ถ้าใครผ่านไปแถวตำบลโพธิ์ทอง อำเภออำเภอท่าศาลา จังหวัดนครศรีธรรมราช จะเห็นเครื่องปั้นดินเผามากมายขายอยู่ริมทาง ทำให้ผู้ที่สัญจรผ่านไปมาอดใจไม่ไหวต้องจอดแวะมาเลือกซื้ออยู่ตลอดสองฝั่งถนน นับเป็นการสร้างรายได้สร้างอาชีพให้กับชุมชนบ้านมะยิง ชุมชนที่ยังสืบทอดการทำเครื่องปั้นดินเผาจากบรรพบุรุษ
นางจำเป็น รักษ์เมือง ประธานกลุ่มเครื่องปั้นดินเผากลุ่มแม่บ้านเกษตรกรบ้านมะยิง หมู่ที่ 6 ตำบลโพธิ์ทอง อำเภอท่าศาลา เล่าให้ฟังว่า อาชีพทำเครื่องปั้นดินเผาในชุมชนทำกันมาโบราณนานมากสืบทอดกันมาประมาณ 100 ปี สมัยก่อนทำเครื่องปั้นดินเผาพื้นเมืองแบบโบราณ จะปั้นหม้อยาส่วนใหญ่ สมัยพ่อแม่ คนรุ่นเดิมๆ จะทำกันเป็นระบบครอบครัวจากเดิมทำกันแค่ 1-2 ครอบครัว ปัจจุบันเป็นกลุ่ม 10 กว่าครัวเรือน สมัยก่อนดินที่ในหมู่บ้าน ดินดีเป็นดินเหนียวอยู่ในทุ่งเค็มในทุ่งนาบ้านมะยิง
ยายเอียด เป็นอีกคนหนึ่งคนที่มีความภาคภูมิใจมากที่เอา โคมไฟ เครื่องปั้นดินเผาที่ทำกับมือ ส่งเข้าประกวดและก็ได้รับรางวัลสินค้าโอท็อป ชนะเลิศ 4 ดาว สร้างความภูมิใจให้ตัวเองและให้ชุมชน ได้เล่าถึงอาชีพนี้ว่า “รู้สึกดีใจที่ได้รักษาอาชีพเครื่องปั้นดินเผาต่อจากพ่อแม่ ที่ทำมาเพราะใจรักมีความสุข สร้างรายได้เลี้ยงลูกถึง 6 คน ได้จนถึงปัจจุบัน ก่อนที่จะคิดรวมกลุ่มมีปัญหาเรื่องของการทำเครื่องปั้นดินเผา แต่ก่อนต่างคนต่างครอบครัวก็ทำกันมา แล้วก็ขายแข่งกันแล้วมีการขายตัดราคา ช่วงนั้นมีปัญหาขายไม่ได้ เลยมาคิดรวมกลุ่มกันแล้วก็มีการพูดคุยกันในการตกลงเราจะขายสินค้าราคาเหมือนกัน หลังจากจัดตั้งกลุ่ม เครื่องปั้นดินเผากลุ่มแม่บ้านเกษตรกรบ้านมะยิง ขึ้นเมื่อปี 2541 ก็รวมตัวทำกันมา ตอนนั้นสินค้าที่ทำก็มีคนสนใจ ขายดีเพราะตอนนั้นอยู่ในช่วงเศรษฐกิจดี ราคายางก็ดีด้วย ขายดินเผาได้วันละ 40,000-50,000 บาท สร้างรายได้ให้กับกลุ่มอย่างมาก พอถึงสิ้นปีก็ปันผลกำไรหลังจากหักค่าใช้จ่ายดำเนินการออกไป จึงปันผลเป็นสิ่งของใช้ให้สมาชิก ทำสวัสดิการเจ็บป่วยรักษาพยาบาลด้วย จากนั้นได้มีหน่วยงาน อบต..พัฒนาชุมชนอำเภอท่าศาลา และหน่วยงานอื่นๆ ของทางราชการมาที่กลุ่มและแนะนำสนับสนุนให้ยกระดับงานฝีมือขึ้นมา ทางกลุ่มเองก็ไปอบรมศึกษาความรู้เพิ่มเติม แล้วนำมาพัฒนางานเครื่องปั้นดินเผา”
ขณะเดียวกันยายเอียดที่สังขารโรยราขึ้นทุกวัน ยายเอียดยังมีแอบมีความกังวลใจว่าลูกๆ จะทำต่อจากเราได้หรือเปล่า เพราะตอนนี้เศรษฐกิจเริ่มไม่ดีแล้ว สินค้าก็วางขายมาก ทำให้รายได้ลดลงไม่เหมือนปีก่อนที่ผ่านม ถ้าหากมีคนสนใจจะมาเรียนรู้วิชาเครื่องปั้นดินเผาสร้างอาชีพ ยายเอียดบอกยินดีที่จะ สอนให้เพราะการทำเครื่องปั้นดินเผานั้นไม่ยากเลยแต่ต้องมีใจรักจริงๆ โดยเริ่มจากการเตรียมดิน ทรายละเอียด การหมักดิน/โม่ดิน/อุปกรณ์เครื่องโม่ดินเดิมสมัยก่อนใช้วิธีการเหยียบ และต้องมีเทคนิคการผสมผสานการหมักดิน /การขึ้นรูป/การดึงรูปทรงตามความต้องการแต่ละชิ้นงาน ต้องระวังอย่าให้ดินที่ปั้นแข็งเกินไปเพราะจะทำให้จัดรูปทรงลำบาก ยายเอียดยังตัดพ้อว่า เคยมีคนมาดูแล้วทดลองทำแล้ว แต่ไม่สำเร็จ และก็เคยมีคนมาลงทุนสร้างโรงอบ ตอนแรกปั้นไปส่งโรงอบสักระยะก็เลิกไป เพราะเขามาขอมาลงทุนหุ้นส่วนกับทางกลุ่มเรา แต่ยายเอียดไม่รับเพราะเขาจะมาหวังผลประโยชน์จากกลุ่มเครื่องปั้นดินเผาพวกเราเท่านั้น
และเมื่อขั้นตอนที่จะนำเข้าโรงอบก็จะมีพิธีกรรมตามความเชื่อ ยายเอียดเล่า ก่อนเผาต้องมีการเซ่นสังเวยเตาเผา ถ้าไม่ทำหรือลืมเซ่นสังเวย เครื่องปั้นดินเผาที่นำเข้าเตาเผาจะแตกเกือบหมด เครื่องเซ่นสังเวยนั้นจะเริ่มด้วยการจุดธูป 3 ดอก ปักไว้ที่บนหัวเตาและนิมนต์พระมาทำพิธีพร้อมฉันภัตตาหาร ที่บ้านด้วย ได้แก่ ข้าวปลาอาหารคาวหวานที่พอจะหาได้ แล้วยกมืออธิษฐานว่า จะเอาของเข้าเตาเผาแล้ว เสร็จก็นำเครื่องปั้นที่เตรียมอบเข้าเตาเผา เผาเสร็จแล้ว ก็ต้องอธิษฐานบอกว่าจะเอาเครื่องปั้นดินเผาออกจากเตา สมัยก่อนใช้วิธีการเผากลางแจ้ง แต่ต่อมาผากับจอมปลวก ทำเป็นโพรงแล้วใช้ไม้ฟื้นใส่แล้วเผา แล้วก็พัฒนาทำโรงอบก็ปั้นโรงอบขึ้น มีดินเหนียวและฟาง อิฐ เป็นส่วนประกอบในการทำ
“มีความกังวลใจว่าจะไม่มีใครสืบทอด ช่างเครื่องปั้นดินเผา หารุ่นลูกหลานบ้านมะยิงจะไม่มี เพราะเด็กรุ่นๆ ไม่ค่อยสนใจ เพราะวิถีชีวิตของชุมชน สภาพสังคมสิ่งแวดล้อม ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีเข้ามามีอิทธิพลอย่างมาก วัฒนธรรมตะวันตก เป็นปัญหาและอดห่วงไม่อยากให้สูญหายไป และยังมีข้อจำกัดในเรื่องการส่งออกดินเผาของกลุ่ม อยากให้มีหน่วยงาน ไปช่วยสนับสนุนเครื่องปั้นดินเผาอย่างจริงจัง อยากให้ปรับปรุงคุณภาพ ทั้งกระบวนการผลิต พัฒนารูปแบบให้สวยงาม และคุณภาพของดิน อุปกรณ์ ที่ทันสมัย เพราะไม่อยากให้อาชีพเครื่องปั้นดินเผาสูญหายไปเพราะเป็นอาชีพทำมาตั้งแต่ โบราณ อยากให้อนุรักษ์ไว้คู่บ้านมะยิงสืบทอดเป็นมรดก และที่สำคัญ กลุ่มแม่บ้านเกษตรกรบ้านมะยิงอย่างน้อยได้มีความรักสามัคคีช่วยเหลือกันมา ทำอาชีพ สร้างรายได้และช่วยกันทำสวัสดิการในกลุ่มที่ดี สร้างรายได้ให้คนรุ่นหลังต่อไป” ยายเอียด กล่าวในที่สุด


