ระหว่างวันที่ 21-22 มีนาคม 2558 สภาองค์กรชุมชนตำบลน้ำอ้อมได้เปิดเวทีที่ปฏิบัติการ พึ่งตนเอง ภายใต้โครงการเสริมสร้างความเข้มแข็งชุมชน ของสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (พอช.) โดยใช้สถานที่ห้องประชุมองค์การบริหารส่วนตำบลน้ำอ้อม เพื่อทำความเข้าใจในการขับเคลื่อนงานของสภาองค์กรชุมชนตำบลน้ำอ้อมและพัฒนาศักยภาพแกนนำสภาฯ รวมทั้งการวิเคราะห์ศักยภาพของชุมชนด้วยการจัดทำแผนที่ทำมือ ร่วมกำหนดทิศการแก้ไขปัญหาจากภายในด้วยกระบวนการการมีส่วนร่วมทุกขั้นตอน
ตำบลน้ำอ้อมเป็นตำบลหนึ่งของอำเภอเกษตรวิสัย จังหวัดร้อยเอ็ด ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกของอำเภอ ระยะห่างจากตัวอำเภอประมาณ 8 กิโลเมตร โดยมีอาณาเขตติดต่อกับตำบลติดกับตำบลโนนสว่าง, ตำบลเหล่าหลวง อำเภอเกษตรวิสัย ทิศตะวันออกติดกับอำเภอเกษตรวิสัย ทิศใต้ติดกับตำบลเมืองบัว, ตำบลกำแพง อำเภอเกษตรวิสัย ทิศตะวันตกติดกับตำบลขี้เหล็ก อำเภอปทุมรัตต์ ขนาดพื้นที่ 28.66 ตารางกิโลเมตร หรือ 17,913 ไร่ ลักษณะภูมิประเทศ ตำบลน้ำอ้อมมีพื้นส่วนใหญ่ที่เป็นที่ราบลุ่มเหมาะสำหรับทำการเกษตรพื้นที่ส่วนใหญ่ปลูกข้าวหอมมะลิ ในฤดูฝนเกิดน้ำท่วมหลายพื้นที่ของตำบล
ที่นี้มีแหล่งน้ำธรรมชาติที่สำคัญคือ ลำเสียวใหญ่ ซึ่งไหลผ่านทางตอนบนติดกับหมู่ที่ 1,5 และลำน้ำเตาซึ่งไหลผ่านทางตอนล่างของตำบลติดกับ หมู่ที่ 3 แต่นำน้ำมาใช้ประโยชน์ได้ไม่มากนักเนื่องจากขาดคลองส่งน้ำเข้าไปในพื้นที่การเกษตร ปริมาณน้ำฝนมีมากในฤดูฝนทำให้น้ำล้นตลิ่งก่อให้เกิดน้ำท่วมสร้างความเสียหายให้กับพื้นที่การเกษตรมาโดยตลอด จำนวนประชากร จำนวนหมู่บ้านในเขตองค์การบริหารส่วนตำบลน้ำอ้อม ประกอบด้วย 9 หมู่บ้าน มีจำนวนครัวเรือน 1,155 ครัวเรือน ประชากร 5,026 คน
ประชากรของตำบลน้ำอ้อมส่วนใหญ่ ประกอบอาชีพด้านการเกษตรกรรมแทบทุกครัวเรือน โดยการทำนาปีเป็นหลัก หลังจากนั้นจะอพยพเข้าเมืองเพื่อหางานทำ ผลผลิตข้าวเก็บไว้บริโภคในครัวเรือนส่วนที่เหลือนำไปจำหน่ายกับพ่อค้าคนกลางและสหกรณ์ และผลผลิตต่ำเนื่องจากสภาพดินมีความอุดมสมบูรณ์ไม่ดีเท่าที่ควร เนื่องจากการใช้สารเคมีที่เพิ่มขึ้น มีปัญหาน้ำท่วมไร่นาบ่อยครั้ง ผลผลิตที่ได้เฉลี่ย 300–400 กิโลกรัม/ไร่ ส่วนอาชีพรองและอาชีพเสริมคือ การเลี้ยงโค, เลี้ยงกระบือ, เลี้ยงไหม, เลี้ยงปลา และมีจุดเด่นด้านเศรษฐกิจชุมชนคือกลุ่มแปรรูปข้าวเม่าที่จำหน่ายทั่วประเทศ
นายพลลภ วงษ์ชาดี นายกองค์กรบริหารส่วนตำบลน้ำอ้อม กล่าวเปิดงานและบรรยายเรื่อง “การหนุนเสริมองค์กรชุมชนจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในช่วงการปฏิรูปประเทศไทยเพื่อสร้างพลังการเปลี่ยนแปลง” ซึ่งได้กล่าวถึงบทบาทสำคัญของสภาองค์กรชุมชนว่า เป็นเรื่องที่ดีที่มากที่องค์กรชาวบ้านอย่างเรา มีวงคุยกันอย่างดีและที่สำคัญมี พรบ.ด้วย หลายคนยังไม่เข้าใจเพราะคิดว่ายังใหม่อยู่ ในส่วน อบต.เองให้ความสำคัญอย่างยิ่ง เห็นได้จากผลสำเร็จที่เกิดขึ้นหลายเรื่อง เช่น กองทุนสวัสดิการชมชน และเวทีประชุมต่างๆก็จะให้บุคคลากรของเราเข้าร่วมด้วยทุกครั้ง ท่านนายกฯกล่าวทิ้งท้ายว่า สิ่งที่เราต้องทำร่วมกันในตอนนี้คือแผนงาน ซึ่งนั้นก็หมายความว่าต้องมีข้อมูล มีการวิเคราะห์ร่วมกัน และร่วมกำหนดทิศทางของตำบลร่วมกัน อบต.เองพร้อมที่จะร่วมและสนับสนุนทุกอย่างเพื่อให้เกิดความสุขของพี่น้องตำบลน้ำอ้อมของเรา
นายสมเด็จ กงทัพ กำนันตำบลน้ำอ้อมและประธานสภาองค์กรชุมชนตำบลน้ำอ้อม กล่าวว่าการจัดเวทีอบรมเชิงปฎิบัติการในวันนี้ มีสมาชิก ผู้นำชุมชน ร่วมทั้งสิ้น 50 คน โดยมีวัตถุประสงค์การกิจกรรม คือเพื่อสร้างความเข้าใจและพัฒนาแกนนำการขับเคลื่อนขบวนในตำบลน้ำอ้อม เพื่อร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการณ์ บทเรียน การทำงานในระดับพื้นที่ และเพื่อฝึกปฎิบัติการและสร้างกระบวนการพัฒนาอย่างยั่งยืน เราหวังเป็นอย่างยิ่งว่า ผู้นำชุมชน แกนนำในพื้นที่จะมีความเข้าใจและเป็นกำลังหลักในการพัฒนาได้อย่างยิ่งยืน โดยเราจะร่วมกันพัฒนาศักยภาพทุนชุมชน วางแผนร่วมกันทุกฝ่าย วิเคราะห์ปัญหาร่วมกัน และจะใช้ข้อมูลที่มีอยู่มาเป็นเครื่องมือหลัก สร้างการมีส่วนร่วมในการจัดการข้อมูลด้วยชุมชนเอง โดยมีองค์กร หน่วยงาน ภาคี หนุนเสริมอย่างต่อเนื่อง
เส้นทางพัฒนาของตำบลน้ำอ้อมยังเดินหน้าขับเคลื่อนอย่างต่อเนื่อง สิ่งที่จะทำให้เกิดความสำเร็จได้ต้องเกิดจากคนที่อยู่ภายในตำบลนั้น และต้องเกิดการกระตุ้น การสร้างกระบวนการเรียนรู้ร่วมกัน ร่วมกันพัฒนาแกนนำรุ่นใหม่ ปรับทัศนคติผู้นำชุมชนสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน ใช้สภาองค์กรชุมชนเป็นพื้นที่กลางในการคุยกัน แก้ไขร่วมกัน ซึ่งในปัจจุบันตำบลน้ำอ้อมก็มีศักยภาพเรื่องระบบเศรษฐกิจชุมชนอยู่แล้ว โครงการเสริมสร้างความเข้มแข็งสภาองค์กรชุมชนตำบลน้ำอ้อม นับว่าเป็นโอกาสดีที่ให้ชุมชนลุกขึ้นมาร่วมพลังขับเคลื่อน โดยมีเป้าหมายเดียวทั้งตำบล หวังเป็นอย่างยิ่งว่าในอนาคตอันใกล้นี้ ตำบลน้ำอ้อมจะสามารถจัดการตนเองได้อย่างยั่งยืน






