“Voices from Slum คือเสียงของการเปลี่ยนแปลง และเราเปลี่ยนได้ เราแสดงให้เห็นว่าคนจนมีความสามารถ ในเมื่อที่ดินกลายเป็นสินค้า ชีวิตคนจนจะตั้งต้นได้อย่างไร ที่ผ่านมาคนจนจัดกระบวนการอย่างสร้างสรรค์ในการแก้ปัญหาที่อยู่อาศัยที่ดินทำกินประชาชนต้องแก้เอง ทำไมไม่สร้างประชาธิปไตยของประชาชน ไม่ใช่สร้างประชาธิปไตยของทุน ในคนจน 10 คน 9 คนยังมีความยากลำบาก เราต้องออกแรงเพิ่มขึ้น อย่าหวังให้คนอื่นแก้ คนจนต้องแก้เอง” สมสุข บุญญะบัญชา
หากกล่าวถึง “สมสุข บุญญะบัญชา” หรือ “พี่เขียว” หลายคนอาจรู้จักท่านในนามอดีตผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (พอช.) ซึ่งได้ทำผลงานเป็นที่ประจักษ์โดยเฉพาะการแก้ปัญหาที่อยู่อาศัยของคนจน ปัจจุบันท่านดำรงตำแหน่งบอร์ด พอช. และล่าสุดเป็น 1 ใน 250 สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) โดยได้รับเลือกให้ดำรงตำแหน่งกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ด้านสังคม
และเนื่องในโอกาสกิจกรรมรณรงค์วันที่อยู่อาศัยโลก ประเทศไทย ท่านได้มีโอกาสกล่าวในฐานะประธานพิธีเปิดงานสัมมนา “แบ่งปันที่ดินรัฐ: เพี่อที่อยู่อาศัยที่มั่นคง คืนความสุขให้คนจนอย่างยั่งยืน” เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม 2557 ที่ผ่านมา ซึ่งเนื้อหาใจความได้ถูกบันทึกและถ่ายทอดต่อชนิดคำต่อคำ เพื่อให้พลังจากถ้อยคำได้ส่งผ่านย้ำชัดอีกครั้งว่า “เสียงของคนจน คือเสียงของการเปลี่ยนแปลง และเราเปลี่ยนได้”
วันนี้เป็นอีกครั้งที่ได้มาเป็นผู้เปิดงาน ซึ่งได้มีส่วนร่วมการจัดตั้งแต่ครั้งที่ 1 จนปัจจุบันรวมๆ แล้วประมาณ 10 ครั้ง นับตั้งแต่เริ่มต้นมาจนถึงปัจจุบัน ตนมีความรู้สึกยินดีและเป็นเกียรติที่ได้มีส่วนร่วมในการเปิดสัมมนาในครั้งนี้ ซึ่งสหพันธ์พัฒนาองค์กรชุมชนคนจนเมืองแห่งชาติ (สอช.) และเครือข่ายที่ดินแนวใหม่ชุมชนท้องถิ่นจัดการตนเองแห่งชาติ (คทช.) ได้ร่วมกันจัดงานนี้ขึ้นมา
งานนี้พวกเราได้จัดสัมมนาพร้อมกับพี่น้องทั่วโลก ทั้งที่ยุโรป เอเชีย ก็มีการจัดเพราะเป็นงานหนึ่งที่ถือว่าเป็นสิ่งที่สำคัญของคนทั่วโลก แต่บางครั้งในบางประเทศจัดงานที่อยู่อาศัยเป็นเพียงพิธีการ แต่เราจัดงานที่อยู่อาศัยเพราะเราเห็นความสำคัญของเรื่องที่อยู่อาศัย การจัดงานของพวกเราเป็นพิธีกรรมของการแสดงถึงสิ่งที่มีความสำคัญอันยิ่งใหญ่ ต่อครอบครัว ต่อชุมชน และสังคมของเรา เราสร้างอิสระภาพผ่านการจัดการที่อยู่อาศัย ทั้งในเมืองและชนบท เป็นพิธีกรรมที่น่าเลื่อมใสเพราะเราเป็นผู้สร้างการเปลี่ยนแปลง ไม่ใช่เป็นเพียงการจัดเหมือนเป็นวัฒนธรรมทั่วไป แต่เป็นวัฒนธรรมที่มีความสำคัญกับพวกเราเพราะเราเป็นคนทำ ทั่วโลกจะจัดงานนี้ในวันที่ 6 ตุลาคม ซึ่งประเทศเราจัดไม่ตรงกับเขา
ในปีนี้เขาตั้งชื่อว่า Voices form Slum หรือ “เสียงจากคนสลัม” ในปีนี้เขาจัดขึ้นเพื่อพวกเราคนสลัม ซึ่วเป็นเหมือนคนอีกชนชั้นหนึ่ง ซึ่งเป็นเสียงจากคนที่ยังไม่มีที่อยู่อาศัย ในปีก่อนๆ การจัดงานที่อยู่อาศัยมักเรื่องการคมนาคมในเมือง หรือเมืองน่าอยู่ ไม่เคยมีสักครั้งที่จัดโดยมีสาระเกี่ยวกับคนไม่มีที่อยู่อาศัย “เสียงจากคนสลัม” คือเรื่องของเรา หลายคนอาจจะไม่ได้อยู่สลัมแล้ว เพราะมีการปรับปรุงที่อยู่อาศัยแล้ว แต่ก็ถือว่าเคยอยู่สลัม คนอยู่สลัมสังคมไม่ยอมรับ มีชีวิตที่ต่อสู้กับความเป็นอยู่ งานนี้จัดขึ้นเพื่อให้มีเสียงของคนเหล่านี้ว่าเราต้องการอะไร ที่ไม่เพียงแค่เรื่องที่อยู่อาศัยที่เป็นแค่ห้องสี่เหลี่ยม เราต้องการมากกว่าบ้าน ซึ่งก็คือ การมีชีวิตที่ดีขึ้น มีสิทธิ์ มีเสียง เสรีภาพ อาชีพ การมีส่วนร่วม และทุกสิ่งทุกอย่างคือสิ่งที่เราจะจัดในวันนี้ พรุ่งนี้ และต่อๆ ไป เพื่อประกาศให้โลกรู้ว่าการจัดงานที่อยู่อาศัยในประเทศไทยเพื่อนำไปสู่การเปลี่ยนแปลง คืออะไรที่มากกว่าการส่งเสียงร้องขอความช่วยเหลือ
เสียงของเราคือเสียงของการเปลี่ยนแปลง และเราเปลี่ยนได้ เราจะแสดงให้เห็นว่าเราเปลี่ยนได้จากโครงการบ้านมั่นคงทั่วประเทศ คนจนทำได้แน่นอนถ้าเราให้โอกาส เป็นสาระสำคัญเสนอให้รัฐบาลได้รับทราบซึ่งไม่ใช่เรื่องเล็กๆ อีกต่อไป เรื่องของเราจะได้ประกาศให้สาธารณชนได้ทราบในสถานที่สำคัญ
การแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำทางสังคมและการเข้าถึงบริการของรัฐ มีสิ่งที่ต้องแก้มากมาย เพราะถ้าคนจนต้องทำตามกฎก็ไม่สามารถเข้าถึงได้ บ้านมั่นคงที่เราทำได้รับความร่วมมือจากท้องถิ่นและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการปรับกฎหมายให้เข้ากับการสร้างบ้านของคนจน และการเข้าถึงบริการของรัฐ ซึ่งเป็นการสร้างมาตรฐานใหม่
การพัฒนาคุณภาพชีวิตในทุกๆ ด้านของผู้ด้อยโอกาส เราต้องแก้ปัญหาไร้ที่อยู่อาศัยและที่ดินทำกินของเกษตรกร เราขอมีส่วนในการกำหนดการใช้ที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัยที่มั่นคง การที่เรามีส่วนในการจัดได้ ทำให้ที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัยเป็นเรื่องที่มั่นคง และทำเห็นว่าที่ดินไม่ใช่สินค้าของคนรวย แต่มันเป็นชีวิตเป็นมากกว่าสินค้า ปัจจุบันที่ดินกลายเป็นสินค้าในท้องตลาด ซึ่งคนรวยสามารถหาซื้อได้ แต่เป็นชุมชน วัฒนธรรม ความป็นอยู่ เป็นมากกว่าสินค้า ปัจจุบันที่ดินเป็นสินค้าที่คนรวยหาซื้อได้ตามท้องตลาด ทำให้คนไทยกลายเป็นเกษตรกรที่ไม่มีที่ดินทำกิน หรือกรณีชาวเลอยู่ในพื้นที่มาหลายชั่วคน แต่ไม่มีสิทธิ์ในที่ดินที่เขาเคยอยู่มานานกลับไม่มีสิทธิ์ในที่อยู่ของเขา เพราะเมื่อก่อนไม่ได้ให้ความสำคัญกับเรื่องเอกสารสิทธิ์ จึงเป็นเรื่องสำคัญว่าพวกเราจะต้องจัดขบวนการเหล่านี้เพื่อสร้างการแก้ปัญหาอย่างสร้างสรรค์
ในปีนี้กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ได้นำเรื่องการพัฒนาที่อยู่อาศัยเป็นเรื่องเร่งด่วนในการแก้ปัญหาผู้มีรายได้น้อย การแก้ปัญหาของเราถือว่าเป็นระบบใหม่ จากการที่ดิฉันนำไปเล่าให้ประเทศอื่นฟัง เป็นที่ตื่นตาตื่นใจที่ภาคประชาชนในประเทศไทยลุกขึ้นมาทำเอง ในที่ประชุมซึ่งกำลังคิดว่าขบวนแก้ปัญหาของกลุ่มประเทศบริด ซึ่งประกอบด้วย ประเทศบราซิล รัสเซีย จีน ฯลฯ ควรแก้ปัญหารูปแบบใหม่โดยให้เอกชนทำ ดิชั้นบอกว่าไม่ใช่เอกชนทำ เราต้องทำอีกทางคือให้ประชาชนทำ เราเป็นโลกประชาธิปไตย เป็นการสร้างการเปลี่ยนแปลงประชาธิปไตยของประชาชนไม่ใช่คนกลุ่มน้อยอย่างนายทุน สิ่งที่สำคัญคือ ชาวบ้านทุกคนมีความรู้สึกว่าสามารถเข้าถึงทุนในการพัฒนาที่อยู่อาศัยได้ ยกตัวอย่างประเทศไทย เป็นที่ตื่นตลึงพวกธนาคารโลกที่เชื่อภาคเอกชน และบอกว่าเป็นไปไม่ได้ที่จะให้ชาวบ้านทำ เราต้องทำให้ทั่วโลกได้เห็นว่าประชาชนเราทำได้
เราเป็นองค์กรเล็กมีเงินทุนไม่มากเพียง 6,000 ล้านบาท เมื่อเทียบกับการแก้ปัญหาขนาดใหญ่ ซึ่งควรเป็นเงินระดับ 20,000 ล้านบาท ไม่ใช่ 6,000 ล้านบาท แต่สิ่งสำคัญชาวบ้านไม่ว่าจะอยู่ในเมืองหรือชนบท ถ้าจัดตัวเองได้ ต่อรอง คุย ซื้อที่ดินได้ เราสร้างโอกาสของเราได้ โอกาสเปิดสำหรับคนจน ชาวบ้าน เราจะเดินไปข้างหน้า สิ่งที่เราทำเป็นตัวอย่างที่สำคัญที่ทำให้ทั้งโลก และประเทศเราได้เห็นความสามารถว่าประชาชนจำนวนมากมีความพร้อม
ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมาเรายังแก้ปัญหาได้ไม่มาก เราแก้ได้เพียงแค่ 10 เปอร์เซ็นต์ ในคนจน 10 คน เราแก้ได้แค่ 1 คน ยังมีคนที่ยากลำบากอีก 9 คน เหตุใดการแก้ปัญหาจึงไม่มาก ทำไมกองทัพของพวกเรายังไม่เยอะ เราต้องทำให้คนมารวมกันมากขึ้น ต้องสร้างกองทัพคนจนและต้องแก้ปัญหาอย่างรวดเร็ว ให้พวกเรามีอิสระ เสรีภาพ ร่วมแก้ปัญหากับเมืองอย่างพร้อมๆ กัน เราเดินมาไกลแล้วแต่ยังไม่พอ เราต้องออกแรงเพิ่มขึ้น ต้องเป็นคนจนด้วยกันที่จะเป็นกองทัพแก้ปัญหาคนจน ทำให้คนจนเข้มแข็ง คนจนเท่านั้นที่ต้องแก้ไขปัญหาของตนเอง คนอื่นมาแก้ไม่ได้ เพราะไม่เข้าใจปัญหาและความต้องการของเรา
ความเป็นชุมชนที่เรามีอยู่ เรามีทรัพยากร มีความสามารถ เรามีพร้อมมูลที่จะแก้ปัญหาและขยายออกไป เราขยายช้าไป เราต้องแก้ให้มากกว่านี้ เอาความรู้ที่เราแก้มา 10 ปี เดินหน้าแก้ปัญหา ตอนนี้เราไม่ได้แก้เฉพาะปัยหาในเมือง แต่เราขยายไปที่ชนบทแล้ว และแก้ปัญหาทั้งเมืองด้วย เราต้องไปคิดว่าเราจะทำระบบเมืองของเราอย่างไรให้ดี ให้ลูกหลานมีความรู้ มีอาชีพ การศษึกษาที่ดี การจัดการที่ดี ไม่ใช่ขบวนที่ได้บ้านแล้วจบ เราได้บ้านแล้วเราต้องให้กับเพื่อนบ้าน ชุมชน และคนทั้งเมืองด้วย
งานวันนี้จะเกิดไม่ได้เลยถ้าไม่ได้รับความร่วมมือร่วมใจในการขับเคลื่อน เราใช้ขบวนชุมชนขับเคลื่อน โดยมีท้องถิ่นให้ความร่วมมือ ช่วยส่งเสริมการพัฒนา เราปรับพัฒนาทั้งเมืองไปด้วยกันทั้งชุมชนและท้องถิ่น สถาบันการศึกษา หน่วยงานต่างๆ ที่ให้ความสนับสนุนส่งเสริม เพิ่มแรงการแก้ปัญหาของเราอย่างมีประสิทธิ์ภาพ และการจัดงานในวันนี้
ปีที่ผ่านมาเรามีการสำรวจข้อมูลเมืองเป็นรอบที่ 3 เป็นรอบที่เราทำจริง คือ สำรวจแล้วทำเลย ชวนเข้ามาอยู่ในขบวนเลย จัดงานให้ทุกคนทำ ใครเก่งเรื่องอะไรทำเรื่องนั้น เราสำรวจเพื่อเข้าถึงคนที่ยังเข้าไม่ถึง เราทำอย่างเป็นขบวนการ ชนบทก็ทำในลักษณะเดียวกัน ใช้แผนที่ GIS สำรวจข้อมูลมาเป็นผืนๆ เราพยายามทำให้เกิดแผนพัฒนาที่อยู่อาศัยทั้งเมือง
แผนการพัฒนาทั้งเมืองเป็นเรื่องสำคัญ กลายเป็นแผนของท้องถิ่น เป็นระบบการแก้ปัญหาร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเป็นเมืองๆ เป็นประชาธิปไตยที่มาจากประชาชนอย่างแท้จริง มีเป้าหมายที่ชัดเจน 3 ปี 4 ปี มีการวางแผนการแก้ปัญหาทั้งเมือง และเป็นการร่วมทำงานของชาวบ้านและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อแก้ปัญหาร่วมกันทั้งเมือง ในชนบทมีการทำงานกับท้องถิ่นในการจัดทำผังตำบล ทำข้อบัญญัติตำบล ซึ่งเป็นกฎหมายที่ชาวบ้านร่างกันเอง คือ ออกกฎกติกาของเราเอง เราใช้บ้านมั่นคงกับการจัดการที่ดินมาเปลี่ยนแปลงการทำงานร่วมกันกับหน่วยงานของรัฐ เราสร้างการเปลี่ยนแปลงแล้วของภาคประชาชน นี่คือ การปฏิรูปประเทศไทย คือ สร้างการเปลี่ยนแปลงโดยภาคประชาชน
เราสร้างการปฏิรูปแล้วโดยประชาชน ให้ประชาชนยืนขึ้นมาแล้วจัดการทุกเรื่องไปพร้อมกัน เป็นสิ่งที่พวกเรากำลังอยู่ ทำแล้ว และกำลังทำต่อไป ที่ทำอยู่แล้วแค่เพียง 10 เปอร์เซนต์ (ของการแก้ปัญหาเรื่องที่อยู่อาศัยของคนในเมือง) พอช. มีส่วนในการสนับสนุนพี่น้องขบวนชุมชนในการทำงาน เราต้องทำงานร่วมกันเป็นทีม เพื่อทำให้เกิดผลการเปลี่ยนแปลงอย่างแท้จริง สร้างสวัสดิการ ทำให้ชุมชนมีคุณภาพ
ในการแก้ไขปัญหาของรัฐบาลที่ผ่านมา พบว่ารัฐบาลตอบสนองโดยให้หน่วยงานรัฐมาทำให้ โดยลืมความสำคัญของชุมชนซึ่งเป็นหน่วยพื้นฐานที่ต้องเข้มแข็งดูแลกันเอง ถ้าชุมชนเข้มแข็งคนในชุมชนก็จะเข้มแข็ง มีสุขภาวะที่ดี มีภูมิคุ้มกันทางสังคม พอช. ตั้งขึ้นมาเพื่อให้ชุมชนมีระบบที่เข้มแข็ง สร้างการเปลี่ยนแปลง สร้างการพัฒนาของชุมชน และสังคมใหญ่ที่เข้มแข็ง
งานบ้านมั่นคงไม่ได้มองเรื่องที่อยู่อาศัยเป็นหลัก พอช. สนับสนุนให้สร้างชุมชนเข้มแข็ง แต่ชุมชนเมืองเข้มแข็งไม่ได้ถ้าไม่มีที่ดิน ที่อยู่อาศัยที่มั่นคง พอช. ไม่ได้ทำเรื่องที่อยู่อาศัยเพียงอย่างเดียว แต่ทำเรื่องชุมชนเข้มแข็ง ซึ่งชุมชนจะเข้มแข็งเมื่อคนมีการเชื่อมโยงกันอย่างเป็นระบบ อาจารย์ไพบูลย์ วัฒนศิริธรรม ผู้ก่อตั้งองค์กรนี้มาเกือบ 20 ปีแล้ว เป็นองค์กรที่มุ่งมั่นในการสนับสนุนความเข้มแข็งของชุมชนผ่านเรื่องต่างๆ เช่น ป่า สิ่งแวดล้อม ทรัพยากร บ้านมั่นคง เราไม่ได้ทำบ้านอย่างเดียว เราทำทุกๆ เรื่องไปพร้อมๆ กัน เราทำกับองค์กรท้องถิ่นและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
ถ้ามันเป็นสิ่งที่ดี มันเป็นเรื่องของธรรมะ งานชาวบ้านไม่ใช่งานที่ราบเรียบ ถ้าราบเรียบไม่ใช่งานของชาวบ้าน คนที่เคยพูดว่างาน พอช. เป็นงานที่วุ่นวาย แสดงว่าเขาไม่เข้าใจงานชาวบ้าน แต่ว่าก็ต้องมีกติกาพอสมควร อลุ่มอล่วยกันบ้าง เพราะว่าเราเอาคนเป็นหลัก เราเชื่อว่าคนเราสามารถเปลี่ยนแปลงได้
ในวันนี้ขอให้ทุกท่านได้แสดงความคิดเห็นอย่างเต็มที่ คิดให้เต็มที่ เรียนรู้ให้เต็มที่ นำไปสู่การเปลี่ยนแปลง พี่ช่วยน้อง ระบบกลุ่มผู้นำที่ทำให้สมาชิกในชุมชนเข้มแข็ง ให้คนทุกคนได้มีโอกาสได้มาร่วมคิดร่วมทำ เชื่อมั่นในตัวเอง ให้ทุกคนเข้ามามีส่วนร่วมในการร่วมคิด ร่วมทำ ร่วมจัดการ เมืองหนึ่งควรมีคนเข้ามาทำงานร้อยคน เราต้องหาวิธีการสร้างความเข้มแข็งเพื่อจัดการที่อยู่อาศัย แก้ไขปัญหาที่ดิน แก้ไขปัญหาความยากจนที่ยั่งยืนให้ได้ ขอให้เราช่วยการสร้างงานนี้ให้เกิดการขยายตัวมากขึ้น ทำให้การปฏิรูปเกิดการเปลี่ยนแปลงและประสบความสำเร็จ... พี่เขียว หรือคุณสมสุข บุญญะบัญชา กล่าวในตอนท้าย


