พื้นที่ของตำบลท่าก๊อที่มีพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นภูเขาสลับกับที่ราบลุ่มขนาดเล็ก มีแม่น้ำที่สำคัญไหลผ่านคือ แม่น้ำลาว และมีลำ ห้วยต่าง ๆ เช่น ลำห้วยแม่ยางมิ้น ลำห้วยหลวง ฯลฯ พื้นที่ส่วนใหญ่อยู่ในเขตป่าอุทยานแห่งชาติดอยหลวง เขตป่าอุทยานดอยเวียงผา พื้นที่อนุรักษ์ป่าไม้ และเขตป่าสงวนแห่งชาติแม่ลาวฝั่งซ้ายและฝั่งขวา มีเนื้อที่ประประมาณ 242,237 ไร่ การถือครองที่ดินจึงเป็น ลักษณะที่ดินที่มีโฉนด สปก.4-01 และ นส.3 มีประชากร 17,814 คน 5,697 ครัวเรือน เป็นคนไทยลื้อ ไทยญวน ไทยเขิน ลาหู่ อาข่า ปกาญอ จีนฮ่อ และอาเข่อ อาชีพ ส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรม ปลูกลำไย ข้าวโพด ชา กาแฟ ข้าว ขิง ถั่ว มะม่วง ทำให้ประชาชนประสบกับปัญหาราคาลำไย และผลิตผลทางการเกษตรตกต่ำอยู่เสนอ และยังมีปัญหาเรื่องการถือครองกรรมสิทธิ์ที่ดินทำกิน เนื่องจากไม่มีเอกสารสิทธิ์ จึงทำให้เกิดปัญหาความขัดแย้งระหว่างเกษตรกรและเจ้าหน้าที่ป่าไม้ของรัฐดำรงอยู่มาอย่างต่อเนื่อง ทำให้กำนันผู้ใหญ่บ้านต้องทำหน้าที่เจรจาไกล่เกลี่ยปัญหาอยู่บ่อยครั้ง ยังมีสถานการณ์ การกว๊านซื้อที่ดินของนายทุน เพื่อทำโรงงาน รีสอร์ท เพิ่มขึ้น ทำให้มีแรงงานต่างด้าวมากเช่นกัน สภาพพื้นที่ยังเป็นเส้นทางผ่าน ลำเลียงยาเสพติด นอกจากนี้ชาวบ้านในตำบลยังประสบปัญหาพายุลูกเห็บ แผ่นดินไหว ภัยแล้ง และปัญหาน้ำป่าไหลหลากทุก ๆ ปี ทำให้เกษตรกรมีปัญหาเรื่องหนี้สิน
จากสถานการณ์ปัญหาดังกล่าว จึงมีการจัดตั้งสภาองค์กรชุมชนตำบลท่าก๊อ ขึ้นเมื่อวันที่ 2 สิงหาคม 2551 โดยมีหมู่บ้านเข้าร่วมในการจัดตั้งสภาฯ จำนวน ๗ หมู่บ้านจาก ๒๗ หมู่บ้าน มีองค์กรชุมชนจำนวน ๑๗ กลุ่มองค์กร ต่อมาได้มีการขยายสมาชิกกลุ่มองค์กรในการจดแจ้งจัดตั้งกลุ่มองค์กรชุมชนเพิ่มขึ้นเป็น ๒๘ กลุ่มจนถึงปัจจุบัน การขับเคลื่อนงานของสภาองค์กรชุมชนเน้นการประสานความร่วมมือกับชมรมกำนันผู้ใหญ่บ้านองค์การบริหารส่วนตำบลเพื่อร่วมกันขับเคลื่อนงานพัฒนาพื้นที่ตำบล เริ่มจากการสืบค้นประวัติศาสตร์ชุมชนท้องถิ่น เพื่อการจัดเก็บรวบรวมให้กับคนในชุมชน และเด็กเยาวชนคนรุ่นใหม่ได้เรียนรู้ เป็นการสร้างความสัมพันธ์ การยอมรับต่อสภาองค์กรชุมชนตำบล และต่อมาได้มีการขยับขับเคลื่อนเรื่องการจัดการปัญหาป่าไม้ที่ดินอย่างมีส่วนร่วมขึ้น โดยยึดหลักการประสานจุดแข็ง และศักยภาพของแต่องค์กร หน่วยงานต่าง ๆ เข้ามาร่วมปรึกษาหารือกัน และค้นหาแผนงานกิจกรรมที่สามารถดำเนินการได้โดยองค์กรความร่วมมือมีความรู้ มีข้อมูล และมีจุดแข็งที่แตกต่างกัน ทำให้เห็นเป้าหมายร่วม มีแผนยุทธศาสตร์การดำเนินงานในการฟื้นฟู รักษาดูและพื้นที่ป่าไม้ร่วมกัน เกิดการสนับสนุนข้อมูล ชุดความรู้ เครื่องในการทำงาน ความร่วมมือ เสริมหนุนงานซึ่งกันและกัน
ในช่วงระยะเวลาห้าปีที่ผ่านมาสภาองค์กรชุมชนตำบลท่าก๊อ ได้มีกระบวนการพัฒนาและแนวทางแก้ไขปัญหาอย่างต่อเนื่อง ประสานความเข้าใจ ประสานความร่วมมือ ท้องที่ ท้องถิ่น เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติ หน่วยงานป่าไม้ ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเรื่องแนวคิดและแนวทางในการทำงานร่วมกันมากขึ้น โดยใช้หลักการวิเคราะห์ปัญหาร่วม จนเกิดแผนยุทธศาสตร์ในการจัดการตนเองมากมาย และมีข้อสรุปร่วมในการขับเคลื่อนแผนยุทธศาสตร์การอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเป็นประเด็นหลัก มีการรายงานความคืบหน้าผลการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง มีการติดตามประเมินผลแบบมีส่วนร่วมทุก ๖ เดือนและ ๑ ปี
เมื่อมีความร่วมมือจากทุกฝ่าย ประชาชนในพื้นที่ก็อาสาเข้ามามีส่วนร่วมมากขึ้น จึงได้มีแผนงานในการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัย โดยชุมชน เป็นประเด็นงานต่อยอด โดยกำหนดพื้นที่การทำงานของตำบลท่าก๊อ ออกเป็น ๓ โซน คือท่าก๊อตอนบน ๑ โซน และตอนล่าง ๒ โซน มีการจัดประชุมแกนนำร่วมกับท้องถิ่นท้องที่และตัวแทนชุมชนเพื่อวางแผนและจัดทำเครื่องมือในการสำรวจ ในพื้นที่ตำบลท่าก๊อ๒๗ หมู่บ้าน พร้อมกับจัดตั้งอาสาสมัครการรวบรวมข้อมูลปัญหาป่าไม้ และที่ดินทำกินประจำหมู่บ้านๆละ ๒ คน เมื่ออาสาสมัครจัดเก็บข้อมูลหมู่บ้านได้ ก็นำเสนอข้อมูลต่อที่ประชุมเพื่อร่วมกันพิจารณาและออกแบบการจัดทำข้อมูลให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังมีการจัดค่ายเยาวชนคนท่าก๊อจำนวน ๒๐ คน เพื่อหนุนเสริมเทคนิคและทักษะการใช้เทคโนโลยีและสารสนเทศการทำสื่อเพื่อสนับสนุนการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาที่ดินทรัพยากรป่าไม้และแม่น้ำของสภาองค์กรชุมชนตำบลท่าก๊อ
หลังจากได้ข้อมูล จึงมีการจัดสัมมนาสรุปปัญหาและแนวทางการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาป่าไม้ แม่น้ำและที่ดินในพื้นที่ตำบลท่าก๊อ โดยใช้ข้อมูลเบื้องต้นจากอาสาสมัคร ทั้ง ๕๔ คน ของหมู่บ้านที่สำรวจได้ นำมากำหนดให้ทุกหมู่บ้านในตำบลท่าก๊อมีการออกกฎระเบียบการดูแลรักษาป่า ชาวบ้านทั้ง ๒๗ หมู่บ้านมีการกำหนดแนวเขตการดูแลรักษาป่าและเขตที่ดินทำกินอย่างชัดเจนทุกพื้นที่ ทุกฝ่ายเห็นความสำคัญของการดูแลรักษาป่าร่วมกันเพิ่มมากขึ้น เนื่องจากสถานการณ์การบุกรุกพื้นที่ป่ายังเพิ่มขึ้น หน่วยงานท้องถิ่น ท้องที่ สำนักงานป่าไม้ประจำตำบล จึงสนับสนุนให้ความร่วมมือในการจัดทำแนวเขตการอนุรักษ์ป่า โดยมีกลไกกลางในการประสานความร่วมมือพูดคุยแลกเปลี่ยนที่ทุกฝ่ายให้การยอมรับร่วมกันในระดับตำบล นับได้ว่ากระบวนการต่าง ๆ ที่สภาองค์กรชุมชนตำบลท่าก๊อ พยายามใช้สภาองค์กรชุมชนเป็นพื้นที่กลางในการสานงานพัฒนาชุมชนท้องถิ่นในการจัดการตนเองได้เริ่มต้นขึ้น ส่วนความยั่งยืนในอนาคตคงต้องอาศัยพลังชุมชนของคนตำบลท่าก๊อร่วมกันขับเคลื่อนต่อไป
ปัญหาอุปสรรคมากน้อยต้องคอยแก้ไข
- ตำบลท่าก๊อ เป็นพื้นที่กว้าง มีจำนวน ๒๗ หมู่บ้านมีความหลากหลายชาติพันธุ์ มีปัญหาเรื่องการสื่อสารและพื้นที่ครึ่งหนึ่งเป็นพื้นที่บนภูเขา และส่วนหนึ่งเป็นพื้นที่ราบทำให้ยากต่อการประสานงาน ทั้งด้านการสื่อสาร ภาษา และการเดินทาง
- งบประมาณในการทำงานมีจำนวนจำกัดทำให้การดำเนินงานไม่ต่อเนื่อง
สิ่งที่จะดำเนินงานต่อ
๑) พัฒนาระบบข้อมูลแผนที่ “ผังชีวิต ผังตำบล) ให้ครอบคลุมทั้ง ๒๗ หมู่บ้าน
๒) จัดประชุมประชาคม รับรองข้อมูล รับฟังข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะการจัดทำขอบเขตหมู่บ้าน ๒๗ หมู่บ้านและรวมถึงขอบเขตตำบล
๓) จัดสัมมนาเรื่องรูปแบบและวิธีการผลิตในพื้นที่ทำกินเพื่อการอนุรักษ์ป่าที่เหมาะสมกับสภาพภูมินิเวศน์ที่สูงที่ราบเชิงเขา และที่ราบริมแม่น้ำเพื่อจัดทำข้อบัญญัติท้องถิ่น
๔) จัดทำผลักดันการจัดทำข้อบัญญัติท้องถิ่นเรื่องรูปแบบและวิธีการผลิตในพื้นที่ทำกินและการอนุรักษ์ป่า
๕) เสริมสร้างความเข้มแข็งของสภาองค์กรชุมชนตำบล


