เมื่อวันที่ 1 เมษายน 2558 ที่ผ่านมา สำนักงานภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน พอช. ร่วมกับขบวนองค์กรชุมชน จัดเวที “การพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษ โอกาสหรือภัยคุกคาม” ณ โรงแรมมุกดาหารแกรนด์ อ.เมือง จ.มุกดาหาร เพื่อร่วมวิเคราะห์สถานการณ์ ให้เกิดความเท่าทันการประกาศเขตเศรษฐกิจพิเศษ พร้อมหาแนวทางการตั้งรับร่วมกันของขบวนองค์กรชุมชน
นายสังคม เจริญทรัพย์ คณะกรรมการประสานงานขบวนองค์กรชุมชนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ กล่าวว่า อีกไม่นานประเทศเราจะเข้าสู่เออีซี ชุมชนมีการเตรียมความพร้อมขนาดไหนในการพัฒนา เพราะอีก 9 ประเทศจะเข้ามาสู่ประเทศไทย เปรียบสถานะการณ์ในวันข้างหน้าจะคล้ายคนจากชนบทย้ายเข้าไปสู่เมืองใหญ่ แล้วไม่รู้จะไปอย่างไร ปี 2556 เกิดระเบียบสำนักนายกฯว่าด้วยเขตเศรษฐกิจพิเศษ ตั้งขึ้นมามีเป้าหมายที่ชัดเจน ระยะที่ 1 จะมีจังหวัดมุกดาหารเป็น 1 อยู่ในนั้น และจะมีระยะที่ 2 ตามาอีกหลายจังหวัด
แนวการพัฒนาและการจัดการ จะเป็นพื้นที่ในแบบ one stop service เป็นเรื่องเบ็ดเสร็จในพื้นที่ ในตัวระเบียบพอมีช่องทางการเข้าถึงได้ กรรมการสามารถตั้งอนุกรรมการขึ้นมาได้ ถ้าเรามีข้อมูลที่เท่าทัน มีพื้นที่ จัดกระบวนการ มีฐานข้อมูล การเข้าไปเป็นอนุฯกรรมการ จะทำให้จากที่รับเป็นการรุก ที่มากกว่า ไม่ยอม ไม่ได้ ไม่เอาเพียงอย่างเดียว
อย่างกรณีสัมปทานรอบที่ 21 ใต้ดินอีสานมีทรัพยากรชาวบ้านจะโดนตั้งคำถามคุณจะนั่งทับมันอยู่อย่างนี้รึ? ในเรื่องการเปลี่ยนแปลงอีสาน ถึงเวลาที่ภาคประชาชนต้องผนึกกำลังกับภาคีหน่วยงานพัฒนาของรัฐ เพราะกระทบถึง 16 จังหวัดใน 20 จังหวัด อีสานมีแร่โปรแตสอยู่ใต้ดินอีสาน 13 จังหวัด มีแหล่งที่สมบูรณ์คือที่จังหวัดอำนาจเจริญ และพลังงานปิโตรเลียม ที่เราเห็นความขัดแย้งเป็นการให้สัมปทานรอบที่ 20 ที่ ขอนแก่น สุรินทร์ บุรีรัมย์ หรือในพื้นที่ทุ่งกุลา ครัวโลก ข้าวหอมมะลิที่ดีที่สุด ถ้าดูดเอาปิโตรเลี่ยมไป ธาตุอาหารจะเปลี่ยนไปไหม ข้าวหอมมะลิจะเป็นข้าวที่ดีที่สุดอีกหรือไม่
นายสังคม กล่าวต่อว่า และในการขุดเจาะต้องใช้การระเบิด ถึงเวลาที่คนอีสานต้องศึกษาข้อมูล มีแผนพัฒนาภาคประชาชนอีสาน อาจร่วมกับสภาพัฒนฯ ที่มองมิติสุขภาพและความยั่งยืนมากกว่าด้านเศรษฐกิจเพียงอย่างเดียว วันนี้ที่เรามาคุยกันเรื่องเขตเศรษฐกิจพิเศษ มีวัตถุประสงค์ที่ต้องการให้ข้อมูลสถานการณ์ ให้เกิดความเท่าทันในเรื่องเขตเศรษฐกิจพิเศษ เป็นโอกาสหรือภัยคุกคาม จะมีการบรรยายพื้นที่ที่เกี่ยวข้องจะได้รับผลอย่างไร พื้นที่ชุมชน เป้าหมายที่สำคัญคือจะเรียนรู้ ป้องกันผลกระทบ ร่วมกันหาทางออกเพื่อความสัมติสุขและความยั่งยืน มากกว่าความร่ำรวยทางเศรษฐกิจ มองคุณค่าของคนที่อยู่ในพื้นที่มากขึ้นอย่างไร
เราจะวางแผนร่วมกันอย่างไร ในการพัฒนาต้องเท่าทันข้อมูล เรียนรู้หาวิธีป้องกันแก้ปัญหา และจะมีแผนเชิงรุกอย่างไร ทั้งในเชิงปัจเจก และกลุ่มคน ที่มีวิธีมากกว่าม็อบ ที่จะแสดงออกในการแก้ปัญหา อยากให้บ้านเมืองเดินไปข้างสงบสุขท่ามกลางการพัฒนาให้ได้เป็นเรื่องที่เราต้องคิดหาทางออกร่วมกัน
นายพลากร วงค์กองแก้ว ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) กล่าวถึงเขตเศรษฐกิจพิเศษว่า ปัจจุบันเรายืนอยู่บนสถานการณ์อะไร แล้วเราจะทำอะไรดี อนาคตข้างหน้าเห็นแต่ปัญหา เพื่อที่จะตั้งรับปรับตัวไปได้ ในอนาคตประเทศไทยจะเป็นชุมทางของคน 30 ประเทศ โลกทั้งใบถูกเชื่อมโยงโดยเส้นทางทางเศรษฐกิจ เพราะอดีตเส้นทางการขนส่งเดิมเป็นเส้นทางที่ยาวมาก และเส้นทางใหม่ที่ร่นระยะ คือเส้นทางจะตัดผ่านประเทศไทย จากจีนใต้สู่ทะเล จะทำให้สามารถใช้ทรัพยากรน้อยมากในการขนส่ง การมีเส้นทางจากเวียตนาม ลาว มุกดาหาร ไม่ใช่การสร้างเพื่อประเทศไทย แต่เป็นการสร้างเส้นทางการค้าเส้นทางเศรษฐกิจเพื่อโลก และมุกดาหารคือศูนย์กลางของโลก การประกาศนโยบายของรัฐ การเชื่อมโยงเส้นทางเศรษฐกิจ สร้างระบบโลจีสติกตัดขวาง จากมุกดาหารสู่แม่สอด ทะลุอุทยานฯ ตัดผ่านเขตป่าสงวนอย่างไม่มีข้อจำกัด อีกเส้นจากเวียตนาม กัมพูชา สระแก้ว ออกไปทางกาญจนบุรี เพื่อเข้าสู่ทวาย
ที่ผ่านมามีแนวทางการตั้งรับอย่าง เชียงของ 1 เมือง 2 แบบ เพราะเราต้านไม่ได้ แต่ขอรักษาวิถีเดิมไว้ให้มากที่สุด อนาคตภาษาจีนจะใหญ่กว่าไทย นักท่องเที่ยวจีนจะเข้ามาเต็มบ้านเต็มเมือง เชียงใหม่จะทำอย่างไร ที่นักท่องเที่ยวนั่งอึอยู่คูเมือง เกิดอุบัติเหตุทางรถที่มาจากจีนมากขึ้น การเดินทางจากเชียงรายสู่เชียงของสมัยนี้ใช้เวลาเดินทางเพียง 1 ชั่วโมง จากเดิมที่ใช้เวลากว่า 4 ชั่วโมง
นายพลากร กล่าวต่อว่า เราขัดความเจริญไม่ได้ แต่เราสามารถคิดกำหนดการพัฒนาทางอื่นได้ไหมอย่าง 1 เมือง 2 ระบบ มองภาพรวมการพัฒนาพื้นที่ เพราะเขตอุตสาหกรรมมุกดาหาร-ดานัง ตลาดใหญ่ 100 ล้านคนในจีนทางตอนใต้ เป็นเรื่องผลักดันให้มุกดาหารเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษ ภาษีพิเศษ ที่ดิน โครงสร้างพื้นฐาน แรงงาน เป็นเรื่องแบบพิเศษหมด เขตอุตสาหกรรมแม่สอด-เรวดี เชียงของ-คุนหมิง จีนมุ่งลงสู่ทางใต้ออกทะเล
การเปิดเออีซีจะก่อให้เกิดการเคลื่อนย้านเสรีทั้งสินค้า บริการ แรงงาน การลงทุน และการเคลื่อนย้ายทุนอย่างเสรี อนาคตไทยเป็นฐานการผลิต ไทย มาเล อินโด เวียตนาม ได้ในแง่ของการค้าการลงทุนบ้าง แต่ต้องลงทุนมาก เมื่ออุตสาหกรรมอิเลคโทนิคเกิดขึ้น จะมีปัญหาขยะ น้ำเสีย จะทำกันอย่างไร ปัจจุบันมีการรื้อผังเมืองทั้งภาคอีสาน จากสีเขียวจะเปลี่ยนเป็นเขตอุตสาหกรรม มุกดาหารมีการสำรวจการก่อสร้างสนามบินในพื้นที่ 4 แห่ง ขณนี้กำลังมีการจัดวาง ขยายพื้นที่อุตสาหกรรม ที่อยู่อาศัย พลังงานทดแทน รถไฟ ซึ่งการรื้อผังเมืองต้องมีการทำประชาพิจารณ์ แต่พวกเราไม่ได้รับรู้ ต่อไปมุกดาหารจะเป็นประตู่การค้าในระเบียงเศรษฐกิจตะวันออกและตะวันตกเชื่อมโยงจากแม่สอด สู่ดานัง เวียดนาม มีทางรถไฟสายใหม่
เขตเศรษฐกิจพิเศษในประเทศไทย มุกดหาหาร ถูกกำหนดแล้ว โลกนี้กำลังเปลี่ยนแปลง เราต้องอยู่ให้ได้ เราจะอยู่อย่างไร ประชาสังคมและองค์กรชุมชนยังไม่มีอยู่ในพื้นที่เหล่านี้ มีการประกาศ ไปแล้ว แต่เราได้อะไร ส่งออก 9 แสนล้าน มุกดาหาร 1 แสนล้านบาท เป็นตัวเลขในปี 2555 ปัจจุบันไม่พัฒนาเมืองหลักอย่างเดียว ต้องพัฒนาพื้นที่ชายแดน 36 พื้นที่ จังหวัดรอบชายแดน เป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์ จังหวัดชายแดนไหนเจาะได้เขาจะเจาะเข้าเจาะออกทั้งหมด
เมื่อวันที่ 19 มกราคม 2558 รัฐฐาลได้กำหนดพื้นที่พิเศษ 12 แห่ง งบ 1 แสนล้าน มีกนพ. กรรมการพื้นที่พิเศษ 4 ชุด ในโครงสร้างไม่มีองค์กรชุมชนประชาสังคมเลย ปัจจุบันกระบวนการทำงานเกือบจะสุดแล้ว เราต้องรีบทำอะไรสักอย่าง ในเรื่องสิทธิประโยชน์ การยกเว้นเกิดขึ้นกับภาคธุรกิจ แต่ไม่มีการยกเว้นภาษีให้เศรษฐกิจชุมชน และชุมชน เกษตรกร ประชาชนเกี่ยวข้องรับประโยชน์อะไรบ้างเป็นเรื่องที่ยังมองไม่เห็น
เขตเศรษฐกิจพิเศษในภาคอีสานมี 3 จังหวัด หนองคาย นครพนม และมุกดาหาร ต้องมีการวิเคราะห์สถานการณ์ การทำอุตสาหกรรมที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม สถานการณ์พื้นที่จัดการตนเองบนพื้นที่เศรษฐกิจพิเศษ สมัมชาพลเมืองหรือสภาพลเมืองจะเป็นอย่างไร เพราะเรากำลังเป็นศูนย์กลางของโลก การออกแบบสมัชชาพลเมืองในจังหวัดเหล่านี้ต้องเป็นอีกแบบหนึ่งที่เสนอปัญหา แสนอแนวพัฒนาของเราได้ เป็นแนวทางอีกแบบหนึ่ง การพัฒนาแผนอนาคต แผนแม่บทการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษ เป็นผู้กำหนดนโยบาย ขยะจัดการไว้ตรงไหน สนามบินจะอยู่ที่ไหน การรักษาป่าจะทำอย่างไร ซึ่งทางสถาบันวางแผนที่จะสนับสนุนงบประมาณจังหวัดจัดการตนเองบนพื้นที่พิเศษไว้เพื่อหนุนเสริมการดำเนินงาน นายพลากร กล่าว
รศ.ดร.ณรงค์ เพ็ชรประเสริฐ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวถึงเขตเศรษฐกิจพิเศษ ว่า ในอนาคตการค้าชายแดน ทั้งภาคเกษตร อุตสาหกรรมประเทศจีนจะเข้ามามีอิทธิพลเป็นอย่างมาก แม้ประเทศลาวจะนิยมสินค้าจากไทย แต่สินค้าจากลาวเข้ามาก็มากเช่นกัน ในด้านแรงงาน คนไทยอยากจ้างแรงงานจากลาว เพราะพูดกันรู้เรื่อง ลาวดูทีวีหนังโทรทัศน์จากไทย ของป่าจากลาว ข้าวโพด มันสัมปะหลัง แต่ไทยเป็นผู้ลงทุนในลาวส่งกลับเข้ามา เมื่อมีการประกันราคาข้าวโพดจากลาวก็เข้ามา ชาวบ้านเรียกร้องการประกันราคา คนขายข้าวโพด เศรษฐีก็นำเข้ามาขายในไทย สินค้าจากจีน เข้ามาขายบ้านเรา ปากกา แว่นตา ราคาถูก ส่วนใหญ่เป็นของปลอมจากจีนผ่านลาวเข้าไทยเต็มไปหมด
อยากเห็นว่าเขตเศรษฐกิจพิเศษเป็นเศรษฐกิจของคนมุกดาหาร อย่างที่บ่อแก้วของลาว จีนมาเช่าที่ไร่ละ 20 บาท คนจีนขายของทั้งนั้นแม้ว่าจะพูดไทย อังกฤษไม่ได้ก็ขายของได้ผ่านการกดเครื่องคิดเลข ตลาด 4 มุมเมือง 40 % เป็นผักจากจีน โบ้เบ้ 70 % สินค้าจากจีน เรียกได้ว่าสินค้าจีนทะลัก ผัก ผ้า สินค้าต่างๆ
รศ.ดร.ณรงค์ กล่าวต่อว่า มุกดาหารได้ประโยชน์อะไร ที่เห็นเป็นพ่อค้าขายสินค้าจีน ที่น่าห่วงคือว่า รัฐบาลไม่หาช่องทางให้คนไทยได้ประโยชน์ปล่อยให้จีนครอบครอง การค้าขายเหมือนการแข่งกีฬา ถ้าไม่ฟิตซ้อม ไม่รู้จักคู่ต่อสู้ เราจะแพ้ จะเห็นได้คนจีนยึดพื้นที่อยู่อาศัยทำ จีนมาทั้งทุนทั้งคน ต่อไปถ้าการลงทุนเสร็จจะมีสินค้าเวียดนามตามเข้ามาอีก ขณะนี้ตามลานจอดรถในกรุงเทพ เวียดนามเริ่มเข้ามาเฝ้ามากขึ้นแล้ว หาบเร่ รถเข็นตอนนี้เริ่มเป็นเวียดนาม พม่าเป็นแรงงาน ไปๆมาๆเป็นเถ้าแก่ คนไทยทำอะไร ก่อสร้างลูกหลานเราไม่ทำแล้ว ตะวันออกคนเขมรหมดแล้ว เรียบร้อยเพราะมีความขยัน แต่คนไทยกินเหล้า เล่นหวย เปิดเสรีคนไทยเราจะได้อะไรถ้าเราไม่เตรียมตัว
เส้นทาง 1,450 กิโล เราจะมีรถไฟจีน รถไฟญี่ปุ่น เรากำลังต่อสู้กับสิ่งที่การช่วงชิงอำนาจของประเทศมหาอำนาจ มีการวางแผนจากคนกลุ่มหนึ่ง การช่วงชิงความเป็นใหญ่ระหว่างจีน กับอเมริกา จีนคิดล่วงหน้าถึงความมั่นคงทางทหาร อเมริกามองเรื่อง อาหาร อากาศ อาวุธ จีนมองทางบก การสร้างเส้นทางเป็นทั้งเส้นทางเศรษฐกิจ และเส้นทางสงคราม ธรรมชาติสอนเราว่าไม่มีอะไรได้มาแล้วโดยไม่ต้องเสียอะไรไป ภาคราชการ ภาคธุรกิจ บอกว่าเราได้อะไรแต่ไม่บอกว่าเราเสียอะไร ขณะนี้จีนรุกหนักๆ เราก็เสีย หอมกระเทียม จากจีน หอมเชียงรายดีที่สุด กระเทียมศรีษะเกษ ดีที่สุดแต่ของจีนเข้ามาทดแทน
อีก 5 ปีข้างหน้า เวียดนามจะแซงเรา ตลาดแรงงาน หาบแร่แผงลอย เวียดนามจะยึดร้านโชว์ห่วย ธุรกิจไทยเหมือนเรือเล็กกลางมหาทะเล ที่ถูกเรือเดินสมุทร วิ่งผ่านก็ง่อนแง่น คนไม่มีเงินซื้อของ ผู้นำก็เร่งเปิดเขตเศรษฐกิจพิเศษ แล้วมันจะทำให้คนมีเงินซื้อได้อย่างไร ไข่ปิ้ง ไข่ต้ม ซาลาเปา หาบเร่ เดี๋ยวนี้อยู่ในร้านค้าปลีกหมดแล้ว รายได้ของเรา 37 % มาจากเกษตร ข้าว ยางไม่ขึ้นราคา จะเอาเงินมาจากไหน เปิดเศรษฐกิจพิเศษ คนจีนขายของมากขึ้นเราจะทำอย่างไร ยังไม่มีนโยบายจากรัฐ ทำอย่างไร จะเกิดประโยชน์สูงสุดต่อชาวบ้านคนเล็กคนน้อย
สภาพเศรษฐกิจในปัจจุบันอาศัยรายได้จาก 4 ด้าน คือการบริโภคครัวเรือน 55 % การลงทุนนักธุรกิจ 22 % ค่าใช้จ่ายรัฐ การลงทุนโครงการต่างๆ 15 % และการค้าขายการส่งออกหักนำเข้าไม่ถึง 10 % หากเปิดเขตเศรษฐกิจพิเศษต้องเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศไทย และคนเล็กคนน้อย ธุรกิจใหญ่จะได้จากการวางแผนไว้แล้ว ทำอย่างไรชาวบ้านได้ประโยชน์สูงสุด เป็นสิ่งที่เราต้องช่วยกันขบคิด รศ.ดร.ณรงค์ กล่าวในตอนท้าย
อ.ศศิพงษา จันทรสาขา กลุ่มคนรักห้วยแข้ จ.มุกดาหาร เล่าให้ฟังว่า กลุ่มอนุรักษ์ห้วยแข้ ทำงานอนุรักษ์ห้วยแคร่มาสักระยะ โดยชักจูงโน้นมน้าวให้เกิดความคิดในการอนุรักษ์จากชุมชน ปัจจุบันกลุ่มได้รับความยอมรับพอสมควร ในเรื่องเขตเศรษฐกิจพิเศษเท่าที่เคยร่วมประชุมแลกเปลี่ยน จะเห็นว่าทางพ่อค้ากับทางกลุ่ม คิดไม่เหมือนกัน เขากลัวว่าต่างชาติไม่มาลงทุน การเข้าไปมีส่วนร่วมเข้าไปนั่งฟังการประชุมกลุ่มจังหวัด ซึ่งก็ยังไม่มีใครเข้าใจเขตเศรษฐกิจพิเศษ และอีกสิ่งหนึ่งที่ได้มีส่วนร่วมคือเวทีรับฟังความคิดเห็นเรื่องการปฏิรูปของ สปช. เท่าที่ได้ฟังชาวบ้าน อ.หว้านใหญ่ และที่อ.หนองสูง อยากได้โรงงานอุตสาหกรรม เพราะคิดว่าลูกหลานจะได้ทำงานใกล้บ้าน และการประชุมส่วนใหญ่ก็จะมีแต่ราชการกับเอกชน แต่ขาดภาคประชาชน ซึ่งจุดอ่อนของประชาชนคือยังขาดนักวิชาการ ที่คอยให้คำชี้แนะความรู้ในเรื่องเขตเศรษฐกิจพิเศษ
สิ่งที่ชาวบ้านต้องการคือโรงสีกลาง และอื่นๆที่เป็นสาธารณปโภค ในเรื่องจังหวัดมุกดาหารถูกกำหนดให้เป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษ ประชาชนต้องมีพิมพ์เขียวของภาคประชาชน ทั้งเรื่องผังเมือง การศึกษา เป็นต้น เป็นโมเดลของตนเอง การคุยออกแบบผังเมืองคล้ายสถาปนิกออกแบบได้แต่ขาดฟังชั่น ซึ่งไม่ตรงกับความต้องการ ความถูกใจของชาวบ้าน เราต้องพัฒนาตนเอง ต้องมองเห็นภาพรวม ผลประโยชน์ส่วนรวมเป็นที่ตั้ง ซึ่งตนเองเห็นว่ามุกดาหารควรเป็นเมือง 3 ธรรม 1) ธรรมะ 2) ธรรมชาติ และ3) วัฒนธรรม ปัจจุบันกลุ่มคนทำงานยังน้อย มีแกนจริงๆ 10 คน ซึ่งตั้งขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์ไม่ได้ทำแทนชาวบ้าน


