เมื่อวันที่ 16 ตุลาคม พ.ศ. 2557 เวลา 08.30 น. เกษตรกรบ้านปากคลอง 22 หมู่ที่ 2 ตำบลพระอาจารย์ อำเภอองครักษ์ จังหวัดนครนายก จัดพิธีแรกหว่านข้าวเพื่อเป็นสัญลักษณ์ของการเริ่มต้นหว่านไถบนพื้นที่ 20 ไร่ บริเวณบ้านปากคลอง 23 หมู่ที่ 13 ตำบลพระอาจารย์ โดยมีเกษตรกรจากตำบลริมคลอง ตำบลท่าช้าง เครือข่ายบ้านมั่นคงจังหวัดจันทบุรี นครนายก เครือข่ายที่ดินแนวใหม่ชุมชนท้องถิ่นจัดการตนเองแห่งชาติ จังหวัด ระยอง ฉะเชิงเทรา นนทบุรี ปทุมธานี สจ.สำราญ ตลับเพชร ประธานสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครนายก นายสายชล ทับเปลี่ยน นายกองค์การบริหารส่วนตำบลพระอาจารย์ สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบลพระอาจารย์ และสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน องค์การมหาชน ร่วมแสดงความยินดีที่เกษตรกรสามารถซื้อที่ดินให้เป็นกรรมสิทธิ์ร่วมกันจากการจัดตั้งสหกรณ์ได้เป็นผลสำเร็จ
สหกรณ์เคหสถานบ้านมั่นคงปากคลอง 22 องครักษ์จำกัด จัดตั้งขึ้นในปี พ.ศ.2555 มีสมาชิกเป็นเกษตรกรไร้ที่อยู่อาศัยและที่ทำกินเพราะที่ดินหลุดมือเนื่องจากภาวะหนี้สินมาตั้งแต่บรรพบุรุษโดยกรรมสิทธิ์ของที่ดินส่วนใหญ่ตกเป็นของนายเงินเพียงไม่กี่ราย เมื่อรัฐมีแนวทางส่งเสริมและสร้างหลักประกันให้กับอาชีพเกษตรกรรม เช่นการจ่ายค่าชดเชยผลผลิต การแจกปุ๋ย แจกพันธุ์ข้าว การรับจำนำข้าวในราคาสูง ฯลฯ ทำให้เจ้าของที่ดินมองเห็นโอกาสจากการสร้างรายได้ที่มากกว่าการให้เช่า จึงไม่ต่อสัญญาเช่า และห้ามเกษตรกรซ่อมแซมบ้านเรือนที่ชำรุดไม่ว่ากรณีใดๆ เพื่อกดดันให้ชาวบ้านย้ายไปอยู่ที่อื่น หรือยอมเป็นลูกจ้างทำนาให้กับตนเองหลังจากยึดที่นาคืน
นายศักดา สวัสดี แกนนำคนสำคัญในตำบลพระอาจารย์กล่าวว่า สหกรณ์ได้รับสินเชื่อทั้งเรื่องบ้านและที่ดินจากพอช.จำนวนเงินกว่า 14 ล้านบาท เมื่อเดือนสิงหาคม พ.ศ. 2557 นำมาซื้อที่ดิน 20 ไร่ ราคา6,400,000บาท ให้กับสมาชิก 68 ราย 68 ครัวเรือน 240 คน แบ่งเป็นพื้นที่สำหรับอยู่อาศัย 5 ไร่ รายละ 30 ตารางวา มีพื้นที่ส่วนกลาง 4 ไร่ สำหรับปลูกผักสวนครัวหลากชนิดไม่ซ้ำกันเอาไว้แลกเปลี่ยนและบริโภครายละ 4 ตารางวา และขุดบ่อบำบัดน้ำเสียกว้าง 2 งาน สามารถเลี้ยงปลาในกระชัง เช่นปลาสวาย ปลาดุก โดยใช้เป็นแหล่งเก็บน้ำในการทำนาด้วย และมีพื้นที่ทำนาร่วมกัน 11 ไร่ ให้สมาชิกลงทุนในการเพาะปลูกครั้งแรกรายละ 300 บาท หลังจากเก็บเกี่ยวขายแล้ว จ่ายค่าดูแล 20% ประมาณ18,000 บาท หักส่วนที่เป็นทุนเก็บไว้ใช้เพาะปลูกในครั้งต่อไป และนำไปชำระให้กับพอช. จำนวน 30,000บาท ต่อหนึ่งฤดูการผลิต ทั้งนี้ยังมีส่วนที่เหลืออีก 10,000 บาทสำรองไว้ชำระในกรณีผลผลิตไม่ดี จากนั้นอีก 3 ปี เมื่อชำระหนี้หมดแล้ว เราจะปลูกข้าวเอาไว้กินเอง
ข้าวที่หว่านวันนี้จะเก็บเกี่ยวในเดือนมกราคม ปี 58 และจะถมดินในส่วนพื้นที่อยู่อาศัยในเดือนกุมภาพันธ์ในปีนั้นเช่นกัน โดยกันพื้นที่บริเวณด้านหน้าเอาไว้รองรับการขยายถนนในอนาคต ซึ่งสามารถทำเป็นตลาดสีเขียวจำหน่ายผลผลิตปลอดสารที่เป็นส่วนเกินจากการบริโภค สร้างอาชีพและรายได้ให้กับเกษตรกรอีกทางหนึ่งด้วย
นายสมชาย เกษตรกรบ้านปากคลอง 22 กล่าวว่า การอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุขจะต้องมีการกำหนดกติกาในการอยู่ร่วมกัน เรามีธรรมนูญของตนเอง มีข้อปฏิบัติหลายอย่างที่ทุกคนต้องยอมรับก่อนที่จะเข้าเป็นสมาชิก เช่นการเลี้ยงสัตว์ก่อความรำคาญรบกวนเพื่อนบ้าน เมื่อตักเตือนแล้วไม่แก้ไขก็ต้องเสียค่าปรับ ร้ายแรงที่สุดก็คือต้องขายสิทธิ์ในที่ดินคืนให้กับสหกรณ์ ตอนนี้มีผู้เดือดร้อนถูกไล่รื้อ 4-5 ราย และมีแนวโน้มว่าจะถูกไล่รื้ออีกจำนวนไม่น้อย บางรายต้องย้ายไปอยู่ที่อื่นหรือไปบุกรุกที่ใหม่ อยากให้ออกกฎหมายคุ้มครองผู้เช่า ดูแลการขึ้นทะเบียนเกษตรกรว่าเป็นเกษตรกรจริงหรือไม่ ถ้ารัฐใช้นโยบายเก็บภาษีที่ดินในราคาสูง เจ้าของที่ก็จะไปขึ้นราคาค่าเช่ากับผู้เช่าอีกไม่จบสิ้น ให้ชาวบ้านมีที่อยู่ที่ทำกินคนละ 50 -100 ตารางวาก็ไม่ต้องไปบุกรุกที่ดินรัฐ
แม้ว่าที่ดินที่ชาวบ้านได้มาในวันนี้เป็นเพียงพื้นที่เล็กน้อย แต่ก็สามารถเติมเต็มปัจจัย 4 ให้ครบถ้วนและเพียงพอสำหรับการดำรงชีวิตอย่างรู้คุณค่าของผืนแผ่นดินที่ชาวนาไทยไม่ต้องเช่าผืนดินไทยในการทำนาดังเช่นเกษตรกรกลุ่มเล็กๆในตำบลพระอาจารย์กลุ่มนี้


