สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดร้อยเอ็ด จัดงานสมัชชาสวัสดิการชุมชนจังหวัดร้อยเอ็ด “สวัสดิการชุมชน ลดความเหลื่อมล้ำ สร้างสมานฉันท์ จับมือกันสู่อาเซียน” เมื่อวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๕๗ ที่ผ่านมา ณ ห้องประชุมมหาเจดีย์ชัยมงคลชั้น ๕ ศาลากลางจังหวัดร้อยเอ็ด เพื่อทำให้ประชาชนและผู้ด้อยโอกาสได้รับสวัสดิการอย่างรวดเร็ว ตรงตามความต้องการของคนในชุมชนเพื่อสร้างคุณค่าและรื้อฟื้นวัฒนธรรมอันดีงามของชุมชุนด้วยการช่วยเหลือเกื้อกูลซึ่งกันและกัน บนพื้นฐานที่ทุกคนมีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์เท่าเทียมกัน โดยได้รับเกียรติจากนายสมศักดิ์ จังตระกูล ผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด มาเป็นประธานเปิดในพิธีเปิดงาน
ผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด กล่าวชื่นชมในความมุ่งมั่นของเครือข่ายกองทุนสวัสดิการชุมชนในจังหวัดร้อยเอ็ดว่า กองทุนสวัสดิการชุมชนนั้นเป็นหนึ่งในสี่เสาหลักของรูปแบบการจัดสวัสดิการสังคมในประเทศไทย โดยเรามักได้ยินเสมอว่าเป็นสวัสดิการทางเลือก ที่ดำเนินงานโดยประชาชนเพื่อประชาชน ตามแต่ละบริบทของชุมชนซึ่งอาจแตกต่างกันออกไป เป็นผลให้ประชาชนในทุกพื้นที่สามารถเข้าถึงสวัสดิการสังคมได้อย่างถ้วนหน้า ชุมชนพึ่งตนเองได้ จึงถือว่าเป็นทางเลือกที่ดีมากและเหมาะสมอย่างยิ่ง ดังนั้นจังหวัดจึงขอสนับสนุนสิ่งดีๆ เหล่านี้อย่างเต็มที่ และเพื่อให้การดำเนินงานของกองทุนสวัสดิการชุมชนมีประสิทธิผลมากยิ่งขึ้น
ในนามของจังหวัดร้อยเอ็ด ขอเสนอแนะแนวทางการทำงานของกองทุนสวัสดิการชุมชน ตามแนวนโยบายของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ การทำงานในกระบวนการดำเนินงานของกองทุนสวัสดิการชุมชนในระดับจังหวัดให้ศึกษา และนำตัวชี้วัดความมั่นคงของมนุษย์ ทั้ง ๑๒ ด้าน ของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เป็นแนวทางในการจัดสวัสดิการของกองทุนสวัสดิการชุมชน ทั้งนี้ต้องดำเนินการให้สอดคล้องกับโครงสร้างชุมชนท้องถิ่นอยู่ร่วมกัน ช่วยเหลือเกื้อกูล ดูแลกันเป็นพื้นฐานวัฒนธรรมไทยที่สำคัญ
ซึ่งถือเป็นแนวทางที่มีพลังของชุมชนท้องถิ่นที่มีความตื่นตัว มีความพร้อม และความสามารถที่จะจัดการท้องถิ่นของตนเอง มาเป็นพลังขับเคลื่อนสำคัญในการปฏิรูประบบสวัสดิการพื้นฐานของสังคมไทยให้อยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข บนฐานปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง นอกจากนี้ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นควรมีบทบาทในการส่งเสริมและสนับสนุนกองทุนสวัสดิการชุมชนในพื้นที่ตนเองอย่างเต็มที่ ใช้กองทุนสวัสดิการชุมชนเป็นเครื่องมือในการจัดสวัสดิการสังคมแก่ผู้ด้อยโอกาสในชุมชน เชื่อมโยงงานสวัสดิการไปสู่งานพัฒนาสังคมอื่นๆ ได้ รวมทั้งผลักดันงานกองทุนสวัสดิการชุมชนเข้าสู่แผนชุมชน เข้าสู่ข้อบัญญัติงบประมาณของท้องถิ่นจะทำให้การดำเนินงานกองทุนสวัสดิการชุมชนมีความยั่งยืนอยู่ในชุมชนได้ตลอดไป
นายสมศักดิ์ จังตระกูล กล่าวเพิ่มเติมว่า ผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่าคณะผู้เข้าโครงการ“สวัสดิการชุมชน ลดความเหลื่อมล้ำ สร้างสมานฉันท์ จับมือกันสู่อาเซียน” ทุกท่านจะได้รับความรู้ ประสบการณ์และแนวคิดตลอดจนใช้การประชุมในครั้งนี้สำหรับการแลกเปลี่ยนเรียนรู้แนวคิด ทิศทางข้างหน้ากับปราชญ์ด้านสวัสดิการภาคประชาชนที่ประสบความสำเร็จและเครือข่ายสวัสดิการชุมชนอื่น ๆ ทั้งภาครัฐ และภาคประชาชนตลอดจนองค์กรสวัสดิการชุมชนภายในจังหวัด เพื่อสร้างพลังในการขับเคลื่อนงานสวัสดิการชุมชนสู่สวัสดิการถ้วนหน้าอย่างยั่งยืน
นอกจากนั้นในงานนี้ยังมีเวทีเสวนาในหัวข้อ “สวัสดิการชุมชน ลดความเหลื่อมล้ำสร้างความสมานฉันท์ จับมือกันสู่อาเซียน” โดยมี นายอาณัติ ทัศนกิจ หัวหน้าสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ นางโพสพ โพธิ์บุปผา ผู้แทนภาคประชาชน และ นายธนะชัย อาจหาญ ผู้แทนจากสถาบันองค์กรพัฒนาชุมชน (องค์การมหาชน) พอช. ปิดท้ายด้วยการแบ่งกลุ่มสมัชชาสวัสดิการชุมชนจังหวัด นำเสนอสถานการณ์ ความก้าวหน้า ปัญหาอุปสรรค ข้อเสนอแนะการดำเนินงานด้านการจัดสวัสดิการชุมชน ร่างมติสมัชชาสวัสดิการชุมชนจังหวัดร้อยเอ็ด
ทั้งนี้ภายในงานมีการกิจกรรมมอบงบประมาณให้แก่ศูนย์เรียนรู้ ๕ ศูนย์ ได้แก่ ๑) กองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลนาเมือง อำเภอเสลภูมิ ๒) กองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลหน่อม อำเภออาจสามารถ ๓) กองทุนสวัสดิการชุมชนเทศบาลตำบลดงสิงห์ อำเภอจังหาร ๔) กองทุนสวัสดิการชุมชนเทศบาลตำบลดินดำ อำเภอจังหาร ๕) กองทุนสวัสดิการชุมชนเทศบาลเมืองร้อยเอ็ด รวมทั้งมีการมอบโล่ศูนย์การเรียนรู้ดีเด่นระดับอำเภอ จำนวน ๒๐ อำเภอ และมอบประกาศเกียรติคุณแก่บุคคลกรท้องถิ่นที่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเสียสละ และอุทิศเวลาให้กับกองทุนสวัสดิการชุมชนระดับตำบล จำนวน ๓ ท่าน พร้อมมอบเงินสมทบงบประมาณแก่กองทุนสวัสดิการชุมชนรอบแรก จำนวน ๑๑ กองทุน


