เมื่อวันที่ ๒๕ มกราคม ๒๕๕๘ ประชาชนคนน่านและเครือข่ายน่านจัดการตนเองได้ส่งมอบข้อเสนอให้กับคณะกรรมาธิการปฏิรูปสังคม ชุมชน เด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ ผู้พิการและผู้ด้อยโอกาส สภาปฏิรูปแห่งชาติ
จากการเปิดเวทีฟังข้อคิดเห็นการปฏิรูปของประชาชนจังหวัดน่าน โดยคณะกรรมาธิการปฏิรูปสังคม ชุมชน เด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ ผู้พิการ และผู้ด้อยโอกาส สภาปฏิรูปแห่งชาติ ของร่วมกับ สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน มูลนิธิสัมมาชีพ สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ และภาคีเครือข่ายภาคประชาชน ได้เปิดเวทีเวทีสัมมนาและรับฟังความคิดเห็น เรื่อง “คนน่านกับการปฏิรูปประเทศไทย” ณ โรงแรม น่านธาราคีรี อ.เมือง จ.น่าน โดยมีคนน่าน สปช. และผู้ทรงคุณวุฒิ เข้าร่วมรับฟังและแลกเปลี่ยนกว่า ๒๕๐ คน โดยได้มีการระดมความคิดเห็นในด้านต่างๆ ของการปฏิรูปและได้ข้อสรุปในการมอบข้อเสนอการปฏิรูปต่อรัฐบาลดังนี้
๑. การกระจายอำนาจ
- กระจายระบบงบประมาณ ลงสู่ระดับท้องถิ่น ๓๕%: ๖๕% ให้เป็นไปตาม กม. กำหนด ท้องถิ่น ท้องที่ มีอำนาจในการบริหารจัดการครอบคลุมทุกเรื่อง ยกเลิกกฎหมายท้องถิ่นที่เป็นช่องโหว่ไม่เอื้อต่อการกระจายอำนาจให้ท้องถิ่นจัดการตนเอง
- ให้มีแผนพัฒนาจังหวัด ที่มาจากระดับหมู่บ้าน ตำบล อำเภอ เป็นแผน ที่กำหนดเป็นนโยบายของจังหวัด
- ให้มีสภาพลเมืองหรือสภาประชาชน ที่มาจากกลไกทุกกลุ่มองค์กร ประชาชนมีส่วนร่วม ทำหน้าที่ตรวจสอบความโปร่งใส/คอรัปชั่น ถอดถอน การนำเสนอปัญหา ข้อเสนอแนะในการแก้ไขปัญหา กำหนดแผนพัฒนา
- ลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม โดยให้ชุมชนมีระบบเศรษฐกิจพึ่งตนเอง แก้ปัญหาด้านอาชีพ รายได้ ความยากจน มีระบบการเกษตรที่ยั่งยืน-ปลอดภัย สิทธิในการถือครองที่ดิน มีการจัดเก็บภาษีที่เป็นธรรม การศึกษาที่เท่าเทียม
- การจัดการตนเอง โดยกำหนดให้จังหวัดน่านเป็นจังหวัดปกครองพิเศษ สามารถเลือกตั้งผู้ว่าฯได้ และชุมชนเป็นผู้มีการกำหนดคุณสมบัติของผู้ว่าราชการจังหวัด
๒. เศรษฐกิจชุมชน
- การส่งเสริมอาชีพตามบริบทของชุมชน
- รัฐอุดหนุน ช่วยเหลือราคาผลผลิตของชุมชนอย่างเสมอภาค เช่น ข้าว ข้าวโพด ยางพารา
- ชุมชนมีส่วนร่วมในการการจัดการท่องเที่ยว การจัดการทรัพยากร อย่างบูรณาการร่วมระหว่างชุมชน และอุทยานฯ
- ประชาชนมีส่วนร่วมในการเข้ามาดำเนินโครงการของรัฐและเอกชน
- (5)ให้มีสถาบันการเงินส่งเสริมการปลอดหนี้ให้เกษตรกร
๓. สังคมคุณธรรม
- การใช้วัฒนธรรมในการสร้างสังคมเป็นสุข พระสงฆ์มีบทบาทในการพัฒนา
- รัฐส่งเสริมสวัสดิการชุมชน ให้มี พรบ.สวัสดิการชุมชน บรรจุเรื่องการพัฒนาระบบสวัสดิการชุมชนโดยชุมชนให้มีในรัฐธรรมนูญ
- ท้องถิ่นบริหารจัดการงบด้านสวัสดิการ
- ให้กองทุนสวัสดิการชุมชนเป็นนิติบุคคล ชุมชนมีอำนาจในการบริหารจัดการอย่างแท้จริง
- สืบสาน อนุรักษ์ ส่งเสริม ฟื้นฟูวัฒนธรรม ให้เป็นไปตามวิถีชีวิตและบริบทชุมชน
๔. การจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
- การปฏิรูปด้านทรัพยากรให้มีการใช้ภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมความเชื่อในการจัดการ ชุมชนมีส่วนร่วมในการจัดการทรัพยากร ชุมชนร่วมตัดสินใจ
- รัฐธรรมนูญรับรองสิทธิชุมชน
- จัดทำข้อบัญญัติท้องถิ่นด้านการจัดการทรัพยากรทั้งระบบ
- รับรองสิทธิร่วม
- การกระจายอำนาจ เรื่องการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่วแล้อม
- ยกเลิก ทบทวน ปรับปรุง แก้ไขนโยบายกฎหมายระเบียบ ฯลฯ ที่ขัดแย้งและล้าหลัง
- มีนโยบายเร่งด่วนเรื่องหนี้สินเกษตรกร
- มีกฎหมายคุ้มครองพื้นที่เกษตรกรรม
- จัดให้มีกองทุนภัยพิบัติระดับตำบล
- เกิดการพัฒนาระบบการจัดการน้ำ
- ออกกฎระเบียบการใช้สารเคมี
๕. ระบบสุขภาวะ
- ฟื้นฟูภูมิปัญญาการแพทย์พื้นบ้าน และบูรณาการวิธีการดูแลสุขภาพทั้งแพทย์พื้นบ้านและการแพทย์แผนปัจจุบัน
- สร้างจิตสำนึกการดูแลสุขภาพตนเอง
- ผลักดันเรื่องสุขภาพเป็นเรื่องของ “หน้าหมู่” และร่วมกันผลักดันเป็นนโยบายสาธารณะด้านสุขภาพ
- นำนโยบายสร้างนำซ่อมสู่การปฏิบัติให้เป็นรูปธรรม
- แก้/บังคับใช้ พรบ.ควบคุมสารเคมี และยกเลิกกฎหมายสุรากลั่นชุมชน
๖.เด็ก เยาวชน
- มีกฎหมายเรื่องส่งเสริมครอบครัวเป็นสุข
- ให้มีการศึกษาฟรี ๑๕ ปี
- มีส่วนร่วนในการกำหนดระบบการศึกษา
- กรณีชนเผ่า ส่งเสริมการศึกษาที่เท่าเทียม ทั่วถึง ทันต่อสถานการณ์สังคมปัจจุบัน
ซึ่งเป้าหมายการปฏิรูปที่สำคัญ คือ การให้อำนาจชุมชนให้สามารถจัดการตนเองได้ทุกเรื่อง โดยการสนับสนุนบางส่วนจากรัฐ เป็นการสนับสนุนเพื่อให้ชุมชนพึ่งตนเองในระยะยาว


