พิมพ์
ธรรมนูญ นาคขำ ผู้สื่อข่าวชุมชนสุราษฎร์ธานี
หมวดหลัก: ข่าวความเคลื่อนไหวงานพัฒนา
ฮิต: 2437

surat280158.01เอ่ยชื่อชุมชนแห่งนี้หลายคนอาจจะไม่แน่ใจว่าเคยรู้จักหรือไม่ แต่หากบอกว่า นครบางจำ ทุกคนจะร้อง อ๋อ รู้จักดี เป็นหมู่บ้านในตำบลตะกุกเหนือ อำเภอวิภาวดี จังหวัดสุราษฎร์ธานี แต่จะมีสักกี่คนที่รู้ความเป็นไปของชุมชนแห่งนี้อย่างแท้จริงของ นครบางจำ มันไม่ใช่ความลึกลับซับซ้อนแต่เป็นความน่าสนในเรื่องการจัดการตนเองของ คนนครบางจำ ที่ไม่ได้จำแบบอย่างที่ใครเขาแนะนำมา เป็นอย่างไรต้องติดตามครับ

            นครอมตะมหานิพพานบางจำ หรือนครบางจำ เป็นชื่อที่ คุณลุงฟื้น อดีตสหายสมาชิกพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทยและเป็นผู้ใหญ่บ้านคนแรกของที่นี่ ท่านได้ไปขอให้ท่านอาจารย์พุทธทาสท่านตั้งให้ สมัยนั้นนับเป็นเรื่องยากมากที่จะได้นั่งสนทนากับท่านพุทธทาสแบบสองต่อสอง เพราะคนที่มาพบท่านแต่ละวันเยอะมาก หลายคนต่างก็มีปัญหามาถามท่าน ดังนั้น การที่สนทนาเรื่องนี้กับท่านได้นับว่าเป็นเรื่องที่บังเอิญจริงๆ

"ผมไปหาท่านโดยที่ผมไม่ได้หวังว่าท่านจะสนใจเรื่องนี้ แต่พอผมเล่าให้ท่านฟังเกี่ยวความเป็นไปของหมู่บ้านท่านกลับสนใจและหันมาสนทนากับผมเป็นนานทีเดียว" ลุงฟื้นท่านเล่าให้ฟังอย่างภาคภูมิใจ"ในที่สุดท่านก็บอกว่าใช้ชื่อ นครอมตะมหานิพพานบางจำ แล้วกันฟังดูแล้วเข้ากับสถานที่ดี แต่ผมคิดว่ามันยาวไปเลยบอกท่านว่า เอาเป็นว่าเรียกง่ายๆว่า นครบางจำแล้วกัน จำง่ายดี ชื่อ นครบางจำจึงได้รู้จักกันตั้งแต่นั้นมา"ลุงฟื้นเล่าต่อsurat280158.02

            บ้านบางจำ หรือนครบางจำ จากคำบอกเล่าของลุงฟื้น เป็นหมู่บ้านเล็กๆ กลางหุบเขา ตั้งอยู่หมู่ที่ ๑๕ ตำบลตะกุกเหนือ อำเภอวิภาวดี จังหวัดสุราษฎร์ธานี ราษฎรอพยพมาจาก อำเภอเชียรใหญ่ อำเภอหัวไทรและอำเภอปากพนังจังหวัดนครศรีธรรมราช เพราะประสบปัญหาเรื่องที่ทำกิน เมื่อ พ.ศ.๒๕๒๘ จึงหาที่ทำกินกันใหม่โดยคำแนะนำจาก ผกค.ที่มาตั้งฐานปฏิบัติการอยู่ขณะนั้น จนกระทั่ง ปี ๒๕๓๐ จึงได้จดทะเบียนเป็นหมู่บ้านแต่ยังเป็นบ้านคลองวาย โดยมีลุงฟื้นเป็นผู้ใหญ่บ้านคนแรก และมีผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านที่อายุน้อยมากในขณะนั้น นั่นก็คือ คุณสามารถ สุขบรรจง ซึ่งหลายรู้จักกันเป็นอย่างดี

จนกระทั่ง ปี ๒๕๔๐ จึงได้ใช้ชื่อ บ้านบางจำ อย่างเป็นทางการ ปัจจุบันลุงฟื้นเล่าว่ามีประชากรประมาณ ๖๔ ครัวเรือน เนื้อที่ประมาณ ๒,๐๐๐ ไร่ และขณะนี้กำลังจัดการทำแผนที่ทำมือแสดงการถือครองที่ดินเพื่อขอให้รัฐออกเอกสารสิทธิ์ที่ดินให้อยู่ซึ่งมีทีมงาน คุณจินดา บุญจันทร์ เครือข่ายที่ดินภาคใต้ ให้ความช่วยเหลือแนะนำวิธีดำเนินการ และที่สำคัญ ข้อตกลง ๓ ข้อที่ลุงฟื้นบอกว่าอันนี้เป็นกฎหมายของชุมชนสำหรับคนที่นี้อยู่ร่วมกันก็คือ ไม่เล่นการพนัน ไม่ลักขโมย และไม่ทำร้ายหรือฆ่ากัน นี่เป็นกฎเหล็กที่ทุกคนต้องยอมรับโดยทุกคนต้องปฏิญาณตนก่อนที่จะอยู่ที่นี่

           surat280158.03นอกจากนี้ยังมีข้อตกลงอย่างอื่นอีก เช่น ใครจะขายที่ดินห้ามขายให้คนนอกพื้นที่ จะต้องขายให้คนในพื้นที่เท่านั้นเพื่อไม่ให้มีคนนอกเข้ามาเพิ่ม การรักษาพื้นที่ป่าที่ติดต่อกับพื้นที่ชุมชน ห้ามบุกรุกขยายพื้นที่ออกไปอีก ป่าติดพื้นที่ใครคนนั้นต้องดูแล ซึ่งลุงฟื้นเล่าว่าการรักษาป่าเป็นเจตนารมณ์ที่มีมาตั้งแต่เริ่มแรกแล้ว และในขณะนี้ลุงฟื้นเองกำลังตั้งทีมทำการวิจัยเรื่อง สหกรณ์อริยมรรคมีองค์๘ ซึ่งลุงฟื้นเป็นหัวหน้าทีมวิจัยและกำลังเข้าสู่ช่วงสุดท้ายของโครงการ มีการจัดตั้งธนาคารศีล ๕ เพื่อรณรงค์ให้คนในชุมชนเป็นผู้รักษาศีล รู้สึกละอายและเกรงกลัวต่อการทำบาป เป็นเรื่องที่น่าสนใจสำหรับการจัดการชุมชนที่ไม่พึ่งพาคนจากภายนอก

            สุดท้ายสิ่งที่น่าสนใจสำหรับนครอมตะมหานิพพานบางจำคือเรื่องทรัพยากรธรรมชาติที่ยังมีความบริสุทธิ์สมบูรณ์เกือบร้อยเปอร์เซ็นต์ มีสัตว์ป่านานาชนิด เสือ เก้ง กวาง กระทิง ช้าง หมูป่า และนกหลากหลายชนิด นอกจากนั้นยังมีน้ำตกที่กระจายอยู่ทั่วบริเวณและที่สำคัญมีน้ำพุร้อนอยู่กลางหุบเขาซึ่งใครสามารถไปถึงจุดนั้นได้ถือว่าไปถึงนครบางจำ

            แต่ไม่ว่าจะชื่อ นครอมตะมหานิพพานบางจำ หรือนครบางจำ หรือบ้านบางจำ มันไม่สำคัญ หากการรักษาพื้นที่แห่งนี้ไว้สำหรับเป็นที่ศึกษาธรรมชาตินั้นเป็นเรื่องสำคัญยิ่งกว่า หนทางและวิถีคนนครบางจำจะเป็นอย่างไร คงจะต้องเป็นหน้าที่ของคนบางจำที่จะจัดการโดยคนบางจำเอง

เพราะนี่คือ “การจัดการตนเอง” ที่แท้จริง

แบ่งปัน
Submit to FacebookSubmit to Google PlusSubmit to Twitter