พิมพ์
สุคนธ์ทิพย์ จันสน ผู้สื่อข่าวชุมชน จ.ชุมพร
หมวดหลัก: ข่าวความเคลื่อนไหวงานพัฒนา
ฮิต: 862


Sukontip 3เมื่อเร็วๆ นี้  ณ ห้องประชุมจันทร์ธารา โรงแรมราวดี ต.ปากพูน อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช คณะทำงานขบวนองค์กรชุมชน
14 จังหวัดภาคใต้  นำโดยนายจินดา บุญจันทร์ นายแก้ว สังข์ชู  ประธานในที่ประชุม  พร้อมด้วยภาคีงานพัฒนา นักวิชาการ และผู้แทนขับเคลื่อนประเด็นงานแผนพัฒนาภาคใต้  ได้เปิดเวทีชวนคิดชวนคุยโดย นายสุวัฒน์ คงแป้น นายปฏิภาณ จุมผา และนายไมตรี จงไกรจักร ประเมินสถานการณ์สังคม การเมือง พร้อมทั้งสรุปบทเรียนการทำงานพัฒนาขบวนองค์กรชุมชนภาคใต้ เพื่อกำหนดเนื้อหา บทบาทของขบวนองค์กรชุมชนให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปฏิรูปประเทศไทย และร่วมกันออกแบบการขับเคลื่อนงานขบวนองค์กรชุมชนสู่การปฏิรูปประเทศไทยจากพลังฐานราก  ตลอดเวลาสองวันได้มีการตกผลึกร่วมกัน โดยกำหนดเป้าหมาย วิธีการสำคัญ หรือกลยุทธ์ แผนปฏิบัติการ และกลไกการขับเคลื่อน สำคัญๆ ดังนี้

1.ข้อเสนอให้มีในรัฐธรรมนูญ

1.1เพิ่มสถานะอำนาจภาคประชาชนเป็นฐานอำนาจ ที่ 4 (นิติบัญญัติ บริหาร ตุลาการ พลเมือง)

1.2จัดตั้งสภาพลเมืองเพื่อมีส่วนร่วมในการกำหนดนโยบายแห่งรัฐ

1.3บรรจุสิทธิชุมชนไว้ในรธน.โดยปรับปรุงให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน ในด้านทรัพยากรผังเมือง การศึกษา วัฒนธรรม

1.4สิทธิที่อยู่อาศัย สิทธิทำกิน

1.5การกระจายอำนาจ

1.6ผลักดัน กฎหมาย ที่เอื้อประโยชน์ต่อชุมชนฐานรากให้กฏหมายลูก บรรจุในรัฐธรรมนูญ ในหมวดสิทธิชุมชน สภาองค์กรชุมชน สภาพลเมือง

2.ข้อเสนอเรื่องพ.ร.บ.(กฎหมายที่ปรับแก้)

2.1พ.ร.บ.สภาองค์กรชุมชน ให้ปรับแก้ ใน 4 หมวด

- กำหนดหมวดที่มาของงบประมาณ

- กำหนดบทบาทของหน่วยสนับสนุน  ( พอช  กรมส่งสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น และอปท.)

- ปรับคำว่าที่ประชุมระดับจังหวัด/ที่ประชุมระดับชาติ  เป็นกลไกการทำงาน คือเป็นสภาองค์กรชุมชนตำบล   จังหวัด /สภาองค์กรชุมชนตำบลระดับชาติ

- การสนับสนุนของพอช.ต่อสภาองค์กรชุมชนให้กำหนด ไว้ในพระราชกฤษฎีกา หรือในท้ายของ พ.ร.บ.สภาองค์กรชุมชน

2.2ให้รัฐสภาเป็นหน่วยสนับสนุนสภาพัฒนาการเมืองแทนสถาบันพระปกเกล้า

- กองทุนสภาพัฒนาการเมือง ให้อยู่ในสังกัดเดียวกับสภาพัฒนาการเมือง

- ให้สภาพัฒนาการเมืองเป็นผู้เลือกเลขาสภาพัฒนาการเมือง

3.การสนับสนุนกฎหมายใหม่

-กฎหมาย 4  ฉบับเพื่อการแก้ปัญหาที่ดินและการจัดการทรัพยากร

-พ.ร.บ.ประมง

-พ.ร.บ.สวัสดิการชุมชน

-พ.ร.บ.ยางพารา

4.ข้อเสนอนโยบาย

-ให้มีสภาพลเมือง ระดับตำบล/จังหวัด  ปรากฏในรัฐธรรมนูญ

-ให้ขบวนองค์กรชุมชน /สภาองค์กรชุมชน/ขบวนภาคประชาสังคม  เป็นเวทีปฏิรูปคู่ขนานกับสภาปฏิรูป

-การปฏิรูปให้ยึดหลักการกระจายอำนาจ  ให้ชุมชนท้องถิ่นจัดการตนเอง

-ให้มีการทบทวนแผนพัฒนาภาคใต้/โครงการพัฒนาขนาดใหญ่ที่ส่งผลกระทบทั้งหมด   โดยผ่านกระบวนการมีส่วนร่วมของภาคประชาชนอย่างแท้จริง

-การบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ ให้ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้  (ศอ.บต.) มีบทบาทในการจัดกระบวนการเรียนรู้ การรับฟังข้อเสนอของประชาชนในพื้นที่ ควบคู่กับการสร้างความมั่นคงและความเป็นธรรมในพื้นที่

-ให้มีการปฎิรูปที่ดิน

-การบริหารจัดการทรัพยากร

-การจัดทำผังเมือง เฉพาะ/พื้นที่

-แก้ปัญหาผลผลิตทางการเกษตรที่ตกต่ำ

-การโซนนิ่งพื้นที่

-การตรวจสอบโครงการของรัฐ

5. ข้อเสนอเพื่อการขับเคลื่อน นำเสนอต่อ สปช. สนช. ตามกรอบรัฐธรรมนูญใหม่แบ่งเป็น 3 ระดับคือ

5.1 กลุ่มที่เนื้อหาเสร็จแล้ว พรบ.ที่ดิน 4 ฉบับ  พรบ.ประมง พรบ.ทรัพยากรชายฝั่ง

โดย .....1.ส่งสนช. หรือครม.ได้เลย

2. เตรียมคน ส่งคนเข้าไปเป็นกรรมาธิการ

5.2 กลุ่มที่อยู่ระหว่างการรับฟังพรบ.จังหวัดจัดการตนเอง พรบ.สวัสดิการ พรบ.พลังงาน

1. จัดเวทีให้ความรู้กลุ่มเป้าหมายจังหวัดและภาค

2. หาเจ้าภาพหลักรับผิดชอบ

3. ประชาสัมพันธ์ สื่อสารให้กลุ่มเป้าหมายและสาธารณชนรับรู้

5.3กลุ่มที่อยู่ระหว่างปรับปรุงเนื้อหา พรบ.ผู้บริโภค พรบ.พัฒนาการเมือง พรบ.สภาองค์กรชุมชน

1. หาเจ้าภาพหลักรับผิดชอบ

2. จัดเวทีให้ความรู้ ตำบล จังหวัด ภาค

3. สรุปบทเรียน ถอดบทเรียน

4. ประชาสัมพันธ์ สื่อสาร

6.ทบทวนการทำงานของขบวนองค์กรชุมชนภาคใต้สิ่งเป็นข้อจำกัด/อุปสรรค

-การใช้งบประมาณของสถาบันฯที่ไม่สามารถดำเนินการให้แล้วเสร็จในปีงบประมาณ

-ไม่มีการรายงานผลการดำเนินงานพัฒนาที่เกิดจากการสนับสนุนโครงการและงบประมาณ

-มาตรฐานการอนุมัติโครงการยังไม่ชัดเจน /ไม่สมดุล

-มีกลไกการทำงานมาก/มีความซับซ้อน

-ขาดแกนนำคนรุ่นใหม่

-แกนนำชุมชนยังไม่เข้าใจ พ.ร.บ.สภาองค์กรชุมชน

-ขบวนองค์กรจังหวัดมีเจ้าของ /แกนนำพันยอด

-ขั้นตอนกระบวนการของพอช.เยอะมาก

-ขาดองค์ความรู้ ความเข้าใจในประเด็นงานขับเคลื่อน

-แกนนำ คนทำงาน ให้ความสำคัญต่อภาระหน้าที่ /ความรับผิดชอบน้อย

-ขาดการวิเคราะห์ เชิงนโยบายและกระบวนการทำงานร่วมกับทีม

-คนทำงานไม่เพียงพอกับงาน

-ระบบการทำงาน กลไก หน่วยงานรัฐไม่เอื้องานชุมชน (ระเบียบ กม. วิธีการ)

-แผนงานของรัฐทับซ้อนกับงานพื้นที่

-การบูรณาการแผนงานและการทำงานร่วมระหว่างรัฐกับชุมชนยังไม่มีประสิทธิภาพดีพอ(โดยเจ้าหน้าที่)

-ขาดการมีส่วนร่วมในการกำหนดตัวชี้วัดโดยพื้นที่

-มีอัตตา/ความเป็นเจ้าของในจังหวัด

7. ข้อเสนอการปฏิรูปต่อขบวนองค์กรชุมชน/พอช.

-การพัฒนา ยึดหลัก กระจายอำนาจมายังภาค จังหวัด ตำบล

-การพัฒนายกระดับแกนนำชุมชนให้ดำเนินการต่อเนื่อง กำหนดเรื่องที่จะพัฒนายกระดับในทุกปี

-บทบาทของคณะทำงานระดับภาคหลังจากผ่านช่วงการพิจารณาอนุมัติโครงการแล้ว ถ้าจะมีต่อให้ทำหน้าที่เรื่องเวทีเรียนรู้และการผลักดันนโยบาย

-ให้ความสำคัญกับการพัฒนาโครงการพัฒนาในช่วงขาลง คือการติดตามผลและการรายงานผล  โดยการบริหารจัดการหลักให้เป็นบทของขบวนองค์กรชุมชนจังหวัด

-การบริหารจัดการสำนักงานภาค ให้เป็นการบริหารจัดการที่ขบวนองค์กรชุมชนมีส่วนร่วม  ในสัดส่วนที่เหมาะสมและเป็นจรอง

-เจ้าหน้าที่ต้องเพิ่มศักยภาพในการบูรณาการแผนและแก้ไขจัดการปัญหาต่อรองกับหน่วยงานรัฐได้

-ลดขั้นตอนกระบวนการในการดำเนินโครงการการอนุมัติงบประมาณให้สั้นลง

-ปรับปรุงเกณฑ์การพิจารณาให้ชัดเจน กระชับ

-ชุมชน พื้นที่ ต้องเข้าไปมีส่วนร่วมในการกำหนดตัวชี้วัด กพร.

-ทบทวนโครงสร้าง กลไก คณะทำงานให้สอดคล้องกับงาน พื้นที่(คณะทำงานบางชุด บางคน)

-กระจายอำนาจเชิงบริหารมาอยู่ที่ภาคให้เป็นจริงในปี (งบ งาน คน)

-พัฒนาศักยภาพ เจ้าหน้าที่ แกนนำให้มีความรู้เพียงพอต่อประเด็นงาน

-ขบวนองค์กรชุมชนทำงานร่วมกับภาคีพัฒนาให้มากขึ้น

-การกระจายอำนาจ ให้ระบบการนิเทศน์ /การสื่อสารสร้างความเข้าใจ

-ให้ระบบการการตรวจสอบของภาคประชาชนที่เข้มแข็งแต่ไม่ใช่การจับผิด

-ในแต่ละจังหวัดควรทำงานกับสถาบันการศึกษา/นักวิชาการ

ก่อนปิดเวทีได้ร่วมกันกำหนดสัญลักษณ์และวาทกรรมคนใต้ ชื่อว่า “ภาคใต้แห่งความสุขอย่างยั่งยืน เพื่อให้เกิดการเขย่าภาคใต้ครั้งใหญ่ อย่างแท้จริง และในเวทีต่อไปจะลงลึกในข้อมูลและรายละเอียดทุกข้อเสนอเพื่อการปฏิรูป

 

แบ่งปัน
Submit to FacebookSubmit to Google PlusSubmit to Twitter