พิมพ์
สร้อยแก้ว คำมาลา
หมวดหลัก: ข่าวความเคลื่อนไหวงานพัฒนา
ฮิต: 1015

nan250158.07เมื่อวันที่ 25 มกราคม 2558 คณะกรรมาธิการปฏิรูปสังคม ชุมชน เด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ ผู้พิการและผู้ด้อยโอกาส สภาปฏิรูปแห่งชาติ ร่วมกับ สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน มูลนิธิสัมมาชีพ สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ และภาคีเครือข่ายภาคประชาชน ได้เปิดเวทีเวทีสัมมนาและรับฟังความคิดเห็น เรื่อง “คนน่านกับการปฏิรูปประเทศไทย” ณ โรงแรม น่านธาราคีรี อ.เมือง จ.น่าน โดยมีคนน่าน สปช. และผู้ทรงคุณวุฒิ เข้าร่วมรับฟังและแลกเปลี่ยนกว่า 250 คน

นายภาณุวุธ บูรณพรหมประธานคณะทำงานประชาสังคมจังหวัดน่าน นายกองค์การบริหารส่วนตำบลผาสิงห์ จ.น่าน ได้ กล่าวรายงานการจัดงานครั้งนี้ว่า เพื่อเป็นการระดมความคิดเห็นของภาคประชาชนต่อการพัฒนาจังหวัดน่าน โดยเฉพาะประเด็นการกระจายอำนาจเพื่อให้คนน่านได้จัดการตนเองซึ่งจะนำเสนอต่อ สปช. เพื่อผลักดันให้เกิดรูปธรรม สามาถปฏิบัติได้จริง nan250158.02

นายอุกริช พึ่งโสภา ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน ได้กล่าวเปิดงานโดยเห็นว่า การที่คนน่านลุกขึ้นมาจัดการตนเอง นั้น น่านกำลังสอนคนทั้งประเทศ เพราะจังหวัดน่านนั้นเป็นจังหวัดที่มีการสร้างความร่วมมือจากทุกภาคส่วนจริงๆ และให้ความร่วมมือต่อกันสูงมาก โดยเฉพาะสิ่งที่หลายแห่งขาด แต่ที่น่านมีคือ น่านเป็นคนที่ฟังกัน

nan250158.04จากประวัติศาสตร์สอนให้รู้ว่าน่านจัดการตนเองมานานแล้ว น่านมีประวัติศาสตร์ท้องถิ่น มีวัฒนธรรม ภาษาอันเป็นเอกลักษณ์ มีชนชาติที่แตกต่างกันถึง 16 เผ่า ดังนั้น ถ้าน่านจัดการตนเองไม่ได้ คงไม่สามารถสร้างรากเหง้าให้ลูกหลานได้ ปัจจุบัน น่านกำลังมีความเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจเป็นอย่างมาก การรับมือกับความเปลี่ยนแปลงด้านต่างๆ จึงมีความจำเป็น

แต่ท้องถิ่นจะจัดการตนเองอย่างไรนั้น ต้องมาดูว่า สิ่งที่รัฐบาลกลางจัดสรรมาให้คืออะไร และอะไรคือสิ่งที่ท้องถิ่นจะจัดการตนเองได้ โดยให้ดูปัจจัย 4 ข้อ คือ หนึ่ง) “หน้าที่” ที่รัฐบาลกลางมอบหมายให้ท้องถิ่นนั้นคืออะไร สอง) เงิน หรืองบประมาณเรามีแค่ไหน สาม) คนของเรามีเท่าไหร่ และ สี่) มีตัวแทนที่มากำหนดกรอบนโยบาย

โดย ผู้ว่าฯ อยากให้ดูปัจจัยทั้งสี่นี้ แล้วค่อยมาดูว่า อำนาจท้องถิ่นมีจุดอ่อนตรงไหน แล้วค่อยมาแก้ไขกัน ปัจจุบันผู้ว่ามีหน้าที่เป็นตัวแทนรัฐบาลกลาง และข้อเสนอจากท้องถิ่นไปบอกส่วนกลาง

จากนั้นได้มีเวทีเสวนาในหัวข้อ “อนาคตคนน่านและอนาคตประเทศไทย” โดย พระครูพิทักษ์ นันทคุณ ที่ปรึกษาเครือข่ายคนน่านจัดการตนเอง, นายนรินทร์ เหล่าอารยะ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด, นายภาณุวุธ บูรณพรหม ประธานคณะทำงานประชาสังคมจังหวัดน่าน, นายอัมพร แก้วหนู ผู้ช่วยผู้อำนวยการ พอช. ดำเนินรายการโดย นายธนภณ เมืองเฉลิม หัวหน้างานปฏิบัติการชุมชน พอช.

โดยเริ่มที่ นายอัมพร แก้วหนู ได้ฝากประเด็นสำคัญ 3 เรื่องต่อการปฏิรูปคือ หนึ่ง ประเด็นการปฏิรูปที่ดิน เนื่องจากปัจจุบันนี้ปัญหาที่ดินเป็นปัญหาที่ใหญ่มากของสังคมไทย สอง คือการกระจายอำนาจ ซึ่งไม่ต้องรอจนถึงเลือกตั้งผู้ว่า แต่สามารถทำได้เลย เช่น สภาพลเมือง และสาม เราต้องกำหนดอนาคตตัวเอง ให้มีการทำแผนจังหวัด ซึ่งคุณค่าของมันก็คือ แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของจังหวัดนั่นเอง ซึ่งนี่คือสิ่งที่ประชาชนสามารถปฏิรูปได้เลยทันทีโดยตัวเราเอง ไม่ต้องรอใคร

พระคุณพิทักษ์ นันทคุณ กล่าวว่า น่านเป็นจังหวัดที่ต้นทุนทางวัฒนธรรมสูง ดังนั้น สามารถจัดการในบ้านเราเองทำให้เกิดความเข้มแข็ง มีความสงบสุข แต่ว่าระยะหลัง การพัฒนาก็ทำให้น่านมีความระส่ำระสาย จึงมีการเสนอให้น่านจัดการตนเอง มีการกระจายอำนาจ แต่บางคนมองว่า การกระจายอำนาจจะเป็นการฉกฉวย แต่บางคนก็มองว่ามันแบ่งอำนาจมาให้ประชาชนด้วยทำให้เรื่องนี้ยังมีความแตกต่างทางความคิดมากพอสมควร

นอกจากนี้ พระคุณพิทักษ์ยังอยากเห็นบทบาทของพระสงฆ์เข้ามามีบทบาทต่อการทำให้เมืองน่านน่าอยู่มากขึ้น ช่วยกันสร้างสังคมที่ดีให้กับน่าน รวมไปถึงระบบการศึกษาของน่านด้วยที่ควรสอนให้เด็กเยาวชนเรียนรู้รากเหง้าของตนเอง เพื่อจะได้หนักแน่น ไม่อ่อนไหวต่อกระแสทุนที่หลั่งไหลมารวดเร็วมากเกินไปในเวลานี้

นายนรินทร์ เหล่าอารยะ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดน่าน กล่าวว่า ถ้ามีการกระจายอำนาจมา คนน่านพร้อมทำตามเจตนารมณ์กฎหมาย คนน่านพร้อมนานแล้ว เพราะก่อนที่จะมีจังหวัดน่าน วัดวาอารามต่างๆ ถนนหนทางต่างๆ เราก็ทำของเรามาตลอด ตอนนี้ต้องการพัฒนามากขึ้น ต้องการรับมือความเปลี่ยนแปลง แต่ว่าท้องถิ่นยังไม่ได้รับอำนาจในการจัดการภายในจังหวัดเท่าใดนัก ทุกวันนี้อำนาจจากส่วนกลางกระจายมายังท้องถิ่นเพียง ๑๐ เปอร์เซ็นต์เท่านั้นเอง

นายภานุวุธ บูรณพรหม กล่าวว่า มีอยู่ห้าเรื่องที่ตนอยากฝากไว้ คือ เรื่องการกระจาย อำนาจ และ บทบาทภูมิภาคควรจะเชื่อมส่วนท้องถิ่นและส่วนกลาง แต่ตอนนี้ภูมิภาคมาจัดการให้หมด ทั้งที่ภูมิภาคควรเป็นกลไลสนับสนุน

จากนั้นได้มีการแสดงความเห็นของผู้เข้าสัมมนา และมีการระดมความคิดเห็นข้อเสนอต่างๆ ในช่วงบ่าย ซึ่งการสัมมนาครั้งนี้ได้มีเด็กๆ เยาวชนจังหวัดน่านมาร่วมแสดงความคิดเห็นและมอบข้อเสนอจากเยาวชนด้วยโดยมีประเด็นที่น่าสนใจจำนวนมาก อาทิ ประเด็นการศึกษา ประเด็นวัฒนธรรมท้องถิ่น ประเด็นการกระจายอำนาจในมุมมองที่หลากหลาย ซึ่งช่วงบ่ายนี้ คณะกรรมาธิการปฏิรูปสังคม ชุมชน เด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ ผู้พิการและผู้ด้อยโอกาส สภาปฏิรูปแห่งชาติ และตัวแทนจากมูลนิธิสัมมาชีพ สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ รวมถึงคณะทำงานของคณะกรรมาธิการฯ ได้มาเข้าร่วมรับฟังจำนวนมาก

nan250158.06โดย นายแพทย์อำพล จินดาวัฒนะ ประธานคณะกรรมาธิการปฏิรูปสังคมฯ ได้กล่าวแสดงความคิดเห็นต่อการมารับฟังเสียงประชาชนต่อการปฏิรูปครั้งนี้ว่า "ผมประทับใจที่มีคนหนึ่งออกมาพูดเรื่องการปฏิรูปการศึกษา เพราะการศึกษาที่ผ่านมายัดให้คนเป็นปลากระป๋อง เพราะส่วนกลางไปออกแบบมา และเอามาให้ทุกคนเรียนแบบเดียวกัน ทั้งที่จริงทุกภาคส่วนต้องมาจัดการศึกษา พระคุณเจ้าต้องมาจัดการศึกษา การศึกษาจะเป็นชีวิต เป็นสิ่งที่ทุกคนต้องมาจัดการ ไม่อย่างนั้น การศึกษาจะไม่ไปไหน

“แล้วมหาวิทยาลัยชีวิตที่เรามีตามหัวไร่ปลายนา เราต้องส่งเสริมให้ลูกหลานเราเรียนแบบนี้ มากกว่าจะส่งเสริมให้ลูกหลานเราไปเรียนแล้วไปไหนไม่รู้ จะเป็นอะไรไม่รู้ ส่งเข้าไปเรียนเหมือนๆ กันไปหมด แต่ไม่ว่า การปฏิรูปครั้งนี้จะออกมาอย่างไร จะเปลี่ยนแปลงได้มากน้อยแค่ไหน แต่ก็เหมือนที่น้องคนหนึ่งในที่นี้บอกว่า ไม่ว่าจะปฏิรูปได้แค่ไหน แต่น่านจะไม่หยุด น่านจะเดินต่อไป"

ขณะที่ ดร.เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง สปช.และที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการฯ ได้กล่าวว่า "คนน่านเป็นคนที่มีปัญญา พูดเรื่องสิ่งแวดล้อม เรื่องการศึกษา ให้แต่ละท้องที่จัดการการศึกษากันเองจะได้เรียนรู้สิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อ บ้านเขา ท้องถิ่นมีแบบนี้ แต่ไปเรียนแล้วได้อีกแบบ นี่คือประเด็นที่สำคัญมาก แต่บางคนยังติดกับเรื่องกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน จะอยู่อย่างไรถ้าเลือกตั้งผู้ว่าฯ เพราะสิ่งสำคัญอยู่ที่กระจายการตัดสินใจ ไม่ใช่แค่กระจายเงิน กระจายงาน แต่ถ้าไม่กระจายการตัดสินใจ ไม่ใช่เลย เช่น ส่วนกลางบอกให้ท้องถิ่นดูแลผู้สูงอายุ และให้ท้องถิ่นเอาเงินให้ผู้สูงอายุ นี่ไม่ใช่การกระจายอำนาจ เพราะเขาไปตัดสินใจมาแล้ว การกระจายอำนาจคือ การกระจายการตัดสินใจให้ท้องถิ่นตัดสินใจตนเอง"

หลังจากนั้น ตัวแทนประชาชนจังหวัดน่านจึงได้มอบข้อเสนอการปฏิรูปให้กับคณะกรรมาธิการปฏิรูปสังคม ชุมชน เด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ ผู้พิการและผู้ด้อยโอกาส เพื่อนำเข้าสู่สภาปฏิรูปแห่งชาติต่อไป

แบ่งปัน
Submit to FacebookSubmit to Google PlusSubmit to Twitter