เรื่องราวของผู้ยากไร้ยากจนข้นแค้นในสังคมไทยยังปรากฏภาพให้เห็นอย่างต่อเนื่อง แต่น้อยนักที่จะได้รับการตีแผ่เรื่องราวชีวิตพวกเขาเหล่านั้น ให้เป็นที่ประจักษ์ถึงคุณภาพชีวิตคนที่ดิ้นรนสู้ชีวิตที่ไม่นอนรอความหวังรอความช่วยเหลือจากรัฐเพียงฝ่ายเดียว เราจะได้เห็นคนสู้ชีวิตเหล่านี้จากปากคนข้างเคียง หรือพลเมืองที่คอยให้ความช่วยเหลืออยู่บ่อยๆ เพราะความปรารถนาที่อยากให้เพื่อนมนุษย์ได้ดำรงชีวิตต่อไปอย่างไม่สิ้นหวัง เช่นเดียวกับกองทุนสวัสดิการชุมชนนครศรีธรรมราช ที่จะได้รับแจ้งเรื่องราวเพื่อนผู้ยากไร้ อย่างเช่นเรื่องราวของ “ผู้เฒ่าสู้ชีวิตและหนูน้อยยอดกตัญญู”
เมื่อเร็วๆ นี้ คณะทำงานกองทุนสวัสดิการชุมชน จ.นครศรีธรรมราช ได้ลงพื้นที่เพื่อพบปะพูดคุยกับสมาชิกกองทุนสวัสดิการชุมชนในโซนอำเภอท่าศาลา จากการติดต่อประสานงานของ จ.ส.อ.สัมพันธ์ ดำจันทร์ ค่ายฝึกรบพิเศษที่ 4 ตำบลสี่ขีด อ.สิชล จ.นครศรีฯ ที่ประสานขอความช่วยแก่ชายชราคนหนึ่ง ชื่อนายหมัด หมาดรอหีม อายุ 79 ปี อยู่บ้านในทุ่ง เขตตำบลท่าศาลา คนในหมู่บ้านบอกว่าลุงหมัดเป็นคนที่ช่วยเหลือคนมีน้ำใจต่อคนในหมู่บ้าน แต่พอแก่เฒ่าประกอบกับลูกเมียที่อยู่ข้างเคียงก็สติไม่ค่อยดี ทำให้รายได้เล็กน้อยจากการหาปลาไม่พอประทังชีวิต และค่ารักษาตัวลุงหมัดเองด้วย ช่วงระยะที่ผ่าตัดก็ทำงานไม่ได้
หลังจากคณะทำงานกองทุนสวัสดิการชุมชน นครศรีฯ ได้พูดคุยกับลุงหมัด ที่มีอายุมากและมีโรคประจำตัวไม่สามารถทำงานได้ มีแต่เงินคนแก่เลี้ยงชีพ ประกอบกับเมียและลูกชายที่อยู่ด้วยก็สติไม่ดี เดิมลุงหมัดเป็นชาวจังหวัดสงขลา มาได้เมียที่ อ.ท่าศาลา มีอาชีพค้าขายแต่ก่อนก็ปกติดี มีลูกด้วยกัน 5 คน เสียชีวิต 1 คน อีก 3 คนปกติ แต่พอมีครอบครัวก็แยกย้ายหายหน้าหายตากันไป ส่วนลูกอีก 1 คน ก็มีอาการทางสมองต้องกินยาโรงพยาบาลตลอด ภรรยา อายุ 68 ปี มีอาการทางสมองตั้งแต่ทราบข่าวลูกชายเกิดอุบัติเหตุรถชนเสียชีวิต เสียใจมากทำให้เครียด มีอาการเหม่อเลื่อนลอย พูดจาไม่รู้เรื่อง หลงๆ ลืมๆ เดิมที่มีหลานสาวมาคอยดูแล ตอนนี้ญาติเขารับไปอุปการะดูแลส่งให้เรียนหนังสือที่ต่างจังหวัดแล้ว เลยต้องให้ลูกชายคนโตที่มีครอบครัวอยู่คนละหมู่บ้านมาดูแลด้วยอีกแรงหนึ่ง
ลุงหมัดเล่าถึงโรคภัยเจ็บไข้ของตัวเองว่า มีอาการผิดปกติคือเวลากินข้าวจะมีอาการแน่นท้อง และไม่ถ่ายอาเจียนออกทางปาก ไปหาหมอที่โรงพยาบาลอำเภอท่าศาลา หมอตรวจพบว่าลำไส้อักเสบ มีอาการไส้ตัน ต้องรีบผ่าตัดด่วน และหมอบอกว่ามีโอกาสกลับมาเป็นอีก และลุงหมัด มีอาการไส้ตันเคยผ่าตัดมาแล้ว 6 ครั้ง และล่าสุดมีอาการแน่นท้องอาเจียน ก็ไปหาหมอที่โรงพยาบาล อ.ท่าศาลา หมอก็แนะนำว่าต้องผ่าตัดแต่เสี่ยงมากที่สุดเพราะแผลที่ผ่าที่ท้องมากแล้ว ไม่รับรองการผ่าตัดครั้งที่ 7 นี้ แต่ตัวเองต้องการอยากรักษาเพราะมันทรมานที่สุดยอมให้หมอผ่าตัดครั้งที่ 7 สรุปหลังจากที่ผ่าตัดแล้วก็ปลอดภัยดีแต่ยังทำงานไม่ได้ เข้าออกโรงพยาบาลจนไม่มีค่ารักษา จึงวอนมาขอความช่วยเหลือผ่านสื่อชุมชน
เบื้องต้นมีทหารและ ป้องกันบรรเทาสาธารณะภัย เอาสิ่งของเครื่องใช้ให้การช่วยเหลือเบื้องต้นไว้แล้วขณะเดียวทางกองทุนสวัสดิการชุมชน นครศรีธรรมราช ได้ประสานหน่วยงานผู้มีน้ำใจเข้ามาช่วยอีกแรงหนึ่งด้วย ล่าสุดก็มีทหารและอปพร. นำสิ่งของไปมอบให้และทางโรงพยาบาล อ.ท่าศาลา และรพสต.ได้เข้าดูแลช่วยเหลือรักษาอาการของลุงหมัดเป็นที่เรียบร้อบแล้ว
และอีกรายหนึ่งเป็นเรื่องราวของหนูน้อยยอดกตัญญู ดูแลแม่เป็นใบ้และน้องๆ อีกสองชีวิต หลังจากได้ลงพื้นที่เยี่ยมและพูดคุยสมาชิกกองทุนวันละบาทตำบลโพธิ์ทอง อ.ท่าศาลา จ.นครศรีธรรมราช ผู้สื่อข่าวชุมชนได้พบเด็กหญิงสู้ชีวิต ชื่อ น้องจิ๊ด-ด.ญ.ชนกสุดา ไชยเพสอายุ 9 ขวบเลี้ยงดูแม่ผู้เป็นใบ้แต่กำเนิด แม่มีอาชีพรับจ้างทั่วไป และมีพี่น้องด้วยกัน 3 คน ต่างบิดาอีก 1 คน วัย 2 ขวบ ส่วนพ่อเสียชีวิตด้วยอุบัติเหตุ แม่ผู้เป็นใบ้ใช้ชีวิตอยู่กันในครอบครัวเล็กๆ ตามประสาแม่ลูกแม่ต้องออกไปทำงานรับจ้างทั่วไป พอได้เงนมาให้น้องจื๊ดและในครอบครัวใช้จ่ายไปวันๆ บางครั้งก็ไปขอความช่วยเหลือตายายบ้างครั้งคราว
แต่ตัวผู้เป็นแม่น้องจี๊ดเอง ก็ไม่ยอมแพ้ต่อโชคชะตาเพื่อนบ้านเล่าให้ฟังว่า น้องจี๊ดเป็นเด็กขยัน ช่วยแม่ทำงาน ล้างจาน ดูน้องๆ น้องจี๊ดได้เงินไปโรงเรียนวันละ 15-20 บาท และบางวันก็ไม่ได้เพราะแม่ไม่มีเงินแม่สงสารจึงต้องออกไปรับจ้างทำงานบ้างน้องจี๊ดมีฝันที่บอกกับผู้สื่อข่าวว่า “อยากให้แม่หนูพูดได้ อยากมีบ้านให้แม่” ข้อความกินใจจากปากเด็กน้อยสู้ชีวิตผ่านแววตาที่ซื่อบริสุทธิ์
ล่าสุด กองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลโพธิ์ทองได้ประสานขอความช่วยเหลือไปที่สำนักงานส่งเสริมและสนับสนุนวิชาการ 11 สุราษฎร์ธานี ได้มอบเงินช่วยเหลือ ในเบื้องต้นให้ครอบครัวของ น้องจี๊ด จำนวน 2,000 บาท


