วันนี้ (17 มีนาคม 2558) นางสาวสมสุข บุญญะบัญชา คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ สปช. ได้ร่วมวิเคราะห์สถานการณ์ปฏิรูปร่วมกับแกนนำขบวนองค์กรชุมชน ภาคประชาสังคม ผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ พอช. ถึงทิศทาง บทบาทของพอช.ในอนาคตข้างหน้าจะเป็นอย่างไร ณ ห้องไพบูลย์ วัฒนศิริธรรม พอช.
นางสาวสมสุข กล่าวว่า รธน.ฉบับใหม่จะมีผลต่อการเปลี่ยนประเทศ แม้วันนี้จะเป็นเพียงตัวหนังสือ แต่จะมีผลต่อการจัดระบบใหม่ของประเทศเป็นอย่างมาก วันนี้วิธีคิดของทั้ง สปช. สนช. เกือบทุกกลุ่มพูดถึงเรื่องการกระจายอำนาจ การมีส่วนร่วม และมีแนวคิดจะให้ชุมชนท้องถิ่นมีบทบาทสำคัญในการพัฒนาทุกเรื่อง แต่อาจจะยังติดวิธีการ ที่การออกแบบจะติดกรอบคิดเดิมๆ แต่เป็นการเริ่มต้นที่สำคัญ
ในกมธ.ยกร่างฯ รธน. มีแนวทางสำคัญที่มองว่า รธน. ควรจะให้พลเมืองเป็นใหญ่ การเมืองใสสะอาด ถ่วงดุลตรวจสอบ และนำชาติสันติสุข ซึ่งการร่างในเกือบทุกหัวข้อจะมีกรอบใหญ่ดังกล่าวคลุม ไม่ว่าเรื่องสิทธิพลเมืองที่ต้องมีปัจจัย 4 ทุกครอบครัวต้องได้รับการคุ้มครองตั้งแต่เกิดจนตาย ทุกคนมีเสรีภาพ มีสิทธิด้านการศึกษา มีสิทธิการชุมนุม การรวมตัวประท้วงคัดค้านสิ่งที่ไม่ถูกต้อง มีสิทธิที่เข้าถึงข้อมูลโครงการต่างๆ ของรัฐที่เข้ามากระทบ มีสิทธิในการปกป้องฟื้นฟูสิ่งแวดล้อม ทรัพยากรธรรมชาติ ดำรงรักษาวัฒนธรรมประเพณีอันดีงาม เปิดโอกาสให้พลเมือง 10,000 คน เข้าชื่อมีสิทธิเสนอกฏหมาย และกฏหมายที่เสนอต้องไม่ตกไปเมื่อมีรัฐบาลใหม่ก็ต้องสานต่อ มีสิทธิการออกเสียงประชามติ มีพื้นที่การตรวจสอบเป็นสภาตรวจสอบภาคประชาชน ทั้งการเลือกตั้งท้องถิ่น การจัดซื้อจัดจ้าง ฯลฯ
นางสาวสมมุข กล่าวต่อว่า ในร่างแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ มาตรา 83 ได้กำหนดให้รัฐต้องส่งเสริมความเข้มแข็งของชุมชนท้องถิ่น เนื้อหาได้กำหนดให้ ชุมชนท้องถิ่นมีส่วนร่วมในการกำหนดนโยบาย แผน และงบประมาณในการพัฒนาท้องถิ่นร่วมกับส่วนราชการและองค์กรบริหารท้องถิ่น และยังกำหนดให้สงวนรักษาทรัพยากรให้ยั่งยืน ส่งเสริมวัฒนธรรมประเพณี คุ้มครองชนพื้นเมือง ในแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐที่รัฐต้องสนับสนุนให้ประชาชนได้เข้ามามีส่วนร่วมอย่างแท้จริง ในร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้อย่างน้อยมีหนึ่งมาตราที่เปิดพื้นที่ให้ชุมชนท้องถิ่น
ส่วนเรื่องระบบรัฐสภา เป็นเรื่องที่ กมธ.ยกร่างฯ ถูกถล่มทุกวัน ไม่ว่าจะเรื่องการเลือกตั้ง แต่ร่างฉบับนี้ได้ออกแบบเปิดโอกาสให้ใกลุ่มการเมือง สามารถจดทะเบียนเป็นสมาคมทางการเมือง อย่างกลุ่มสวัสดิการชุมชนหากจดทะเบียน ก็สามารถกลุ่มการเมืองที่สามารถส่ง สส.ลงปาร์ตี้ลิตส์ได้ ซึ่งมาจากฐานคิดที่ไม่ฝากไว้กับพรรคการเมืองเพียงอย่างเดียว จึงมีการออกแบบ ให้เกิดกลุ่มการเมือง เปิดพื้นที่ให้กับพลเมือง ให้กับแนวคิดของกลุ่มต่างๆ พื้นที่การเลือกตั้งเปิดให้กับภาคประชาชนที่สามารถเข้าถึงได้โดยไม่ต้องเป็นพรรคการเมือง
และที่มา สว. มีการออกแบบคัดเลือกตัวแทนกลุ่มอาชีพ ตัวแทนของขบวน ให้มีตัวแทนของกลุ่มอาชีพ ซึ่งต้องหาวิธีการออกแบบการเลือกสมาชิกกลุ่มอาชีพขึ้นไปเป็น สว. ซึ่งขบวนองค์กรชุมชน และภาคประชาสังคมก็สามารถคัดเลือกกันเองเพื่อมีตัวแทนเข้าไปด้วยเป็นเรื่องน่าสนใจ หากถ้ามีการจัดการที่ดี สว.ไม่ต้องสังกัดพรรค ไม่ต้องเป็นลูกไล่ตามระบบพรรค
ขณะนี้อยู่ระหว่างการร่าง ตอนนี้เราจะคิดช้าไม่ได้ ต้องคุยกันถี่ขึ้น ช่วยกันคิดว่าตัวแทนกลุ่มต่างๆ ชาวนา ตัวแทนชาวประมง จะมีระบบการเลือกอย่างไร ตอนนี้ข้างบนออกแบบกันอย่างรวดเร็วมากซึ่งยังไม่ใช่ เพราะฐานบริบทของคนไทยไม่เหมือนประเทศอื่นๆ ถ้าเราเสนอโมเดลได้ ข้างบนก็เปิดรับ ตอนนี้ฐานของประชาชนกำลังถูกเปิดให้มีส่วนร่วมอย่างกว้างขวาง
ส่วนเรื่องระบบงบประมาณมีการมองกันใน 2 ระบบ หนึ่งไปรายกระทรวง และสองงบไปพื้นที่ กำลังมีการถกเถียงกันอยู่ ซึ่งเป็นเรื่องที่ต้องแยกกัน เพราะการพัฒนาพื้นที่ก็มีบริบทที่ต่างกันในการพัฒนา ต้องให้คนในพื้นที่กำหนดการพัฒนา นางสาวสมสุข กล่าว
ในเรื่องการกระจายอำนาจการบริหารท้องถิ่น ประชาชนมีสิทธิการบริหารงานท้องถิ่น การตรวจสอบ การเสนอข้อบัญญัติท้องถิ่น ฯลฯ อปท.ต้องส่งเสริมการมีส่วนร่วมของภาคประชาชน ในอนาคตท้องถิ่นจะเปลี่ยนรูปร่างหน้าตาไป จะมุ่งไปสู่การจัดการท้องถิ่นให้คนในท้องถิ่นจัดการกันเอง แต่กำลังมีการช่วงชิงอำนาจและงบประมาณกันอยู่ เป็นภาพของการเปลี่ยนแปลง ตามเจตนารมณ์จากตัวหนังสือในร่าง รธน.กำลังไปในทิศทางนี้
แม้โครงร่างใหญ่จะไม่สมบูรณ์ถึงร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่น้ำหนักของการเปลี่ยนแปลงบ้านเมืองกำลังไปในทิศที่ดีขึ้น เมื่อมีการร่างเสร็จแล้ว ก็จะคุยกันต่อถึงการปฏิรูปและการสร้างความปรองดอง และกระบวนการในช่วงเปลี่ยนผ่าน โดยพื้นที่ภาคสังคม ภาคประชาชน ชุมชนท้องถิ่น กำลังเป็นหลักคิดใหญ่ คือรัฐไม่ควรจะทำอะไรเอง รัฐทำตัวให้เล็ก คล่อง เอื้ออำนวยให้คนอื่นที่ทำได้ดีกว่าเป็นผู้ทำ
ในเรื่องชุมชนเข้มแข็ง พอช.ควรจะปรับบทบาทใหม่ ณ ขณะนี้มีการคิดกันแต่ถ้าจะแก้กฏหมาย จาก พ.ร.ฎ.ให้เป็น พ.ร.บ. เราต้องรู้ว่าต่างอย่างไร และชุมชนต้องตื่นตัว เชื่อมโยงกันพัฒนา ที่ผ่านมาในช่วง 10-20 ปี นับจาก พอช.เกิดขึ้นในปี 2543 โดยมุ่งจะเอื้ออำนวยให้ชุมชนท้องถิ่นเป็นผู้จัดการพัฒนาชุมชนท้องถิ่นตนเอง จากเส้นทางที่เดินมามีการเปลี่ยนไปอย่างมาก วันนี้โลกเปลี่ยนไปประชาชนไม่ได้อยู่ข้างล่างในโครงสร้างอำนาจแล้ว วันนี้กำลังจะเป็นโลกที่ประชาชนเท่าเทียมกัน แนวความคิดไปแล้วแต่ระบบยังไม่ไป
วันนี้กฏกติกาเริ่มเปิด เราจะทำให้เป็นสิ่งที่ถูกต้องได้อย่างไร ในการทำไปปรับไปเพราะภาพฝันวันนี้ อีก 5 ปีข้างหน้าอาจไม่ใช่ แต่เนื้อหาสำคัญคือประชาชนต้องเป็นใหญ่ สามารถสร้างแนวทางการพัฒนาตนเองได้ กมธ.ยกร่าง รธน.กล่าวในตอนท้าย


