พิมพ์
เสาวลักษณ์ ปรปักษ์พ่าย และ สุธิดา บัวสุขเกษม
หมวดหลัก: ข่าวความเคลื่อนไหวงานพัฒนา
ฮิต: 1872

w1-221057

ระหว่างวันที่ 14-16 ตุลาคม 2557 เครือข่ายสวัสดิการชุมชน 11 ภาค ทั่วประเทศ ร่วมเวทีสัมมนาหลักสูตรการพัฒนาคุณภาพกองทุนสวัสดิการชุมชน และแผนการขับเคลื่อนสวัสดิการชุมชนปี 2558 ณ ห้องประชุมไพบูลย์ วัฒนศิริธรรม สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน มีผู้เข้าร่วมกว่า 200 คน ทั้งนี้ ได้รับเกียรติจาก ศ.ดร.ดิเรก ปัทมสิริวัฒน์ ร่วมวิเคราะห์ความเป็นไปได้เกี่ยวกับแหล่งงบประมาณในการจัดสวัสดิการชุมชนเพื่อลดความเหลื่อมล้ำ

          นายมณเฑียร สอดเนื่อง   คณะทำงานสวัสดิการชุมชน กล่าวว่า เราต้องหาวิธีการที่จะบริหารกองทุนของเราเพื่อให้เกิดความยั่งยืน ถึงแม้ว่ารัฐบาลจะไม่ให้การสนับสนุน กองทุนของเราก็ยังสามารถดูแลตัวเอง ในขณะที่เราเองต้องคิดถึงเรื่องการมีกฎหมายเพื่อรองรับสถานภาพและการทำงานของเราเช่นกัน ซึ่งกฎหมายที่เกิดขึ้นนี้จำเป็นต้องมีเนื้อหาสาระที่ขึ้นมาจากพื้นที่เป็นหลัก เช่น พ.ร.บ. สวัสดิการชุมชน ที่เรากำลังร่วมกันยกร่างขึ้น บนหลักการ “การให้อย่างมีคุณค่า รับอย่างมีศักดิ์ศรี”

“การมีกฎหมายฉบับนี้ เป็นการยกระดับงานของเครือข่ายสวัสดิการชุมชนให้เติบโตมากขึ้น ซึ่งการหารือกันในครั้งนี้ แต่ละจังหวัดต้องนำกลับไปขับเคลื่อนต่อในพื้นที่ต่อไป”

          w2-221057นายวิรัตน์  สุขกุล คณะทำงานสวัสดิการชุมชน จ.อำนาจเจิรญ กล่าวว่า ผลการดำเนินงานที่ผ่านมา พบว่า กองทุนสวัสดิการชุมชนจัดตั้งแล้ว 5,863 กองทุน มีสมาชิก 4.2 ล้านราย เฉลี่ย 700 รายเศษต่อกองทุน เป็นคนในวัยทำงานทั่วไปโดยส่วนมาก รองลงมาเป็นเด็กและเยาวชน ผู้สูงอายุ และผู้ด้อยโอกาส ตามลำดับเงินกองทุนรวม 6,046 ล้านบาท เป็นเงินสมทบจากสมาชิก 3,873 ล้านบาท อปท.สมทบ 255.69 ล้านบาท

          “ผลการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น ที่เห็นชัดเจน ได้แก่ 1) ด้านคุณภาพชีวิต เช่น ดูแลตั้งแต่เกิด แก่ เจ็บตาย คนด้อยโอกาส และอื่นๆ 2) ด้านคน มีพัฒนาการในเรื่องความดี ได้ช่วยเหลือเพื่อน มีความสามารถเพิ่มขึ้น เช่น สามารถจัดทำบัญชี เอกสารรายงานประชุมได้ เกิดความสุขความภาคภูมิใจที่ได้ช่วยกันและกัน 3) ด้านองค์กรชุมชน สามารถบริหารจัดการได้ บูรณาการทุนภายในชุมชน มีรายงานการตรวจสอบภายใน เกิดการเชื่อมโยงเครือข่าย 4) ด้านความสัมพันธ์ใหม่ นโยบาย มีกลไกการทำงานร่วม อปท. มีทิศทางการหนุนเสริมการทำงานที่ดีขึ้น อบจ.หนุนแผนยุทธศาสตร์จังหวัด

ศ.ดร.ดิเรก ปัทมสิริวัฒน์ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) วิเคราะห์ความเป็นไปได้แหล่งงบประมาณในการจัดสวัสดิการชุมชนเพื่อลดความเหลื่อมล้ำว่า โดยส่วนตัวคิดว่าเป็นเรื่องที่ดีและน่ายินดีที่รัฐบาลประกาศสนับสนุนการปฏิรูปภาษีเพื่อลดความเหลื่อมล้ำ และขยายฐานรายได้มากขึ้น เพราะหนึ่งในปัญหาเชิงโครงสร้างของประเทสไทยคือมีความเหลื่อมล้ำสูง ซึ่งสามารถวัดจากรายได้ ความมั่งคั่ง การถือครองที่ดิน โอกาสการศึกษา และความเหลื่อมล้ำเชิงพื้นที่ เป็นต้น โดยหลักการของการจัดเก็บภาษีนั้น ในเมืองไทยภาษีส่วนใหญ่ร้อยละ 70 มาจากการบริโภค และร้อยละ 30 มาจากภาษีรายได้ แต่ภาษีจากทรัพย์สินหรือจากความมั่งคั่งไม่มีการเก็บ ซึ่งภาษีนี้มาจากมูลค่าบ้านและที่ดิน อาคารพานิชย์ ที่ดินการเกษตร ที่ดินว่างเปล่า เป็นต้น ถือว่าเป็นมาตรการลดความเหลื่อมล้ำ เป็นการถ่ายโอนรายได้จากคนรวยให้คนจน เช่น ภาษีโอนที่ดิน

“ในช่วงเวลาที่ผ่านมาพบว่า สังคมไทยมีปัญหาความเหลื่อมล้ำมาก เพราะที่ดินกระจุกในเมืองใหญ่ พื้นที่การท่องเที่ยว พื้นที่อุตสาหกรรม ซึ่งถือเป็นความเหลื่อมล้ำในมิติพื้นที่ อีกประการคือ การกระจุกตัวของรายได้ ซึ่งมีข้อเสนอที่สำคัญต่อเรื่องนี้ว่า อยากให้เป็นภาษีฐานร่วม ให้ส่วนใหญ่ร้อยละ 70 เป็นรายได้ท้องถิ่น ส่วนน้อยร้อยละ 30 เป็นรายได้ส่วนกลาง ร้อยละ 5 กันเป็นค่าจัดเก็บ อาจตั้งบริษัทลูกที่อยู่ภายใต้กรมที่ดิน และกันเป็นรายได้เข้ากองทุน เพื่อลดความเหลื่อมล้ำ และสนับสนุนความเข้มแข็งประชาชนร้อยละ 15-20 ส่วนที่เหลือเป็นรายได้รัฐบาล ดังนั้นในเชิงการบริหารกองทุนควรมีการจัดสรรตามพื้นที่ คือ พื้นที่ยากจนได้รับมาก จัดสรรตามประเภทกิจกรรม สนับสนุนเด็กด้อยโอกาส คนพิการ คนยากจน สนับสนุนอาชีพและเพิ่มผลผลิตภาพแรงงาน รวมถึงการออมสมทบเพื่อให้เกิดระบบบำนาญในแรงงานนอกระบบ เป็นต้น และมีระบบการติดตามประเมินผล ดูเรื่องการจัดผลงาน ความคุ้มค่า การจัดสรรที่ตรงตามกลุ่มเป้าหมายประชากร (Pro-poor policy) นอกจากนั้นยังต้องมีการพัฒนาฐานข้อมูลและจัดเก็บข้อมูล ร่วมกับการมีแผนการวิจัยที่เป็นกลาง ให้มีระบบรายงานข้อมูลต่อรัฐสภา”

          w3-221057นายสมพร ใช้บางยาง ประธานกรรมการ สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน(องค์การมหาชน) ให้ข้อคิดเห็นในช่วงท้ายว่า ดีใจที่เห็นความก้าวหน้าของกองทุนสวัสดิการชุมชนเติบโตขึ้นเรื่อยๆ เห็นผู้นำหน้าใหม่ๆ เข้ามาร่วมขบวนการ เพราะเราอยากเห็นการเพิ่มขึ้นของคนทำงานใหม่ๆ มากขึ้นเรื่อยๆ เป็นการสร้างเครือข่ายสร้างผู้นำฐานล่างได้เป็นอย่างดี และเห็นกระบวนการกำหนดแผนการสร้างผู้นำไว้ในปี 2558 ด้วย พอช. พร้อมที่จะหนุนเสริมพลังของพวกเราอย่างต่อเนื่อง บทบาทของพี่น้องประชาชน เจ้าหน้าที่ พอช. ต้องมีความชัดเจน ในการเสริมพลังต่อกันเพื่อร่วมขับเคลื่อนร่วมกับหน่วยงานภาคส่วนต่างๆ ให้มากขึ้น

          “ที่ผ่านมาเราสร้างจากข้างบนตลอด ต่อไปนี้เราจะสร้างจากฐานล่าง เพื่อให้คนอื่นฟังเราบ้าง ดังนั้น จึงอยากเชิญชวนพวกเราร่วมคิดร่วมกัน บนฐานของความเป็นพลเมือง ความเป็นคนไทย เราไม่ได้ขัดแย้งกับใครแต่เราจะร่วมสร้างความเข้มแข็งไปพร้อมกัน ถึงแม้ว่าการต่อสู้ของภาคประชาชนจะไม่ได้มาเร็ววัน แต่ต้องใช้ความอดทนในการทำงาน ในการต่อสู้ และ พอช. ก็พร้อมที่จะร่วมสร้างไปกับพี่น้องทุกคน”

          จากการสัมมนาในครั้งนี้มีมติร่วมกันในการขับเคลื่อนสวัสดิการชุมชนท้องถิ่นจัดการตนเอง จากการสังเคราะห์แผนปฏิบัติการระดับภาค และแผนการขับเคลื่อนปี 2558 ตามแผนยุทธศาสตร์การขับเคลื่อนสวัสดิการชุมชน ภายใต้ 4 ยุทธศาสตร์หลัก ดังนี้

          1. การเสริมสร้างความเข้มแข็งระบบสวัสดิการชุมชน

          2. การเสริมสร้างและการเชื่อมโยงเครือข่าย

         วิธีการ : ส่งเสริมให้มีกิจกรรม การประชุมอย่างต่อเนื่อง เพื่อผลักดันให้เกิดเวทีเครือข่ายในรูป              แบบอำเภอ/พื้นที่/โซน/จังหวัด จัดเวทีสัญจรแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในระดับเครือข่าย การพัฒนา               คุณภาพกองทุนผ่านระบบเครือข่าย มีโครงสร้างการทำงานและระเบียบข้อบังคับ เชื่อมโยงเครือ           ข่ายกับงานพัฒนาด้านอื่นๆ มีการกำหนดแนวทางร่วมกันในการขับเคลื่อนของเครือข่ายสวัสดิการ         ชุมชนระดับจังหวัด/ภาค และก่อตั้งสมาคมสวัสดิการภาคประชาชนแห่งประเทศไทย

         วิธีการ : ใช้เวทีสภาองค์กรชุมชนในการพูดคุย และประสานงานการดำเนินงานด้านต่างๆ ของ             สวัสดิการชุมชน ส่งเสริมให้ความรู้ถึงที่มาของสวัสดิการ การก่อเกิดจากการช่วยเหลือลงแรง เพื่อ        สร้างความเข้าใจถึงสวัสดิการที่ไม่เน้นตัวเงิน สรุปบทเรียนแลกเปลี่ยนการทำงานระหว่างประเด็น          งานตางๆ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ใช้กองทุนสวัสดิการชุมชนเชื่อมประสานประเด็นงานต่างๆ จัด        ทำแผนพัฒนาในพื้นที่ ยกระดับสวัสดิการชุมชนไปสู่การจัดการความมั่นคงในชีวิต

         

          3. การพัฒนาระบบข้อมูล การจัดการความรู้ และการเรียนรู้

          4. พัฒนานโยบายสาธารณะเพื่อสนับสนุนระบบสวัสดิการชุมชน

          วิธีการ : เปิดเวทีระดม และรับฟังความคิดเห็นต่อ พ.ร.บ. ในระดับเครือข่ายอำเภอ โซน จังหวัด           และรวบรวมข้อสเนอต่อระดับภาค และเชื่อมโยงกับเวทีขบนองค์กรชุมชนและงานประเด็นอื่นๆ             ในการจัดทำข้อสเนอ พ.ร.บ.สวัสดิการชุมชน รวมถึงต้องศึกษาข้อมูลงานที่เกี่ยวข้องด้วย

w4-221057w5-221057

แบ่งปัน
Submit to FacebookSubmit to Google PlusSubmit to Twitter