระ คณะทำงานสุขภาพภาคประชาชน ศูนย์พัฒนาครอบครัวเข้มแข็ง ชมรมผู้พิการตำบลบ้านเหล่า กองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลบ้านเหล่า และกลุ่มประมงพื้นบ้านอ่างเก็บน้ำแม่ปืม
- ศูนย์พัฒนาเพื่อเด็กและเยาวชน ได้แก่ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก จำนวน 5 แห่ง มีโรงเรียน จำนวน 4 แห่งและกลุ่มเยาวชนดนตรีพื้นเมือง สะล้อซอซึง ธนาคารความดีในโรงเรียน 4 แห่ง
- ศูนย์และกลุ่มเพื่อดูแลและส่งเสริมสุขภาพชุมชน ได้แก่ รพ.สต.บ้านเหล่า รพ.สต.บ้านดงอินตา กลุ่มบ้านเหล่ารวมใจ 42 7
- กลุ่มพัฒนาเศรษฐกิจชุมชน ได้แก่ กลุ่มแคบหมู หมู่ 13 12 OTOP 3 กลุ่มเครื่องประดับอัญมณี และกลุ่มหัตกรรมมือปั้น
- กลุ่มพัฒนาการเกษตรและดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม ได้แก่ ชุมชนปลอดขยะบ้านดงอินตา ธนาคารขยะในโรงเรียน 4 แห่ง กลุ่มน้ำส้มควันไม้ หมู่ 2 และกลุ่มปุ๋ยหมัก หมู่ 6, หมู่ 7
- กลุ่มส่งเสริมวัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่น ได้แก่ กลุ่มจักสานผู้สูงอายุตำบลบ้านเหล่า กลุ่มดนตรีพื้นเมือง ฆ้องวง ระนาด ปี่ หมู่ 13
ตำบลต้นแบบในการกำจัดขยะ
ตำบลบ้านเหล่าให้ความสำคัญกับการจัดการสิ่งแวดล้อมว่าเป็นเรื่องที่สำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการจัดการปัญหาเรื่องขยะซึ่งเป็นปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน ตำบลบ้านเหล่าไม่มีรถเก็บขยะ ไม่มีสถานที่กำจัดขยะ ๆ เนื่องจากลักษณะของพื้นที่เป็นแอ่งกระทะทางเทศบาลจึงไม่สามารถหาพื้นที่จะรองรับการกำจัดขยะได้
ขยะในพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นขยะในครัวเรือน เช่น เศษอาหาร วัชพืช มูลสัตว์ พลาสติก และมีการกำจัดขยะไม่ถูกวิธี ซึ่งปัญหาดังกล่าวมีแนวโน้มที่จะทวีความรุนแรงมากขึ้น เทศบาลตำบลบ้านเหล่าร่วมกับสภาองค์กรชุมชนตำบลบ้านเหล่าจัดการแก้ไขปัญหาขยะในชุมชน โดยร่วมกันกำหนดแนวทางแก้ไขปัญหาภายใต้บริบทและศักยภาพที่มีอยู่ ด้วยการสร้างการมีส่วนร่วมของหน่วยงานภาคท้องถิ่น ภาครัฐ และภาคประชาชนในพื้นที่ เพื่อสร้างความตระหนัก สร้างจิตสำนึกร่วมรับผิดชอบ และกำหนดข้อตกลงร่วมกันในการจัดการแก้ไขปัญหาขยะในชุมชนโดยยึดหลัก 3 R คือ Reduce หมายถึง การลดปริมาณขยะ Reuse หมายถึง การนำขยะมาใช้ใหม่และ Recycle หมายถึง การคัดแยกเพื่อเข้าสู่โรงงานนำไปหลอมผลิตขึ้นใหม่
จากการดำเนินงานตั้งแต่ปี พ.ศ. 2553 เป็นต้นมา เกิดหมู่บ้านต้นแบบจำนวน 1 แห่งได้รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ชุมชนปลอดขยะระดับประเทศในปี 2555 จากกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม นอกจากนี้ยังได้ร่วมมือกับสำนักงานปฏิรูปที่ดินสนับสนุนการอบรมการใช้เชื้อจุลินทรีย์เพื่อย่อยสลายเศษใบไม้ในครัวเรือน โดยมีการใช้พื้นที่นำร่องที่หมู่ 2 อีกทั้งสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ก็ได้เข้ามาให้การสนับสนุนการจัดทำธนาคารขยะขึ้นที่โรงเรียนบ้านเหล่า โรงเรียนไร่อ้อย โรงเรียนบ้านดงหินตา และโรงเรียนบ้านดงบุญนาก โดยมีกลุ่มเยาวชนที่มีจิตอาสามาช่วยกันในการประสัมพันธ์เกี่ยวกับการกำจัดขยะให้ถูกวิธร ปัจจุบันการกำจัดขยะได้ขยายผลจนเกิดชุมชนต้นแบบขึ้นอีก 2 หมู่บ้าน ได้แก่ หมู่ที่ 6 ได้รับรางวัลพราชทานชนะเลิศ “ชุมชนปลอดขยะ” ในปีพ.ศ. 2556 ซึ่งเป็นแหล่งศึกษาดูงานจากตำบล รวมทั้งจังหวัดต่างๆ และในหมู่ที่ 2 มีการจัดกิจกรรมประกวด “บ้านสวยเมืองงาม”
นอกจากนี้ยังมีการสร้างกฎกติกาเรื่องการทิ้งขยะและการคัดแยกขยะในครัวเรือน และให้แต่ละหมู่บ้านทำ เสวียน (กระบุง) รอบต้นไม้ในแต่ละครัวเรือน เพื่อนำใบไม้ เศษขยะที่ย่อยสลายง่ายไปทิ้งไว้ก็จะได้ปุ๋ยหมักขึ้นมาใช้ในครัวเรือนอีกหนึ่งช่องทาง
ต้นแบบตำบลสุขภาวะ “งดเหล้า” ในงานศพ
เนื่องจากประชากรส่วนใหญ่ซึ่งประกอบอาชีพเกษตรกรรม นิยมดื่มสุราหลังจากเลิกงานในช่วงเย็น โดยเชื่อว่าสุราสามารถคลายความปวดเมื่อยจากการทำงาน ประกอบกับคนในชุมชนมีมุมมองด้านบวกกับการดื่มเครื่องดื่มสุรา ดังจะเห็นได้จากเวลาการจัดงานต่างๆ ในชุมชนจะมีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อยู่ด้วยเสมอ การดื่มจะมีทั้งเพศหญิง เพศชายและมีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้น พฤติกรรมเช่นนี้สอดคล้องกับข้อมูลการสำรวจผู้ดื่มแอลกอฮอล์ของประเทศที่ระบุว่า จังหวัดพะเยามีอัตราการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์สูงสุดของประเทศ (ข้อมูลการสำรวจปี 2556)
การบังคับใช้กฎหมายไม่เคร่งครัด การซื้อขายที่เป็นไปอย่างสะดวก ผนวกกับในตำบลมีโรงกลั่นสุราพื้นบ้านเองประมาณ 3 - 4 แห่ง จึงมีการพบเห็นการดื่มสุราอยู่เป็นประจำ ผลที่ตามมาคือเกิดอุบัติเหตุ การทะเลาะวิวาท ปัญหาครอบครัว ปัญหาด้านสุขภาพจิตและการเจ็บป่วยด้วยโรคต่างๆ
ศูนย์พัฒนาครอบครัวชุมชนตำบลบ้านเหล่าจึงได้พยายามหาแก้ไขปัญหาการดื่มสุรามาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2551 หลังจากที่ขับเคลื่อนการทำงานมาเป็นระยะเวลานาน คณะทำงานก็เริ่มอ่อนล้าทำให้การดำเนินงานแผ่วไป ในเวลาต่อมาเมื่อเกิดสภาองค์กรชุมชนตำบลบ้านเหล่าจึงมีการรื้อฟื้นประเด็นนี้ขึ้นมาใหม่ จากแต่ก่อนที่ไม่ได้มีมาตรการอะไรมาดำเนินการใช้แต่มาตรการทางสังคม ใช้วิธีการรณรงค์ประชาสัมพันธ์ทางสื่อวิทยุชุมชน สร้างความตระหนักรู้ให้แก่ชุมชนตลอดมา เมื่อมีการจัดเวทีประชาคมของสภาองค์กรชุมชนตำบลบ้านเหล่า เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2557 ทำให้เกิดมติร่วมกันทุกหมู่บ้าน โดยขอให้งดเลี้ยงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในงานศพของชุมชน มีทั้งการใช้มาตรการทางสังคมมากำกับ โดยทางเทศบาลตำบลบ้านเหล่าจะมอบวุฒิบัตรเพื่อเป็นเกียรติคุณให้กับเจ้าภาพงานศพที่ร่วมโครงการนี้ทุกงาน และเน้นประชาสัมพันธ์ให้เข้มข้นขึ้น
ที่ผ่านมาคณะทำงานสุขภาพภาคประชาชนตำบลบ้านเหล่าได้มีการดำเนินงานแก้ไข รณรงค์ ลด ละ เลิก การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยมีข้อตกลงร่วมกันในการงดเหล้าในงานศพ ปัจจุบันสามารถให้ประชาชนใน หมู่ 8 สามารถงดการดื่มสุราได้แล้ว 100 %
อนุรักษ์ดิน น้ำ ป่า เพื่อสร้างความมั่นคงด้านอาหารและเศรษฐกิจชุมชน
แหล่งต้นน้ำที่หล่อเลี้ยงชีวิตคนในชุมชนมาจากยอดดอย “จำม่วง” ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของภูเขาผีปันน้ำ ตั้งตระหง่านอยู่ด้านทิศตะวันออกของตำบล แหล่งน้ำกินน้ำใช้ในชุมชนเป็นน้ำที่ผุดมาจากยอดเขา หลายจุด หลายสาย ไหลลงมารวมกันกักเก็บน้ำไว้ในอ่างเก็บน้ำเรียกว่า “อ่างเก็บน้ำแม่ปืม” และยังไหลลงไปสู่กว๊านพะเยา อ่างเก็บน้ำแม่ปืมเปรียบเสมือนสายเลือดหล่อเลี้ยงชีวิตผู้คนในตำบลบ้านเหล่า แหล่งต้นน้ำอยู่บนภูเขา ชาวตำบลบ้านเหล่าจึงหาแนวทางที่จะร่วมใจกันอนุรักษ์ป่าต้นน้ำไว้หล่อเลี้ยงชีวิตให้ได้ตราบนานเท่านาน
ปี พ.ศ. 2555 ทางสภาองค์กรชุมชนตำบลบ้านเหล่าร่วมกับทุกภาคส่วนในชุมชน ได้ขึ้นสำรวจป่าต้นน้ำบนยอดดอยเป็นเวลา 2 วัน 1 คืน พบว่า ป่าต้นน้ำส่วนลึกสุดของยอดภูยังมีความอุดมสมบูรณ์ แต่พื้นที่บริเวณภายนอกมีร่องรอยของการแอบลักลอบตัดไม้ หลังจากนั้นได้มีการประชุมปรึกษาหารือเพื่อให้ได้มาซึ่งแนวทางการอนุรักษ์ร่วมกัน
สภาองค์กรชุมชนจังหวัดพะเยาได้สนับสนุนงบประมาณให้ตำบลได้ขับเคลื่อนเรื่องการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งสอดคล้องกับเจตนารมณ์ของสภาองค์กรชุมชนตำบลบ้านเหล่าที่ได้มีการขับเคลื่อนงานในด้านการอนุรักษ์ดิน น้ำ ป่า ของชุมชน โดยเฉพาะการอนุรักษ์สายน้ำแห่งชีวิต “สายน้ำแม่ปืม” ไว้หล่อเลี้ยงกายไม่เฉพาะแต่คนตำบลบ้านเหล่าเท่านั้น แต่เป็นการยังประโยชน์ให้กับคนอีกหลายตำบล หลายอำเภอ เพราะน้ำจากอ่างแม่ปืมจะไหลลงสู่ “หนองเล็งทราย” และไหลต่อไปยังลำน้ำอิงสู่กว๊านพะเยา
การร่วมใจกันอนุรักษ์ป่าต้นน้ำ นอกจากจะคงความสมบูรณ์ในด้านดิน น้ำ ป่าแล้ว สิ่งที่จะได้ตามมาคือ ความมั่นคงด้านอาหาร ทำให้อาหารป่าไม่ว่าจะเป็นเห็ดต่าง ๆ ที่ออกตามฤดูกาล หน่อไม้ ไข่มดแดง เกิดขึ้นอย่างอุดมสมบูรณ์ ในแต่ละปีชาวตำบลบ้านเหล่ามีรายได้จากการเก็บของป่าขาย คิดรวมทั้งตำบลนำเงินเข้าเป็นหลักล้านเลยทีเดียว โดยเฉพาะฤดูของเห็ดต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นเห็ดเผาะ เห็ดไข่ เห็นดาน (เห็ดล่ม) ล้วนสร้างรายได้ให้กับคนบ้านเหล่าเป็นจำนวนมหาศาล หลังจากฤดูกาลเก็บเห็ดหมดลงก็จะมีรายได้จากการเก็บหน่อไม้ขาย ไข่มดแดงในช่วงหน้าแล้ง ทำให้คนตำบลบ้านเหล่าเห็นความสำคัญของการอนุรักษ์ป่าเพราะนอกจากจะมีความมั่นคงด้านอาหารทุกฤดูกาลแล้ว และยังทำให้มีความมั่นคงทางด้านเศรษฐกิจอีกด้วย ดังเช่นในชุมชนมีครอบครัวที่ส่งลูกเรียนจบปริญญาด้วยการหาของป่าขายนับหลายสิบครัวเรือน
ก้าวสู่การจัดทำธรรมนูญตำบล
เพื่อเป็นการยกระดับการแก้ไขปัญหาในชุมชน และขยายผลการดำเนินงานภายใต้การมีส่วนร่วม ภายใต้ศักยภาพและทุนทางสังคมที่มีอยู่ มีคณะทำงานอย่างเป็นรูปธรรมและมีกระบวนการทำงานในทิศทางเดียวกัน สามารถติดตามประเมินผลและพัฒนาต่อยอดได้ สภาองค์กรชุมชนตำบลบ้านเหล่าได้มีการพัฒนาศักยภาพคนทำงานในพื้นที่ จัดตั้งคณะทำงานทีมยุทธศาสตร์ตำบลจัดการตนเอง โดยการชักชวนแกนนำในพื้นที่มาทำความเข้าใจเรื่องตำบลจัดการตนเอง
จากนั้นได้มีการจัดทำแผนพัฒนาสังคมและสิ่งแวดล้อม โดยมีการจัดทำเวทีประชาคม 14 หมู่บ้าน เพื่อค้นหาสภาพปัญหาในพื้นที่ โดยเพราะการขับเคลื่อนเรื่องการงดดื่มแอลกกอฮอล์ในพื้นที่ และการจัดการขยะโดยชุมชน
หลังจากการจัดเวทีประชาคม สภาองค์กรชุมชนได้จัดเวทีคืนข้อมูลให้กับพื้นที่ และร่วมกันหามาตรการในการแก้ไขปัญหา อาทิ การดื่มแอลกอฮอล์ การจัดการขยะโดยชุมชน การแก้ไขปัญหาลูกน้ำยุงลาย โดยมีมาตรการดังนี้
- มาตรการลดลูกน้ำยุงลาย เกิดข้อตกลงร่วมกันของ อสม.ในแต่ละหมู่บ้าน ให้มีการตรวจสอบลูกน้ำยุงลายทุกวันศุกร์ โดยมอบหมายให้อสม.ของอีกหมู่บ้านหนึ่งมาตรวจผลการดำเนินงานของอีกหมู่บ้านหนึ่ง หากไม่พบลูกน้ำยุงลายให้ธงเขียว ถ้าตรวจเจอบ้านไหนให้ธงเหลือง และในรอบสองถ้าบ้านไหนที่เคยได้ธงเหลืองแล้วยังมีลูกน้ำยุงลายอยู่ให้ธงแดง และให้อสม.ปรับเจ้าของบ้าน 20 บาท
- มาตรการงดเหล้า เกิดมาตราการทางสังคม โดยให้ผู้สูงอายุ มัคคายก อสม. ผู้ใหญ่บ้านไปประชาสัมพันธ์ให้งดเหล้าในงานศพ และได้มีการขยายผลไปสู่ตำบลอื่นๆ โดยมีการทำ MOU ร่วมกับนายอำเภอ เจ้าคณะอำเภอ นายก อบต. ผู้ใหญ่บ้านทุกหมู่บ้าน รวมทั้งได้รับความร่วมมือจากวิทยุชุมชน ในการช่วยประชาสัมพันธ์เรื่องงดเหล้าทุกต้นชั่วโมง
- มาตรการด้านการจัดการขยะโดยชุมชน เกิดข้อตกลงร่วมในปรับผู้ที่กระทำการลักลอบนำขยะไปทิ้งบนเขาหรือข้างทางในเขตตำบลบ้านเหล่า เพื่อไม่ให้เกิดการมักง่ายขึ้นทั่วทุกหมู่บ้าน โดยให้ชมรมกำนัน ผู้ใหญ่บ้านเป็นผู้สอดส่องดูแล
- มาตรการในการปกป้องเพื่อรักษาแหล่งต้นน้ำให้ยั่งยืน ได้มีการตั้งกฎกติกาของชุมชนไว้ ผู้ใดคิดทำลาย “เจอจับ ปรับจริง” อาทิเช่น
- หากผู้ใดจับปลาด้วยการใช้หม้อไฟฟ้าจี้ปลา ระเบิดปลา มีการลงโทษปรับเป็นเงินรายละ 5,000 – 10,000 บาท นอกจากโทษปรับแล้วก็จะมีมาตรการทางสังคมให้ตัดออกจากสมาชิกฌาปนกิจสงเคราะห์ของชุมชนเป็นเวลา 5 ปี หากพ้น 5 ปี หากต้องการกลับเข้ามาเป็นสมาชิกฌาปนกิจสงเคราะห์อีก ต้องเริ่มต้นสมัครเข้ามาเป็นสมาชิกใหม่
- ห้ามจับปลาในฤดูวางไข่ คือช่วงเมษายน – สิงหาคม ผู้ฝ่าฝืนต้องได้รับโทษตามกฎของชุมชน โดยชมรมประมงพื้นบ้านตำบลบ้านเหล่าเป็นผู้รับผิดชอบดูแลไม่ให้ใครฝ่าฝืนกฎ
จากตำบลจัดการตนเองของสภาองค์กรชุมชนตำบลบ้านเหล่า ก่อให้เกิดเป็นธรรมนูญ ตำบลขึ้น ทุกเรื่องราวไม่ว่าเรื่องของ ดิน น้ำ ป่า เรื่องของการดูแลสุขภาพชุมชนโดยชุมชน ล้วนแล้วแต่เป็นเรื่องที่ดีมีคุณค่าสำหรับชุมชนตำบลบ้านเหล่าเป็นอย่างมาก ต้องขอขอบคุณองค์กรสภาองค์กรชุมชนเป็นอย่างสูงที่ได้มอบสิ่งดี ๆ ให้กับชุมชนตำบลบ้านเหล่า โดยสนับสนุนให้ทำเรื่องตำบลจัดการตนเอง และพัฒนาให้ได้มาซึ่ง “ธรรมนูญตำบล” เพื่อให้เกิดสุขภาวะตำบลอย่างยั่งยืนสืบไป


