พิมพ์
ผู้ดูแลระบบ
หมวดหลัก: ข่าวความเคลื่อนไหวงานพัฒนา
ฮิต: 1124

ศ.นพ.ประเวศ วะสี เสนอแนะยุคที่ 2 บทบาทของ พอช. ต้องก้าวข้ามข้อจำกัดอำนาจรัฐ อำนาจทุน และความไม่รู้ ชุมชนต้องรวมตัวร่วมคิด ร่วมทำ เรียนรู้การอยู่ร่วมกัน เคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ก้าวสู่ปีที่ 14 ที่ผ่านมาเป็นการสะสมทุน สะสมเพื่อน กับประสบการณ์ ต่อจากนี้จะขยายผลอย่างไร ให้เกิดการยกระดับเปลี่ยนนโยบาย เปลี่ยนยุทธศาสตร์ สร้างปัญญา เชื่อมโยงภาคี เป็นการ พัฒนาอย่างเชื่อมโยงแนะตั้งโรงเรียนผู้นำ สร้างเครือข่ายพลเมืองปฏิรูปประเทศไทย เพราะเมื่อพลเมืองเข้มแข็ง ชุมชนเข้มแข็ง สังคมก็จะเข้มแข็ง นี่คือแนวทางของ พอช.ที่ควรเป็นไป

codi1-181257

วันนี้ (18 ธันวาคม 2557) องค์กรชุมชน จัดสัมมนาร่วมกับคณะกรรมการสภาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) ภาคีที่เกี่ยวข้อง ผู้บริหาร และเจ้าหน้าที่ ณ ห้องประชุมไพบูลย์ วัฒนศิริธรรม ชั้น 1 พอช. ประมาณ 200 คน เพื่อระดมความคิด นำมากำหนดนโยบายใน 3 ปี และในอนาคต ทั้งการทำงานในเชิงวิชาการ การสื่อสารสาธารณะ การสร้างพลังพลเมือง เตรียมความพร้อมรองรับการปฏิรูป ในการสร้างฐานของประเทศ แสวงหาความร่วมมือภาคี เพื่อการเข้าสู่การเปลี่ยนแปลงในอนาคตด้วยแนวทางสันติ

พลังทางสังคมที่เข้มแข็ง พลังพลเมืองที่เข้มแข็ง คือปัจจัยชี้ขาดในการปฏิรูปเปลี่ยนแปลงอนาคตประเทศ

ศ.นพ.ประเวศ วะสี ราษฎร์อาวุโส กล่าวในหัวข้อ ข้อเสนอ แนวทางการทำงานของ พอช.ภายใต้สถานการณ์แวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงโดยแนะ พอช. ควรทำหน้าที่เชื่อมโยง ให้ความสำคัญกับการจัดทำข้อมูล Mapping ข้อมูลพื้นที่ ให้รู้เข้าใจสภาพพื้นที่ชัดเจน โดยทำหมดทุกเรื่อง ใครทำอะไรดีๆ ที่ๆ ไหน อย่างไร เพราะข้อมูลเป็นเครื่องมือ ให้เกิดการเชื่อมโยงการพัฒนาอย่างบูรณาการ ทำไปทีละจังหวัดจนครบทั้งประเทศ ซึ่งใช้พื้นที่เป็นตัวตั้ง

พอช.หากจะใช้คำย่ออีกอย่างคือ พัฒนาอย่างเชื่อมโยงตนเองต้องการเห็นการสนับสนุนผู้นำชุมชนท้องถิ่นให้เก่ง โดยตั้งโรงเรียนผู้นำ เพราะผู้นำที่เก่งจะเกิดการเชื่อมโยง จะสามารถเผชิญหน้ากับเรื่องร้ายๆ ได้หมด ระหว่างนี้ พอช.กับ สสส. กำลังหารือกันจัดตั้งโรงเรียนผู้นำ กำลังคิดออกแบหลักสูตรว่าเป็นอย่างไร เราอาจคัดผู้นำเป็นรุ่นๆ ไปศึกษาดูงานที่ประเทศเกาหลีใต้ งานนี้ต้องเป็นการร่วมทำกับภาคี เรียนวิธีคิด รู้ประเด็นระดับชาติ ระดับโลก เชื่อมโยงกัน เชื่อมโยงวิสัยทัศน์ชุมชนท้องถิ่น

เพราะผู้นำชุมชนท้องถิ่น ต่อไปต้องมีบทบาทผลักดัน พัฒนานโยบายระดับชาติ เพราะนโยบายกระทบทุกองค์คาพยพทั้งสังคม นโยบายที่ดีต้องใช้ข้อมูล ใช้ความรู้ อย่างมีศลีธรรม ใช่ประโยชน์ใส่ตัว แต่เป็นเรื่องส่วนรวม ที่ผ่านมาประเทศเรายังมีนโยบายที่ดีน้อย เช่น นโยบายพลังงาน หากเป็นนโยบายที่ดี คนในประเทศจะหายจน ถ้านโยบายไม่ดีประเทศจะบิดเบี้ยว

codi2-181257ศ.นพ.ประเวศ กล่าวต่อว่า ขณะนี้กำลังมีการปรึกษากันถึงแนวคิด “สภาผู้นำชุมชนท้องถิ่น” ซึ่งจะมีการจัดประชุมกันทุกเดือนต่อเนื่องเป็นประจำ โดยจะชักชวนพอช. สสส. สภาพัฒน์ฯ มูลนิธิปิดทองหลังพระ ฯลฯ มาเป็นภาคีกัน โดยผู้นำชุมชนท้องถิ่นเป็นหลัก มาพูดคุยปรึกษาหารือกันถึงสิ่งดีๆ อย่างพลังงานชุมชน ชุมชนสามารถทำพลังงานทดแทนได้อย่างไร ทั้งแสงแดด สายลม อื่นๆ อย่างเช่นที่ประเทศเยอรมัน ชุมชนสามารถผลิตพลังงานเหลือใช้แล้วมาขายให้ส่วนรวมได้ นอกจากที่ใช้กันเอง หรือการท่องเที่ยวชุมชน จะทำอย่างไรจะทำให้ชุมชนสวยงามน่าอยู่ทุกตำบล เรามีสถาปนิคชุมชนต้องดึงเข้ามาร่วม เราสามารถทำได้ถ้ามีสภาชุมชนท้องถิ่น

ในเรื่องการปฏิรูปทั้ง 11 ประเด็น เป็นเรื่องที่ใหญ่ในเชิงโครงสร้าง ทั้งทางการเมือง เศรษฐกิจ สังคม กรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ สปช. บางชุดอยากทำงานเชื่อมโยงกับผู้นำชุมชนท้องถิ่น มาทำนโยบายระดับชาติ และหลังจาก สปช.หมดหน้าที่ภาระกิจใน 1 ปี ต้องมี “เครือข่ายพลเมืองปฏิรูปประเทศไทย” เป็นกลไกในการทำงานพัฒนาต่อไปอีกเป็น 10 ปี

การทำงานพัฒนานโยบาย สภาผู้นำชุมชนท้องถิ่นกับมหาวิทยาลัย ต้องทำงานกับพื้นที่ เรียนรู้จากการลงมือทำ มหาวิทยาลัยต้องทำงานกับพื้นที่ 1 มหาวิทยาลัย 1 พื้นที่ เพื่อส่งเสริมความเข้มแข็งของชุมชนท้องถิ่น เรียนแล้วชุมชนท้องถิ่นต้องเข้มแข็ง บ้านเราควรมี “หลักสูตรชุมชนศึกษาภาคปฏิบัติ” ให้นักศึกษาอยู่กับชุมชน 3 เดือน ตนเองเชื่อประเทศเปลี่ยนแน่ เพราะนักศึกษาจะเคารพชาวบ้าน ที่ผ่านมาเราเคารพความรู้จากตำรา ไม่นับถือประสบการณ์ความรู้ในตัวคน หากเราให้ความสำคัญกับความรู้ในตัวคน ทุกคนจะมีเกียรติ นั่นคือศลีธรรมพื้นฐานที่มองคนทุกคนเท่าเทียม ประเทศเราขาดเรื่องนี้มาก ความไม่เป็นธรรมจึงเกิดขึ้น

codi3-181257แต่สามารถแก้ได้ด้วยการศึกษา การเรียนรู้จากความรู้ในตัวคน มีประโยชน์ ทำได้จริง ความรู้ในตัวคนเป็นความรู้ที่แน่น อย่างช่างผสมปูน ช่างเสริมสวยรู้สึกไม่มีเกียรติ เมื่อมีคนมาเรียนรู้จะรู้สึกเป็นเกียรติ นักศึกษามาเรียนก็เกิดความเคารพ สิ่งนี้สร้างได้จากการศึกษา ได้เรียนรู้และเห็นคุณค่าจากชาวบ้าน แล้วนักศึกษาก็ถอดความรู้จากชาวบ้าน จากหลักสูตรชุมชนศึกษาภาคปฏิบัติ

เรื่องนี้นายกรัฐมนตรีต้องทุบโต๊ะ ว่าทุกมหาวิทยาลัยต้องมีหลักสูตรชุมชนศึกษาภาคปฏิบัติ แต่มหาวิทยาลัยทำไมเป็น พอช.ต้องช่วยจัดการเชื่อมโยงมหาวิทยาลัยกับท้องถิ่น กับชุมชน แล้วสิ่งดีๆ จะเกิดขึ้นมาก เปรียบเป็น Helper Cell เซลตัวช่วยในร่างกาย หากทางสังคมก็เป็น นหรือองค์กรที่ไม่ทำเพื่อตัวเอง ซึ่ง พอช.มีความสามารถทำตรงนี้ได้

ในช่วงท้าย นพ.ประเวศ เสนอให้จัด “พอช.ทัวร์” การท่องเที่ยวชุมชน มีองค์ประกอบนักวิชาการ นักข่าว ชาวบ้าน นักท่องเที่ยว ฯลฯ จัดแบบเก็บเงิน ไปเที่ยวอย่างสนุก มีประโยชน์ ทำให้คนเข้าใจชุมชน ให้เห็นความสัมพันธ์ของชุมชน ไปกินข้าวที่หัวนา ไปร่วมใช้ชีวิตกับชุมชน เมื่อผู้คนได้เรียนรู้ ก็จะรักชาวบ้านมากขึ้น แต่ต้องมีการโฆษณาประชาสัมพันธ์ควบคู่กันไป

แบ่งปัน
Submit to FacebookSubmit to Google PlusSubmit to Twitter