พิมพ์
ผู้ดูแลระบบ
หมวดหลัก: ข่าวความเคลื่อนไหวงานพัฒนา
ฮิต: 1074

25 1-1

          ตามที่คณะกรรมการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน ได้หมดวาระลงเมื่อวันที่ ๑๖ สิงหาคม ๒๕๕๕ หลังจากนั้นสถาบันฯ ได้เริ่มกระบวนการสรรหาคณะกรรมการ พอช.ชุดใหม่ ตั้งแต่เดือนมกราคม ๒๕๕๕  เป็นต้นมา  โดย รัฐมนตรีว่าการ พม. แต่งตั้งคณะกรรมการสรรหา  ๑๕ คน  เพื่อดำเนินการสรรหาประธานกรรมการ กรรมการสายผู้ทรงคุณวุฒิ กรรมการสายองค์กรชุมชน  ให้เป็นไปตามระเบียบและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ตามพระราชกฤษฎีกา จัดตั้ง พอช. กำหนดให้มีคณะกรรมการจำนวน ๑๑ คน คือ ประธาน  กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ๒ คน กรรมการผู้แทนองค์กรชุมชน ๓ คน  และ กรรมการจากส่วนราชการ ๔ คน มีองค์ประกอบจาก กระทรวงการพัฒนาสังคมฯ กรมการพัฒนาชุมชน  สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง และสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และผู้อำนวยการ พอช. เป็นกรรมการและเลขานุการ โดยตำแหน่ง

       คณะกรรมการสถาบันฯ ชุดที่ผ่านมาได้รับการแต่งตั้งเมื่อวันที่ ๑๗ มีนาคม ๒๕๕๒ ครบวาระเมื่อวันที่ ๑๖ มีนาคม ๒๕๕๕ โดยมี พลเอกสุรินทร์  พิกุลทอง เป็นประธานกรรมการ หลังจากครบวาระและอยู่ในช่วงระหว่างการเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อแต่งตั้งคณะกรรมการสถาบันฯ ชุดใหม่ ได้ทำหน้าที่เป็นชุดรักษาการ โดยมี นายแก้ว  สังข์ชู ทำหน้าที่รักษาการประธานกรรมการ เนื่องจากประธานกรรมการสถาบันฯ พ้นตำแหน่งด้วยอายุครบ ๗๐ ปีบริบูรณ์ เมื่อเดือนพฤศจิกายน ๒๕๕๖

        เมื่อวันที่ ๒๖ สิงหาคม ๒๕๕๗ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ ได้ประชุมและมีมติอนุมัติให้แต่งตั้งประธานกรรมการ กรรมการผู้แทนองค์กรชุมชน และกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการสถาบันฯ ตามนัยมาตรา ๑๔ (๑) (๓) และ (๔) แห่งพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งสถาบันฯ พ.ศ. ๒๕๔๓ แทนกรรมการที่พ้นจากตำแหน่งตามวาระสามปีแล้ว จำนวน ๖ คน ประกอบด้วย (๑) นายสมพร  ใช้บางยาง ประธานกรรมการ (๒) นายสมคิด  สิริวัฒนากุล กรรมการผู้แทนองค์กรชุมชน (๓) นายเจษฎา มิ่งสมร กรรมการผู้แทนองค์กรชุมชน (๔) นางละออ ชาญกาณจน์ กรรมการผู้แทนองค์กรชุมชน (๕) นางสาวสมสุข  บุญญะบัญชา กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ และ (๖) ศาสตราจารย์ สุริชัย  หวันแก้ว กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติมีมติเป็นต้นไป ตามที่กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์เสนอ

          ในการนี้ ช่วงเวลา ๐๙.๐๐-๑๒.๐๐ น. ของวันที่ ๒๕ กันยายน ๒๕๕๗ สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน หรือ พอช. จัดประชุมคณะกรรมการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน ครั้งที่ ๙/๒๕๕๗ ณ ห้องประชุมไพบูลย์ วัฒนศิริธรรม โดยมีพิธีส่งมอบผลการดำเนินงานระหว่างคณะกรรมการสถาบันฯชุดเดิมที่หมดวาระ และ คณะกรรมการสถาบันฯ ชุดปัจจุบัน

25 1-2          นายแก้ว  สังข์ชู  รักษาการประธานกรรมการสถาบันฯ กล่าวว่า รวมเวลาเกือบ ๖ ปี ที่ดำรงตำแหน่งกรรมการและรักษาการประธานกรรมการสถาบัน ตนมีความเชื่อว่ากรรมการที่ร่วมบริหารงานสถาบันฯ ที่มาจากทุกสาย ต่างมีแนวคิดที่จะส่งเสริมให้ชุมชนเข้มแข็งพึ่งตนเองได้ โดยให้สถาบันฯ เป็นเครื่องมือสำคัญที่จะทำให้องค์กรชุมชนเข้มแข็ง และ พอช. เป็นขององค์กรของประชาชนอย่างแท้จริง

          “เราทุกคนทำงานกับสังคม และเชื่อว่าประธานชุดปัจจุบันจะสามารถผลักดันนโยบายและเรื่องราวของภาคประชาชนที่อยู่ในยุทธศาสตร์ของสถาบันฯ ให้เกิดรูปธรรมชัดเจนมากขึ้น อยากให้องค์กรนี้เป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้และสามารถเปลี่ยนแปลงโครงสร้างของสังคมใหม่ที่เราอยากจะเห็น เป็นการสร้างแนวราบมากกว่าแนวดิ่ง และป็นองค์กรแห่งการสร้างองค์กรชุมชนอย่างเท่าเทียมและมีระบบมากขึ้น ซึ่งสิ่งที่อยากจะฝากไว้คือ การสร้างพื้นที่เชิงนโยบายของภาครัฐเพื่อให้องค์กรชุมชนมีพื้นที่ โดยเป็นพื้นที่ที่สามารถเชื่อมต่อภาคประชาชนหรือประชาสังคมให้สามารถแสดงออกถึงเนื้อหาสาระที่สำคัญรวมถึงบทบาททางการพัฒนานั้นได้”

 25 1-6         ขณะที่ นายสมพร  ใช้บางยาง ประธานกรรมการสถาบันฯ กล่าวว่า งานของประชาชนไม่ใช่งานของใครคนใดคนหนึ่ง เราต่างก็ทำหน้าที่ตามระเบียบหรือกฎกติกาที่มีอยู่ แต่การขับเคลื่อนงานพัฒนาพวกเราที่อยู่ในแวดวงนี้ก็ต้องร่วมกันขับเคลื่อนต่อไป เนื่องจาก พอช. ทำงานมากกว่า ๑๐ ปีแล้ว ในช่วงต่อไปนี้อาจจะต้องมีการทบทวนตัวเอง ทั้งบทเรียนการพัฒนาและภารกิจของสถาบันฯ เพื่อนำมาสู่การวางแนวทางและจังหวะก้าวในการบริหารให้สอดคล้องกับงานพัฒนา ในระยะเวลา ๓ ปีข้างหน้า โดยมุ่งเน้นเป้าหมายการพัฒนาความเข้มแข็งของขบวนองค์กรชุมชนจากฐานล่าง ถือเป็นการจัดระบบให้เกิดการบริหารจัดการที่ดี และมีประสิทธิภาพประสิทธิผลต่อไป

          “เราต้องขอบคุณเป็นพิเศษที่คณะกรรมการชุดที่ผ่านมาได้ดำรงตำแหน่งมาอย่างยาวนาน ๕ ปีกว่าๆ ผมจะทำหน้าที่อย่างเต็มกำลังและความสามารถ โดยขอพลังความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ร่วมกันคิด ร่วมกันทำ ร่วมกันรับผิดชอบ เพื่อให้องค์กรของเราเป็นที่ยอมรับ และนำไปสู่วัตถุประสงค์หรืออุดมการณ์ที่ได้ก่อตั้งกันมา แม้ในแนวทางข้างหน้าจะมีปัญหาอุปสรรคบ้าง หากเราสามารถร่วมแรงร่วมใจเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน ก็สามารถแก้ไขปัญหาร่วมกันได้ เพราะอย่างน้อยทำให้ปัญหานั้นลุล่วงไปในระดับหนึ่ง เพื่อก้าวเดินไปสู่เป้าหมายเดียวกัน อยากเห็นสถาบันฯ มีความเข้มแข็ง เป็นเหมือนสถาบันครอบครัวที่อบอุ่น เต็มไปด้วยความรัก ความเคารพ ตามวิถีสังคมไทยเรา บ้านเมืองจะเข้มแข็ง นั่นคือภาคประชาชนเข้มแข็งเช่นกัน”

       ทั้งนี้คณะกรรมการสถาบันฯชุดเดิมได้ฝากข้อเสนอแนวทางการบริหารงานในระยะต่อไป คือ ๑) การบริหารการเบิกจ่าย-คิดค้น พัฒนาระบบและวิธีการเบิกจ่ายให้เกิดประสิทธิภาพมากขึ้น ๒) การบริหารเชิงยุทธศาสตร์ขององค์กรเพื่อให้บรรลุเป้าหมายการเสริมสร้างความเข้มแข็งของชุมชนและการทำให้เป็นองค์กรของประชาชน ๓) ยกระดับงานประเด็น เป็นเครื่องมือสนับสนุนให้ชุมชนเกิดความเข้มแข็ง มีความสามารถพึ่งตนเอง จัดการตนเอง และเป็นที่ยอมรับของสังคม ๔) ผลักดันให้สถาบันฯ เป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ด้านงานพัฒนาที่ชุมชนเป็นแกนหลัก เพื่อสร้างการเรียนรู้ให้กับหน่วยงานต่างๆ ๕) การบริหารชุมชนท้องถิ่นอย่างมีส่วนร่วมเพื่อสร้างความร่วมมือและบูรณาการงานร่วมกันระหว่างขบวนองค์กรชุมชน ท้องถิ่น และท้องที่ ๖) การสร้างความเชื่อมโยงและการสร้างพื้นที่ทางนโยบาย เพื่อเปิดพื้นที่ให้ภาคประชาชนมีที่ยืน และ ๗) การสนับสนุนให้คำปรึกษาและช่วยสร้างความสมดุลให้เกิดกับระบบบริหารจัดการองค์กรโดยกระบวนการมีส่วนร่วมอย่างทั่วถึงในทุกระดับ เช่น การตั้งคณะที่ปรึกษา หรือที่ปรึกษาด้านต่างๆ เป็นต้น

25 1-325 1-5

แบ่งปัน
Submit to FacebookSubmit to Google PlusSubmit to Twitter